กฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต พ.ศ. ๒๕๖๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๓23 มาตรา2 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 35 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 731e8468… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. บททั่วไป กำหนดระยะเวลาและการคืนพื้นที่0 มาตรา
  2. บททั่วไปมาตรา ๓–๒๓ · 21 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๔ กฎกระทรวง กำหนดแบบสัญญำจ้ำงสำรวจและผลิต พ.ศ. 2563 อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๕) แห่งพระรำชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และมาตรา ๕๓/๑๐ วรรคสอง แห่งพระรำชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงพลังงำน ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. สัญญำจ้ำงสำรวจและผลิตให้เป็นไปตำมแบบ ชธ/ป๑๓ ท้ำยกฎกระทรวงนี้

  2. สัญญำจ้ำงสำรวจและผลิตเพิ่มเติมที่ทำขึ้นภำยหลัง ให้เป็นไปตำมแบบ ชธ/ป๑๓/๑ ท้ำยกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖3 สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชำว์ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงพลังงำน ชธ/ป๑๓ (ครุฑ) กระทรวงพลังงาน สัญญาจ้างสำรวจและผลิต เลขที่ .............../............... ระหว่าง กระทรวงพลังงาน กับ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงวันที่ .. เดือน ........................ พ.ศ. .... สารบัญ ข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒ ๒๓ หน้า คู่สัญญาและวัตถุประสงค์

  3. บททั่วไป กำหนดระยะเวลาและการคืนพื้นที่

  4. บททั่วไป

    21 มาตรา
  5. แผนงานและงบประมาณสำหรับกิจการปิโตรเลียม

    (๑) ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ ให้ผู้รับสัญญาเสนอแผนงาน และงบประมาณสำหรับกิจการปิโตรเลียมในปีที่หนึ่ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ .................................... ถึงวันที่ ..๓๑../ธ.ค../.......... โดยแสดงรายการซึ่งจะดำเนินการในปีที่หนึ่ง เพื่อให้อธิบดีพิจารณา ให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มกิจการปิโตรเลียม ๓

    (๒) ภายในวันที่๑๕กันยายนของทุกปี ผู้รับสัญญาต้องเสนอแผนงานและงบประมาณ สำหรับกิจการปิโตรเลียมในปีปฏิทินถัดไป เพื่อให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มกิจการ ปิโตรเลียมของปีนั้น ๆ

    (๓) แผนงานและงบประมาณตาม(๑) และ(๒) ต้องจัดทำตามแบบที่อธิบดีกำหนด และต้องแสดงเป็นรายกิจกรรม เช่น การสำรวจการพัฒนาและการผลิตโดยต้องระบุ

    (ก) รายละเอียดทุกด้านของกิจกรรมปิโตรเลียมที่เสนอจะดำเนินการในแต่ละไตรมาส

    (ข) ข้อมูลและข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

    (ค) ประมาณการค่าใช้จ่าย

    (ง) ช่วงเวลาการดำเนินงานของแต่ละงานสำหรับแต่ละโครงการ

    (จ) ประมาณการอัตราการผลิตรายเดือนสำหรับแหล่งปิโตรเลียมแต่ละแหล่ง ในกรณีที่เป็นแผนงานสำหรับพื้นที่ผลิต

    (ฉ) แผนงานที่จ้างเหมาช่วง และการจัดหาสินค้าและบริการ

    (ช) มาตรการที่ผู้รับสัญญาจะนำไปปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ใน(๖)

    (ซ) กิจกรรมรายปีและประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับระยะเวลาสี่ปีปฏิทินถัดไป หรือจนกระทั่งสัญญานี้สิ้นสุดลง แล้วแต่อันใดจะถึงก่อน

    (๔) ผู้รับสัญญาจะประกอบกิจการปิโตรเลียมได้ต่อเมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบ แผนงานและงบประมาณที่เกี่ยวข้อง และได้แจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบ โดยการแจ้งดังกล่าวของอธิบดีนั้น จะแจ้ง

    (ก) ภายในสี่สิบห้าวันจากวันที่ได้รับแผนงานและงบประมาณปีที่หนึ่ง และ

    (ข) ภายในวันที่๑๕ธันวาคมของทุกปี ในส่วนที่เกี่ยวกับแผนงานและงบประมาณ ของปีปฏิทินถัดไป

    (๕) ในช่วงระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียม ผู้รับสัญญาจะต้องดำเนินกิจกรรมการสำรวจ ของตนในพื้นที่ตามสัญญาให้สำเร็จลุล่วงไป โดยมีรายละเอียดของข้อผูกพันด้านปริมาณงานและ ปริมาณเงินที่จะดำเนินการตามภาคผนวกง เมื่อสิ้นระยะเวลาสำรวจ หากผู้รับสัญญายังดำเนินงานตามข้อผูกพันขั้นต่ำ ไม่ครบถ้วน ผู้รับสัญญาจะต้องจ่ายเงินเทียบเท่ากับปริมาณงานที่ยังขาดอยู่ ให้แก่กรมภายในสามสิบวัน นับแต่วันสิ้นระยะเวลาสำรวจ ในกรณีที่ผู้รับสัญญาขอบอกเลิกสัญญาตามข้อ ๑๕ก่อนสิ้นระยะเวลาสำรวจ หากผู้รับสัญญายังดำเนินงานตามข้อผูกพันขั้นต่ำไม่ครบถ้วน ผู้รับสัญญาจะต้องจ่ายเงินเทียบเท่ากับ ปริมาณงานที่ยังขาดอยู่มาพร้อมกับหนังสือถึงรัฐมนตรีเพื่อขอบอกเลิกสัญญาตามข้อ ๑๕

    (๖) ในการดำเนินงานตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติใดๆผู้รับสัญญามีหน้าที่ดังต่อไปนี้

    (ก) ผู้รับสัญญาต้องประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ทุกประการ และต้อง พัฒนาแหล่งปิโตรเลียมที่ค้นพบให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงาน ปิโตรเลียมที่ดี โดยผู้รับสัญญาจะพยายามผลิตปิโตรเลียมที่ค้นพบด้วยวิธีการผลิตที่ทันสมัยที่สุด อย่างเต็มกำลังความสามารถของตนตลอดอายุสัญญานี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รับสัญญารับจะดำเนินการ ให้ถูกต้องตามหลักเทคนิคและวิศวกรรมที่เหมาะสมในการอนุรักษ์ทรัพยากรปิโตรเลียมและ ในการดำเนินการอื่นๆตามที่ได้รับอนุญาตตามสัญญานี้ ๔

    (ข) ผู้รับสัญญาต้องใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ใช้วิธีประกอบกิจการใด ๆ ซึ่งขัดต่อสาธารณประโยชน์หรือกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจหรือประโยชน์สุขของประชาชน และในกรณีที่การประกอบกิจการปิโตรเลียมของผู้รับสัญญาก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณประโยชน์ หรือประชาชนผู้รับสัญญามีหน้าที่บำบัดปกป้องและแก้ไขความเสียหายนั้นโดยพลัน

    (ค) ผู้รับสัญญาต้องจ้างผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมตาม สัญญานี้ในตำแหน่งหน้าที่ระดับต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ตามคุณสมบัติของบุคคลเหล่านั้น อนึ่ง หากยังหาผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยที่มีความชำนาญงานเหมาะสมแก่ตำแหน่งหน้าที่บางตำแหน่งมิได้ ผู้รับสัญญาจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะฝึกฝนผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยให้มีความชำนาญงานมากขึ้น จนเหมาะสมที่จะรับตำแหน่งต่างๆทุกระดับในกิจการปิโตรเลียมได้ภายในระยะเวลาอันสมควร

    (ง) ผู้รับสัญญาต้องใช้วิธีป้องกันที่จำเป็นเพื่อควบคุมการไหล และป้องกัน การรั่วซึมหรือสูญเสียปิโตรเลียมไปสู่ชั้นบรรยากาศหรือแหล่งน้าใดๆทั้งที่อยู่บนดินและ/หรือใต้ดิน ในพื้นที่ตามสัญญาหรือในบริเวณใกล้เคียง โดยสอดคล้องกับหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงาน ปิโตรเลียมที่ดี และโดยสอดคล้องกับกฎ ระเบียบ และมาตรฐานตามที่กรมจะกำหนดขึ้น

    (๗) ผู้รับสัญญาต้องประกอบกิจการปิโตรเลียมให้สอดคล้องกับแผนงานที่ได้รับอนุมัติ และต้องไม่ระงับการกระทำกิจกรรมใดๆตามที่กำหนดไว้ในแผนงานที่ได้รับอนุมัติ เว้นแต่จะได้รับ ความเห็นชอบจากอธิบดี ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือผิดปกติซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการโดยด่วน ให้ผู้รับสัญญาใช้วิธีดำเนินการใดๆที่เห็นว่าเหมาะสมหรือสมควรต่อการป้องกันชีวิต ทรัพย์สิน เครื่องมือ และผลประโยชน์ของกรมและผู้รับสัญญาได้

  6. การควบคุมดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

    (๑) ในระหว่างอายุของสัญญานี้ กรมจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการสำรวจและผลิต ปิโตรเลียมตามสัญญานี้ และผู้รับสัญญาในฐานะผู้ดำเนินงานตามสัญญานี้ จะเป็นผู้รับผิดชอบการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งมีสิทธิที่จะจ้างและใช้ผู้รับจ้างเหมาช่วง ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขตามข้อ ๙ (๒)ผู้รับสัญญาต้องจัดให้มีการประชุมระหว่างผู้รับสัญญากับกรมอย่างน้อยปีละสองครั้ง โดยมีวาระเพื่อพิจารณาตรวจสอบ ทบทวนแก้ไขหรือปรับปรุงแผนงานและงบประมาณ พิจารณา ติดตามความก้าวหน้าของกิจการปิโตรเลียมภายใต้แผนงานและงบประมาณนั้น หรือเพื่อประชุม พิจารณาในเรื่องใดๆที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการปิโตรเลียม โดยผู้รับสัญญาจะแจ้งวาระและกำหนดการประชุม ให้กรมทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบสี่วันก่อนวันประชุม ในกรณีที่กรมพิจารณาเห็นสมควรให้มีการประชุมเพิ่มเติมจากที่ระบุในวรรคหนึ่ง กรมอาจแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบถึงวาระและกำหนดการประชุมและผู้รับสัญญาตกลงจะเข้าร่วมประชุม ตามที่กรมกำหนด

    (๓) ผู้รับสัญญาจะต้อง

    (ก) จัดให้มีการบันทึกเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านเทคนิค งานบำรุงรักษา และการปฏิบัติงานทั้งหมดภายใต้สัญญานี้ โดยถูกต้องและครบถ้วน ๕

    (ข) จัดส่งรายงานความคืบหน้าแต่ละเดือนครอบคลุมรายละเอียดของกิจกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการปิโตรเลียมให้แก่กรมภายในเดือนถัดไป

    (ค) ส่งมอบข้อมูลทั้งหมดตามที่กำหนดในภาคผนวก ค การรายงานผล การประกอบกิจการปิโตรเลียม รวมถึงข้อมูลสารสนเทศผลการวิเคราะห์ การแปลความหมาย การศึกษาและรายงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการปิโตรเลียม ให้แก่กรมตามที่กรมแจ้งภายในระยะ เวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การจัดเก็บและส่งมอบข้อมูลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมกำหนด ผู้รับสัญญาสามารถเก็บรักษาข้อมูลต้นฉบับตามวรรคหนึ่งซึ่งจำเป็นต่อ การดำเนินงาน แต่ให้กรมสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลต้นฉบับดังกล่าวนั้นในเวลาใดๆก็ได้ และผู้รับสัญญาจะต้องส่งมอบข้อมูลนั้นให้แก่กรมทันทีที่กรมแจ้ง (๔)ให้ผู้รับสัญญาจัดให้มีและรายงานรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสำรวจผลิต เก็บรักษา หรือขนส่งปิโตรเลียม และต้องรายงานปริมาณปิโตรเลียมที่เก็บรักษาไว้ ทั้งนี้ เมื่อกรมร้องขอภายในระยะเวลาที่กำหนด

    (๕) กรมเป็นเจ้าของข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลดิบ ข้อมูลที่วิเคราะห์แล้ว หรือข้อมูลที่แปลความหมายแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญา โดยข้อมูลดังกล่าวให้รวมถึงแต่ไม่จำกัดอยู่เพียงข้อมูลและรายงานด้านธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ การผลิต และวิศวกรรม ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และตัวอย่างที่ผู้รับสัญญาอาจเก็บหรือรวบรวมขึ้นมา ทั้งนี้ ผู้รับสัญญามีสิทธิใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ได้ ผู้รับสัญญาต้องส่งมอบสำเนาหรือคู่ฉบับของข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ ในรูปแบบใดให้แก่กรมตามที่กรมกำหนด ผู้รับสัญญาจะต้องไม่ขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนข้อมูลใดๆต่อบุคคลที่สาม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี และจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆต่อบุคคลที่สาม เว้นแต่การเปิดเผยนั้น ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และจำเป็นต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียม หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับซึ่งมีผลใช้บังคับต่อผู้รับสัญญาหรือได้รับอนุญาตจากอธิบดี ทั้งนี้ บุคคลซึ่งได้รับ การเปิดเผยดังกล่าวต้องให้คำรับรองเป็นหนังสือแก่ผู้รับสัญญาว่าจะรักษาข้อมูลและข้อสนเทศทั้งหมด ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับและให้ผู้รับสัญญาส่งสำเนาคำรับรองนั้นให้แก่กรมด้วย เว้นแต่เป็นการได้รับการเปิดเผยจากการปฏิบัติตามกฎหมายกฎหรือข้อบังคับซึ่งมีผลใช้บังคับ ต่อผู้รับสัญญา ทั้งนี้ กรมตกลงที่จะไม่เปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลตาม (๓) (๔) หรือ

    (๕) เมื่อผู้รับสัญญาแจ้งให้กรมทราบว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความลับทางการค้าของผู้รับสัญญา หรือผู้รับสัญญา ไม่ประสงค์ให้กรมนำไปเปิดเผยหรือเผยแพร่ต่อผู้อื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้รับสัญญา

    (๖) ผู้รับสัญญาต้องไม่นำหรือส่งออกข้อมูลต้นฉบับใดๆรวมทั้งตัวอย่างแท่งหิน ตัวอย่างเศษหินหรือตัวอย่างใดๆออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    (ก) ข้อมูลใด ๆ ซึ่งไม่สามารถวิเคราะห์ จำแนก ประมวลผล หรือแปล ความหมายได้ในราชอาณาจักร อาจนำออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อวิเคราะห์ จำแนกประมวลผล หรือแปลความหมายได้ อย่างไรก็ตาม กรมอาจจัดให้มีการตรวจสอบข้อมูลนั้นก่อนการนำข้อมูลออก นอกราชอาณาจักรและเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานแล้ว ผู้รับสัญญาจะต้องนำข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งผลมาเก็บรักษาไว้ที่ผู้รับสัญญาและแจ้งให้กรมทราบโดยพลัน ๖ (ข)การนำตัวอย่างแท่งหินตัวอย่างเศษหินหรือตัวอย่างใดๆออกนอกราชอาณาจักร จะต้องแจ้งเหตุผลและวัตถุประสงค์ของการนำออกนอกราชอาณาจักรรวมทั้งเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงาน ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้วจะต้องจัดส่งรายงานผลการดำเนินการให้กรมทราบ และส่งคืนตัวอย่าง ที่เหลือให้กับกรมในทันทีที่สามารถกระทำได้หรือตามที่อธิบดีกำหนดเป็นอย่างอื่น

    (๗) กรมและตัวแทนของกรมหรือผู้รับจ้างเหมารายอื่นของกรม มีสิทธิในการเข้าไป เพื่อดำเนินการใดๆรวมทั้งการวางท่อและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆภายในบริเวณพื้นที่ ตามสัญญาภายหลังจากที่ได้มีการหารือกับผู้รับสัญญาแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการนั้นๆจะต้องไม่ก่อ ผลกระทบต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียมและความปลอดภัยในการประกอบกิจการของผู้รับสัญญา

    (๘) ผู้รับสัญญาจะต้องยินยอมให้กรม พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนของกรม

    (ก) ตรวจสอบหลุมหลุมเจาะ สถานประกอบกิจการปิโตรเลียมอุปกรณ์ อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งดำเนินการโดยผู้รับสัญญาหรือผู้ดำเนินการแทน

    (ข) ตรวจตราตรวจสอบและพิสูจน์ความเที่ยงตรงของระบบการวัด อุปกรณ์ หรือเครื่องมือ น้าหนัก ข้อมูล ข้อมูลสารสนเทศ และบันทึกอื่น ๆ

    (ค) เข้าไปในพื้นที่ตามสัญญาในเวลาใดๆที่สมควร และสังเกตการณ์กิจการ ปิโตรเลียมเพื่อตรวจตราทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาหรือควบคุมของผู้รับสัญญา ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่ก่อผลกระทบต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียม และความปลอดภัยในการประกอบกิจการของผู้รับสัญญา

    (๙) เมื่อได้รับการร้องขอจากกรม ผู้รับสัญญาต้องให้ความร่วมมือกับกรมหรือ ผู้ได้รับสิทธิรายอื่น และ/หรือบริษัทอื่นๆในราชอาณาจักร ในการใช้สิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกหรืองานอื่นๆร่วมกัน เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ปิโตรเลียม และ/หรือเพื่อประโยชน์ของการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญานี้ และ/หรือในพื้นที่อื่น ซึ่งกำลังดำเนินการสำรวจพัฒนาหรือผลิตอยู่ ทั้งนี้ กรมและผู้รับสัญญาต้องเห็นพ้องต้องกันว่าการให้ ความร่วมมือดังกล่าวมีความเหมาะสมในเชิงเศรษฐศาสตร์และเทคนิค โดยให้กิจกรรมใน

    (๙) นี้ รวมเข้าไปในแผนงานและงบประมาณที่จะนำเสนอในปีถัดไป หรือให้อยู่ภายใต้บังคับของการแก้ไข ที่จะตกลงกันในส่วนที่เกี่ยวกับแผนงานและงบประมาณปัจจุบัน แล้วแต่กรณี

    (๑๐) ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม หากมีความจำเป็นต้องมีการจัดหา ยื่นขอ ต่ออายุ และปฏิบัติตาม ใบอนุญาตหนังสือยินยอม และการอนุญาตของทางราชการหรือบุคคลที่สาม ให้ผู้รับสัญญาเป็นผู้ดำเนินการโดยให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดระบุรวมในแผนงานและงบประมาณ

    (๑๑) ก่อนดำเนินการสละหลุมเพื่อการสำรวจปิโตรเลียมไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร ผู้รับสัญญาต้องแจ้งเหตุผล วิธีการ และแผนงานต่ออธิบดีเพื่อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง และถ้าไม่ได้รับการคัดค้านจากอธิบดีภายในกำหนดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงดังกล่าว ผู้รับสัญญาจึงจะ ดำเนินการได้ ก่อนดำเนินการสละหลุมเพื่อการผลิตปิโตรเลียมไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร หรือก่อนดำเนินการเปลี่ยนสถานภาพของหลุมผู้รับสัญญาต้องแจ้งเหตุผลวิธีการ และแผนงาน ต่ออธิบดีเพื่อขออนุมัติ และเมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงดำเนินการได้ ในกรณีฉุกเฉิน ผู้รับสัญญาจะดำเนินการสละหลุมตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไปก่อนเพื่อป้องกันการสูญเสียหรือความเสียหายใดก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้อธิบดีทราบโดยพลันถึงวิธีการ และแผนงานพร้อมทั้งเหตุผลที่ทำให้เป็นกรณีฉุกเฉิน และอธิบดีอาจสั่งให้ผู้รับสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมได้ ๗ (๑๒)ผู้รับสัญญาต้องรายงานวัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งของอื่นๆที่ได้จากการสละหลุม ให้กรมทราบ (๑๓)ผู้รับสัญญาจะต้องรับผิดชอบในการรื้อถอนหรือการเคลื่อนย้ายบรรดาสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจการปิโตรเลียมใดๆโดยต้องปฏิบัติตาม บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  7. ค่าภาคหลวงค่าจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และการจ่ายค่าจ้าง

    (๑) เมื่อมีการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมให้กรมจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับ สัญญาในรอบระยะเวลาเดียวกับการจ่ายค่าภาคหลวง ทั้งนี้ ให้คำนวณค่าจ้างจากปริมาณผลผลิต ปิโตรเลียมที่กรมได้ขายหรือจำหน่ายไปในรอบระยะเวลานั้น ดังนี้

    (ก) ค่าจ้างสำหรับก๊าซธรรมชาติ ให้คำนวณในอัตรา ........................ ดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา (...................................) ต่อค่าความร้อนหนึ่งล้านบีทียู

    (ข) ค่าจ้างสำหรับน้ามันดิบให้คำนวณในอัตรา........................ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (...................................) ต่อหนึ่งบาร์เรล เพื่อประโยชน์ในการจ่ายค่าจ้างและรับค่าจ้างสำหรับกรณีก๊าซธรรมชาติเหลว ที่มีการขายหรือจำหน่าย ให้ใช้อัตราค่าจ้างตาม

    (ข) สำหรับก๊าซธรรมชาติเหลวด้วย การวัดปริมาณผลผลิตปิโตรเลียมเพื่อคำนวณค่าจ้างตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี โดยให้วัดค่าที่สถานที่ขายหรือจำหน่าย ตามที่กรมกำหนด อัตราค่าจ้างตามวรรคหนึ่งให้มีการทบทวนปรับทุกๆห้าปี โดยให้คำนวณแบบ ทบต้นเป็นรายปีตามอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในรอบห้าปีที่ผ่านมาตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ไม่เกินร้อยละสิบของอัตราค่าจ้างในรอบสุดท้ายก่อนมีการทบทวน หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าจ้าง ให้เป็นไปตามที่กรมกำหนด

    (๒) เงินที่จ่ายค่าจ้างให้นำมาจากรายได้จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียม ภายหลังจากจ่ายค่าภาคหลวงแล้ว ในกรณีที่รายได้จากการขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมภายหลังจาก จ่ายค่าภาคหลวงไม่พอต่อการจ่ายค่าจ้างที่ผู้รับสัญญาพึงจะได้รับในแต่ละรอบระยะเวลาตาม

    (๑) ให้กรมจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างชำระในรอบระยะเวลาถัดไปจนกว่าจะชำระครบถ้วนโดยไม่ถือเป็นการผิดนัด จ่ายค่าจ้างตาม

    (๕) ในการจ่ายค่าจ้างในรอบระยะเวลาตาม

    (๑) กรมจะจ่ายค่าจ้างสำหรับ การขายที่ได้รับเงินนั้นเป็นลำดับแรก หากมีเงินคงเหลือและยังมีค่าจ้างที่ค้างชำระตามวรรคหนึ่ง กรมจะจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระจากการขายก่อนค่าจ้างที่ค้างชำระจากการจำหน่ายตามลำดับรอบ ระยะเวลาที่ค้างชำระ หากภายหลังจากจ่ายค่าภาคหลวงแล้ว รายได้จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิต ปิโตรเลียมที่ผลิตได้ก่อนสัญญานี้สิ้นอายุหรือสิ้นสุดลง ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างชำระ ให้ค่าจ้างส่วนที่ค้างชำระนั้นตกเป็นพับ เว้นแต่ค่าจ้างที่กรมต้องจ่ายตามข้อ ๖(๕) และข้อ ๗(๕) หรือเป็นกรณีที่สัญญานี้สิ้นสุดลงเพราะเหตุที่เป็นความผิดของผู้ให้สัญญา ๘

    (๓) กรมอาจจ่ายค่าจ้างเป็นผลผลิตปิโตรเลียมได้ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการปิโตรเลียมกำหนด

    (๔) กรมมีสิทธิหักกลบลบหนี้ ซึ่งค่าปรับค่าเสียหาย หรือความสูญเสียอื่นใด ที่ผู้รับสัญญาต้องรับผิดชอบต่อกรมตามสัญญาหรือตามกฎหมาย จากค่าจ้างที่ผู้รับสัญญาจะได้รับจากกรม

    (๕) ถ้ากรมผิดนัดจ่ายค่าจ้างที่ถึงกำหนดกรมต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินนั้นในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดจนถึงวันที่จ่ายครบถ้วน

    (๖) บรรดาภาษีอากรค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใดๆที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตาม สัญญานี้ ซึ่งกฎหมายหรือสัญญากำหนดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคู่สัญญาฝ่ายใดให้คู่สัญญาฝ่ายนั้น เป็นผู้ชำระ

  8. การจัดการผลผลิตน้ามันดิบเมื่อมีการผลิตปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์

    (๑) ผู้รับสัญญาต้องดำเนินการผลิตน้ามันดิบให้ได้ตามประมาณการอัตราการผลิต รายเดือนสำหรับแหล่งปิโตรเลียมแต่ละแหล่งที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๓(๓)(จ) และให้มีการทบทวน ร่วมกับกรมตามข้อ ๔(๒)

    (๒) ผู้รับสัญญาเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการน้ามันดิบจากแหล่งปิโตรเลียม จนถึงสถานที่ขายหรือจำหน่ายให้เป็นไปตามสัญญาซื้อขายน้ามันดิบตาม(๔) หากเกิดการสูญเสีย น้ามันดิบ หรือผู้รับสัญญาไม่สามารถส่งมอบน้ามันดิบได้ตามสัญญาซื้อขายน้ามันดิบนั้น ผู้รับสัญญา ต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายหรือความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด เว้นแต่ผู้รับสัญญาจะพิสูจน์ได้ว่า การสูญเสียนั้นมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือการจงใจกระทำผิดของตน

    (๓) การกำหนดสถานที่ขายหรือจำหน่ายน้ามันดิบ ให้เป็นไปตามที่กรมกำหนด ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิคและความปลอดภัยด้วย

    (๔) การขายน้ามันดิบ ให้ปฏิบัติดังนี้

    (ก) ในกรณีที่กรมเป็นผู้ขาย กรมจะดำเนินการขายน้ามันดิบในราคาที่เป็นไป ในลักษณะค้าขายตามปกติในท้องตลาด ทั้งนี้ ก่อนที่กรมจะเข้าทำสัญญาซื้อขายน้ามันดิบกับผู้ซื้อ ผู้รับสัญญาจะต้องให้คำปรึกษาแนะนำแก่กรมในด้านเทคนิคเกี่ยวกับกำลังการผลิต ปริมาณ และคุณภาพของน้ามันดิบที่ผลิตได้ และความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ โดยกรมจะกำหนดข้อตกลง การซื้อขายและเงื่อนไขด้านเทคนิคในสัญญาซื้อขายน้ามันดิบให้สอดคล้องกับหลักเทคนิคและวิธีการ ปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี

    (ข) ในกรณีที่กรมมอบหมายให้ผู้รับสัญญาเป็นผู้ขายน้ามันดิบที่ผลิตได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ผู้รับสัญญาดำเนินการขายน้ามันดิบในราคาที่เป็นไปในลักษณะค้าขาย ตามปกติในท้องตลาด และกรมจะจ่ายค่าดำเนินการขายน้ามันดิบเพิ่มเติมจากค่าจ้างตามข้อ ๕ให้แก่ ผู้รับสัญญาในอัตราตามที่กรมและผู้รับสัญญาจะตกลงกัน อนึ่ง ในทั้งสองกรณี ผู้รับสัญญายินยอมที่จะมีภาระผูกพันต่อกรมตาม

    (๒) และข้อ ๒๐

    (๕) เพื่อการวิเคราะห์ ทดลองหรือเพื่อประโยชน์ของรัฐ กรมอาจจำหน่ายน้ามันดิบ โดยไม่มีค่าตอบแทนได้ แต่กรมยังคงต้องจ่ายค่าจ้างแก่ผู้รับสัญญาตามข้อ ๕ ๙

    (๖) การจะเผาน้ามันดิบทิ้ง (flaring) ไม่ว่ากรณีใดๆให้ผู้รับสัญญาปฏิบัติตาม บทบัญญัติของกฎหมายกฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

    (๗) ห้ามมิให้ผู้รับสัญญาใช้น้ามันดิบที่ผลิตได้เป็นเชื้อเพลิง หรือใช้ในกระบวนการ ผลิตปิโตรเลียม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี โดยอธิบดีจะกำหนดเงื่อนไขหรือค่าตอบแทนที่ผู้รับ สัญญาพึงชำระตามสมควรก็ได้

    (๘) ความใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕)

    (๖) และ(๗) ให้ใช้กับกรณีผลผลิตปิโตรเลียม ที่เป็นก๊าซธรรมชาติเหลวด้วย

  9. การจัดการผลผลิตก๊าซธรรมชาติเมื่อมีการผลิตปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์

    (๑) ผู้รับสัญญาต้องดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติให้ได้ตามประมาณการอัตราการผลิต รายเดือนสำหรับแหล่งปิโตรเลียมแต่ละแหล่งที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๓(๓)(จ) และให้มีการทบทวน ร่วมกับกรมตามข้อ ๔(๒)

    (๒) ผู้รับสัญญาเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติจากแหล่งปิโตรเลียม จนถึงสถานที่ขายหรือจำหน่ายให้เป็นไปตามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติตาม

    (๔) หากเกิดการสูญเสีย ก๊าซธรรมชาติหรือผู้รับสัญญาไม่สามารถส่งมอบก๊าซธรรมชาติได้ตามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาตินั้น ผู้รับสัญญาตกลงเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายหรือความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด เว้นแต่ผู้รับสัญญา พิสูจน์ได้ว่าการสูญเสียนั้นมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือการจงใจกระทำผิดของตน

    (๓) การกำหนดสถานที่ขายหรือจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ ให้เป็นไปตามที่กรมกำหนด ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิคและความปลอดภัยด้วย

    (๔) ให้กรมเป็นผู้ขายก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้แต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ก่อนที่กรมจะเข้า ทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับผู้ซื้อ ผู้รับสัญญาจะต้องให้คำปรึกษาแนะนำแก่กรมในด้านเทคนิค เกี่ยวกับกำลังการผลิต ปริมาณและคุณภาพของก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ และความเป็นไปได้ ในเชิงพาณิชย์ โดยกรมจะกำหนดข้อตกลงการซื้อขายและเงื่อนไขด้านเทคนิคในสัญญาซื้อขาย ก๊าซธรรมชาติให้สอดคล้องกับหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี อนึ่ง ผู้รับสัญญา ยินยอมที่จะมีภาระผูกพันต่อกรมตาม

    (๒) และข้อ ๒๐ (๕)เพื่อการวิเคราะห์ ทดลองหรือเพื่อประโยชน์ของรัฐกรมอาจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ โดยไม่มีค่าตอบแทนได้ แต่กรมยังคงต้องจ่ายค่าจ้างแก่ผู้รับสัญญาตามข้อ ๕

    (๖) การจะเผาก๊าซธรรมชาติทิ้ง (flaring) ไม่ว่ากรณีใดๆให้ผู้รับสัญญาปฏิบัติตาม บทบัญญัติของกฎหมายกฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

    (๗) ห้ามมิให้ผู้รับสัญญาใช้ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้เป็นเชื้อเพลิง หรือใช้ในกระบวนการ ผลิตปิโตรเลียมเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี โดยอธิบดีจะกำหนดเงื่อนไขหรือค่าตอบแทน ที่ผู้รับสัญญาพึงชำระตามสมควรก็ได้ ๑๐

  10. การชำระเงินของผู้รับสัญญา

    (๑) บรรดาเงินทั้งปวงที่ผู้รับสัญญาจะต้องชำระภายใต้ข้อกำหนดใดของสัญญานี้ ให้ชำระเป็นเงินบาท โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารที่กรมกำหนดหรือโดยวิธีการและเงื่อนไขอื่นใดที่กรม จะได้กำหนดขึ้น โดยค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการชำระเงินดังกล่าว ให้เป็นภาระของผู้รับสัญญา ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร กรมและผู้รับสัญญาอาจตกลงร่วมกันให้ชำระเงิน เป็นเงินตราต่างประเทศสกุลใดเป็นครั้งคราวก็ได้

    (๒) ถ้าผู้รับสัญญาผิดนัดชำระเงินที่ผู้รับสัญญามีหน้าที่ต้องชำระให้แก่กรม ผู้รับสัญญาต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินนั้นในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดจนถึงวันที่ ชำระครบถ้วน

  11. การจัดหาสินค้าและบริการ

    (๑) ในการจัดหาสินค้าซึ่งรวมถึงสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน หรือสิ่งอำนวย ความสะดวกและบริการใดๆที่จำเป็นสำหรับการประกอบกิจการปิโตรเลียมภายใต้แผนงานตามข้อ ๓ ให้ผู้รับสัญญาจัดหาสินค้าและบริการที่เป็นไปตามมาตรฐานและราคาที่มีการแข่งขันโดยคำนึงถึงเหตุผล ความมีประสิทธิภาพทางเทคนิค และความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งให้นำหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ มาใช้ในการพิจารณาด้วย

    (ก) ในการจัดหาสินค้า ผู้รับสัญญาต้องให้สิทธิแก่สินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร หรือผู้ผลิตซึ่งมีสัญชาติไทย เป็นลำดับแรก

    (ข) ในการจัดหาบริการซึ่งรวมถึงการจัดหาบริการด้านการศึกษาวิจัยและค้นคว้า การจ้างที่ปรึกษา หรือการจ้างผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ ผู้รับสัญญาต้องให้สิทธิแก่ผู้ให้บริการซึ่งเป็น บุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและมีบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยถือหุ้น เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด เป็นลำดับแรก

    (๒) ในการขนส่งปิโตรเลียม เสบียง หรือสินค้าเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ ปิโตรเลียมระหว่างชายฝั่งกับแท่นขุดเจาะสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในทะเล ผู้รับสัญญาต้องใช้บริการ ขนส่งโดยเรือไทยหรือเรืออื่นซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกันกับเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการพาณิชยนาวี เว้นแต่ในกรณีที่ค่าบริการขนส่งโดยเรือดังกล่าวสูงกว่าอัตราตลาด ตามปกติ หรือในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขุดเจาะ สำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในทะเล และไม่สามารถจัดหาเรือไทยหรือเรืออื่นซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกันกับเรือไทย ที่ได้มาตรฐานเพื่อให้บริการขนส่งได้ทัน ผู้รับสัญญาจึงจะขนส่งปิโตรเลียม เสบียง หรือสินค้าโดยเรืออื่นที่ได้มาตรฐานได้ แต่ต้องแจ้งต่ออธิบดีถึงเหตุผลที่ต้องใช้เรืออื่นโดยพลันด้วย

    (๓) ในการพัฒนาเพื่อผลิตปิโตรเลียมในทะเล ผู้รับสัญญาต้องพิจารณาจัดหาบริการ ก่อสร้างแท่นประกอบการผลิตปิโตรเลียมในทะเลจากผู้ประกอบการภายในประเทศเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ตาม

    (๑) ๑๑

    (๔) ในการประชุมตามข้อ ๔(๒) แต่ละครั้ง หรือในระยะเวลาใดตามที่กรมร้องขอ ให้ผู้รับสัญญาสรุปผลการปฏิบัติและผลงานของผู้รับสัญญาและจัดส่งรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า และบริการซึ่งได้จัดหาจริงทั้งจากแหล่งภายในและภายนอกราชอาณาจักร พร้อมทั้งเหตุผลประกอบ เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลของการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ใน (๑)

    (๕) บรรดาสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สินและสิ่งอำนวยความสะดวก ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมที่ผู้รับสัญญามีกรรมสิทธิ์อันเกิดจากการใช้งบประมาณที่ได้รับ ความเห็นชอบจากอธิบดีตามข้อ ๓ให้ตกเป็นของรัฐ และให้ผู้รับสัญญาสามารถใช้ได้โดยไม่เสีย ค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทน ในกรณีที่ผู้รับสัญญาไม่สามารถพบหลุมปิโตรเลียมที่มีสมรรถนะเชิงพาณิชย์ และไม่สามารถกำหนดพื้นที่ผลิตตามมาตรา ๔๒แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม จนเป็นเหตุให้สัญญา สิ้นสุดลง ให้บรรดาสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบ กิจการปิโตรเลียมดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับสัญญาเช่นเดิม

    (๖) ผู้ รับสัญญามีหน้าที่รับผิดชอบในการบำรุงรักษา ต่อเติม ซ่อมแซม และเอาประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบ กิจการปิโตรเลียม

    (๗) ถ้ากรมรวมทั้งบุคคลที่สามรายใดซึ่งได้รับการมอบหมายโดยชอบจากกรม ประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์ในสิ่งปลูกสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ ทรัพย์สิน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ซึ่งตกเป็นของรัฐตาม

    (๕) เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆให้สามารถกระทำได้หลังจากได้หารือกับผู้รับสัญญา โดยมีเงื่อนไขว่า การใช้นั้นจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียมของผู้รับ สัญญาภายในบริเวณพื้นที่ตามสัญญา

    (๘) ผู้รับสัญญาต้องให้ผู้รับจ้างเหมาช่วงของตนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน (๑)

    (๒) และ(๓) และให้ระบุเงื่อนไขดังกล่าวไว้ในสัญญาสำหรับการจัดหาทั้งปวง ทั้งนี้ ผู้รับสัญญา ต้องตรวจสอบให้ผู้รับจ้างเหมาช่วงของตนปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวด้วย

    (๙) ให้ผู้รับสัญญาเก็บรักษาบันทึกเกี่ยวกับการซื้อ การเคลื่อนย้าย หรือการจำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สินใดๆตามที่ระบุไว้ใน

    (๕) วรรคหนึ่ง ในแต่ละไตรมาสและพร้อมให้กรมตรวจสอบได้ ตลอดเวลา ทั้งนี้ การจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบล่วงหน้าจากอธิบดี

    (๑๐) ผู้รับสัญญาจะต้องรับผิดชอบในการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินใดๆรวมถึง สิ่งอำนวยความสะดวกหรือสิ่งติดตั้งที่ได้จากการรื้อถอน ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กรมและผู้รับ สัญญาได้ตกลงร่วมกัน เงินรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจ่ายโอนหลังจากหักค่าดำเนินการตามที่ได้ ตกลงร่วมกันแล้ว ผู้รับสัญญาจะต้องจัดส่งให้แก่กรมโดยครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ ชำระเงิน (๑๑)ผู้รับสัญญาอาจร่วมกับผู้รับสัญญาตามสัญญาอื่นหรือผู้รับสัมปทานอื่นภายใน ราชอาณาจักรในการบริหารจัดการวัสดุ อุปกรณ์และของใช้ที่อาจใช้ร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์ ต่อการประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ โดยมีวิธีปฏิบัติซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน และมิได้เป็นการเลือกปฏิบัติ ต่อฝ่ายใด รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี ๑๒

  12. ๑๐

    ผลประโยชน์พิเศษ ผู้รับสัญญาตกลงให้ผลประโยชน์พิเศษ ดังต่อไปนี้ ................................................................................................................................ ....................................................................................................... ..................................................... ............................(ตามที่กำหนดในประกาศเชิญชวน)............................................................................ ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................

  13. ๑๑

    การเคารพต่อข้อกำหนดขั้นมูลฐาน ผู้ให้สัญญาให้ความมั่นใจว่า ในระหว่างที่สัญญานี้ยังมีผลใช้บังคับอยู่ จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ฝ่ายเดียวซึ่งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับประโยชน์ สิทธิ และหน้าที่ของผู้รับสัญญาในเรื่องดังต่อไปนี้

    (๑) การใช้ที่ดินที่เป็นแปลงสำรวจและพื้นที่ผลิตเพื่อการประกอบกิจการปิโตรเลียม รวมทั้งการใช้ที่ดินนอกแปลงสำรวจหรือพื้นที่ผลิตในการเก็บรักษาหรือขนส่งปิโตรเลียม

    (๒) การนำคนต่างด้าว เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ โครงก่อสร้าง ยานพาหนะ ส่วนประกอบอุปกรณ์และวัสดุอื่นๆซึ่งจำเป็นในการประกอบกิจการปิโตรเลียมเข้ามาในราชอาณาจักรไทย

    (๓) การคืนพื้นที่

    (๔) ค่าจ้าง

    (๕) การเก็บรักษาและส่งเงินตราต่างประเทศ

  14. ๑๒

    การระงับข้อพิพาท เมื่อเกิดมีข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการที่ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาหรือสั่งให้ผู้รับสัญญา แก้ไขเหตุที่จะบอกเลิกสัญญาตามข้อ ๑๔หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญหาที่ว่าได้มีการปฏิบัติตามสัญญา หรือไม่ ในขั้นแรกให้คู่สัญญาพยายามหาทางตกลงกันด้วยดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คู่สัญญา อีกฝ่ายหนึ่งได้รับหนังสือแจ้งจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกัน ขยายระยะเวลาออกไปอีกได้ ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการ ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามวิธีที่กำหนดไว้ในข้อบังคับอนุญาโตตุลาการของคณะกรรมาธิการ ว่าด้วยกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL Arbitration Rules) ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่เสนอให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่ในสัญญานี้ได้กำหนดไว้แล้ว ดังต่อไปนี้ ๑๓

    (๑) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสนอเป็นหนังสือไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งให้ระงับ ข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายละหนึ่งคน และให้ อนุญาโตตุลาการดังกล่าวร่วมกันแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการคนที่สามเป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ

    (๒) ให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายแจ้งชื่ออนุญาโตตุลาการที่ตนแต่งตั้งฝ่ายละหนึ่งคน ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเสนอให้ระงับข้อพิพาท โดยอนุญาโตตุลาการหากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แจ้งชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ ..................................... แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทนคู่สัญญาฝ่ายแรก

    (๓) ให้อนุญาโตตุลาการแต่ละฝ่ายร่วมกันแต่งตั้งประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการครบทั้งสองคนแล้ว ถ้าอนุญาโตตุลาการไม่แต่งตั้ง หรือไม่สามารถตกลงกันแต่งตั้งประธานคณะอนุญาโตตุลาการภายในกำหนดเวลาดังกล่าวคู่สัญญาฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายอาจร้องขอให้ .................................... แต่งตั้งประธานคณะอนุญาโตตุลาการแทน

    (๔) ถ้าอนุญาโตตุลาการตาย ลาออกปฏิเสธ หรือไม่สามารถที่จะทำการก่อนที่จะ ให้คำวินิจฉัย ให้ดำเนินการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทนตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน (๒) หรือ

    (๓) แล้วแต่กรณี

    (๕) ถ้ามีการตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่โดยมีลักษณะและอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกับ .................................. ดังกล่าว หรือรับอำนาจหน้าที่ส่วนใหญ่ที่ตกทอดหรือโอนมาจาก.................................. ดังกล่าว ให้ถือว่าอำนาจหน้าที่ของ .................................. ดังกล่าว ตาม(๒) และ(๓) เป็นอำนาจ หน้าที่ของ .................................. ที่ตั้งขึ้นใหม่ได้ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมิต้องตกลงกันใหม่

    (๖) โดยเหตุผลอันใดก็ตาม ถ้าไม่มีการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการหรือประธาน คณะอนุญาโตตุลาการหรือมิได้มีการแต่งตั้งผู้อื่นแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งตาม (๒) หรือ (๓) หรือ

    (๔) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ .................................................. เป็นผู้แต่งตั้งให้

    (๗) ค่าใช้จ่ายของอนุญาโตตุลาการของคู่สัญญาฝ่ายใด ให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นทดรอง จ่ายไปก่อนไม่ว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นจะเป็นผู้แต่งตั้งหรือไม่ ส่วนค่าใช้จ่ายของประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายทดรองจ่ายไปฝ่ายละเท่าๆกันก่อนด้วย

    (๘) สถานที่พิจารณาของอนุญาโตตุลาการให้เป็นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น

    (๙) ภาษาที่ใช้ในกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการให้เป็นภาษาไทย เว้นแต่ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันให้ใช้ภาษาอังกฤษ

    (๑๐) ในการวินิจฉัยชี้ขาด คณะอนุญาโตตุลาการต้องวินิจฉัยตามบทบัญญัติของ กฎหมายไทยและคำนึงถึงหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่พึงจะนำมาใช้บังคับด้วย และให้กำหนด จำนวนค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของอนุญาโตตุลาการที่จะให้คู่สัญญาฝ่ายใดเป็นผู้เสียแต่ฝ่ายเดียว หรือให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นผู้เสียตามส่วนที่เห็นสมควรในคำชี้ขาดด้วย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยจะต้องทำ เป็นหนังสือและระบุเหตุผลแห่งคำชี้ขาดนั้น (๑๑)คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการให้เป็นที่สุดและมีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการอาจมีขึ้นในศาลที่มีเขตอำนาจ (๑๒)ให้ผู้รับสัญญายังคงดำเนินงานตามสัญญานี้ต่อไปในระหว่างกระบวนพิจารณา ของอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่อธิบดีจะสั่งให้ผู้รับสัญญาหยุดดำเนินงานตามสัญญาอย่างหนึ่งอย่างใด หากการดำเนินงานของผู้รับสัญญานั้นจะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมหรือความปลอดภัย ๑๔ (๑๓)เรื่องดังต่อไปนี้มิให้บังคับโดยอนุญาโตตุลาการ

    (ก) ความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม

    (ข) ข้อพิพาทเกี่ยวกับพระราชบัญญัติปิโตรเลียมที่ผู้รับสัญญาได้ยื่นฟ้องต่อ ศาลไทยแล้ว

    (ค) ข้อพิพาทเกี่ยวกับคำวินิจฉัยหรือคำสั่งที่ให้เป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติ ปิโตรเลียม

  15. ๑๓

    การกำหนดค่าปรับ เว้นแต่กรณีที่มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในพระราชบัญญัติปิโตรเลียมหรือกรณี ผิดนัดชำระเงินตามสัญญา ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ หากผู้รับสัญญาฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งกรมเห็นว่ายังไม่เป็นเหตุอันสมควรให้บอกเลิกสัญญา กรมอาจแจ้งให้ผู้รับสัญญาดำเนินการแก้ไขเหตุนั้นให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้รับ สัญญาเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวไม่เพียงพอ อาจยื่นขออนุญาตขยายระยะเวลาพร้อมระบุเหตุผล ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่กรมกำหนด ทั้งนี้ ถ้าไม่ได้รับแจ้งการอนุญาต หรือไม่อนุญาตจากกรมภายในระยะเวลาที่กรมกำหนดให้ถือว่าอนุญาตให้ขยายระยะเวลาตามที่ขอ หากผู้รับสัญญาไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดหรือเวลาที่ได้รับอนุญาต ให้ขยายผู้รับสัญญาต้องชำระค่าปรับเนื่องจากเหตุดังกล่าวให้แก่กรมตามที่กรมกำหนดเป็นจำนวนเงิน ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐บาท(หนึ่งแสนบาท) ในกรณีที่ผู้รับสัญญาไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด หรือเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ขยายตามวรรคหนึ่ง กรมอาจเข้าดำเนินการเองหรือมอบหมายให้บุคคลใด เข้าดำเนินการแก้ไขแทนได้ โดยผู้รับสัญญาต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการนั้น และยังคงต้องชำระค่าปรับตามที่กำหนดไว้ด้วย

  16. ๑๔

    การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ให้สัญญา

    (๑) ผู้ให้สัญญามีอำนาจบอกเลิกสัญญา เมื่อผู้รับสัญญา

    (ก) ไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันสำหรับการสำรวจปิโตรเลียมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ หรือไม่เริ่มประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญาตามแผนงานและงบประมาณสำหรับกิจการ ปิโตรเลียมในปีที่หนึ่งที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๓ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ

    (ข) ไม่วางหลักประกันหรือวางหลักประกันไม่ครบจำนวนตามมาตรา ๘๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม

    (ค) ไม่ชำระผลประโยชน์พิเศษตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐

    (ง) จงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓(๖)(ก) (ค) หรือ

    (ง) ข้อ ๙(๙)หรือผิดนัด ชำระเงินตามสัญญา เป็นประจำ

    (จ) ไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓(๖) (ข)

    (ฉ) เป็นบุคคลล้มละลาย ๑๕

    (๒) เมื่อมีเหตุที่จะบอกเลิกสัญญาตาม

    (๑) เกิดขึ้น และเหตุนั้นรัฐมนตรีเห็นว่าอาจ แก้ไขได้ ให้รัฐมนตรีแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบถึงเหตุนั้น และกำหนดให้ผู้รับสัญญาแก้ไขภายในเวลา ที่เห็นสมควร โดยผู้รับสัญญาต้องชำระค่าปรับเนื่องจากเหตุดังกล่าวให้แก่กรมเป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐บาท(หนึ่งล้านบาท) ถ้าผู้รับสัญญาเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ภายในเวลา ที่กำหนดให้ขออนุญาตขยายเวลาออกไปได้เท่าที่จำเป็นก่อนครบกำหนดเวลานั้นไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควรรัฐมนตรีอาจอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปได้ไม่เกินระยะเวลา ที่ผู้รับสัญญาขอขยาย ถ้าผู้รับสัญญาไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่สามารถแก้ไขภายในเวลา ที่ขยายออกไป ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาได้ ในกรณีที่มีเหตุที่จะบอกเลิกสัญญา และเหตุนั้นรัฐมนตรีเห็นว่าไม่อาจแก้ไขได้ ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับสัญญา ได้รับแจ้งการบอกเลิกสัญญา เว้นแต่ผู้รับสัญญาจะดำเนินการตามข้อ ๑๒

    (๓) ในกรณีที่ผู้รับสัญญาถูกบอกเลิกสัญญาตาม

    (๒) การบอกเลิกสัญญาดังกล่าว ไม่ลบล้างความรับผิดใดๆที่เกิดขึ้นตามข้อกำหนดในสัญญานี้ของผู้รับสัญญาและไม่ทำให้ผู้รับสัญญา หลุดพ้นจากความรับผิดชอบหรือข้อผูกพันใด ๆ ที่ต้องปฏิบัติตามสัญญานี้หรือตามกฎหมาย และผู้รับสัญญายอมชำระหนี้หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหาย จากการฟ้องร้อง คดีความ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย การอ้างสิทธิ หรือการเรียกร้องใด ๆ ทั้งปวง ซึ่งเกิดจาก การประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้หรือเป็นผลจากการบอกเลิกสัญญานี้

    (๔) ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าการผลิตปิโตรเลียมในช่วงระยะเวลาผลิตที่เหลืออยู่ ทำให้รายได้จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมเมื่อจ่ายค่าภาคหลวง ค่าจ้าง และค่าใช้จ่าย อื่น ๆที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการปิโตรเลียมกำหนดแล้วไม่มีเงินเหลือส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ภายใต้มาตรา ๕๓/๑๔แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน ผู้ให้สัญญาอาจบอกเลิกสัญญานี้ได้ โดยแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือน โดยการบอกเลิกสัญญานี้ต้องเป็นการเห็นชอบร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และการบอกเลิกสัญญา จะมีผลต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

  17. ๑๕

    การบอกเลิกสัญญาโดยผู้รับสัญญา ในกรณีที่ได้เริ่มประกอบกิจการปิโตรเลียมแล้ว หากผู้รับสัญญาเห็นว่าการสำรวจ หรือผลิตปิโตรเลียมไม่สามารถดำเนินการได้คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์หรือมีเหตุอันสมควรซึ่งผู้รับสัญญา สามารถพิสูจน์ได้ว่าหากดำเนินการตามสัญญาต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อผู้รับสัญญาให้ผู้รับ สัญญาแจ้งบอกเลิกสัญญาให้รัฐมนตรีทราบโดยยื่นต่อกรมล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนวันที่ ขอบอกเลิกสัญญาโดยผู้รับสัญญาต้องระบุถึงเหตุผลแห่งการบอกเลิกสัญญานั้น ทั้งนี้ ผู้รับสัญญา ยอมชำระหนี้หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหาย จากการฟ้องร้อง คดีความค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย การอ้างสิทธิ หรือการเรียกร้องใดๆทั้งปวง ซึ่งเกิดจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม ก่อนวันเลิกสัญญานี้หรือเป็นผลจากการบอกเลิกสัญญานี้ ๑๖ การบอกเลิกสัญญาโดยผู้รับสัญญาตามวรรคหนึ่งจะมีผลต่อเมื่อคณะรัฐมนตรี เห็นชอบและการบอกเลิกสัญญาดังกล่าวไม่ลบล้างความรับผิดใดๆที่เกิดขึ้นตามข้อกำหนดในสัญญา นี้ของผู้รับสัญญาและไม่ทำให้ผู้รับสัญญาหลุดพ้นจากความรับผิดชอบหรือข้อผูกพันใดๆที่ต้องปฏิบัติ ตามสัญญานี้หรือตามกฎหมาย

  18. ๑๖

    การสิ้นสุดของสัญญา

    (๑) สัญญานี้สิ้นสุดลงด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (ก) เมื่อระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมสิ้นสุดลงโดยไม่พบหลุมปิโตรเลียม ที่มีสมรรถนะเชิงพาณิชย์ตามมาตรา ๔๒แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม

    (ข) กำหนดระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมสิ้นสุดลง

    (ค) สัญญาถูกบอกเลิกตามข้อ ๑๔หรือคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เลิกสัญญาตาม ข้อ ๑๕

    (ง) เมื่อสภาพการเป็นนิติบุคคลของผู้รับสัญญาสิ้นสุดลง

    (๒) เมื่อสัญญานี้สิ้นสุดลง บรรดาข้อผูกพันทั้งปวงระหว่างผู้ให้สัญญากับผู้รับสัญญา ย่อมสิ้นสุดลง เว้นแต่การจ่ายเงินตามข้อผูกพันด้านปริมาณงานตามข้อ ๓(๕) หรือผลประโยชน์พิเศษ ตามข้อ ๑๐ซึ่งยังมิได้มีการปฏิบัติครบถ้วน และข้อผูกพันที่กำหนดในสัญญาว่าจะต้องปฏิบัติหรือ ยังคงต้องปฏิบัติต่อไปหลังจากสัญญาสิ้นอายุ เมื่อสัญญานี้สิ้นสุดลง ให้ผู้รับสัญญาส่งมอบทรัพย์สินของรัฐทั้งหมดซึ่งได้จาก การจัดหาตามข้อ ๙ที่ผู้รับสัญญาได้รับสิทธิให้ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมให้แก่กรม เว้นแต่สัญญาสิ้นสุดลงตาม (๑)

    (ก) ในกรณีทรัพย์สินตามวรรคสองที่กรมเห็นว่าไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้หรือกรม ไม่ต้องการใช้ประโยชน์ ผู้รับสัญญามีหน้าที่รื้อถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเว้นแต่ในกรณีที่ ทรัพย์สินนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์ ผู้รับสัญญามีหน้าที่จำหน่ายจ่ายโอนภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไข ที่กรมและผู้รับสัญญาได้ตกลงร่วมกัน เงินรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจ่ายโอนหลังจากหักค่า ดำเนินการตามที่ได้ตกลงร่วมกันแล้ว ผู้รับสัญญาจะต้องจัดส่งให้แก่กรมโดยครบถ้วนภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับชำระเงิน

  19. ๑๗

    สัญญาร่วมประกอบกิจการ

    (๑) ในกรณีที่ผู้รับสัญญาประกอบด้วยบริษัทมากกว่าหนึ่งราย ให้บริษัทแต่ละราย รับผิดร่วมกันและแทนกันในการปฏิบัติตามสัญญานี้ ทั้งนี้ ตามสัญญาร่วมประกอบกิจการที่ได้ แสดงต่อรัฐมนตรีในวันลงนามในสัญญานี้ ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุเกี่ยวกับ

    (ก) วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการจะใช้สิทธิ

    (ข) ผลประโยชน์และเอกสิทธิ์

    (ค) การปฏิบัติตามหน้าที่และข้อผูกพันของตนในฐานะของผู้รับสัญญา ๑๗

    (ง) สิทธิ ผลประโยชน์ เอกสิทธิ์ หน้าที่ และข้อผูกพันของบริษัทแต่ละราย โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดของสัญญานี้

    (จ) ผู้ดำเนินงานในระหว่างบริษัทแต่ละรายที่ประกอบกันเป็นผู้รับสัญญาด้วยกันเอง ซึ่งบริษัทแต่ละรายร่วมกันแต่งตั้งบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่ประกอบกันเป็นผู้รับสัญญา ให้กระทำการแทน ผู้รับสัญญา และมีหน้าที่จัดสรรส่วนแบ่งจากค่าจ้างแก่บริษัททุกรายที่ประกอบกันเป็นผู้รับสัญญา โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดของสัญญานี้ การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาร่วมประกอบกิจการที่มิใช่การแก้ไขเพื่อเปลี่ยนผู้ดำเนินงาน ต้องได้รับความยินยอมจากกรม ส่วนการแก้ไขเพื่อเปลี่ยนผู้ดำเนินงาน ให้แจ้งกรมทราบทันที สัญญาร่วมประกอบกิจการนั้น ผู้รับสัญญามีหน้าที่เก็บรักษาไว้และจะต้องพร้อม ให้กรมหรือรัฐมนตรีตรวจสอบได้ทันทีเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ กรมและรัฐมนตรีตกลงที่จะไม่เปิดเผยหรือ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาร่วมประกอบกิจการตามข้อนี้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอม จากผู้รับสัญญา

    (๒) ในกรณีที่บริษัทใดซึ่งเป็นผู้ร่วมประกอบกิจการตามสัญญาร่วมประกอบกิจการ ตามข้อนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือสภาพการเป็นนิติบุคคลได้สิ้นสุดลงแล้วแต่กรณี ให้บริษัท ที่เหลืออยู่แจ้งให้กรมทราบว่าจะดำเนินการต่อไปโดยบริษัทอื่นที่เหลืออยู่หรือรับบริษัทอื่นเข้าร่วม ประกอบกิจการปิโตรเลียมแทนบริษัทนั้น หากรัฐมนตรีเห็นว่าบริษัทอื่นที่เหลืออยู่สามารถประกอบ กิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ต่อไปได้หรือรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมแทนบริษัทนั้น เพื่อให้สามารถประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ต่อไปได้ ให้ถือว่ากรณีดังกล่าวยังไม่เป็นเหตุ ในการบอกเลิกสัญญาหรือการสิ้นสุดสัญญา และให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญานี้

  20. ๑๘

    การประกันภัย

    (๑) ตลอดระยะเวลาของสัญญานี้ ผู้รับสัญญาต้องจัดให้มีการเอาประกันภัย เพื่อคุ้มครองต่อการสูญเสียและ/หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม ตามสัญญานี้ ต่อสิ่งต่อไปนี้

    (ก) ทรัพย์สินของรัฐ และทรัพย์สินอื่นใดที่กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของรัฐตามผลของ ข้อ ๙(๕) ซึ่งรวมถึงหลุมเจาะ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกและของใช้ที่อยู่ในระหว่างการใช้ ประโยชน์หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือทรัพย์สินที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับสัญญา

    (ข) ปิโตรเลียมที่ได้มีการผลิตขึ้นมาเหนือพื้นดินหรือพื้นน้าแล้ว กรมธรรม์ประกันภัยตาม(ก) และ(ข) ต้องระบุชื่อกรมและ/หรือบุคคลอื่น ที่กรมกำหนดเป็นผู้รับประโยชน์

    (๒) ผู้รับสัญญาต้องรับภาระชำระเบี้ยประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่นใด ที่เกี่ยวข้องกับ การจัดทำประกันภัยและการต่ออายุกรมธรรม์ทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่าย ค่าเสียหายที่อยู่นอกเหนือ หรือไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ และค่าเสียหายส่วนแรก

    (๓) เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว ให้ผู้รับสัญญาส่งมอบสำเนากรมธรรม์ดังกล่าว ให้กรมด้วย ๑๘

    (๔) เมื่อมีเหตุในการเรียกร้องสิทธิการเอาประกันภัย ผู้รับสัญญามีหน้าที่เรียกร้อง สิทธิดังกล่าวแทนผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยนั้น ในกรณีที่เหตุในการเรียกร้องสิทธิ การเอาประกันภัยดังกล่าวเป็นกรณีตาม (๑)

    (ก) ผู้รับสัญญามีหน้าที่ต้องทำทรัพย์สินนั้นให้กลับมาสู่ สภาพการใช้งานได้ดีดังเดิมตามปกติ โดยไม่ต้องรอเงินค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยหรือเงิน ชดเชยความเสียหายจากบุคคลที่สาม ในกรณีที่ผู้รับสัญญาได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัย ให้ส่งแก่ ผู้รับประโยชน์นั้นโดยพลัน ในกรณีที่ผู้รับสัญญาได้รับเงินชดเชยความเสียหายจากบุคคลที่สาม ให้ส่งแก่ กรมโดยพลัน (๕)เมื่อกรมได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยหรือเงินชดเชยความเสียหาย จากบุคคลที่สามแล้ว ให้กรมนำไปชดเชยต่อความสูญเสียและ/หรือความเสียหายในส่วนต่าง ๆ เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินเงินค่าสินไหมทดแทนหรือเงินชดเชยความเสียหายที่ได้รับ ดังต่อไปนี้

    (ก) ในกรณีการประกันภัยตาม (๑)

    (ก) ให้ใช้เพื่อการซ่อมแซม เปลี่ยนอุปกรณ์ หรือทรัพย์สินที่เสียหาย หากเงินค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากการประกันภัยและ/หรือเงินชดเชย ความเสียหายที่ได้รับจากบุคคลที่สาม ไม่เพียงพอต่อการชดเชยความสูญเสียและ/หรือความเสียหาย ที่เกิดขึ้น ผู้รับสัญญาต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายเงินชดเชยต่อความสูญเสียและ/หรือความเสียหาย ส่วนที่เกินจากเงินที่ได้รับจากการประกันภัยและ/หรือเงินที่ได้รับจากบุคคลที่สาม

    (ข) ในกรณีการประกันภัยตาม (๑)

    (ข) หากกรมได้รับค่าสินไหมทดแทนจาก การประกันภัยและ/หรือเงินชดเชยจากบุคคลที่สาม กรมจะจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับสัญญาตามอัตรา ค่าจ้างในข้อ ๕(๑) หลังจากจ่ายค่าภาคหลวงแล้ว ทั้งนี้ ไม่เกินผลรวมของค่าสินไหมทดแทน และ/หรือเงินชดเชยที่ได้รับภายหลังจากจ่ายค่าภาคหลวงแล้ว และหากเงินที่ได้รับไม่พอจ่ายค่าจ้าง ให้ส่วนที่ค้างชำระเป็นอันพับไป

    (๖) การจัดทำประกันภัยตามสัญญานี้ไม่ทำให้ผู้รับสัญญาหลุดพ้นจากหน้าที่หรือ ความรับผิดชอบใดๆของผู้รับสัญญาตามข้อกำหนดในสัญญานี้และตามกฎหมาย

  21. ๑๙

    เหตุที่มิใช่ความผิดของคู่สัญญา

    (๑) เหตุที่มิใช่ความผิดของคู่สัญญาให้หมายความรวมถึงเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ เหตุจากภัยธรรมชาติ แผ่นดินถล่ม ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว น้าท่วม ไฟไหม้ พายุหรือการเตือนภัยพายุ คลื่นทะเลเนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ เรืออับปางและภัยต่อการเดินเรือ ภัยสงคราม ภัยจาก การก่อการร้ายหรือการก่อวินาศกรรม การนัดหยุดงาน อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญา

    (๒) ในกรณีที่เกิดเหตุที่มิใช่ความผิดของคู่สัญญา ทำให้การปฏิบัติตามหน้าที่ใด ๆ นอกเหนือไปจากหน้าที่ในการชำระเงิน หรือการใช้สิทธิใดๆภายใต้สัญญานี้ ไม่สามารถจะกระทำได้ ทำให้มีอุปสรรค หรือทำให้เกิดความล่าช้า ให้ถือว่าการไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่หรือการไม่ใช้สิทธิ นั้น ๆของกรมหรือของผู้รับสัญญา ไม่เป็นการไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามสัญญานี้ ๑๙

    (๓) ในกรณีที่กรมหรือผู้รับสัญญาไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ใช้สิทธิตามสัญญานี้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง หรือกฎข้อบังคับใดๆของรัฐ ให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวนั้น ไม่เป็นการไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามสัญญานี้

    (๔) เมื่อเกิดเหตุตาม (๑) หรือ

    (๓) คู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจะต้องแจ้งเหตุการณ์ ดังกล่าวให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบทันที และคู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจะต้องใช้ความพยายาม อย่างเต็มความสามารถในการขจัดหรือแก้ไขเหตุดังกล่าว รวมทั้งจะกลับมาปฏิบัติตามสัญญานี้ โดยครบถ้วนต่อไป ทั้งนี้ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    (๕) ในกรณีที่การสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียม หรือการเก็บรักษา หรือขนส่งปิโตรเลียม เฉพาะส่วนที่กระทบกระเทือนต่อกิจกรรมในแปลงสำรวจใดต้องหยุดชะงักลงเป็นส่วนใหญ่เพราะเหตุ ที่มิใช่ความผิดของผู้รับสัญญา ถ้าผู้รับสัญญาประสงค์จะขอหยุดการนับระยะเวลาของสัญญา ให้แจ้ง ต่อกรมภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุที่มิใช่ความผิดของผู้รับสัญญานั้นพร้อมทั้งรายละเอียด ในกรณีเช่นนี้ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการปิโตรเลียมและโดยได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้หยุดการนับระยะเวลาของสัญญาในส่วนที่เกี่ยวกับแปลงสำรวจนั้นออกไป เท่ากับระยะเวลาที่ผู้รับสัญญาสามารถพิสูจน์ได้ว่าการดำเนินงานข้างต้นต้องหยุดชะงักลงเพราะเหตุที่ มิใช่ความผิดของผู้รับสัญญา

  22. ๒๐

    ความคุ้มครองจากการเรียกร้องโดยบุคคลอื่น ผู้รับสัญญาจะต้องปกป้อง เข้าสู้คดี หรือรับผิดในการชำระหนี้หรือในการชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนตลอดเวลาให้แก่ผู้ให้สัญญากรมหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งบุคลากรต่างๆ ที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียมและ/หรือตามสัญญานี้ รวมเรียกว่า “ผู้ได้รับความคุ้มครอง” มิให้ได้รับความเสียหายจากการฟ้องร้องคดีความค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่าย การอ้างสิทธิ หรือการเรียกร้อง ใด ๆทั้งปวงซึ่งอาจจะมีการกระทำหรือดำเนินการต่อผู้ได้รับความคุ้มครองโดยบุคคลใดๆเกี่ยวกับ กรณีใดๆก็ตามซึ่งเกิดจากการประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้โดยผู้รับสัญญา ความคุ้มครองนี้ ให้หมายรวมถึงค่าเสียหาย ความสูญเสีย หรือค่าปรับ ที่กรมอาจต้องชำระให้กับผู้ที่ทำสัญญาซื้อขาย น้ามันดิบหรือก๊าซธรรมชาติกับกรม อันเกิดจากการไม่สามารถส่งมอบน้ามันดิบหรือก๊าซธรรมชาติ ตามข้อ ๖หรือข้อ ๗แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีดังกล่าวนั้นผู้รับสัญญาพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความประมาท เลินเล่อหรือการจงใจผิดสัญญาของผู้ได้รับความคุ้มครองรายใด ๆ ทั้งนี้ ให้กรมแจ้งผู้รับสัญญา โดยพลันให้ทราบถึงการฟ้องร้องคดีความค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่าย การอ้างสิทธิ หรือการเรียกร้องใดๆนั้น ผู้ได้รับความคุ้มครองจะไม่ทำการชำระหนี้ใดๆหรือทำความตกลงจะชำระหนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีตามวรรคหนึ่ง โดยปราศจากความยินยอมของผู้รับสัญญาก่อน ๒๐

  23. ๒๑

    การปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่ง ผู้รับสัญญาจะต้องปฏิบัติตาม และจะต้องดำเนินการให้ลูกจ้าง ตัวแทน และผู้รับจ้าง เหมาช่วงของตนทั้งหมด รวมทั้งลูกจ้างของผู้รับจ้างเหมาช่วง ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ กฎข้อบังคับ และข้อกำหนดทั้งปวงของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีผลใช้บังคับในขณะทำสัญญานี้ และที่จะใช้บังคับในภายหน้ารวมทั้งบทบัญญัติทั้งปวงของพระราชบัญญัติปิโตรเลียมกฎหมายลำดับรอง ของพระราชบัญญัติดังกล่าวที่ใช้บังคับกับสัญญาจ้างบริการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบ กิจการปิโตรเลียม

  24. ๒๒

    แถลงการณ์ต่อสาธารณะ ผู้รับสัญญาจะออกแถลงการณ์ ประกาศหรือหนังสือเวียนต่อสาธารณะ ในเรื่องที่ เกี่ยวกับสัญญานี้หรือกิจกรรมของคู่สัญญาทุกฝ่ายซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ได้ เมื่อได้รับความยินยอม จากกรมเว้นแต่ผู้รับสัญญาหรือบริษัทในเครือมีความจำเป็นจะต้องทำแถลงการณ์ต่อสาธารณะ หรือประกาศเช่นนั้น เพื่อที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย หรือระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ หรือองค์กรควบคุมในลักษณะเดียวกัน ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้รับสัญญาแจ้งต่อกรมให้ทราบด้วย คำว่า “บริษัทในเครือ”ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลในเครือเดียวกันตามมาตรา ๓๙แห่งประมวลรัษฎากรและให้หมายความรวมถึงบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้รับสัญญาในลักษณะที่ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจควบคุมเกี่ยวกับ การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการหรือหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการทั้งหมดหรือโดยส่วนใหญ่ ในอีกฝ่ายหนึ่ง

  25. ๒๓

    การแจ้งให้ทราบ

    (๑) บรรดาหนังสือที่ต้องส่งแก่ผู้ให้สัญญาหรือรัฐมนตรี ให้ส่งไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งตั้งอยู่ ณ................................................................................. ประเทศไทยพร้อมกับสำเนาฉบับหนึ่งไปยังอธิบดี ณ............................................................................... ประเทศไทย สำหรับหนังสือ รายงาน หรือข้อมูลที่ต้องส่งให้แก่อธิบดีหรือกรม ให้ส่งไปยัง อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามที่อยู่ตามวรรคหนึ่ง ๒๑

    (๒) บรรดาหนังสือหรือคำสั่งที่ต้องส่งให้แก่ผู้รับสัญญา ให้ส่งไปยังผู้รับสัญญา ณสถานที่ทางานในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ ณ......................................................................................*

    (๓) หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ส่งหนังสือหรือคำสั่งที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ

    (๒) ให้รัฐมนตรี อธิบดี หรือผู้รับสัญญา แล้วแต่กรณี มีหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ

    (๔) บรรดาคำขอและการยินยอม เห็นชอบ อนุมัติ อนุญาตรวมทั้งคำบอกกล่าว ทั้งปวงที่จำเป็นต้องให้ตามสัญญานี้ ให้ทำเป็นหนังสือ และอาจส่งโดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือโดยโทรสารที่มีหลักฐานยืนยันว่าได้ส่งแล้ว หรือโดยบริการจัดส่งพัสดุ หรือโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง ยังที่อยู่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย คำขอและการยินยอม เห็นชอบ อนุมัติ อนุญาตรวมทั้งคำบอกกล่าว ทั้งปวงให้ถือว่าได้แจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบเมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้รับหนังสือนั้น

    (๕) คู่สัญญาอาจส่งหนังสือ คำสั่ง รายงาน ข้อมูล คำขอ คำบอกกล่าว หรือเอกสารใดๆให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้ โดยให้ส่งไปยัง ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ดังต่อไปนี้

    (ก) .......................................................... สำหรับผู้ให้สัญญาหรือรัฐมนตรี

    (ข) .......................................................... สำหรับอธิบดีหรือกรม

    (ค) .......................................................... สำหรับผู้รับสัญญา การส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ *หมายเหตุ : ในกรณีที่ผู้รับสัญญาประกอบด้วยบริษัทมากกว่าหนึ่งราย ให้ระบุ ข้อความดังต่อไปนี้แทน “(๒) บรรดาหนังสือหรือคำสั่งที่ต้องส่งให้แก่ผู้รับสัญญาให้ส่งไปยังผู้ดำเนินงาน ณสถานที่ทางานในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ ณ........................................................................................ และให้ถือว่าบริษัททุกรายที่ประกอบกันเป็นผู้รับสัญญาทราบแล้ว” ๒๒ สัญญานี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ ผู้ให้สัญญา และผู้รับสัญญาต่างรักษาไว้ฝ่ายละฉบับ กระทรวงพลังงานโดย ลายมือชื่อ ______________________________รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) ผู้รับสัญญา* โดย ลายมือชื่อ ______________________________ผู้รับสัญญา ( ) ลายมือชื่อ ______________________________ผู้รับสัญญา (ถ้ามี) ( ) ลายมือชื่อ ______________________________ผู้รับสัญญา (ถ้ามี) ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) *หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้รับสัญญาประกอบด้วยบริษัทมากกว่าหนึ่งรายให้ระบุชื่อบริษัท การจัดตั้งเป็นบริษัทตามกฎหมายของประเทศใด ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ที่ตั้งสำนักงานในประเทศไทย ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท และการลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)) ของแต่ละบริษัททุกรายไว้ในสัญญานี้ให้ครบถ้วน รวมทั้งให้ระบุ สัดส่วนของสิทธิตามสัญญาและบริษัทที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินงานแนบท้ายสัญญานี้ด้วย ๒๓ ภาคผนวกกรายละเอียดพิกัดภูมิศาสตร์ของพื้นที่ตามสัญญา ให้ระบุหมายเลข อาณาเขตพิกัดและ/หรือพื้นที่ และเนื้อที่ของแปลงสำรวจรวมทั้ง รายละเอียดอื่นที่จำเป็นสำหรับการแสดงพิกัดภูมิศาสตร์ของพื้นที่ตามสัญญา หมายเหตุ: ในกรณีที่มีความแตกต่างกันระหว่างพิกัดภูมิศาสตร์กับแผนที่ ให้ถือตามพิกัดภูมิศาสตร์ ๒๔ ภาคผนวกขแผนที่แสดงพื้นที่ตามสัญญา [ระบุแผนที่] ๒๕ ภาคผนวกคการรายงานผลการประกอบกิจการปิโตรเลียม ให้ผู้รับสัญญานำส่งข้อมูล ดังต่อไปนี้ ๑. การสำรวจวัดค่าความเข้มสนามแม่เหล็กและวัดค่าความโน้มถ่วงของหิน (MagneticandGravity Survey)ประกอบด้วย ๑.๑รายงานประจำวัน ๑.๒รายงานผลการสำรวจ ๒. การสำรวจธรณีวิทยา ประกอบด้วย ๒.๑ ผลการสำรวจธรณีวิทยาปิโตรเลียม (PetroleumGeology)พร้อมแผนที่ ธรณีวิทยา และแผนที่แสดงตำแหน่งที่เก็บตัวอย่าง ตามที่กรมเห็นสมควร ๒.๒ผลการวิเคราะห์หินกักเก็บปิโตรเลียม (Reservoir RockAnalysis) ๒.๓ผลการวิเคราะห์หินต้นกำเนิดปิโตรเลียม (SourceRockAnalysis) ๒.๔ผลการวิเคราะห์ซากดึกดำบรรพ์ (Paleontology) ๓. การสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Survey)ประกอบด้วย ๓.๑รายงานประจำวัน ๓.๒รายงานผลการสำรวจ ๔.การเจาะหลุมเพื่อการสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียม(ExplorationandDevelopment Drilling) ประกอบด้วย ๔.๑รายงานประจำวัน ๔.๒ข้อมูลการหยั่งธรณีหลุมเจาะ ๔.๓รายงานหลุมเจาะฉบับสมบูรณ์ (Final WellReport) ๔.๔ รายงานการศึกษาข้อมูลธรณีวิทยา การศึกษาวิเคราะห์ตัวอย่างหิน และตัวอย่างปิโตรเลียม ๔.๕รายงานการทดสอบอัตราการไหลของปิโตรเลียมทุกวิธี ๔.๖ ตัวอย่างดินหรือหินที่ล้างน้าโคลน (Washed andDried Sample) จากหลุมสำรวจและหลุมประเมินผล ๔.๗ตัวอย่างแท่งหิน (Core Sample)จากหลุมเจาะทุกระยะที่เก็บ ๕. การสำรวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมประจำเดือน ประกอบด้วย ๕.๑รายงานผลการดำเนินงาน ๕.๒ผลการประเมินปริมาณสำรองปิโตรเลียม ๕.๓ แผนที่แสดงโครงสร้างแหล่งปิโตรเลียม (Structural Contour Map) ของชั้นปิโตรเลียมหลัก พร้อมทั้งแสดงภาพตัดขวาง (Cross Section) ของหลุมหลัก ๕.๔ผลการประเมินพลังผลิตของแหล่งปิโตรเลียม (Deliverability) และรายงาน การศึกษาแบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม (Reservoir Simulation) ๕.๕รายละเอียดและข้อมูลทางวิศวกรรม พร้อมด้วยแผนผังเกี่ยวกับการเตรียม หลุมผลิต (Well CompletionDiagram) ๕.๖รายงานการกระตุ้นเพื่อเพิ่มการผลิต (Stimulation) ๕.๗ผลการทดสอบความดันที่ก้นหลุม (BottomHolePressure) ๒๖ ๕.๘ รายงานการประเมินผลการทดสอบเพื่อการผลิต (Production Test) ทุกชนิด ๖. การผลิตประกอบด้วย ๖.๑รายงานประจำวัน ๖.๒รายงานประจำเดือน ๗. การดำเนินงานด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมประจำเดือน แยกตามกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ๘. การสละหลุมผลิตและหลุมอัดน้า หลังจากเสร็จสิ้นการสละหลุม ๙. การติดตามสถานะการใช้ประโยชน์สิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียมประจำปี ๑๐.ข้อมูลอื่นๆตามที่อธิบดีกำหนด รายละเอียดของข้อมูลตามภาคผนวกนี้ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด ๒๗ ภาคผนวกงรายละเอียดของข้อผูกพันด้านปริมาณงานและปริมาณเงิน ผู้รับสัญญาจะดำเนินกิจกรรมการสำรวจในพื้นที่ตามสัญญาให้สำเร็จลุล่วงไปในช่วง การสำรวจเป็นระยะเวลา ...... ปี ตั้งแต่วันที่ .................................... โดยมีรายละเอียดของข้อผูกพัน ด้านปริมาณงานและปริมาณเงินที่จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ …………….......................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ชธ/ป๑๓/๑ (ครุฑ) กระทรวงพลังงาน สัญญาจ้างสำรวจและผลิตเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) ของสัญญาจ้างสำรวจและผลิตเลขที่ .............../............... ระหว่าง กระทรวงพลังงาน กับ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงวันที่ .. เดือน ........................ พ.ศ. .... สัญญาจ้างสำรวจและผลิตเพิ่มเติมนี้ ทำขึ้นเมื่อวันที่ ...... เดือน ............... พ.ศ. ........ ณ........................................................................................................... ระหว่าง กระทรวงพลังงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยคำแนะนำของคณะกรรมการปิโตรเลียมและโดยได้รับอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้สัญญา” ฝ่ายหนึ่ง กับ บริษัท ........................................ ........................................................................................................................................... ................ ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ ................................................................................ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ .......................................................................................................................... สำนักงานในประเทศไทยอยู่ที่ ................................................................................................................ โดย......................................................................................... เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท ................................................................................................................................................................ ปรากฏตามหลักฐานแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (และหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ...................................................................................... (ถ้ามี)) แนบท้ายสัญญานี้ และบริษัท (ถ้ามี) ................................................................................................................................... ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ .................................................................................. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ ............................................................................................................................. สำนักงานในประเทศไทยอยู่ที่ ................................................................................................................ โดย........................................................................................ เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท ................................................................................................................................................................ ปรากฏตามหลักฐานแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (และหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ...................................................................................... (ถ้ามี)) แนบท้ายสัญญานี้ และบริษัท (ถ้ามี) ................................................................................................................ ............... ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ ................................................................................... มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ .................................................................................................... ................... สำนักงานในประเทศไทยอยู่ที่ ................................................................................................................ โดย........................................................................................ เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท ................................................................................................................................................................ ปรากฏตามหลักฐานแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (และหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ...................................................................................... (ถ้ามี)) แนบท้ายสัญญานี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้รับสัญญา”* อีกฝ่ายหนึ่ง โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายประสงค์ที่แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างสำรวจและผลิต เลขที่ ......../......... ลงวันที่ ...................................... โดยคู่สัญญาตกลงให้สิทธิ หน้าที่ และความผูกพัน เป็นไปตามสัญญาฉบับดังกล่าว และตามข้อกำหนดแห่งสัญญาเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ .................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ สัญญาเพิ่มเติมนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ ผู้ให้สัญญา และผู้รับสัญญาต่างรักษาไว้ฝ่ายละฉบับ กระทรวงพลังงานโดย ลายมือชื่อ ______________________________รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) ผู้รับสัญญา* โดย ลายมือชื่อ ______________________________ผู้รับสัญญา ( ) ลายมือชื่อ ______________________________ผู้รับสัญญา (ถ้ามี) ( ) ลายมือชื่อ ______________________________ผู้รับสัญญา (ถ้ามี) ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) ลายมือชื่อ ______________________________พยาน ( ) *หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้รับสัญญาประกอบด้วยบริษัทมากกว่าหนึ่งรายให้ระบุชื่อบริษัท การจัดตั้งเป็นบริษัทตามกฎหมายของประเทศใด ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ที่ตั้งสำนักงานในประเทศไทย ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท และการลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)) ของแต่ละบริษัททุกรายไว้ในสัญญานี้ให้ครบถ้วน รวมทั้งให้ระบุ สัดส่วนของสิทธิตามสัญญาและบริษัทที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินงานแนบท้ายสัญญานี้ด้วย เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2560 ได้เพิ่มความเป็นหมวด 3/2 สัญญาจ้างบริการ เพื่อให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแก่ผู้รับสัญญาจ้างบริการ ในรูปแบบของสัญญาจ้าง สำรวจและผลิต สัญญาจ้างสำรวจ และสัญญาจ้างผลิตซึ่งปิโตรเลียม และโดยที่มาตรา 53/10 วรรคสอง บัญญัติให้แบบสัญญาจ้างบริการในแต่ละรูปแบบเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

แผนงานและงบประมาณสำหรับกิจการปิโตรเลียม การควบคุมดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ค่าภาคหลวงค่าจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และการจ่ายค่าจ้าง การจัดการผลผลิตน้ามันดิบเมื่อมีการผลิตปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์ การจัดการผลผลิตก๊าซธรรมชาติเมื่อมีการผลิตปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์ การชำระเงินของผู้รับสัญญา การจัดหาสินค้าและบริการ ผลประโยชน์พิเศษ การเคารพต่อข้อกำหนดขั้นมูลฐาน การระงับข้อพิพาท การกำหนดค่าปรับ การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ให้สัญญา การบอกเลิกสัญญาโดยผู้รับสัญญา การสิ้นสุดของสัญญา สัญญาร่วมประกอบกิจการ การประกันภัย เหตุที่มิใช่ความผิดของคู่สัญญา ความคุ้มครองจากการเรียกร้องโดยบุคคลอื่น การปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่ง แถลงการณ์ต่อสาธารณะ การแจ้งให้ทราบ สัญญาจ้างสำรวจและผลิตนี้ ทำขึ้นเมื่อวันที่ ....... เดือน ........................ พ.ศ. .......... ณ............................................................................................................... ระหว่าง กระทรวงพลังงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยคำแนะนำของคณะกรรมการปิโตรเลียมและโดยได้รับอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้สัญญา” ฝ่ายหนึ่ง กับ บริษัท ........................................ ................................................................................................................................................................ ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ ................................................................................ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ .......................................................................................................................... สำนักงานในประเทศไทยอยู่ที่ ................................................................................................................ โดย......................................................................................... เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท ................................................................................................................................................................ ปรากฏตามหลักฐานแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (และหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ...................................................................................... (ถ้ามี)) แนบท้ายสัญญานี้ และบริษัท (ถ้ามี) ................................................................................................................................... ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ .................................................................................. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ ............................................................................................................................. สำนักงานในประเทศไทยอยู่ที่ ................................................................................................................ โดย........................................................................................ เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท ................................................................................................................................................................ ปรากฏตามหลักฐานแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (และหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ...................................................................................... (ถ้ามี)) แนบท้ายสัญญานี้ และบริษัท (ถ้ามี) ................................................................................................................ ............... ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ ................................................................................... มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ .................................................................................................... ................... สำนักงานในประเทศไทยอยู่ที่ ................................................................................................................ โดย........................................................................................ เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท ................................................................................................................................................................ ปรากฏตามหลักฐานแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (และหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ...................................................................................... (ถ้ามี)) แนบท้ายสัญญานี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้รับสัญญา”* อีกฝ่ายหนึ่ง โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายประสงค์ที่จะเข้าทำสัญญาเพื่อวัตถุประสงค์ของการจ้างสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญา ดังนั้น คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง และเงื่อนไขที่กำหนดตามสัญญาดังต่อไปนี้ *หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้รับสัญญาประกอบด้วยบริษัทมากกว่าหนึ่งรายให้ระบุชื่อบริษัท การจัดตั้งเป็นบริษัทตามกฎหมายของประเทศใด ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ที่ตั้งสำนักงานในประเทศไทย ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท และการลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท (พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)) ของแต่ละบริษัททุกรายไว้ในสัญญานี้ให้ครบถ้วน รวมทั้งให้ระบุ สัดส่วนของสิทธิตามสัญญาและบริษัทที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินงานแนบท้ายสัญญานี้ด้วย ข้อ ๑

(๑) สัญญานี้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ .................................... เป็นต้นไป (๒)สัญญานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายในพื้นที่ตามสัญญา ตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี (๓) ผู้รับสัญญาตกลงเป็นผู้รับจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และดำเนินการอื่นใด ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม ตามที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ โดยผู้รับสัญญาเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย ทั้งปวงในการประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ (๔) การจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับสัญญากรมจะจ่ายต่อเมื่อมีการผลิตปิโตรเลียม ในเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ตามสัญญา ภายใต้วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ (๕) ผลผลิตปิโตรเลียมทั้งหมดเป็นของรัฐ โดยรัฐมีสิทธิขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียม ดังกล่าว และรัฐอาจมอบให้ผู้รับสัญญาเป็นผู้ขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมแทนรัฐก็ได้ (๖)ให้ถ้อยคำต่อไปนี้มีความหมายตามที่ได้ให้ไว้ดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ในสัญญานี้ “พระราชบัญญัติปิโตรเลียม”หมายความว่า พระราชบัญญัติปิโตรเลียมพ.ศ.๒๕๑๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ว่าแก้ไขเพิ่มเติมก่อนหรือหลังวันที่ทำสัญญานี้ “กิจการปิโตรเลียม”หมายความว่า การสำรวจการผลิตการเก็บรักษาการขนส่ง การขายหรือการจำหน่ายปิโตรเลียม “พื้นที่ตามสัญญา” หมายความว่า แปลงสำรวจและพื้นที่ผลิต ซึ่งผู้รับสัญญา มีสิทธิประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ “แปลงสำรวจ”หมายความว่า เขตพื้นที่ที่กำหนดขึ้นสำหรับการสำรวจปิโตรเลียม “พื้นที่ผลิต”หมายความว่า เขตพื้นที่ที่กำหนดขึ้นสำหรับการผลิตปิโตรเลียม “รัฐมนตรี”หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน “คณะกรรมการปิโตรเลียม”หมายความว่า คณะกรรมการปิโตรเลียมตาม พระราชบัญญัติปิโตรเลียม “อธิบดี”หมายความว่า อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ “กรม”หมายความว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ “ค่าจ้าง” หมายความว่า ค่าจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ผู้รับสัญญาจะได้รับ ตามข้อ ๕ “แผนงานและงบประมาณ”หมายความว่า แผนงานและงบประมาณสำหรับ กิจการปิโตรเลียมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ “ผลผลิตปิโตรเลียม”หมายความว่า น้ามันดิบก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว ทั้งหมดที่ผู้รับสัญญานำขึ้นมาภายใต้สัญญานี้ (๗) ในกรณีที่สัญญานี้กำหนดให้ผู้รับสัญญาต้องได้รับความยินยอม ความเห็นชอบ การอนุมัติ หรือการอนุญาตจากรัฐมนตรี อธิบดี หรือกรม ความยินยอม ความเห็นชอบ การอนุมัติ หรือการอนุญาตนั้นจะต้องไม่ล่าช้าหรือถูกยับยั้งโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ๒ (๘) เอกสารแนบท้ายสัญญาดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ภาคผนวกกรายละเอียดพิกัดภูมิศาสตร์ของพื้นที่ตามสัญญา ภาคผนวกขแผนที่แสดงพื้นที่ตามสัญญา ภาคผนวกคการรายงานผลการประกอบกิจการปิโตรเลียม ภาคผนวกงรายละเอียดของข้อผูกพันด้านปริมาณงานและปริมาณเงิน ภาคผนวก....................................ฯลฯ...................................... ความใดในเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ขัดแย้งกับข้อความในสัญญานี้ ให้ใช้ข้อความ ในสัญญานี้บังคับ และในกรณีที่เอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับสัญญาจะต้องปฏิบัติตาม คำวินิจฉัยของอธิบดี ข้อ ๒ กำหนดระยะเวลาและการคืนพื้นที่ (๑) สัญญานี้มีกำหนดเวลา........ ปี นับแต่วันที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับตามข้อ ๑(๑) โดยมีระยะเวลาแบ่งออกเป็น (ก) ระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมมีกำหนด...... ปี นับแต่วันที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ (ข) ระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมตามสัญญามีกำหนด...... ปี นับแต่วันถัดจาก วันสิ้นระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียม ในระหว่างระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมผู้รับสัญญาจะผลิตปิโตรเลียม เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้วก็ได้ (๒) ในวันเริ่มระยะเวลาสำรวจพื้นที่ตามสัญญาประกอบด้วยแปลงสำรวจหมายเลข ......... ซึ่งมีรายละเอียดพิกัดภูมิศาสตร์ของพื้นที่ตามสัญญาและแผนที่แสดงพื้นที่ตามสัญญา ดังปรากฏในภาคผนวกกและภาคผนวกขตามลำดับ (๓) ผู้รับสัญญาต้องเริ่มกิจการปิโตรเลียมเกี่ยวกับการสำรวจภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับความเห็นชอบแผนงานและงบประมาณตามข้อ ๓(๑) (๔) ผู้รับสัญญาต้องดำเนินการคืนพื้นที่แปลงสำรวจที่ไม่ได้กำหนดเป็นพื้นที่ผลิต เมื่อสิ้นระยะเวลาสำรวจ (๕) การกำหนดพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียมหรือ ตามที่ระบุในสัญญานี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14014ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMDRhYjdjM2UtODAxOC00YWE4LWFiNTAtY2U3MjdmYTYxODBmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDI4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY0LTI04LiBLTQucGRmIn0.E3vklVg0Vt6J4y2Ai11W5ICN--IPuSTEeI5_nCjPW0Y35 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:731e8468d7217c45936876d7337f775ac8c682ccf9eacb2767e632e71165673fดึงเมื่อ 2026-08-23T23:30:59.402Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR