กฎกระทรวงการอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๐

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๐14 มาตราต้นฉบับ PDF · 7 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0123cfd5… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

กฎกระทรวง การอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

  2. ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีนำเข้าใบยาหรือยาอัด

    (ก) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ ต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมของรัฐ

    (ข) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมของรัฐ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

    (๒) กรณีนำเข้ายาสูบ

    (ก) เพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ ๑

    (ข) เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ ๒ และเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

    (ค) เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยนำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

    (ง) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า ยี่สิบปีบริบูรณ์ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

  3. ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีนำเข้าใบยาหรือยาอัด

    (ก) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

    (ข) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

    (๒) กรณีนำเข้ายาสูบ

    (ก) เพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานของ ผู้นำเข้า หรือที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

    (ข) เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

    (ค) เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยนำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

    (ง) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

  4. กรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ซึ่งมิใช่ การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ก่อนยื่นขอใบอนุญาต ตามข้อ ๓ ให้ดำเนินการยื่นคำขอเพื่อใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต่ออธิบดี ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยตัวอย่างฉลาก หลักฐานการเป็นตัวแทนขายยาสูบที่นำเข้า มาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวซึ่งออกให้โดยผู้ผลิตยาสูบในต่างประเทศหรือผู้มีสิทธิในตราสินค้า และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบ ให้มีข้อความและลักษณะตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (๒) หลักฐานการเป็นตัวแทนขายยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวสำหรับ กรณีที่ไม่ใช่ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ให้ยื่นพร้อมคำขอเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

    (๓) ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเคยแจ้งหรือได้รับอนุมัติให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบ ที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบหรือกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบดังกล่าวต่อไปได้ โดยไม่ต้องยื่นคำขอเพื่อใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบอีก

  5. ในกรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไป นอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตเพื่อส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรในคราวเดียวกันด้วย

  6. ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีส่งออกใบยาหรือยาอัด

    (ก) ที่ผลิตในประเทศ ต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมของรัฐ หรือผู้รับซื้อใบยาแห้ง

    (ข) ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบยา หรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกตามข้อ ๒ (๑) (ข)

    (๒) กรณีส่งออกยาสูบ ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจไทย นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

  7. ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีส่งออกใบยาหรือยาอัด

    (ก) ที่ผลิตในประเทศ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการค้าของผู้รับซื้อใบยาแห้งตั้งอยู่

    (ข) ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิต พื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำใบยาหรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งอยู่

    (๒) กรณีส่งออกยาสูบ

    (ก) สำหรับผู้ได้รับอนุญาตผลิตยาสูบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

    (ข) สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตยาสูบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่จะส่งยาสูบออกนอกราชอาณาจักรตั้งอยู่

  8. เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้รับคำขอใบอนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียด ในคำขอ เอกสารและหลักฐานว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายละเอียดในคำขอ เอกสาร หรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงาน สรรพสามิตกำหนด เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้อง และครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และให้เจ้าพนักงาน สรรพสามิตแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายละเอียดในคำขอ เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้เสนอต่ออธิบดีพิจารณาเพื่อออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรต่อไป

  9. ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาใน หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวแก่ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตตามวิธีการที่อธิบดีกำหนด และให้มารับใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าสละสิทธิ การเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไป นอกราชอาณาจักร ให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตทราบ ทั้งนี้ ให้ระบุเหตุผล ของการไม่อนุญาต รวมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์ การยื่นคำอุทธรณ์ และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์ ให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย ใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้เป็นไป ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

  10. ๑๐

    ผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    (๑) ต้องนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาทางด่านศุลกากรตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (๒) ต้องนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ ออกใบอนุญาต และให้ใช้สำหรับการนำเข้าได้เพียงครั้งเดียว หากมิได้นำเข้ามาภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลง

    (๓) ต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบจำนวน ชนิด และน้ำหนักของใบยา ยาอัด หรือยาสูบ โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเพื่อทำการวิเคราะห์เมื่อสินค้ามาถึงท่าหรือสถานที่ที่นำเข้า

    (๔) ต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเก็บตัวอย่างยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่นำเข้ามาใน ราชอาณาจักร และยินยอมให้นำไปเก็บรักษาที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่หน่วยปฏิบัติพิธีการตรวจ ปล่อยสินค้าตั้งอยู่เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต

    (๕) ต้องปิดแสตมป์ยาสูบบนซองยาสูบหรือใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีก่อนที่จะรับมอบ ไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร

    (๖) ต้องนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรให้ตรงตามตราหรือยี่ห้อ จำนวน และภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

    (๗) ต้องมีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตเพื่อทำการตรวจสอบยาสูบ สำหรับกรณีการนำ ยาสูบที่ชำระค่าแสตมป์ยาสูบไว้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร และเมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตทำ การตรวจสอบความถูกต้องแล้ว จึงรับมอบยาสูบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากรได้

    (๘) ต้องแจ้งวันและเวลาที่จะส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักร สำหรับกรณีการนำยาสูบ เข้ามาเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตทำการตรวจสอบก่อนที่จะส่งยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักร

    (๙) ต้องจัดทำบัญชีรับจ่ายยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (๑๐) ต้องจัดทำบัญชีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

  11. ๑๑

    ผู้ได้รับใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    (๑) ส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรตามที่อธิบดี ประกาศกำหนด

    (๒) ส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรภายในสองเดือนนับแต่วันที่ ออกใบอนุญาต

    (๓) ต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบจำนวน ชนิด และน้ำหนักของใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเพื่อทำการวิเคราะห์

    (๔) ต้องส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรให้ตรงตามตราหรือยี่ห้อ จำนวน และภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

    (๕) ต้องจัดทำหนังสือแจ้งรายละเอียดใบอนุญาต จำนวนและชนิดใบยา ยาอัด หรือยาสูบ และวัน เดือน ปีที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร รวมทั้งสำเนาใบขนสินค้าขาออกของกรมศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งให้แก่เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่ยื่นคำขอใบอนุญาตภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

  12. ๑๒

    ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรจะประกาศกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามา ในราชอาณาจักรเพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ต้องแสดงหรือติดเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวสินค้า ซองบรรจุยาสูบ หรือภาชนะบรรจุยาสูบ ให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าเป็นยาสูบที่ขายในร้านค้าปลอดอากรก็ได้

  13. ๑๓

    ผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องควบคุมดูแลให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการใด ๆ ตามใบอนุญาตปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตเกี่ยวกับยาสูบ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต รวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับการศุลกากรที่เกี่ยวข้อง เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

  14. ๑๔

    คำขอใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ที่ได้ยื่นไว้ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขอ ตามกฎกระทรวงนี้ และให้นำกฎกระทรวงนี้มาใช้บังคับกับการอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาใน หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตามคำขอนั้น ในกรณีที่คำขอที่ยื่นตามวรรคหนึ่ง หรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอแตกต่างไปจาก ที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ให้อธิบดีสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14981ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMDUzNDM4ODUtMTg1MC00OGNlLTg0YmEtMTFkMDhmY2NmMjQ3IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKAwMDA3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTYwLTk14LiBLTgwLnBkZiJ9.Q17ihB5xquGosvlfOyTBOOcq9GdDB_JygkGqMguop8M7 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:0123cfd5841fdd7039ab75386eb1e4ed6face5ec64837d936a8abb99b5677997ดึงเมื่อ 2026-08-23T23:59:48.346Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR