กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๓11 มาตราต้นฉบับ PDF · 7 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c98cbf5d… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๓ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕และมาตรา ๓๗วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือ ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของนักเรียนหรือนักศึกษา และให้หมายความรวมถึง บุคคลที่นักเรียนหรือนักศึกษาอยู่ด้วยเป็นประจำ หรือที่นักเรียนหรือนักศึกษาอยู่รับใช้การงาน “ครูหรือคณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียน การสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ หรือบุคคลซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้าน การสอนและการวิจัยในสถานศึกษาอาชีวศึกษา “วิทยาลัย” หมายความรวมถึง ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า วิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก “องค์กรชุมชน” หมายความว่า ชุมชนหรือองค์กรที่มีประชาชนรวมตัวกันไม่น้อยกว่าสิบห้าคน เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนโดยส่วนรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี มีผลงานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสถาบันการอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัย หรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารับรอง และมีที่ตั้งแน่นอนอยู่ในท้องที่ จังหวัดที่วิทยาลัยนั้นตั้งอยู่ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การ บริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับ การจัดตั้งตามกฎหมายซึ่งวิทยาลัยตั้งอยู่ “ศิษย์เก่า” หมายความว่า ผู้ที่วิทยาลัยรับรองว่าสำเร็จการศึกษาหรือเคยศึกษาในวิทยาลัยนั้น “ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อำนวยการวิทยาลัยหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดให้เป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการวิทยาลัยแต่ละแห่ง “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการวิทยาลัยแต่ละแห่ง

  2. ให้คณะกรรมการวิทยาลัยประกอบด้วย

    (๑) กรรมการที่เป็นผู้แทนครูหรือคณาจารย์ จำนวนหนึ่งคน

    (๒) กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ปกครอง จำนวนหนึ่งคน

    (๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนหนึ่งคน

    (๔) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน

    (๕) กรรมการที่เป็นผู้แทนศิษย์เก่า จำนวนหนึ่งคน

    (๖) กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในพื้นที่ จำนวนสองรูป หรือสองคน

    (๗) กรรมการที่เป็นผู้แทนสถานประกอบการด้านธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร หรือ อุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้แทนองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ จำนวนไม่เกินห้าคน

    (๘) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง ทางด้านการบริหารการอาชีวศึกษา ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม และการประมง ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านศิลปหัตถกรรม ด้านคหกรรมหรือด้านการศึกษาพิเศษ จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก ในกรณีที่วิทยาลัยใดไม่มีผู้แทนประเภทใดประเภทหนึ่งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ให้กรรมการตามวรรคหนึ่งร่วมกันเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการวิทยาลัย

  3. ประธานกรรมการและกรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

    (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

    (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๕) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษา ที่วิทยาลัยนั้นสังกัด ในกรณีที่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการมีลักษณะต้องห้ามตาม

    (๕) ได้ออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม หรือหากได้มีการแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่า ตนได้เลิกประกอบกิจการหรือการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการต้องห้ามดังกล่าวแล้วต่อผู้บริหาร สถานศึกษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ให้ถือว่าบุคคลนั้นมิได้ขาดคุณสมบัติ ในการนี้ ถ้ามิได้ดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

  4. ประธานกรรมการและกรรมการนอกจากจะมีคุณสมบัติตามข้อ ๓แล้ว ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) กรรมการตามข้อ ๒

    (๑) ต้องเป็นครูหรือคณาจารย์ของวิทยาลัยหรือสถาบัน การอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด

    (๒) กรรมการตามข้อ ๒

    (๒) ต้องเป็นผู้ปกครองตามทะเบียนนักเรียนหรือนักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัย และไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบัน การอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก

    (๓) กรรมการตามข้อ ๒(๓) (๔) (๗) และ

    (๘) ต้องไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากร ทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด

    (๔) กรรมการตามข้อ ๒

    (๕) ต้องเป็นผู้เคยศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยนั้น และไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด

  5. การสรรหาและการเลือกกรรมการให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

    (๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๑) (๒) และ

    (๕) ให้บุคคลแต่ละ ประเภทเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ ไปยังวิทยาลัย และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนประเภทละหนึ่งคน

    (๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒(๓) และ

    (๔) ให้องค์กรชุมชนหรือสภา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง แล้วแต่กรณี เสนอชื่อผู้แทนองค์กรละหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๓และข้อ ๔ไปยังวิทยาลัย และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเอง เป็นกรรมการผู้แทนองค์กรประเภทละหนึ่งคน

    (๓) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒

    (๖) ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการสรรหาหรือเลือกตามวิธีการที่เห็นสมควร เป็นกรรมการผู้แทนจำนวนสองรูปหรือสองคน

    (๔) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒

    (๗) ให้สถานประกอบการด้านธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร หรืออุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้แทนองค์กรด้านอาชีวศึกษา ในพื้นที่แต่ละแห่งเสนอชื่อผู้แทนซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓และข้อ ๔แห่งละหนึ่งคนต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนจำนวนไม่เกินห้าคน

    (๕) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒(๘) ให้ครูหรือคณาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาของสถานศึกษา ผู้ปกครอง องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศิษย์เก่า สถานประกอบการ หอการค้าจังหวัด และองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ เสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๓ และข้อ ๔ เพื่อเข้ารับการเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ผู้ประสงค์จะเข้ารับ การเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓และข้อ ๔เสนอชื่อตนเองต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาและได้รับเลือกให้เป็นกรรมการตามข้อ ๒(๑) ถึง

    (๗) ร่วมกันเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก

  6. เมื่อได้ดำเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการและกรรมการเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้บริหารสถานศึกษานำรายชื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการและกรรมการ

  7. ประธานกรรมการและกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจ ได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) คณะกรรมการมีมติให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ซึ่งทำให้เสื่อมเสียต่อวิทยาลัย หรือหย่อนความสามารถ

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๓หรือข้อ ๔

    (๕) พ้นจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น เฉพาะกรรมการซึ่งเป็น ผู้แทนตามข้อ ๒(๖)

  8. ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการ สรรหาและเลือกประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจาก ตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของประธานหรือกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินการก็ได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหา และเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ภายในเก้าสิบวันก่อนวันครบวาระ และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่

  9. การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  10. ๑๐

    ในวาระเริ่มแรกให้ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการสรรหา เลือก และเสนอรายชื่อ ประธานกรรมการและกรรมการต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้แล้วเสร็จ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

  11. ๑๑

    ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือการดำเนินการสรรหาหรือการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๘ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๗วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติ การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือก ประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการ วิทยาลัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/2826ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiM2Q0ODIyNGEtODU2ZS00ZTBlLWFiZTEtNDIwODk4ZThkMWRjIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTMwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTUzIDM44LiBIDE4LlBERiJ9.alv5cPzBUVe7ARlmSZgchIoaR_D0KMOtstgRTvG80D07 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c98cbf5d6d3c16a95acf1577a6dc9da0abe9b802ce22ad16d2e18abd4303a55dดึงเมื่อ 2026-08-23T21:02:40.193Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR