กฎกระทรวงกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๖๖

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๖52 มาตรา11 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 24 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 44a5757b… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ ผู้มีหน้ำที่รำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ กมาตรา ๔–๑๐ · 7 มาตรา
  2. หมวด ๒ บัญชีทำงกำรเงินมาตรา ๑๑–๑๒ · 2 มาตรา
  3. หมวด ๓ ผู้ที่ไม่ต้องถูกรำยงำนมาตรา ๑๓ · 1 มาตรา
  4. หมวด ๔ ผู้มีอำนำจควบคุมมาตรา ๑๔ · 1 มาตรา
  5. หมวด ๕ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจำรณำถิ่นที่อยู่ กำรแจ้งและยืนยันข้อมูลมาตรา ๑๕–๒๕ · 11 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำมาตรา ๒๐–๒๒ · 3 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๒ บัญชีของนิติบุคคลมาตรา ๒๓–๒๕ · 3 มาตรา
  8. หมวด ๖ กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงินมาตรา ๒๖–๔๗ · 22 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำมาตรา ๒๗–๔๑ · 15 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๒ บัญชีของนิติบุคคลมาตรา ๔๒–๔๗ · 6 มาตรา
  11. หมวด ๗ หลักเกณฑ์เพิ่มเติมในกำรตรวจสอบข้อมูลมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕๓ กฎกระทรวง กำหนดกำรแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตำมควำมตกลงระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับภำษีอำกร พ.ศ. 2566 อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ วรรคสอง วรรคสี่ วรรคห้ำ และวรรคหก และมาตรา ๓๒ วรรคสอง แห่งพระรำชกำหนดกำรแลกเปลี่ยน ข้อมูลเพื่อปฏิบัติตำมควำมตกลงระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่ำกำร กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกาศในรำชกิจจำนุเบกษำเป็นต้นไป

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “หน่วยงำนทำงกำรเงิน” หมำยควำมว่ำ นิติบุคคลที่ให้บริกำรรับฝำกสินทรัพย์ตำมข้อ ๖ หรือรับฝำกเงินตำมข้อ ๗ หรือดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมข้อ ๘ หรือประกอบธุรกิจประกันชีวิต ตำมข้อ ๙ “นิติบุคคล” ให้หมำยควำมรวมถึงนิติสัมพันธ์ที่ก่อตั้งขึ้นตำมกฎหมำย เช่น ทรัสต์ “สินทรัพย์ทำงกำรเงิน” หมำยควำมรวมถึงสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ แต่ไม่หมำยควำมรวมถึง ผลประโยชน์โดยตรงในอสังหำริมทรัพย์ที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นหนี้

    (๑) หลักทรัพย์ เช่น หุ้นในบริษัท ควำมเป็นหุ้นส่วนหรือสิทธิประโยชน์แห่งควำมเป็นเจ้ำของ ในห้ำงหุ้นส่วนหรือทรัสต์ ที่ถือโดยประชำชนในวงกว้ำงหรือมีกำรซื้อขายเป็นกำรทั่วไป ตั๋วเงิน พันธบัตร หุ้นกู้ หรือหลักฐำนอื่นซึ่งแสดงภำระผูกพันในลักษณะหนี้

    (๒) ส่วนได้เสียในห้ำงหุ้นส่วน

    (๓) สินค้ำโภคภัณฑ์

    (๔) สัญญำสวอป เช่น สัญญำสวอปอัตรำดอกเบี้ย สัญญำสวอปเงินตรำต่ำงประเทศหรือ ข้อตกลงที่คล้ำยกัน

    (๕) สัญญำประกันภัย หรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี หรือ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕๔

    (๖) ผลประโยชน์ใด ๆ เช่น สัญญำฟิวเจอร์ สัญญำฟอร์เวิร์ด หรือออปชัน ในสินทรัพย์ ทำงกำรเงินตำม (๑) ถึง

    (๕) “บัญชีเงินฝำก” หมำยควำมว่ำ บัญชีทำงพำณิชย์ บัญชีกระแสรำยวัน บัญชีออมทรัพย์ บัญชีฝำกประจำ บัญชีที่มีหลักฐำนเป็นบัตรเงินฝำก เอกสำรรับรองกำรลงทุน ตรำสำรหนี้ หรือตรำสำรอื่น ที่มีลักษณะเดียวกัน ที่เก็บรักษำโดยหน่วยงำนทำงกำรเงินที่ดำเนินกำรเป็นปกติธุระในลักษณะของ ธนำคำรหรือธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกัน และหมำยควำมรวมถึงจำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยถือไว้ตำมสัญญำ กำรลงทุนที่รับประกันผลตอบแทนจำกกำรลงทุนหรือสัญญำที่มีลักษณะคล้ำยกันที่จ่ำยหรือหักผลประโยชน์ จำกสัญญำนั้น “บัญชีดูแลสินทรัพย์” หมำยควำมว่ำ บัญชีที่มีกำรถือสินทรัพย์ทำงกำรเงินอย่ำงน้อยหนึ่งหน่วย เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น แต่ไม่รวมถึงสัญญำประกันภัยหรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี “ส่วนได้เสียในส่วนทุน” หมำยควำมว่ำ

    (๑) ส่วนได้เสียในทุนหรือกำไรของห้ำงหุ้นส่วนในกรณีของห้ำงหุ้นส่วนที่เป็นหน่วยงำนทำงกำรเงิน

    (๒) ส่วนได้เสียในส่วนทุนที่ถือโดยผู้ก่อตั้งทรัสต์หรือผู้รับประโยชน์จำกทรัสต์ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือบุคคลธรรมดำอื่นซึ่งมีอำนำจควบคุมสูงสุดในทรัสต์ ในกรณีของทรัสต์ที่เป็นหน่วยงำนทำงกำรเงิน ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องถูกรำยงำนจะถือว่ำเป็นผู้รับประโยชน์จำกทรัสต์ หำกผู้ที่ต้องถูกรำยงำนดังกล่ำวมีสิทธิ ที่จะได้รับกำรจัดสรรผลประโยชน์แบบบังคับ ไม่ว่ำโดยทำงตรงหรือทำงอ้อม หรืออำจได้รับกำรจัดสรร ผลประโยชน์จำกทรัสต์ตำมดุลพินิจ ไม่ว่ำโดยทำงตรงหรือทำงอ้อม “สัญญำประกันภัย” หมำยควำมว่ำ สัญญำที่ผู้รับประกันภัยตกลงที่จะชำระเงินเมื่อเกิดเหตุกำรณ์ ควำมไม่แน่นอนตำมที่ได้ระบุไว้ซึ่งเกี่ยวข้องกับกำรเสียชีวิต ควำมเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ควำมรับผิด หรือควำมเสี่ยงด้ำนทรัพย์สิน แต่ไม่รวมถึงสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี “สัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี” หมำยควำมว่ำ สัญญำที่ผู้รับประกันภัยได้ตกลงที่จะจ่ำยเงิน ตำมระยะเวลาที่กำหนดไว้ทั้งหมดหรือเป็นงวด โดยอ้ำงอิงจำกกำรทรงชีพของบุคคลธรรมดำ ซึ่งรวมถึง สัญญำที่ถือว่ำเป็นสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปีตำมกฎหมำย กฎ หรือแนวปฏิบัติของดินแดน ที่มีกำรทำสัญญำประกันภัยนั้นตำมที่ผู้รับประกันภัยได้ตกลงที่จะจ่ำยเงินตำมจำนวนปี “สัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสด” หมำยควำมว่ำ สัญญำประกันภัยที่มีมูลค่ำเงินสด แต่ไม่รวมถึง สัญญำกำรรับประกันภัยต่อเพื่อชดใช้ค่ำเสียหำยระหว่ำงบริษัทประกันภัยสองแห่ง “มูลค่ำเงินสด” หมำยควำมว่ำ มูลค่ำที่มำกกว่ำระหว่ำงจำนวนเงินที่ผู้ถือกรมธรรม์มีสิทธิได้รับ เมื่อมีกำรเวนคืนหรือกำรสิ้นสุดสัญญำประกันภัยโดยไม่ต้องหักค่ำธรรมเนียมกำรเวนคืนหรือเงินกู้ยืม ที่มีกรมธรรม์ประกันภัยเป็นหลักประกัน กับจำนวนเงินที่ผู้ถือกรมธรรม์สำมำรถกู้ยืมได้ภำยใต้สัญญำ ประกันภัย ทั้งนี้ มูลค่ำเงินสดดังกล่ำวไม่รวมถึงจำนวนเงินที่พึงจ่ำยตำมสัญญำประกันภัยในกรณี ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕๕

    (๑) จำกกรณีกำรเสียชีวิตของผู้เอำประกันภัยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดำที่เอำประกันภำยใต้สัญญำ ประกันชีวิตเท่ำนั้น

    (๒) จำกกรณีบำดเจ็บหรือควำมเจ็บป่วย หรือผลประโยชน์อื่นที่จ่ำยสำหรับกำรชดเชย ควำมสูญเสียทำงเศรษฐกิจจำกเหตุกำรณ์ที่ได้มีกำรเอำประกันภัยไว้

    (๓) จำกกรณีกำรคืนค่ำเบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ำยไว้โดยมีกำรหักค่ำธรรมเนียมกำรทำประกันภัย ไม่ว่ำจะมีกำรเรียกเก็บหรือไม่ ภำยใต้สัญญำประกันภัย นอกจำกประกันชีวิตควบกำรลงทุนหรือประกันชีวิต แบบเงินรำยปี เนื่องจำกกำรยกเลิกหรือสิ้นสุดสัญญำดังกล่ำว หรือกรณีควำมเสี่ยงที่ลดลงระหว่ำง ระยะเวลาที่สัญญำประกันภัยมีผลบังคับ หรือเกิดจำกกำรคำนวณค่ำเบี้ยประกันภัยให้ถูกต้อง

    (๔) จำกกรณีกำรจ่ำยเงินปันผลให้ผู้ถือกรมธรรม์ นอกจำกเงินปันผลที่จ่ำยเมื่อสัญญำประกันภัย สิ้นสุดลง โดยเงินปันผลดังกล่ำวเกี่ยวข้องกับสัญญำประกันภัยที่มีกำรจ่ำยผลประโยชน์ตำม

    (๒) เท่ำนั้น

    (๕) จำกกรณีกำรคืนค่ำเบี้ยประกันภัยที่ได้มีกำรจ่ำยไว้ล่วงหน้ำหรือมีกำรมัดจำเบี้ยประกันภัย ไว้สำหรับสัญญำประกันภัยใดๆ ที่กำหนดให้จ่ำยเบี้ยประกันภัยอย่ำงน้อยเป็นรำยปี หำกจำนวนเบี้ยประกันภัย ที่ได้มีกำรจ่ำยไว้ล่วงหน้ำหรือมีกำรมัดจำเบี้ยประกันภัยไว้ไม่เกินเบี้ยประกันภัยของปีถัดไปที่ต้องมีกำรชำระ ตำมสัญญำประกันภัยนั้น “ผู้ถือบัญชี” หมำยควำมว่ำ บุคคลซึ่งเป็นลูกค้ำที่มีชื่อหรือถูกระบุชื่อเป็นผู้ถือบัญชีทำงกำรเงิน ที่อยู่ในควำมครอบครองดูแลของหน่วยงำนทำงกำรเงิน แต่ไม่รวมถึงตัวแทน ผู้รักษำสินทรัพย์ นอมินี ผู้มีอำนำจในกำรลงนำม ที่ปรึกษำกำรลงทุน หรือตัวกลำง ที่ไม่ใช่หน่วยงำนทำงกำรเงิน ถือบัญชีทำงกำรเงิน เพื่อประโยชน์หรือเพื่อบุคคลอื่น ในกรณีสัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสดหรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี ให้ผู้ถือบัญชี หมำยถึงบุคคลที่มีสิทธิเข้ำถึงมูลค่ำเงินสดหรือมีสิทธิเปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์ตำมสัญญำ หำกไม่มี บุคคลดังกล่ำว ให้ผู้ถือบัญชีหมำยถึง บุคคลใด ๆ ที่มีกำรระบุชื่อในสัญญำว่ำเป็นเจ้ำของบัญชี และบุคคลใด ๆ ที่มีสิทธิในเงินที่จ่ำยภำยใต้เงื่อนไขของสัญญำดังกล่ำวนั้น ทั้งนี้ ในกรณีครบกำหนด สัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสดหรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี ให้ผู้ถือบัญชีหมำยถึงบุคคล แต่ละรำยที่มีสิทธิได้รับเงินตำมสัญญำ “บัญชีที่มีมูลค่ำต่ำ” หมำยควำมว่ำ บัญชีของบุคคลธรรมดำที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ ที่มียอดรวมหรือมูลค่ำรวมไม่เกินสำมสิบล้ำนบำท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ “บัญชีที่มีมูลค่ำสูง” หมำยควำมว่ำ บัญชีของบุคคลธรรมดำที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวง นี้ใช้บังคับ ที่มียอดรวมหรือมูลค่ำรวมเกินสำมสิบล้ำนบำท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ หรือ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ หรือ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ “หลักฐำนเอกสำร” หมำยควำมรวมถึงเอกสำรหรือหลักฐำนอย่ำงหนึ่งอย่ำงใด ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕๖

    (๑) ใบรับรองควำมมีถิ่นที่อยู่ที่ออกโดยหน่วยงำนของรัฐบำลที่มีอำนำจของดินแดนที่ผู้รับเงิน อ้ำงว่ำมีถิ่นที่อยู่ เช่น รัฐบำล องค์กรของรัฐบำล หรือเทศบำล

    (๒) เอกสำรระบุตัวตนที่ออกโดยหน่วยงำนของรัฐบำลที่มีอำนำจ เช่น รัฐบำล องค์กรของรัฐบำล หรือเทศบำล ทั้งนี้ เอกสำรนั้นต้องมีชื่อของบุคคลธรรมดำดังกล่ำว และสำมำรถใช้เป็นเอกสำรในกำร ระบุตัวตนเป็นกำรทั่วไป

    (๓) เอกสำรทำงกำรที่ออกโดยหน่วยงำนของรัฐบำลที่มีอำนำจ เช่น รัฐบำล องค์กรของรัฐบำล หรือเทศบำล ทั้งนี้ เอกสำรนั้นต้องมีชื่อของนิติบุคคลและที่อยู่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงำนใหญ่ในดินแดน ที่นิติบุคคลอ้ำงว่ำเป็นดินแดนที่เป็นถิ่นที่อยู่ หรือเป็นดินแดนที่นิติบุคคลนั้นถูกจัดตั้งหรือก่อตั้งเพื่อ ดำเนินกิจการ

    (๔) งบกำรเงินที่ได้รับกำรตรวจสอบแล้ว รำยงำนข้อมูลเครดิตของบุคคลภำยนอก กำรยื่นขอ เป็นบุคคลล้มละลำย หรือรำยงำนหลักทรัพย์ของหน่วยงำนที่กำกับดูแล “คู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน” หมำยควำมว่ำ รัฐหรือภำคีตำมควำมตกลงที่มีกำรประกาศ ให้เป็นคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน “คู่สัญญำที่เข้ำร่วม” หมำยควำมว่ำ รัฐหรือภำคีตำมควำมตกลงที่มีกำรประกาศให้เป็นคู่สัญญำ ที่เข้ำร่วม “เอ็นเอฟอี” หมำยควำมว่ำ นิติบุคคลที่มิได้เป็นหน่วยงำนทำงกำรเงิน “แพสซิฟเอ็นเอฟอี” หมำยควำมว่ำ

    (๑) เอ็นเอฟอี ซึ่งมิได้เป็นแอ็กทิฟเอ็นเอฟอี หรือ

    (๒) นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมข้อ ๘

    (๒) ที่มิใช่หน่วยงำนทำงกำรเงิน ในคู่สัญญำที่เข้ำร่วม “แอ็กทิฟเอ็นเอฟอี” หมำยควำมว่ำ เอ็นเอฟอีที่เป็นไปตำมข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้

    (๑) มีรำยได้จำกธุรกรรมทำงกำรเงินเป็นจำนวนน้อยกว่ำร้อยละห้ำสิบของเงินได้ทั้งหมดของ เอ็นเอฟอีในปีปฏิทินก่อนหน้ำหรือระยะเวลารำยงำนที่เหมำะสมอื่นใด และมีสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดหรือ ถือไว้เพื่อก่อให้เกิดรำยได้จำกธุรกรรมทำงกำรเงินเป็นจำนวนน้อยกว่ำร้อยละห้ำสิบของสินทรัพย์ทั้งหมด ที่ถือโดยเอ็นเอฟอีในระหว่ำงปีปฏิทินก่อนหน้ำหรือระยะเวลารำยงำนที่เหมำะสมอื่นใด

    (๒) หุ้นของเอ็นเอฟอีมีกำรซื้อขายตำมปกติในตลำดหลักทรัพย์ที่ได้รับกำรยอมรับ หรือหุ้น ของนิติบุคคลที่มีควำมสัมพันธ์กันกับเอ็นเอฟอีดังกล่ำวมีกำรซื้อขายตำมปกติในตลำดหลักทรัพย์ที่ได้รับ กำรยอมรับ

    (๓) เอ็นเอฟอีเป็นหน่วยงำนของรัฐบำล องค์กำรระหว่ำงประเทศ หรือธนำคำรกลำง ที่มีลักษณะ ตำมที่กำหนดในข้อ ๑๓ หรือนิติบุคคลที่มีหน่วยงำนที่กล่ำวมำข้ำงต้นเป็นเจ้ำของ

    (๔) เอ็นเอฟอีมีกิจการหลักที่สำคัญเป็นกำรถือหุ้น ไม่ว่ำทั้งหมดหรือบางส่วน หรือมีกำรให้ ควำมช่วยเหลือทำงกำรเงินหรือกำรบริกำรแก่บริษัทย่อยที่ทำกำรค้ำหรือธุรกิจที่มิใช่ธุรกิจของหน่วยงำน ทำงกำรเงิน เว้นแต่นิติบุคคลดังกล่ำวดำเนินกำร หรือแสดงตน ในฐำนะกองทุนเพื่อกำรลงทุน เช่น เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕๗ กองทุนเพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน กองทุนเพื่อกำรเข้ำซื้อหุ้นของกิจการ หรือเครื่องมือเพื่อกำรลงทุนใด ๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มำหรือให้กำรสนับสนุนทำงกำรเงินแก่บริษัทต่ำง ๆ และถือเอำผลประโยชน์ ในบริษัทเหล่ำนั้นในรูปสินทรัพย์จำกกำรลงทุนสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อกำรลงทุน

    (๕) เอ็นเอฟอีที่ยังไม่ได้ดำเนินธุรกิจและไม่มีประวัติในกำรดำเนินธุรกิจมำก่อน แต่มีกำรนำทุน ไปลงทุนในสินทรัพย์โดยมีเจตนำที่จะดำเนินธุรกิจอย่ำงอื่นนอกจำกกำรเป็นหน่วยงำนทำงกำรเงิน โดยเอ็นเอฟอีไม่ได้มีคุณสมบัติดังกล่ำวภำยหลังระยะเวลายี่สิบสี่เดือนนับจำกวันที่ก่อตั้งเอ็นเอฟอีดังกล่ำว

    (๖) เอ็นเอฟอีที่ไม่เคยเป็นหน่วยงำนทำงกำรเงินภำยในระยะเวลาห้ำปีที่ผ่ำนมำ และอยู่ใน กระบวนกำรขายทรัพย์สินเพื่อชำระบัญชีหรือฟื้นฟูกิจการ โดยมีเจตนำที่จะดำเนินธุรกิจต่อหรือเริ่มธุรกิจ ที่มิใช่ธุรกิจของหน่วยงำนทำงกำรเงิน

    (๗) เอ็นเอฟอีที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับกำรให้ควำมช่วยเหลือทำงกำรเงินหรือกำรป้องกัน ควำมเสี่ยงสำหรับนิติบุคคลที่มีควำมสัมพันธ์กันที่มิใช่หน่วยงำนทำงกำรเงิน โดยกลุ่มของนิติบุคคล ที่มีควำมสัมพันธ์กันนั้นต้องดำเนินธุรกิจหลักที่มิใช่ธุรกิจของหน่วยงำนทำงกำรเงิน และไม่ได้ให้ควำมช่วยเหลือ ทำงกำรเงินหรือกำรป้องกันควำมเสี่ยงสำหรับนิติบุคคลใดซึ่งมิใช่นิติบุคคลที่มีควำมสัมพันธ์กัน

    (๘) เอ็นเอฟอีที่มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (ก) ถูกจัดตั้งขึ้นและดำเนินกำรในดินแดนที่เอ็นเอฟอีนั้นมีถิ่นที่อยู่ โดยมีวัตถุประสงค์ เฉพำะเพื่อกำรศำสนำ กำรสำธำรณกุศล วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม กำรกีฬำ หรือกำรศึกษำ หรือถูกจัดตั้งและดำเนินกำรในดินแดนที่เอ็นเอฟอีนั้นมีถิ่นที่อยู่และเป็นองค์กรทำงวิชำชีพ สมาคมธุรกิจ หอกำรค้ำ องค์กรแรงงำน องค์กรทำงกำรเกษตรหรือพืชสวน สมาคมเกี่ยวกับกำรพลเมือง หรือองค์กร ใดที่ดำเนินกำรเพื่อสนับสนุนสวัสดิกำรของรัฐเท่ำนั้น

    (ข) ได้รับยกเว้นกำรเสียภำษีเงินได้ในดินแดนที่เอ็นเอฟอีมีถิ่นที่อยู่

    (ค) ไม่มีผู้ถือหุ้นหรือสมำชิกที่มีผลประโยชน์ในทำงทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ในเงินได้หรือสินทรัพย์ของเอ็นเอฟอี

    (ง) มีกฎหมำยที่บังคับใช้ของดินแดนที่เอ็นเอฟอีมีถิ่นที่อยู่ หรือมีเอกสำรจัดตั้งของเอ็นเอฟอี ที่ไม่อนุญำตให้มีกำรจ่ำยเงินได้หรือสินทรัพย์ใด ๆ ของเอ็นเอฟอีดังกล่ำวให้แก่หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ ของบุคคลในภำคเอกชนหรือนิติบุคคลที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำรสำธำรณกุศล เว้นแต่เป็นกำรดำเนินกำร เพื่อกำรสำธำรณกุศลของเอ็นเอฟอีเอง หรือเพื่อกำรจ่ำยเงินชดเชยตำมควำมเหมำะสมสำหรับกำรทำงำนให้ หรือเพื่อชำระเงินเป็นค่ำทรัพย์สินที่เอ็นเอฟอีได้ซื้อไว้ตำมรำคำตลำด และ

    (จ) มีกฎหมำยที่บังคับใช้ของดินแดนที่เอ็นเอฟอีมีถิ่นที่อยู่ หรือมีเอกสำรจัดตั้งของ เอ็นเอฟอี ที่กำหนดให้เมื่อมีกำรชำระบัญชีหรือเลิกกิจการของเอ็นเอฟอีดังกล่ำว สินทรัพย์ของเอ็นเอฟอี ทั้งหมดต้องถูกจำหน่ายให้แก่หน่วยงำนของรัฐบำลที่มีลักษณะตำมที่กำหนดในข้อ ๑๓ หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหำกำไรอื่น หรือให้ตกเป็นของรัฐบำล หรือหน่วยย่อยทำงกำรเมืองของดินแดนที่เอ็นเอฟอี มีถิ่นที่อยู่ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕๘ “รำยได้จำกธุรกรรมทำงกำรเงิน” หมำยควำมว่ำ รำยได้ที่ไม่ได้มำจำกกำรประกอบกิจการ โดยตรงของนิติบุคคลนั้น แต่ไม่รวมถึงรำยได้จำกกำรทำธุรกรรมใด ๆ ที่ได้รับมำในกำรประกอบธุรกิจ โดยทั่วไปของผู้ค้ำหลักทรัพย์ ในกรณีของเอ็นเอฟอีที่ทำหน้ำที่เป็นผู้ค้ำหลักทรัพย์ในสินทรัพย์ทำงกำรเงิน เช่น

    (๑) เงินปันผล

    (๒) ดอกเบี้ย

    (๓) เงินได้ในลักษณะเดียวกันกับดอกเบี้ย

    (๔) ค่ำเช่ำ หรือค่ำลิขสิทธิ์ ซึ่งไม่ได้มำจำกกำรประกอบธุรกิจโดยตรงที่กระทำโดยลูกจ้าง ของเอ็นเอฟอี

    (๕) เงินรำยปี

    (๖) ส่วนต่ำงกำไรจำกกำรซื้อขายสินทรัพย์ทำงกำรเงินที่ก่อให้เกิดรำยได้จำกธุรกรรมทำงกำรเงิน ดังกล่ำว

    (๗) ส่วนต่ำงกำไรจำกกำรดำเนินธุรกรรม เช่น สัญญำฟิวเจอร์ สัญญำฟอร์เวิร์ด ออปชัน หรือธุรกรรมทำงกำรเงินที่มีลักษณะคล้ำยกัน ในสินทรัพย์ทำงกำรเงิน

    (๘) ส่วนต่ำงกำไรจำกอัตรำแลกเปลี่ยน

    (๙) เงินได้สุทธิจำกสัญญำสวอป หรือ

    (๑๐) จำนวนมูลค่ำเงินสดที่ได้รับภำยใต้สัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสด “นิติบุคคลที่มีควำมสัมพันธ์กัน” หมำยควำมว่ำ นิติบุคคลที่มีควำมสัมพันธ์กับนิติบุคคลอื่น โดยนิติบุคคลหนึ่งมีอำนำจควบคุมอีกนิติบุคคลหนึ่ง หรือนิติบุคคลทั้งสองอยู่ภำยใต้อำนำจควบคุม เดียวกัน ทั้งนี้ ให้กำรควบคุมดังกล่ำวหมำยถึงกำรมีควำมเป็นเจ้ำของโดยทำงตรงหรือทำงอ้อมเกินกว่ำ ร้อยละห้ำสิบของสิทธิออกเสียงและมูลค่ำของนิติบุคคล “กำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์” หมำยควำมว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ส่งผลให้มีข้อมูล เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับสถำนะของบุคคลหรือก่อให้เกิดควำมขัดแย้งกับสถำนะของบุคคลดังกล่ำว และให้หมำยควำมรวมถึงกำรเปลี่ยนแปลงหรือกำรเพิ่มเติมของข้อมูลใด ๆ ในบัญชีของผู้ถือบัญชี กำรเพิ่มเติม กำรทดแทน หรือกำรเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ของผู้ถือบัญชี หรือกำรเปลี่ยนแปลงหรือ กำรเพิ่มเติมข้อมูลในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่ำว หำกกำรเปลี่ยนแปลงหรือกำรเพิ่มเติมของข้อมูล ดังกล่ำวจะส่งผลกระทบต่อสถำนะของผู้ถือบัญชีได้

  3. ในกรณีที่มีปัญหำในกำรปฏิบัติตำมกฎกระทรวงนี้ ให้วินิจฉัยตำมมำตรฐำน กำรรำยงำนทั่วไป (Common Reporting Standard) ตำมที่กำหนดไว้ในควำมตกลง

  4. หมวด ๑ ผู้มีหน้ำที่รำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก

    7 มาตรา
  5. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ไม่รวมถึงสำขำของผู้มีหน้ำที่รำยงำนที่ตั้งอยู่ ในต่ำงประเทศ

  6. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ต้องมีลักษณะหรือกำรให้บริกำรหรือ ทำธุรกรรมตำมข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ หรือข้อ ๙

  7. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ที่มีกำรให้บริกำรรับฝำกสินทรัพย์ จะต้อง เป็นกำรถือสินทรัพย์ทำงกำรเงินเพื่อผู้อื่น โดยนิติบุคคลนั้นต้องมียอดรวมรำยได้ที่มำจำกกำรถือสินทรัพย์ ทำงกำรเงินเพื่อผู้อื่น และกำรให้บริกำรทำงกำรเงินที่เกี่ยวข้องกับกำรถือสินทรัพย์ทำงกำรเงินนั้น ตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของรำยได้รวมของนิติบุคคลในช่วงระยะเวลาใดเวลำหนึ่งที่สั้นกว่ำ ได้แก่ ระยะเวลา สำมปีปฏิทินที่สิ้นสุดภำยในวันที่ ๓๑ ธันวาคม หรือวันสิ้นสุดอื่นใดในกรณีรอบระยะเวลาบัญชีไม่เป็นไป ตำมปีปฏิทิน ของปีก่อนปีที่มีกำรพิจำรณำกำรเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริกำรรับฝำกสินทรัพย์ หรือช่วง ระยะเวลาที่นิติบุคคลดังกล่ำวได้มีกำรจัดตั้งขึ้น

  8. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ที่มีกำรรับฝำกเงิน จะต้องรับฝำกเงิน เป็นปกติธุระในลักษณะของธุรกิจธนำคำรหรือธุรกิจอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

  9. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุน ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) ประกอบธุรกิจหลักเองหรือดำเนินกำรเพื่อหรือแทนลูกค้ำในธุรกรรมอย่ำงหนึ่งอย่ำงใด ดังต่อไปนี้

    (ก) กำรซื้อขายตรำสำรทำงกำรเงิน กำรปริวรรตเงินตรำต่ำงประเทศ กำรซื้อขายเครื่องมือ ทำงกำรเงินอ้ำงอิงอัตรำแลกเปลี่ยน อัตรำดอกเบี้ย และดัชนีประเภทต่ำง ๆ กำรซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เปลี่ยนมือได้ หรือกำรซื้อขายสินค้ำโภคภัณฑ์ล่วงหน้ำ

    (ข) กำรบริหำรจัดการพอร์ตกำรลงทุนแบบรำยบุคคลและแบบรวมกลุ่ม หรือ

    (ค) กำรลงทุน กำรบริหำรจัดการ กำรบริหำรสินทรัพย์ทำงกำรเงินหรือกำรบริหำรเงิน แทนบุคคลอื่น นอกจำกกรณีตำม (ก) หรือ (ข) หรือ

    (๒) มีรำยได้รวมซึ่งเป็นรำยได้หลักมำจำกกำรลงทุน กำรลงทุนต่อ หรือกำรซื้อขายสินทรัพย์ ทำงกำรเงิน โดยถูกบริหำรจัดการโดยนิติบุคคลอื่นที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำม

    (๑) หรือ นิติบุคคลที่ให้บริกำรตำมข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๙ กำรดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำม (๑) หรือ

    (๒) ต้องมีรำยได้รวมของนิติบุคคลเกิดจำก กิจกรรมดังกล่ำวตั้งแต่ร้อยละห้ำสิบของรำยได้รวมของนิติบุคคลดังกล่ำว แล้วแต่กรณี ในช่วงระยะเวลาใด เวลำหนึ่งที่สั้นกว่ำ ได้แก่ ระยะเวลาสำมปีปฏิทินที่สิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีก่อนปีที่มี กำรพิจำรณำกำรเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุน หรือช่วงระยะเวลาที่นิติบุคคลดังกล่ำว ได้มีกำรจัดตั้งขึ้น เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๐ นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมวรรคหนึ่ง ไม่ให้หมำยควำมรวมถึงนิติบุคคล ที่เป็นแอ็กทิฟเอ็นเอฟอี เนื่องจำกนิติบุคคลดังกล่ำวเข้ำลักษณะตำมหลักเกณฑ์อย่ำงหนึ่งอย่ำงใด ตำม (๔) ถึง

    (๗) ของบทนิยำมคำว่ำ “แอ็กทิฟเอ็นเอฟอี”

  10. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญำตประกอบธุรกิจ ประกันชีวิตตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรประกันชีวิต ต้องมีกำรออกกรมธรรม์หรือมีภำระที่ต้องชำระเงิน ตำมสัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสดหรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี

  11. ๑๐

    ให้บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีหน้ำที่ รำยงำน

    (๑) กองทุนเพื่อกำรเลี้ยงชีพที่มีผู้เข้ำร่วมในวงกว้ำงที่เป็นกองทุนจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผลประโยชน์ จำกกำรเกษียณอำยุ ทุพพลภำพ หรือเสียชีวิต หรือหลำยอย่ำงประกอบกัน แก่ผู้รับผลประโยชน์ ที่เป็นหรือเคยเป็นลูกจ้าง หรือบุคคลที่ลูกจ้างดังกล่ำวระบุให้ได้รับผลประโยชน์ของนำยจ้ำงรำยเดียวหรือ หลำยรำยเพื่อตอบแทนกำรทำงำน โดยกองทุนนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (ก) ไม่มีบุคคลผู้รับผลประโยชน์รำยใดรำยหนึ่งที่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของกองทุน มำกกว่ำร้อยละห้ำของทรัพย์สินของกองทุนทั้งหมด

    (ข) อยู่ภำยใต้กำรกำกับดูแลตำมกฎหมำย และมีกำรรำยงำนข้อมูลไปยังกรมสรรพำกร ตำมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพำกรกำหนด และ

    (ค) เป็นไปตำมข้อกำหนดอย่ำงน้อยข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑) กองทุนได้รับกำรยกเว้นภำษีเป็นกำรทั่วไปสำหรับเงินได้ที่ได้รับจำกกำรลงทุน หรือมีกำรกำหนดมำตรกำรเพื่อขยำยเวลำกำรเสียภำษีหรือลดอัตรำภำษีจำกเงินได้ดังกล่ำว เนื่องจำก กำรมีสถำนะเป็นโครงกำรเพื่อกำรเกษียณอำยุหรือโครงกำรบำเหน็จบำนำญ ๒) กองทุนได้รับเงินอุดหนุนอย่ำงน้อยร้อยละห้ำสิบของเงินนำส่งทั้งหมด นอกจำก กำรโอนทรัพย์สินจำกโครงกำรอื่นที่กำหนดใน (๑) (๒) และ

    (๓) หรือจำกบัญชีเพื่อกำรเกษียณอำยุ หรือบำเหน็จบำนำญตำมที่กำหนดในข้อ ๑๒

    (๑) จำกนำยจ้ำงที่ให้กำรสนับสนุน ๓) กำรจ่ำยเงินหรือกำรถอนเงินจำกกองทุน สำมำรถกระทำได้เฉพำะในกรณี ที่กำหนดไว้เท่ำนั้น โดยกรณีดังกล่ำวต้องเกี่ยวข้องกับกำรเกษียณอำยุ ควำมทุพพลภำพ หรือกำรเสียชีวิต เว้นแต่กำรโอนเงินนำส่งไปยังกองทุนเพื่อกำรเกษียณอำยุอื่นตำมที่กำหนดใน (๑) (๒) และ

    (๓) หรือบัญชีเพื่อกำรเกษียณอำยุหรือบำเหน็จบำนำญในข้อ ๑๒

    (๑) หรือในกรณีที่มีการอนุญาตให้จ่ำยเงิน หรือถอนเงินจำกกองทุนก่อนที่จะมีกรณีที่กำหนดไว้ข้ำงต้น โดยต้องมีค่ำปรับหรือบทลงโทษ หรือ ๔) กำรจ่ำยเงินนำส่ง นอกจำกกำรจ่ำยเงินนำส่งตำมที่ได้รับอนุญำตบำงประกำร ของลูกจ้างเข้ำกองทุนจะถูกจำกัดจำนวน โดยอิงจำกรำยได้ของลูกจ้างหรือไม่เกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำทต่อปี และให้ใช้หลักเกณฑ์ตำมที่กำหนดในข้อ ๕๐ ข้อ ๕๑ และข้อ ๕๒ สำหรับกำรรวมยอดเงินหรือมูลค่ำ ของบัญชีและกำรแปลงสกุลเงิน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๑

    (๒) กองทุนเพื่อกำรเลี้ยงชีพที่มีผู้เข้ำร่วมในวงแคบซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผลประโยชน์ จำกกำรเกษียณอำยุ ทุพพลภำพ หรือเสียชีวิต หรือหลำยอย่ำงประกอบกัน แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่เป็น หรือเคยเป็นลูกจ้าง หรือบุคคลที่ลูกจ้างดังกล่ำวระบุให้ได้รับผลประโยชน์ ของนำยจ้ำงรำยเดียวหรือ หลำยรำยเพื่อตอบแทนกำรทำงำน โดยที่กองทุนนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (ก) กองทุนมีผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกน้อยกว่ำห้ำสิบรำย

    (ข) กองทุนได้รับกำรสนับสนุนจำกนำยจ้ำงรำยเดียวหรือหลำยรำยที่มิใช่นิติบุคคลที่ดำเนิน ธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมที่กำหนดในข้อ ๘ หรือแพสซิฟเอ็นเอฟอี

    (ค) เงินนำส่งที่ลูกจ้างและนำยจ้ำงจ่ำยเข้ำกองทุน นอกจำกกำรโอนทรัพย์สินจำกบัญชี เพื่อกำรเกษียณอำยุหรือบำเหน็จบำนำญตำมข้อ ๑๒

    (๑) ถูกจำกัดจำนวนโดยอิงกับรำยได้และเงินทดแทน ที่ลูกจ้างได้รับตำมลำดับ

    (ง) ผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกที่ไม่ได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของกองทุนนั้น ไม่มีสิทธิ ในทรัพย์สินของกองทุนเกินร้อยละยี่สิบ และ

    (จ) กองทุนอยู่ภำยใต้กำรกำกับดูแลตำมกฎหมำย และมีกำรรำยงำนข้อมูลไปยังกรมสรรพำกร ตำมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพำกรกำหนด

    (๓) กองทุนบำเหน็จบำนำญข้าราชการ กองทุนบำเหน็จบำนำญขององค์กำรระหว่ำงประเทศ ตำมข้อ ๑๓

    (๒) หรือกองทุนบำเหน็จบำนำญของธนำคำรกลำงตำมข้อ ๑๓

    (๓) เพื่อให้ผลประโยชน์ จำกกำรเกษียณอำยุ ทุพพลภำพ หรือเสียชีวิต แก่ผู้รับผลประโยชน์หรือผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกที่เป็น หรือเคยเป็นลูกจ้าง หรือบุคคลที่ลูกจ้างดังกล่ำวระบุให้ได้รับผลประโยชน์ หรือที่มิได้เป็นลูกจ้าง ในกรณีที่กำรให้ผลประโยชน์แก่ผู้รับผลประโยชน์หรือผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกเป็นไปเพื่อตอบแทนกำรทำงำน ให้แก่หน่วยงำนดังกล่ำว

    (๔) ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    (ก) เป็นหน่วยงำนทำงกำรเงินเพียงเพรำะเป็นผู้ออกบัตรเครดิตซึ่งมีกำรรับฝำกเงิน เมื่อลูกค้ำชำระเกินกว่ำยอดที่ค้ำงชำระจำกกำรใช้บัตรเครดิต และไม่ได้คืนเงินที่ชำระเกินนั้นให้แก่ลูกค้ำ ในทันที และ

    (ข) มีกำรกำหนดมำตรกำรและกระบวนกำรเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถือบัญชีทำรายการ ที่เกิดยอดชำระเงินเกินเป็นจำนวนเงินเกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท หรือรับรองว่ำผู้ถือบัญชีที่มียอดชำระเงิน เกินเป็นจำนวนเงินเกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท จะได้รับเงินคืนภำยในหกสิบวัน โดยยอดชำระเงินเกิน ของผู้ถือบัญชีให้รวมถึงยอดเงินที่ได้รับคืนเนื่องจำกกำรคืนสินค้ำ แต่ไม่รวมถึงยอดเงินที่ยังมีข้อพิพำท

    (๕) กองทรัสต์ซึ่งมีทรัสตีตามมาตรา ๑๕

    (๘) และได้รำยงำนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนทั้งหมดของกองทรัสต์

    (๖) นิติบุคคลอื่นใดที่มีควำมเสี่ยงต่ำในกำรที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเลี่ยงภำษีอำกร ซึ่งมีลักษณะคล้ำยกับ (๑) (๒) (๓) และ

    (๔) ในส่วนสำคัญ ตำมที่อธิบดีกรมสรรพำกรประกาศ กำหนดให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีหน้ำที่รำยงำน โดยที่กำรมีสถำนะดังกล่ำวไม่เป็นอุปสรรคต่อกำรดำเนินกำร ตำมวัตถุประสงค์ของมำตรฐำนกำรรำยงำนทั่วไปตำมควำมตกลง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๒

  12. หมวด ๒ บัญชีทำงกำรเงิน

    2 มาตรา
  13. ๑๑

    บัญชีทำงกำรเงินที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องดำเนินกำรให้มีลักษณะดังต่อไปนี้

    (๑) บัญชีเงินฝำก

    (๒) บัญชีดูแลสินทรัพย์

    (๓) สัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสดและสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปีที่ออกหรือดำรงไว้ โดยผู้มีหน้ำที่รำยงำน นอกจำกสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปีที่ต้องจ่ำยเงินทันที แบบที่ไม่สำมำรถ เปลี่ยนมือได้และไม่เกี่ยวข้องกับกำรลงทุน และเป็นกำรออกให้แก่บุคคลธรรมดำโดยแปลงจำกมูลค่ำของ เงินบำนำญหรือผลประโยชน์กรณีทุพพลภำพจำกบัญชีที่ถูกยกเว้นกำรรำยงำน

    (๔) ส่วนได้เสียในส่วนทุนหรือส่วนหนี้ของหน่วยงำนทำงกำรเงิน ในกรณีนิติบุคคลที่ดำเนิน ธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุน เว้นแต่นิติบุคคลนั้นเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนเพียงเพรำะ ให้คำปรึกษำเกี่ยวกับกำรลงทุนแก่และดำเนินกำรในนำมของลูกค้ำ หรือบริหำรจัดการพอร์ตกำรลงทุน เพื่อและดำเนินกำรในนำมของลูกค้ำ สำหรับกำรลงทุน บริหำร หรือจัดการสินทรัพย์ทำงกำรเงินที่ฝำกไว้ ในนำมของลูกค้ำกับหน่วยงำนทำงกำรเงิน นอกจำกตนเอง

    (๕) ส่วนได้เสียในส่วนทุนหรือส่วนหนี้ของหน่วยงำนทำงกำรเงิน ในกรณีหน่วยงำนทำงกำรเงินอื่น นอกจำกที่กำหนดไว้ใน

    (๔) หำกมีกำรจัดกลุ่มของส่วนได้เสียดังกล่ำวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยง หน้ำที่กำรรำยงำนตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตำมควำมตกลงระหว่ำงประเทศ เกี่ยวกับภำษีอำกร

  14. ๑๒

    บัญชีทำงกำรเงินที่ถูกยกเว้นกำรรำยงำนได้แก่บัญชีดังต่อไปนี้

    (๑) บัญชีเพื่อกำรเกษียณอำยุหรือบำเหน็จบำนำญที่เป็นบัญชีเพื่อกำรเกษียณอำยุส่วนบุคคล หรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงกำรเพื่อกำรเกษียณอำยุหรือโครงกำรบำเหน็จบำนำญที่จ่ำยผลประโยชน์ เพื่อกำรเกษียณอำยุหรือบำเหน็จบำนำญ รวมถึงผลประโยชน์ที่จ่ำยสำหรับควำมทุพพลภำพหรือ กำรเสียชีวิต และเป็นบัญชีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทำงภำษี โดยเงินนำส่งเข้ำกองทุนสำมำรถนำไปหักออก หรือยกเว้นจำกเงินได้พึงประเมินของผู้ถือบัญชี หรือเสียภำษีในอัตรำลด หรือมีกำรกำหนดมำตรกำร เพื่อขยำยเวลำกำรเสียภำษีหรือลดอัตรำภำษีสำหรับเงินได้จำกกำรลงทุนจำกบัญชีดังกล่ำว และมีกำร รำยงำนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีไปยังกรมสรรพำกรตำมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพำกร ประกาศกำหนด รวมทั้งมีบทลงโทษในกรณีมีกำรถอนเงินก่อนที่จะเกิดเหตุกำรณ์ตำมที่กำหนด ตำมวัตถุประสงค์กำรออม และมีเพดำนวงเงินกำรจ่ำยเงินนำส่งเป็นไปตำมเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    (ก) กำรจ่ำยเงินนำส่งประจำปีจำนวนไม่เกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท หรือ

    (ข) กำรจ่ำยเงินนำส่งตลอดชีวิตสูงสุดจำนวนไม่เกินสำมสิบล้ำนบำท เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๓

    (๒) บัญชีที่มีวัตถุประสงค์อื่นนอกจำกเพื่อกำรเกษียณอำยุ ที่ใช้เป็นเครื่องมือในกำรลงทุน และมีกำรซื้อขายตำมปกติในตลำดหลักทรัพย์ที่ได้รับกำรยอมรับ หรือบัญชีที่เป็นเครื่องมือในกำรออม โดยเป็นบัญชีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในทำงภำษี โดยเงินนำส่งเข้ำกองทุนสำมำรถนำไปหักออกหรือยกเว้น จำกเงินได้พึงประเมินของผู้ถือบัญชี หรือเสียภำษีในอัตรำลด หรือมีกำรกำหนดมำตรกำรเพื่อขยำยเวลำ กำรเสียภำษีหรือลดอัตรำภำษีสำหรับเงินได้จำกกำรลงทุนจำกบัญชีดังกล่ำว รวมทั้งมีบทลงโทษในกรณี มีกำรถอนเงินก่อนที่จะเกิดเหตุกำรณ์ตำมที่กำหนดตำมวัตถุประสงค์กำรออม และมีเพดำนวงเงิน กำรจ่ำยเงินนำส่งประจำปีจำนวนไม่เกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท

    (๓) สัญญำประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองสิ้นสุดก่อนบุคคลธรรมดำผู้เอำประกันจะมีอำยุ เก้ำสิบปี ที่มีกำรชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรำยงวดอย่ำงน้อยปีละหนึ่งครั้งตลอดระยะเวลาคุ้มครองตำมสัญญำ หรือจนกว่ำผู้เอำประกันมีอำยุเก้ำสิบปี แล้วแต่เวลำใดจะถึงก่อน และเบี้ยประกันภัยไม่มีกำรลดลง ตลอดระยะเวลา ไม่มีเงื่อนไขให้ใช้สิทธิถอน กู้ยืม หรือวิธีการอื่นใด เพื่อนำมูลค่ำตำมสัญญำประกันชีวิต ออกมำได้ เว้นแต่มีกำรบอกเลิกสัญญำ และจำนวนเงินนอกจำกผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตที่จ่ำยเนื่องจำก กำรยกเลิกหรือสิ้นสุดควำมคุ้มครองตำมสัญญำประกันภัย ต้องมีจำนวนไม่เกินจำนวนเบี้ยประกันภัย รวมที่ชำระมำแล้วทั้งหมด หักด้วยผลรวมของค่ำกำรประกันภัยที่คำนวณจำกอัตรำมรณะ อัตรำกำรเจ็บป่วย และค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ ไม่ว่ำจะมีกำรเรียกเก็บหรือไม่ สำหรับระยะเวลาหรือตลอดระยะเวลาที่สัญญำประกันภัย ยังมีผลอยู่ และจำนวนเงินที่จ่ำยไป ก่อนที่จะมีกำรยกเลิกหรือสิ้นสุดควำมคุ้มครองตำมสัญญำประกันภัย รวมทั้งเป็นสัญญำที่มิได้ถูกถือโดยผู้รับโอนเพื่อมูลค่ำใด ๆ

    (๔) บัญชีที่ถูกถือโดยกองมรดกเท่ำนั้น หำกเอกสำรสำหรับบัญชีดังกล่ำวมีสำเนำพินัยกรรม ของผู้ตำยหรือใบมรณบัตรประกอบอยู่

    (๕) บัญชีที่จัดทำเพื่อรองรับ

    (ก) คำสั่งหรือคำพิพำกษำศำล

    (ข) กำรขาย แลกเปลี่ยน หรือให้เช่ำอสังหำริมทรัพย์หรือสังหำริมทรัพย์ โดยที่บัญชี เป็นไปตำมข้อกำหนดดังต่อไปนี้ ๑) เงินในบัญชีมีที่มำจำกเงินที่ชำระรำคำครั้งแรก เงินมัดจำ หรือเงินที่ฝำกไว้ เป็นจำนวนที่เหมำะสมเพื่อประกันหนี้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่ำวโดยตรง หรือกำรจ่ำยเงินที่มี ลักษณะคล้ำยกัน เพียงแหล่งเดียว หรือได้รับกำรสนับสนุนทำงกำรเงินจำกสินทรัพย์ทำงกำรเงินที่ฝำกไว้ ในบัญชีซึ่งเกี่ยวเนื่องกับกำรขาย แลกเปลี่ยน หรือกำรให้เช่ำทรัพย์สินดังกล่ำว ๒) บัญชีที่เปิดและใช้เพื่อวัตถุประสงค์เพื่อประกันหนี้ที่เกี่ยวกับกำรซื้อขายหรือ ให้เช่ำทรัพย์สิน หรือค่ำเสียหำยที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สิน ๓) ทรัพย์สินของบัญชี ซึ่งรวมถึงเงินได้ที่ได้รับจำกทรัพย์สินของบัญชี จะจ่ำยหรือ จำหน่ายออกได้เพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ให้เช่ำ หรือผู้เช่ำ หรือเพื่อชำระหนี้ของบุคคลดังกล่ำว เมื่อมีกำรขาย แลกเปลี่ยน หรือสละสิทธิในอสังหำริมทรัพย์หรือสังหำริมทรัพย์ หรือเมื่อสัญญำเช่ำ สิ้นสุดลง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๔ ๔) ไม่เป็นบัญชีมำร์จิ้นหรือบัญชีที่มีลักษณะคล้ำยกัน ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยเกี่ยวเนื่อง กับกำรขายหรือกำรแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ทำงกำรเงิน และ ๕) บัญชีไม่มีควำมเกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝำกตำม (๖)

    (ค) หน้ำที่ของหน่วยงำนทำงกำรเงินที่ให้กู้ยืมเงิน โดยมีอสังหำริมทรัพย์เป็นหลักประกัน เพื่อกันเงินไว้สำหรับอำนวยควำมสะดวกในกำรจ่ำยภำษีหรือค่ำใช้จ่ำยเกี่ยวกับกำรประกันภัยอสังหำริมทรัพย์นั้น ในภำยหลัง

    (ง) หน้ำที่ของหน่วยงำนทำงกำรเงิน ในกำรอำนวยควำมสะดวกในกำรจ่ำยภำษีในภำยหลัง

    (๖) บัญชีเงินฝำกที่มีอยู่เพื่อผู้ถือบัญชีชำระเงินเกินกว่ำยอดที่พึงชำระสำหรับบัตรเครดิต หรือสินเชื่อหมุนเวียนอื่น ๆ และยอดชำระเงินเกินไม่ได้ถูกส่งคืนให้ผู้ถือบัญชีทันที โดยผู้ประกอบธุรกิจ บัตรเครดิตต้องจัดให้มีมำตรกำรและกระบวนกำรเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถือบัญชีทำรายการที่เกิดยอดชำระ เงินเกินเป็นจำนวนเงินเกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท หรือรับรองว่ำผู้ถือบัญชีที่มียอดชำระเงินเกินเป็นจำนวน เงินเกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท จะได้รับเงินคืนภำยในหกสิบวัน โดยยอดชำระเงินเกินของผู้ถือบัญชี ให้รวมถึงยอดเงินคงเหลือที่เป็นผลมำจำกกำรคืนสินค้ำ แต่ไม่รวมถึงยอดเงินคงเหลือของจำนวนเงิน ที่มีข้อพิพำท

    (๗) บัญชีอื่นใดที่มีควำมเสี่ยงต่ำในกำรที่จะถูกใช้เพื่อเลี่ยงภำษี ซึ่งมีลักษณะคล้ำยกับบัญชี ตำม (๑) ถึง

    (๖) ในส่วนสำคัญ ตำมที่อธิบดีกรมสรรพำกรประกาศกำหนดให้เป็นบัญชีที่ถูกยกเว้น กำรรำยงำน โดยที่สถำนะของบัญชีดังกล่ำวไม่เป็นอุปสรรคต่อกำรดำเนินกำรตำมวัตถุประสงค์ของ มำตรฐำนกำรรำยงำนทั่วไปตำมควำมตกลง

  15. หมวด ๓ ผู้ที่ไม่ต้องถูกรำยงำน

    1 มาตรา
  16. ๑๓

    หน่วยงำนที่ไม่เป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำนตามมาตรา ๑๗ วรรคสำม มีลักษณะดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นหน่วยงำนของรัฐบำลต่ำงประเทศ ซึ่งหมำยควำมว่ำ รัฐบำลของดินแดน หรือหน่วย ย่อยทำงกำรเมืองของดินแดน เช่น รัฐ จังหวัด เขตปกครอง เทศบำล หรือองค์กรหรือหน่วยงำน ที่ดินแดน รัฐบำล หรือหน่วยย่อยทำงกำรเมืองของดินแดนนั้นเป็นเจ้ำของทั้งหมด และหมำยควำมรวมถึง ส่วนหนึ่งส่วนใดของรัฐบำล และหน่วยงำนที่อยู่ภำยใต้กำรควบคุม ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

    (ก) ส่วนหนึ่งส่วนใดของรัฐบำลที่เป็นบุคคล องค์กำร องค์กร สำนักงำน กองทุน หน่วยงำน หรือหน่วยงำนอื่นใดซึ่งเป็นหน่วยงำนผู้มีอำนำจ และรำยได้สุทธิของหน่วยงำนนั้นจะต้องจ่ำยเข้ำบัญชี ของหน่วยงำนหรือเข้ำในบัญชีอื่นของรัฐบำล โดยไม่มีเงินส่วนใดของรำยได้ตกแก่บุคคลเอกชน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้มีอำนำจสูงสุดในกำรปกครอง เจ้ำหน้ำที่ หรือผู้บริหำร ที่กระทำกำรในฐำนะเอกชนหรือส่วนบุคคล

    (ข) หน่วยงำนที่อยู่ภำยใต้กำรควบคุม หมำยถึง นิติบุคคลที่มีฐำนะเป็นเอกเทศจำกรัฐ หรือที่มีสภำพนิติบุคคลเป็นเอกเทศ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๕ ๑) เป็นนิติบุคคลที่หน่วยงำนของรัฐบำลแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลำยแห่งเป็นเจ้ำของ ทั้งหมดและมีอำนำจควบคุม ไม่ว่ำจะโดยตรงหรือผ่ำนหน่วยงำนที่อยู่ภำยใต้กำรควบคุมแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือหลำยแห่ง ๒) รำยได้สุทธิของนิติบุคคลนั้นจะต้องจ่ำยเข้ำบัญชีของนิติบุคคลหรือเข้ำบัญชีอื่น ของหน่วยงำนของรัฐบำลแห่งใดแห่งหนึ่งหรือหลำยแห่ง โดยไม่มีเงินส่วนใดของรำยได้ตกแก่บุคคลเอกชน ๓) สินทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นจะต้องตกเป็นของหน่วยงำนของรัฐบำลแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือหลำยแห่งเมื่อมีกำรยุบเลิก ทั้งนี้ มิให้ถือว่ำรำยได้ตกแก่บุคคลเอกชน หำกบุคคลนั้นเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ตำมควำมประสงค์ของ โครงกำรของรัฐ และกำรดำเนินโครงกำรดังกล่ำวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชำชนโดยรวม ในเรื่องเกี่ยวกับ สวัสดิกำรทั่วไปหรือกำรบริหำรงำนบำงประกำรของรัฐบำล แต่หำกรำยได้นั้นมำจำกกำรใช้หน่วยงำนของรัฐ ดำเนินกำรในเชิงพำณิชย์ เช่น กำรประกอบธุรกิจธนำคำรพำณิชย์ที่ให้บริกำรทำงกำรเงินแก่บุคคลเอกชน ให้ถือว่ำรำยได้ดังกล่ำวได้ตกแก่บุคคลเอกชนด้วย

    (๒) เป็นองค์กำรระหว่ำงประเทศ ซึ่งหมำยควำมว่ำ องค์กำรระหว่ำงประเทศ หรือองค์กร หรือหน่วยงำนที่องค์กำรระหว่ำงประเทศเป็นเจ้ำของทั้งหมด และหมำยควำมรวมถึงองค์กำรระหว่ำงประเทศ ระดับรัฐบำล หรือองค์กำรเหนือชำติ ซึ่งประกอบด้วยรัฐบำลเป็นหลัก และมีควำมตกลงว่ำด้วยสำนักงำนใหญ่ หรือควำมตกลงที่มีสำระสำคัญใช้บังคับกับดินแดน และรำยได้ขององค์กำรดังกล่ำวไม่ตกแก่บุคคลเอกชน

    (๓) เป็นธนำคำรกลำง ซึ่งหมำยควำมว่ำ หน่วยงำนที่ถูกกำหนดโดยผลของกฎหมำยหรือ กำรอนุมัติของรัฐบำลให้เป็นผู้มีอำนำจในกำรออกตรำสำรเพื่อใช้หมุนเวียนเป็นเงินตรำ นอกจำกรัฐบำล ของดินแดนนั้น ทั้งนี้ ธนำคำรกลำงอำจรวมถึงหน่วยงำนที่เป็นเอกเทศจำกรัฐบำลของดินแดนนั้น ไม่ว่ำหน่วยงำนนั้นรัฐบำลจะเป็นเจ้ำของทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วน

    (๔) เป็นนิติบุคคลที่มีกำรให้บริกำรหรือทำธุรกรรมในลักษณะเช่นเดียวกับหน่วยงำนทำงกำรเงิน

  17. หมวด ๔ ผู้มีอำนำจควบคุม

    1 มาตรา
  18. ๑๔

    ผู้มีอำนำจควบคุมเหนือลูกค้ำ ให้หมำยถึงบุคคลธรรมดำที่มีอำนำจควบคุมเหนือนิติบุคคล ในกรณีของทรัสต์ ผู้มีอำนำจควบคุมหมำยถึง ผู้ก่อตั้งทรัสต์ ทรัสตี ผู้คุ้มครองประโยชน์ ผู้รับ ประโยชน์ หรือกลุ่มผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงที่จำแนกตำมประเภท หรือบุคคลธรรมดำอื่นใด ที่มีอำนำจควบคุมสูงสุดเหนือทรัสต์ ในกรณีนิติสัมพันธ์อื่นนอกจำกทรัสต์ ผู้มีอำนำจควบคุมหมำยถึง บุคคลที่มีฐำนะเทียบเท่ำหรือคล้ำยกัน ผู้มีอำนำจควบคุมตำมข้อนี้ให้ตีควำมตำมแนวทำงกำรระบุผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงตำมกฎหมำย ว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๖

  19. หมวด ๕ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจำรณำถิ่นที่อยู่ กำรแจ้งและยืนยันข้อมูล

    5 มาตรา
  20. ๑๕

    ให้บัญชีทำงกำรเงินเป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำน นับแต่วันที่บัญชีดังกล่ำว ถูกบ่งชี้ตำมกระบวนกำรตรวจสอบบัญชีตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ เพื่อนำไปรำยงำนตามมาตรา ๑๘

  21. ๑๖

    ในกำรพิจำรณำยอดคงเหลือหรือมูลค่ำของบัญชี ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำยอดคงเหลือ หรือมูลค่ำของบัญชีดังกล่ำว ณ วันสุดท้ำยของปีปฏิทิน

  22. ๑๗

    ในกำรพิจำรณำเกณฑ์ของยอดคงเหลือหรือมูลค่ำของบัญชี ณ วันสุดท้ำยของปีปฏิทิน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำจำกยอดคงเหลือหรือมูลค่ำที่เกี่ยวข้อง ณวันสุดท้ำยของระยะเวลากำรรำยงำน ที่สิ้นสุดในหรือภำยในปีปฏิทินนั้น

  23. ๑๘

    ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนสำมำรถเลือกดำเนินกระบวนกำรตรวจสอบบัญชีได้ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) เลือกดำเนินกระบวนกำรตรวจสอบบัญชีสำหรับบัญชีที่เปิดในหรือหลังวันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับตำมที่กำหนดในหมวดนี้ เพื่อใช้ในกำรตรวจสอบบัญชีที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์อื่น ๆ ตำมหมวด ๖ กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงินที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ ที่ใช้บังคับกับบัญชีดังกล่ำว ให้ยังคงใช้บังคับด้วย

    (๒) เลือกดำเนินกระบวนกำรตรวจสอบบัญชีสำหรับบัญชีที่มีมูลค่ำสูง เพื่อใช้ในกำรตรวจสอบ บัญชีที่มีมูลค่ำต่ำ

  24. ๑๙

    ให้บัญชีที่ถูกบ่งชี้เป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนตำมหมวดนี้เป็นบัญชีทำงกำรเงิน ที่ต้องถูกรำยงำนในปีต่อ ๆ ไป เว้นแต่ผู้ถือบัญชีดังกล่ำวจะสิ้นสุดกำรเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน

  25. ส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำ

    3 มาตรา
  26. ๒๐

    เมื่อมีกำรเปิดบัญชีใหม่ของบุคคลธรรมดำ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องจัดให้ได้มำซึ่ง เอกสำรกำรรับรองตนเอง ซึ่งอำจกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสำรประกอบกำรเปิดบัญชี เพื่อประโยชน์ ในกำรพิจำรณำถิ่นที่อยู่ทำงภำษีของผู้ถือบัญชี และต้องสำมำรถยืนยันควำมน่ำเชื่อถือของเอกสำร กำรรับรองตนเองดังกล่ำวตำมข้อมูลที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนได้รับมำจำกกำรเปิดบัญชีนั้น รวมถึงเอกสำรใดๆ ที่ได้รวบรวมตำมหลักเกณฑ์ที่กฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินกำหนด

  27. ๒๑

    ในกรณีที่เอกสำรกำรรับรองตนเองแสดงให้เห็นว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในทำง ภำษีในดินแดนของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนถือว่ำบัญชีดังกล่ำวเป็นบัญชี ทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำน ทั้งนี้ เอกสำรกำรรับรองตนเองดังกล่ำวจะต้องรวมถึงวันเดือนปีเกิด และเลขประจำตัวผู้เสียภำษีของผู้ถือบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๗ เอกสำรกำรรับรองตนเองตำมวรรคหนึ่งไม่ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภำษีของผู้ถือบัญชี ในกรณีที่คู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำนไม่มีกำรออกเลขประจำตัวผู้เสียภำษีให้แก่ผู้ถือบัญชี หรือกฎหมำย ภำยในของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำนไม่ได้ร้องขอให้ระบุเลขประจำตัวผู้เสียภำษีของผู้ถือบัญชี

  28. ๒๒

    ในกรณีที่ปรำกฏว่ำมีกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีอันส่งผลทำให้ ผู้มีหน้ำที่รำยงำนรู้หรือควรรู้ว่ำต้นฉบับเอกสำรกำรรับรองตนเองไม่ถูกต้องหรือไม่น่ำเชื่อถือ มิให้ ผู้มีหน้ำที่รำยงำนเชื่อถือต้นฉบับเอกสำรกำรรับรองตนเองดังกล่ำว และต้องจัดให้ได้มำซึ่งเอกสำร กำรรับรองตนเองที่ถูกต้องที่สำมำรถแสดงให้เห็นถึงถิ่นที่อยู่ทำงภำษีของผู้ถือบัญชีนั้นได้

  29. ส่วนที่ ๒ บัญชีของนิติบุคคล

    3 มาตรา
  30. ๒๓

    เมื่อมีกำรเปิดบัญชีใหม่ของนิติบุคคล ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรตรวจสอบบัญชี ดังกล่ำว หำกพบว่ำเป็นบัญชีที่ถือโดยนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน หรือโดยแพสซิฟเอ็นเอฟอี ซึ่งมีผู้มีอำนำจควบคุมเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน ให้บัญชีดังกล่ำวเป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำน

  31. ๒๔

    กำรพิจำรณำว่ำนิติบุคคลเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำร ดังต่อไปนี้

    (๑) เมื่อมีกำรเปิดบัญชีใหม่ของนิติบุคคล ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องจัดให้ได้มำซึ่งเอกสำร กำรรับรองตนเอง ที่อำจกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสำรประกอบกำรเปิดบัญชี เพื่อประโยชน์ ในกำรพิจำรณำถิ่นที่อยู่ทำงภำษีของผู้ถือบัญชี และต้องสำมำรถยืนยันควำมน่ำเชื่อถือของเอกสำร กำรรับรองตนเองดังกล่ำวตำมข้อมูลที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนได้รับจำกกำรเปิดบัญชีนั้น รวมถึงเอกสำรใด ๆ ที่ได้รวบรวมตำมหลักเกณฑ์ที่กฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินกำหนด ทั้งนี้ หำกนิติบุคคลนั้นรับรองว่ำไม่มีถิ่นที่อยู่ทำงภำษี ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำตำมที่อยู่ของสำนักงำน ใหญ่ของนิติบุคคลนั้นเพื่อกำหนดถิ่นที่อยู่ของผู้ถือบัญชีดังกล่ำวได้

    (๒) ในกรณีที่เอกสำรกำรรับรองตนเองระบุว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของ คู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนถือว่ำบัญชีดังกล่ำวเป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำน เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนได้พิจำรณำตำมข้อมูลที่อยู่ในควำมครอบครอง หรือข้อมูลที่มีกำรเปิดเผยต่อ สำธำรณชนว่ำ ผู้ถือบัญชีไม่ใช่ผู้ที่ต้องถูกรำยงำนของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำนดังกล่ำวนั้น

  32. ๒๕

    ในกำรพิจำรณำว่ำนิติบุคคลเป็นแพสซิฟเอ็นเอฟอีซึ่งมีผู้มีอำนำจควบคุมเป็นผู้ที่ ต้องถูกรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรดังต่อไปนี้ ตำมควำมเหมำะสม แล้วแต่กรณี

    (๑) ในกำรพิจำรณำว่ำผู้ถือบัญชีเป็นแพสซิฟเอ็นเอฟอีหรือไม่ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำ ตำมเอกสำรรับรองตนเองจำกผู้ถือบัญชีเพื่อแสดงให้เห็นถึงสถำนะของผู้ถือบัญชี เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่รำยงำน มีข้อมูลที่อยู่ในควำมครอบครองหรือมีข้อมูลที่เปิดเผยต่อสำธำรณชนว่ำผู้ถือบัญชีเป็นแอ็กทิฟเอ็นเอฟอี หรือเป็นนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมข้อ ๘ ซึ่งมิใช่หน่วยงำน ทำงกำรเงินของคู่สัญญำที่เข้ำร่วม เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๘

    (๒) ในกำรพิจำรณำว่ำผู้มีอำนำจควบคุมนั้นเป็นผู้มีอำนำจควบคุมของผู้ถือบัญชีหรือไม่ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำตำมข้อมูลที่รวบรวมและเก็บรักษำไว้ตำมหลักเกณฑ์ที่กฎหมำยว่ำด้วย กำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินกำหนด

    (๓) ในกำรพิจำรณำว่ำผู้มีอำนำจควบคุมของแพสซิฟเอ็นเอฟอีเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำนหรือไม่ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำตำมเอกสำรกำรรับรองตนเองที่ได้จำกผู้ถือบัญชี หรือผู้มีอำนำจควบคุม ดังกล่ำวนั้น

  33. หมวด ๖ กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงิน

    1 มาตรา
  34. ๒๖

    ให้นำข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ มำใช้บังคับแก่กำรดำเนินกำร ตำมหมวดนี้ด้วย

  35. ส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำ

    15 มาตรา
  36. ๒๗

    ให้บัญชีสัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสดหรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปีของ บุคคลธรรมดำ เป็นบัญชีที่ไม่ต้องถูกตรวจสอบ บ่งชี้ หรือรำยงำน หำกมีกฎหมำยกำหนดห้ำมผู้มีหน้ำที่ รำยงำนขายประกันภัยตำมสัญญำดังกล่ำวให้แก่ผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน

  37. ๒๘

    ในกรณีบัญชีที่มีมูลค่ำต่ำ ให้พิจำรณำถิ่นที่อยู่ทำงภำษีจำกที่อยู่อำศัยปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อมูลล่ำสุดของผู้ถือบัญชีที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนมีอยู่ และมิใช่ที่อยู่อำศัยที่ใช้เพื่อกำรส่งเอกสำร ทั้งนี้ กรณีบัญชีที่ไม่มีกำรเคลื่อนไหวให้ใช้ที่อยู่อำศัยที่ระบุในบัญชีดังกล่ำวเป็นที่อยู่อำศัยปัจจุบัน ในช่วง ระยะเวลาที่บัญชีนั้นไม่มีกำรเคลื่อนไหว ในกรณีที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนไม่มีข้อมูลที่อยู่อำศัยปัจจุบันของผู้ถือบัญชีตำมวรรคหนึ่ง ที่อำจเชื่อถือได้ ตำมหลักฐำนเอกสำร ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนสืบค้นข้อมูลในระบบฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเก็บรักษำไว้ เพื่อหำข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้

    (๑) เอกสำรระบุตัวตนที่ระบุว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน

    (๒) ที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์หรือที่อยู่อำศัยในปัจจุบัน และรวมถึงตู้รับไปรษณีย์ในคู่สัญญำ ที่จะได้รับรำยงำน

    (๓) หมำยเลขโทรศัพท์ในคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน และไม่มีหมำยเลขโทรศัพท์ในประเทศไทย

    (๔) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติไปยังบัญชีที่เก็บรักษำอยู่ในคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคำสั่งที่เกี่ยวกับบัญชีเงินฝำก เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๙

    (๕) คำสั่งมอบอำนำจหรือคำสั่งให้อำนำจลงลำยมือชื่อให้แก่ผู้ที่มีที่อยู่ในคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน ที่ยังมีผลใช้บังคับในปัจจุบัน หรือ

    (๖) คำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือที่อยู่ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” ในคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน หำกผู้มีหน้ำที่รำยงำนไม่พบที่อยู่ของผู้ถือบัญชีในฐำนข้อมูล ในกรณีที่ไม่ปรำกฏข้อบ่งชี้ตำมวรรคสอง ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนไม่ต้องดำเนินกำรตรวจสอบอื่นใด อีกต่อไป จนกว่ำจะมีกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์อันส่งผลให้ปรำกฏข้อบ่งชี้อย่ำงหนึ่งอย่ำงใดเกี่ยวข้อง กับบัญชีดังกล่ำวนั้น หรือบัญชีดังกล่ำวนั้นเปลี่ยนเป็นบัญชีที่มีมูลค่ำสูง

  38. ๒๙

    ในกรณีที่ปรำกฏข้อบ่งชี้อย่ำงหนึ่งอย่ำงใดตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง

    (๕) จำกกำรสืบค้นข้อมูลในระบบฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือมีกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์อันส่งผลให้ ปรำกฏข้อบ่งชี้อย่ำงหนึ่งอย่ำงใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่ำว ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนถือว่ำผู้ถือบัญชีดังกล่ำว เป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทำงภำษีของทุกคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำนที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่รำยงำน จะเลือกดำเนินกำรตำมข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่ำวเข้ำข้อยกเว้นตำมข้อ ๓๑

  39. ๓๐

    ในกรณีที่ปรำกฏคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” จำกกำร สืบค้นข้อมูลในระบบฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่พบที่อยู่อื่นใด และไม่ปรำกฏข้อบ่งชี้ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง

    (๕) ของผู้ถือบัญชี ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบ กระดำษตำมข้อ ๓๔ หรือจัดให้ได้มำซึ่งเอกสำรกำรรับรองตนเองจำกผู้ถือบัญชี หรือหลักฐำนเอกสำร ที่บ่งชี้ถิ่นที่อยู่ทำงภำษีของผู้ถือบัญชีดังกล่ำว ทั้งนี้ หำกกำรสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบกระดำษดังกล่ำว ไม่สำมำรถระบุข้อบ่งชี้ใด ๆ ได้ และกำรจัดให้ได้มำซึ่งเอกสำรกำรรับรองตนเองหรือหลักฐำนเอกสำรนั้น ไม่สำมำรถทำได้ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนรำยงำนบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่หำข้อมูลไม่ได้ต่ออธิบดีกรมสรรพำกร

  40. ๓๑

    ในกรณีดังต่อไปนี้ แม้จะปรำกฏข้อบ่งชี้ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำน ไม่ต้องถือว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน

    (๑) ข้อมูลของผู้ถือบัญชีปรำกฏข้อบ่งชี้ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง (๒) (๓) หรือ

    (๔) แต่ข้อมูล ที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนได้รับ หรือเคยตรวจสอบและเก็บบันทึก ไม่ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้

    (ก) เอกสำรรับรองตนเองจำกผู้ถือบัญชีซึ่งแสดงให้เห็นว่ำผู้ถือบัญชีมีถิ่นที่อยู่ในดินแดน ที่ไม่ใช่คู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน และ

    (ข) หลักฐำนเอกสำรซึ่งแสดงให้เห็นว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้ที่ไม่ต้องถูกรำยงำน

    (๒) ข้อมูลของผู้ถือบัญชีปรำกฏข้อบ่งชี้ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง

    (๕) แต่ข้อมูลที่ผู้มีหน้ำที่ รำยงำนได้รับ หรือเคยตรวจสอบและเก็บบันทึก ไม่ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้

    (ก) เอกสำรรับรองตนเองจำกผู้ถือบัญชีซึ่งแสดงให้เห็นว่ำผู้ถือบัญชีมีถิ่นที่อยู่ในดินแดน ที่ไม่ใช่คู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน หรือ

    (ข) หลักฐำนเอกสำรซึ่งแสดงให้เห็นว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้ที่ไม่ต้องถูกรำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๗๐

  41. ๓๒

    ในกรณีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่ำสูง ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนตรวจสอบด้วยกำรสืบค้นข้อมูล ในระบบฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเก็บรักษำ สำหรับกำรหำข้อบ่งชี้ ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง

  42. ๓๓

    ในกรณีที่ระบบฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของผู้มีหน้ำที่รำยงำนมีรายการและปรำกฏ ข้อมูลทั้งหมดดังต่อไปนี้ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนไม่ต้องสืบค้นข้อมูลเอกสำรในรูปแบบกระดำษเพิ่มเติมอีก

    (๑) สถำนะที่อยู่อำศัยของผู้ถือบัญชี

    (๒) ที่อยู่อำศัยในปัจจุบัน หรือที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์ที่เป็นปัจจุบันของผู้ถือบัญชีซึ่งอยู่ใน แฟ้มข้อมูลของผู้มีหน้ำที่รำยงำน

    (๓) หมำยเลขโทรศัพท์ปัจจุบันของผู้ถือบัญชี (ถ้ำมี) ที่เก็บอยู่ในแฟ้มข้อมูลปัจจุบันของ ผู้มีหน้ำที่รำยงำน

    (๔) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติจำกบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่ง และรวมถึง กำรโอนเงินไปยังบัญชีต่ำงสำขำของผู้มีหน้ำที่รำยงำนหรือบัญชีในสำขำของสถำบันกำรเงินอื่น ในกรณี ของบัญชีทำงกำรเงินอื่นที่ไม่ใช่บัญชีเงินฝำก

    (๕) ที่อยู่ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” หรือคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” ของผู้ถือบัญชี และ

    (๖) คำสั่งมอบอำนำจหรือคำสั่งให้อำนำจลงลำยมือชื่อให้แก่บุคคลอื่น เพื่อดำเนินกำรใด ๆ ที่เกี่ยวกับบัญชี

  43. ๓๔

    ในกรณีที่ระบบฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่ำวไม่ปรำกฏข้อมูลทั้งหมดตำมข้อ ๓๓ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนตรวจสอบแฟ้มข้อมูลหลักปัจจุบันของผู้ถือบัญชี และตรวจสอบเอกสำรที่เกี่ยวข้อง กับบัญชีดังกล่ำว เฉพำะในส่วนที่ไม่ปรำกฏข้อมูลนั้นในแฟ้มข้อมูลหลักปัจจุบันของผู้ถือบัญชี เพื่อกำร หำข้อบ่งชี้ใด ๆ ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง ทั้งนี้ เอกสำรดังกล่ำวต้องเป็นเอกสำรที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนได้รับมำ ภำยในช่วงระยะเวลาห้ำปีที่ผ่ำนมำ ดังต่อไปนี้

    (๑) หลักฐำนเอกสำรที่เกี่ยวกับบัญชีซึ่งเป็นปัจจุบันมำกที่สุด

    (๒) สัญญำหรือเอกสำรประกอบในกำรเปิดบัญชีซึ่งเป็นปัจจุบันมำกที่สุด

    (๓) เอกสำรที่เป็นปัจจุบันมำกที่สุด ที่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนได้รับตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกัน และปรำบปรำมกำรฟอกเงิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ตำมหลักเกณฑ์กำรกำกับของกฎหมำยอื่น

    (๔) คำสั่งมอบอำนำจหรือคำสั่งให้อำนำจลงลำยมือชื่อให้แก่บุคคลอื่นที่ยังมีผลใช้บังคับ ในปัจจุบัน

    (๕) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติที่เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคำสั่งที่เกี่ยวกับ บัญชีเงินฝำก

  44. ๓๕

    ในกรณีที่ได้ดำเนินกำรตำมข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔ แล้ว และปรำกฏว่ำผู้จัดการฝ่ำย ลูกค้ำสัมพันธ์ที่เป็นผู้ดูแลบัญชีที่มีมูลค่ำสูง รู้ว่ำบัญชีดังกล่ำวถือโดยผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทำงภำษีในดินแดน ของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนถือว่ำบัญชีดังกล่ำวเป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้อง ถูกรำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๗๑

  45. ๓๖

    เมื่อผู้มีหน้ำที่รำยงำนตรวจสอบบัญชีแล้วให้ดำเนินกำร ดังต่อไปนี้ แล้วแต่กรณี

    (๑) ในกรณีที่ไม่ปรำกฏข้อบ่งชี้ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง สำหรับกระบวนกำรตรวจสอบบัญชี ที่มีมูลค่ำสูงและบัญชีดังกล่ำวไม่ได้ถูกระบุว่ำเป็นบัญชีที่ถือโดยผู้ที่ต้องถูกรำยงำนตำมที่กำหนดในข้อ ๓๕ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนไม่ต้องดำเนินกำรอื่นใดอีกต่อไปจนกว่ำจะมีกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์อันส่งผลให้ มีข้อบ่งชี้อย่ำงหนึ่งอย่ำงใดเกี่ยวข้องกับบัญชีนั้น

    (๒) ในกรณีที่ปรำกฏข้อบ่งชี้ตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง

    (๕) หรือต่อมำมีกำรเปลี่ยนแปลง พฤติกำรณ์อันส่งผลให้ปรำกฏข้อบ่งชี้อย่ำงหนึ่งอย่ำงใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่ำว ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำน ถือว่ำบัญชีทำงกำรเงินนั้นเป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนของทุกคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำนที่มี ข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนจะเลือกดำเนินกำรตำมข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่ำวเข้ำข้อยกเว้น ตำมข้อ ๓๑

    (๓) ในกรณีที่ปรำกฏคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” แต่ไม่พบ ที่อยู่อื่นใด และไม่ปรำกฏข้อบ่งชี้อื่นใดตำมข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง

    (๕) ของผู้ถือบัญชี ให้ผู้มีหน้ำที่ รำยงำนดำเนินกำรจัดให้ได้มำซึ่งเอกสำรกำรรับรองตนเองจำกผู้ถือบัญชีหรือหลักฐำนเอกสำรที่บ่งชี้ถิ่นที่อยู่ ทำงภำษีของผู้ถือบัญชีดังกล่ำว ทั้งนี้ หำกกำรจัดให้ได้มำซึ่งเอกสำรกำรรับรองตนเองหรือหลักฐำนเอกสำรนั้น ไม่สำมำรถทำได้ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนรำยงำนบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่หำข้อมูลไม่ได้ต่ออธิบดีกรมสรรพำกร

  46. ๓๗

    ในกรณีบัญชีที่มีมูลค่ำต่ำและต่อมำบัญชีดังกล่ำวเปลี่ยนสถำนะเป็นบัญชีที่มีมูลค่ำสูง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ หรือ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้ผู้มีหน้ำที่ รำยงำนดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีตำมหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับบัญชีที่มีมูลค่ำสูง ภำยในปีปฏิทิน ถัดจำกปีที่บัญชีเปลี่ยนสถำนะเป็นบัญชีที่มีมูลค่ำสูง และรำยงำนบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนนั้น ต่ออธิบดีกรมสรรพำกรภำยในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของปีถัดไปเป็นประจำทุกปี

  47. ๓๘

    เมื่อผู้มีหน้ำที่รำยงำนได้ดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีที่มีมูลค่ำสูงโดยสมบูรณ์หรือ ครบถ้วนแล้ว ผู้มีหน้ำที่รำยงำนไม่ต้องดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีนั้นในปีต่อๆ ไป เว้นแต่เป็นกำรดำเนินกำร โดยผู้จัดการฝ่ำยลูกค้ำสัมพันธ์ตำมข้อ ๓๕ ในกรณีบัญชีที่ได้ดำเนินกำรตำมวรรคหนึ่งเป็นบัญชีที่หำข้อมูลไม่ได้ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำร ตรวจสอบบัญชีดังกล่ำวต่อไปเป็นประจำทุกปี จนกว่ำบัญชีนั้นจะสิ้นสุดกำรเป็นบัญชีที่หำข้อมูลไม่ได้

  48. ๓๙

    ในกรณีที่ปรำกฏว่ำมีกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์อันส่งผลให้ปรำกฏข้อบ่งชี้อย่ำงหนึ่ง อย่ำงใดเกี่ยวข้องกับบัญชีที่มีมูลค่ำสูงนั้น ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนถือว่ำบัญชีดังกล่ำวเป็นบัญชีทำงกำรเงิน ที่ต้องถูกรำยงำนของทุกคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำนที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนจะเลือก ดำเนินกำรตำมข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่ำวเข้ำข้อยกเว้นตำมข้อ ๓๑

  49. ๔๐

    ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องจัดให้มีกระบวนกำรเพื่อให้เกิดควำมมั่นใจได้ว่ำผู้จัดการฝ่ำย ลูกค้ำสัมพันธ์จะสำมำรถระบุกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์ของบัญชี เช่น เมื่อผู้จัดการฝ่ำยลูกค้ำสัมพันธ์ ได้รับแจ้งว่ำผู้ถือบัญชีมีกำรเปลี่ยนที่อยู่ทำงไปรษณีย์ใหม่ในคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน ผู้มีหน้ำที่รำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๗๒ จะต้องถือว่ำที่อยู่ใหม่ดังกล่ำวเป็นกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์ของบัญชี และหำกผู้มีหน้ำที่รำยงำนเลือก ดำเนินกำรตำมข้อ ๓๑ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องจัดให้ได้มำซึ่งเอกสำรตำมที่เห็นสมควรจำกผู้ถือบัญชี

  50. ๔๑

    กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงินของบุคคลธรรมดำที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรให้แล้วเสร็จภำยในระยะเวลาดังต่อไปนี้

    (๑) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่ำต่ำ ให้ตรวจสอบบัญชีดังกล่ำวและรำยงำนข้อมูลบัญชีทำงกำรเงิน ที่ต้องถูกรำยงำนต่ออธิบดีกรมสรรพำกรภำยในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗

    (๒) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่ำสูง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้ตรวจสอบบัญชี ดังกล่ำวให้แล้วเสร็จและรำยงำนข้อมูลบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนต่ออธิบดีกรมสรรพำกรภำยใน หนึ่งเดือนนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

    (๓) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่ำสูง ณ วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ตรวจสอบบัญชี ดังกล่ำวและรำยงำนข้อมูลบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนต่ออธิบดีกรมสรรพำกรภำยในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗

  51. ส่วนที่ ๒ บัญชีของนิติบุคคล

    6 มาตรา
  52. ๔๒

    ให้บัญชีของนิติบุคคลที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ซึ่งมียอดเงินรวม หรือมีมูลค่ำรวมของบัญชีเกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท ณวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือ ณวันก่อน วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และบัญชีซึ่งมียอดเงินรวมหรือมีมูลค่ำรวมของบัญชีไม่เกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ โดยต่อมำมียอดเงินรวม หรือมูลค่ำรวมของบัญชีเกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท ณ วันสุดท้ำยของปีปฏิทินถัดไป เป็นบัญชีที่ต้อง ถูกตรวจสอบ ตำมที่กำหนดในส่วนนี้

  53. ๔๓

    ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีตำมข้อ ๔๒ หำกพบว่ำเป็นบัญชี ที่ถือโดยนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน หรือโดยแพสซิฟเอ็นเอฟอีซึ่งมีผู้มีอำนำจควบคุมเป็นผู้ที่ต้อง ถูกรำยงำน ให้บัญชีดังกล่ำวเป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำน

  54. ๔๔

    ในกำรพิจำรณำว่ำนิติบุคคลเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำร ดังต่อไปนี้

    (๑) ตรวจสอบข้อมูลที่เก็บรักษำเพื่อกำรปฏิบัติตำมกฎเกณฑ์กำกับดูแลตำมกฎหมำย หรือเพื่อกำรจัดการลูกค้ำสัมพันธ์ รวมถึงข้อมูลที่รวบรวมตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำม กำรฟอกเงิน เพื่อพิจำรณำว่ำข้อมูลดังกล่ำวนั้นระบุว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญำ ที่จะได้รับรำยงำนหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในกำรนี้ ข้อมูลที่ระบุว่ำ ผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ ในดินแดนของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำนนั้น ได้แก่ สถำนที่ที่ก่อตั้งหรือจัดตั้งองค์กร หรือที่อยู่ในดินแดน ของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๗๓

    (๒) ในกรณีที่ข้อมูลระบุว่ำผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนถือว่ำบัญชีดังกล่ำวเป็นบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำน เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่รำยงำน ได้รับเอกสำรรับรองตนเองจำกผู้ถือบัญชี หรือได้พิจำรณำตำมข้อมูลที่อยู่ในควำมครอบครองหรือข้อมูล ที่มีกำรเปิดเผยต่อสำธำรณชนว่ำ ผู้ถือบัญชีไม่ใช่ผู้ที่ต้องถูกรำยงำนของคู่สัญญำที่จะได้รับรำยงำน

  55. ๔๕

    ในกำรพิจำรณำว่ำนิติบุคคลเป็นแพสซิฟเอ็นเอฟอีซึ่งมีผู้มีอำนำจควบคุมเป็นผู้ที่ต้อง ถูกรำยงำน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำร ดังต่อไปนี้ ตำมควำมเหมำะสม แล้วแต่กรณี

    (๑) ในกำรพิจำรณำว่ำผู้ถือบัญชีเป็นแพสซิฟเอ็นเอฟอีหรือไม่ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องจัดให้ ได้มำซึ่งเอกสำรรับรองตนเองจำกผู้ถือบัญชี เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถำนะของผู้ถือบัญชี เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่ รำยงำนมีข้อมูลอยู่ในควำมครอบครองหรือข้อมูลที่เปิดเผยต่อสำธำรณชนว่ำ ผู้ถือบัญชีเป็นแอ็กทิฟเอ็นเอฟอี หรือเป็นนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมข้อ ๘ ซึ่งมิใช่หน่วยงำนทำงกำรเงิน ของคู่สัญญำที่เข้ำร่วม

    (๒) ในกำรพิจำรณำว่ำผู้มีอำนำจควบคุมนั้นเป็นผู้มีอำนำจควบคุมของผู้ถือบัญชีหรือไม่ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำตำมข้อมูลที่รวบรวมและเก็บรักษำไว้ตำมหลักเกณฑ์ที่กฎหมำยว่ำด้วย กำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินกำหนด

    (๓) ในกำรพิจำรณำว่ำผู้มีอำนำจควบคุมของแพสซิฟเอ็นเอฟอีเป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำนหรือไม่ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนพิจำรณำตำมข้อมูลดังต่อไปนี้

    (ก) ข้อมูลที่รวบรวมและเก็บรักษำไว้ตำมหลักเกณฑ์ที่กฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกันและ ปรำบปรำมกำรฟอกเงินกำหนด ในกรณีของบัญชีซึ่งถือโดยเอ็นเอฟอีตั้งแต่หนึ่งรำยขึ้นไป และมียอดเงิน รวมหรือมูลค่ำรวมไม่เกินสำมสิบล้ำนบำท หรือ

    (ข) เอกสำรกำรรับรองตนเองที่ได้จำกผู้ถือบัญชี หรือผู้มีอำนำจควบคุมในดินแดน ที่ผู้มีอำนำจควบคุมมีถิ่นที่อยู่ทำงภำษี

  56. ๔๖

    ในกรณีที่มีกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกำรณ์อันมีผลทำให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนรู้หรือควรรู้ ว่ำเอกสำรกำรรับรองตนเองหรือเอกสำรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่น่ำเชื่อถือ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีดังกล่ำวตำมหลักเกณฑ์ที่กำหนดในส่วนนี้อีกครั้ง

  57. ๔๗

    กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงินของนิติบุคคลที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรให้แล้วเสร็จภำยในระยะเวลาดังต่อไปนี้

    (๑) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มียอดรวมหรือมูลค่ำรวมเกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท ณวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือ ณ วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ตรวจสอบและรำยงำนข้อมูลบัญชี ทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนต่ออธิบดีกรมสรรพำกรภำยในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗

    (๒) บัญชีที่ยอดรวมหรือมีมูลค่ำรวมไม่เกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท

    (ก) ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่เกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๗๔

    (ข) ณ วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ แต่เกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้ตรวจสอบบัญชีตำม

    (๒) และรำยงำนข้อมูลบัญชีทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนต่ออธิบดี กรมสรรพำกรภำยในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของปีถัดจำกปีที่ยอดรวมหรือมูลค่ำรวมเกินเจ็ดล้ำนห้ำแสนบำท

  58. หมวด ๗ หลักเกณฑ์เพิ่มเติมในกำรตรวจสอบข้อมูล

    5 มาตรา
  59. ๔๘

    หำกผู้มีหน้ำที่รำยงำนรู้หรือควรรู้ว่ำเอกสำรกำรรับรองตนเองหรือหลักฐำนเอกสำร ไม่ถูกต้องหรือไม่น่ำเชื่อถือ มิให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนเชื่อถือเอกสำรกำรรับรองตนเองหรือหลักฐำนเอกสำร ดังกล่ำว

  60. ๔๙

    ในกรณีบัญชีทำงกำรเงินที่ถือโดยผู้รับประโยชน์ที่เป็นบุคคลธรรมดำในสัญญำ ประกันภัยมูลค่ำเงินสดหรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนอำจสันนิษฐำนได้ว่ำ บุคคลธรรมดำซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์จำกกำรเสียชีวิตของผู้ถือกรมธรรม์ซึ่งเป็นสัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสด หรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี ไม่เป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน และอำจถือว่ำบัญชีทำงกำรเงินดังกล่ำว เป็นบัญชีที่ไม่ต้องถูกรำยงำน เว้นแต่ผู้มีหน้ำที่รำยงำนรู้ว่ำผู้รับประโยชน์เป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน หรือควรรู้ว่ำ ผู้รับประโยชน์เป็นผู้ที่ต้องถูกรำยงำน หำกผู้มีหน้ำที่รำยงำนมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้รับผลประโยชน์ ที่มีข้อบ่งชี้ตำมส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำ ของหมวด ๖ กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงินที่มีอยู่ ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนดำเนินกำรตรวจสอบตำมหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำ ของหมวด ๖ กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงินที่มีอยู่ในวันก่อน วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

  61. ๕๐

    เพื่อประโยชน์ในกำรคำนวณหำยอดเงินรวมหรือมูลค่ำรวมของบัญชีทำงกำรเงิน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องรวมหรือต้องพิจำรณำบัญชีทำงกำรเงินซึ่งถือโดยบุคคลธรรมดำหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณี ที่อยู่ในควำมครอบครองดูแลของตน หรือของนิติบุคคลที่มีควำมสัมพันธ์กันกับตนทั้งหมด แต่เฉพำะเท่ำที่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้มีหน้ำที่รำยงำนจะสำมำรถเชื่อมโยงไปถึงบัญชีทำงกำรเงิน โดยอ้ำงอิงองค์ประกอบของข้อมูล เช่น เลขประจำตัวของลูกค้ำ หรือเลขประจำตัวผู้เสียภำษีของผู้ถือบัญชี และให้รวมยอดเงินรวมหรือมูลค่ำรวมดังกล่ำวเข้ำด้วยกัน ในกรณีบัญชีทำงกำรเงินที่มีผู้ถือบัญชีร่วมกัน ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนต้องนำยอดเงินรวมหรือ มูลค่ำรวมของบัญชีทำงกำรเงินทั้งหมดของบัญชีทำงกำรเงินที่ถือร่วมกันมำนับรวมเป็นยอดเงินรวมหรือ มูลค่ำรวมของผู้ถือบัญชีแต่ละรำยดังกล่ำว

  62. ๕๑

    เพื่อประโยชน์ในกำรคำนวณหำยอดเงินรวมหรือมูลค่ำรวมของบัญชีทำงกำรเงินซึ่งถือ โดยบุคคลธรรมดำหรือนิติบุคคล เพื่อพิจำรณำว่ำบัญชีทำงกำรเงินดังกล่ำวเป็นบัญชีที่มีมูลค่ำสูงหรือไม่ ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนนำยอดเงินรวมและมูลค่ำรวมของบัญชีทำงกำรเงินทุกบัญชีที่ผู้จัดการฝ่ำยลูกค้ำสัมพันธ์รู้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๗๕ หรือควรรู้ว่ำเป็นบัญชีเดียวกันทั้งที่เป็นเจ้ำของโดยตรงหรือเป็นเจ้ำของโดยอ้อม มีอำนำจควบคุม หรือจัดตั้งขึ้น นอกจำกกำรจัดการในฐำนะผู้ได้รับควำมไว้วำงใจมำรวมในกำรคำนวณ

  63. ๕๒

    ในกรณีบัญชีทำงกำรเงินที่อยู่ในควำมครอบครองดูแลของผู้มีหน้ำที่รำยงำนที่อยู่ในสกุลเงิน ดอลลำร์สหรัฐ และรวมถึงสกุลเงินอื่น ให้ผู้มีหน้ำที่รำยงำนแปลงค่ำเป็นสกุลเงินบำท โดยให้ใช้อัตรำซื้อ ถัวเฉลี่ยของสกุลเงินตำมประกาศของธนำคำรแห่งประเทศไทย ณ วันที่ต้องมีกำรพิจำรณำเกณฑ์ของ ยอดคงเหลือหรือมูลค่ำของบัญชีที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖6 อำคม เติมพิทยำไพสิฐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงการคลัง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๗๖ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระรำชกำหนดกำรแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตำมควำมตกลงระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับภำษีอำกร พ.ศ. 2566 กำหนดให้ต้องมีกำร ออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ ในกำรแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตำมควำมตกลงพหุภำคีระหว่ำง เจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนำจในกำรแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทำงกำรเงินแบบอัตโนมัติ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หนา้ ๕๙

และกำรตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ต้องถูกรำยงำน

ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10394ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjkxNjNhYTQtOGI4NS00NjE3LTg0YmItMzA2NDc2NGZiODQwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTk3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY2LTQ34LiBLTUzLnBkZiJ9.ydl3Ic0fqnGb6T_lq-lEtfTcCTn9Sf5on3DLWRp9g2Y24 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:44a5757b7ef4a573154bc50dada3c24d2be70f9ae0ec95358a3b5330ea45c190ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:21:56.725Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR