กฎกระทรวงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๓
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c2a64759… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ปรารภ
เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หนา้ ๑ กฎกระทรวง การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2563 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติ ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
ในกฎกระทรวงนี้ “ที่ราชพัสดุ” หมายความว่า ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอนกรรมสิทธิ์ ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร
- ๒
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุจะกระทำได้แต่โดยการขาย แลกเปลี่ยน หรือให้ โดยให้ปลัดกระทรวงการคลังเสนอรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อไป การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเพื่อใช้ในกิจการของพระมหากษัตริย์ ให้ปลัดกระทรวงการคลัง เสนอรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงนี้
- ๓
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอน กรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร” มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทน กระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้แทนส่วนราชการหรือ หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ใช้ ปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาที่ราชพัสดุที่จะโอนกรรมสิทธิ์นั้น เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หนา้ ๒
- ๔
นอกจากหน้าที่ตามข้อ 3 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุ ที่จะขายหรือแลกเลี่ยน และมูลค่าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ ตามแต่กรณี โดยคำนึงถึงราคา สภาพ มูลค่าเพิ่ม และเหตุดังต่อไปนี้ประกอบกัน (1) ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดในปัจจุบัน (2) สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ (3) สภาพ ลักษณะ และที่ตั้งของที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมา แลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ (4) มูลค่าเพิ่มของที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ ที่อาจเกิดขึ้นจากการขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุนั้น (5) ประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ในการกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุที่จะขายหรือแลกเปลี่ยน หรือมูลค่าของที่ดินหรือ อสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ ให้นำข้อมูลราคาประเมินซึ่งประเมินโดยสถาบัน วิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ ในประเทศที่ที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุตั้งอยู่ อย่างน้อยสองราย มาประกอบการพิจารณาด้วย เว้นแต่ประเทศที่ที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรือ อสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุตั้งอยู่มีการจัดทำราคาประเมินโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้นำข้อมูลราคาประเมินนั้นมา ประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ การกำหนดมูลค่าดังกล่าวให้กำหนดเป็นสกุลเงินที่เป็นสากลที่ใช้ในประเทศ ที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่
- ๕
ให้ส่วนราชการที่ประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุมีหนังสือถึงกรมธนารักษ์ เพื่อแสดงความประสงค์ขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ โดยแสดงเหตุผลความจำเป็นพร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีการขายที่ราชพัสดุ
(ก) หลักฐานเกี่ยวกับการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุ
(ข) การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ
(ค) ราคาที่ราชพัสดุในขณะที่ได้มา หรือราคาประเมินที่ราชพัสดุในปัจจุบัน โดยต้องเป็น สกุลเงินที่เป็นสากลที่ใช้ในประเทศที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่
(ง) แผนที่ตั้งและพิกัดของที่ราชพัสดุ
(จ) ภาพถ่ายอสังหาริมทรัพย์ของที่ราชพัสดุในมุมมองต่าง ๆ
(ฉ) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของสกุลเงินที่เป็นสากลที่ใช้ในประเทศที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่ เทียบกับเงินบาทในวันที่ประเมินราคาเพื่อการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หนา้ ๓
(ช) วิธีการและประมาณการค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ
(ซ) ข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ (2) ในกรณีการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ
(ก) ข้อมูลของที่ราชพัสดุตาม (1)
(ข) ข้อมูลของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุตาม (1)
(ค) เงื่อนไขประการอื่นในการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ (3) ในกรณีการให้ที่ราชพัสดุ
(ก) ข้อมูลของที่ราชพัสดุตาม (1)
(ข) ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือองค์กรที่ขอรับการให้ที่ราชพัสดุ และวัตถุประสงค์ ของการให้ที่ราชพัสดุตามข้อ 8 วรรคสอง
- ๖
ในการขายที่ราชพัสดุ เมื่อกรมธนารักษ์ได้รับหนังสือแสดงความประสงค์ขอขาย ที่ราชพัสดุและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการขายที่ราชพัสดุตามข้อ 5 (1) แล้ว ให้กรมธนารักษ์ ส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการขายที่ราชพัสดุ รวมทั้งกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุ แล้วเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการเพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการให้มีการขายที่ราชพัสดุนั้น เมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว ให้ส่วนราชการที่ประสงค์จะขาย ที่ราชพัสดุดำเนินการขายที่ราชพัสดุให้ได้ในราคาที่ไม่ต่ำกว่ามูลค่าของที่ราชพัสดุที่คณะกรรมการกำหนด โดยการขายให้ใช้วิธีประมูล เว้นแต่การขายที่ราชพัสดุนั้นไม่สามารถกระทำโดยวิธีประมูลได้ ทั้งนี้ วิธีประมูลให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่ หรือตามความตกลงที่รัฐบาลไทย ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่ เมื่อได้ผู้ซื้อแล้วให้ส่วนราชการรายงานการดำเนินการขายที่ราชพัสดุต่อกรมธนารักษ์เพื่อเสนอให้ ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไปตามข้อ 2 วรรคหนึ่ง ในกรณีที่ส่วนราชการไม่สามารถหาผู้ซื้อที่ราชพัสดุในราคาที่ไม่ต่ำกว่ามูลค่าของที่ราชพัสดุ ที่คณะกรรมการกำหนด และเพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของรัฐหรือป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ ประโยชน์ของรัฐ ให้ส่วนราชการเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาขอขายในราคาที่ใกล้เคียงกับมูลค่า ของที่ราชพัสดุที่คณะกรรมการกำหนดมากที่สุด และเมื่อได้ผู้ซื้อแล้ว ให้ส่วนราชการรายงาน การดำเนินการขายที่ราชพัสดุต่อกรมธนารักษ์ เพื่อเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไป ตามข้อ 2 วรรคหนึ่ง
- ๗
ในการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ เมื่อกรมธนารักษ์ได้รับหนังสือแสดงความประสงค์ ขอแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ ตามข้อ 5 (2) แล้ว ให้กรมธนารักษ์ส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรอง เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หนา้ ๔ และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ เพื่อเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไป ตามข้อ 2 วรรคหนึ่ง
- ๘
ในการให้ที่ราชพัสดุ เมื่อกรมธนารักษ์ได้รับหนังสือแสดงความประสงค์ขอให้ ที่ราชพัสดุและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการให้ที่ราชพัสดุตามข้อ 5 (3) แล้ว ให้กรมธนารักษ์ ส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการให้ที่ราชพัสดุ เพื่อเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไปตามข้อ 2 วรรคหนึ่ง การให้ที่ราชพัสดุตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้เฉพาะเพื่อสาธารณประโยชน์ สาธารณกุศล ศาสนา หรือตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่
- ๙
เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุแล้ว ให้เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ ผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เช่นเดียวกับ เอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ หรือหัวหน้าหน่วยงานของส่วนราชการที่ตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรและ ใช้ที่ราชพัสดุที่ประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนั้น แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทน กระทรวงการคลัง
- ๑๐
รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวงนี้ ให้นำส่งคลังเป็นรายได้ แผ่นดินในนามของกรมธนารักษ์
- ๑๑
วิธีปฏิบัติในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศ ที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่หรือตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่
- ๑๒
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้หรือในกรณีที่มีปัญหาไม่อาจ ตกลงกันได้เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ให้กรมธนารักษ์เสนอให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุ พิจารณา
- ๑๓
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุบรรดาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหรือดำเนินการ ของกรมธนารักษ์ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2530 เรื่อง การพิจารณาวางระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลไทยที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ จนกว่าจะแล้วเสร็จ ให้ไว้ ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖3 สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หนา้ ๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติ ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักรต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้อง ออกกฎกระทรวงนี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14881ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiY2Y5YTUxOWMtMTAzYS00YTU2LTgyYjMtMTU2OGI3YWI2ODIzIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDAzIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTYzLTg04LiBLTEucGRmIn0.r4rljll-XNlsHc1kUeIMrikB2bHzlBP-Mtxh76qzC9U5 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:c2a647591a24f5da07484b654d54251f21b1107ec4e6387a1a1e78490bfd4da1ดึงเมื่อ 2026-08-23T23:53:01.135Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR