กฎกระทรวงกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕75 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 26 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 df77d9cc… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑0 มาตรา
  2. บททั่วไปมาตรา ๑–๑๔ · 14 มาตรา
  3. หมวด ๒ กำรยึดทรัพย์สินมาตรา ๑๕–๔๑ · 27 มาตรา
  4. หมวด ๓ กำรอำยัดทรัพย์สินมาตรา ๔๒–๕๐ · 9 มาตรา
  5. หมวด ๔ กำรขายทอดตลำดทรัพย์สินมาตรา ๕๑–๗๐ · 20 มาตรา
  6. หมวด ๕ กำรขอมีสิทธิได้รับชำระเงินส่วนที่เหลือภำยหลังกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินมาตรา ๗๑ · 1 มาตรา
  7. หมวด ๖ กำรถอนกำรบังคับทำงปกครองมาตรา ๗๒–๗๓ · 2 มาตรา
  8. หมวด ๗ กำรกำหนดอำนำจของศำลมาตรา ๗๔–๗๕ · 2 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑ กฎกระทรวง กำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกำรยึด กำรอำยัด และกำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน และกำหนดอำนำจของศำล ในส่วนที่เกี่ยวกับกำรบังคับคดีให้เป็นอำนำจของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๕ อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำร ทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๖๓/๑๒ แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ นำยกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๑

  2. บททั่วไป

    14 มาตรา
  3. ในกฎกระทรวงนี้ “ยึด” หมำยควำมว่ำ กำรกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ำมำอยู่ในควำมครอบครองหรือควบคุมดูแลของเจ้ำพนักงำนบังคับ ทำงปกครองหรือหน่วยงำนของรัฐ “อำยัด” หมำยควำมว่ำ กำรสั่งให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง หรือบุคคลภำยนอกมิให้จำหน่าย จ่ำย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่ง อำยัดไว้ รวมตลอดถึงกำรสั่งให้บุคคลภำยนอกมิให้ชำระหนี้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครอง แต่ให้ชำระหนี้แก่หน่วยงำนของรัฐภำยในเวลำหรือภำยใต้เงื่อนไข หรือ ณ สถำนที่ ซึ่งผู้มีอำนำจออกคำสั่งอำยัดกำหนด “ขายทอดตลำด” หมำยควำมว่ำ กำรนำทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองที่ได้ยึดหรืออำยัดแล้วออกขายโดยวิธีให้สู้รำคำกันโดยเปิดเผย ซึ่งอำจดำเนินกำรโดยวิธีการ ทำงอิเล็กทรอนิกส์ได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒ “หน่วยงำนของรัฐ” หมำยควำมว่ำ หน่วยงำนของรัฐซึ่งออกคำสั่งทำงปกครองที่กำหนด ให้ชำระเงิน “เจ้ำพนักงำน” หมำยควำมว่ำ เจ้ำพนักงำนบังคับทำงปกครองซึ่งได้รับกำรแต่งตั้ง โดยผู้มีอำนำจใช้มำตรกำรบังคับทำงปกครองให้ดำเนินกำรบังคับทำงปกครองแก่ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง “คำสั่งทำงปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน” หมำยควำมว่ำ คำสั่งทำงปกครองที่กำหนดให้บุคคล ชำระเงินแก่หน่วยงำนของรัฐ ไม่ว่ำจะเป็นค่ำภำษีอำกร ค่ำปรับบังคับกำร เงินเพิ่ม ค่ำสินไหมทดแทน หรือหนี้เงินอื่นที่ต้องชำระตำมมำตรกำรบังคับทำงปกครอง

  4. ในกรณีที่กฎกระทรวงนี้ไม่ได้กำหนดเรื่องใดไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับกำรยึด กำรอำยัด และกำรขายทอดตลำด ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ ควำมแพ่งมำใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้ถือว่ำ

    (๑) เจ้ำหนี้ตำมคำพิพำกษำ หมำยถึง หน่วยงำนของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงิน

    (๒) ลูกหนี้ตำมคำพิพำกษำ หมำยถึง ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง

    (๓) อำนำจของศำลเป็นอำนำจของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ ซึ่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ จะมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติรำชกำรแทนมิได้

    (๔) เจ้ำพนักงำนบังคับคดี หมำยถึง เจ้ำพนักงำนบังคับทำงปกครอง

  5. คำสั่งแต่งตั้งเจ้ำพนักงำน คำสั่งยึดทรัพย์สิน บันทึกรำยงำนกำรยึดทรัพย์สิน บัญชีทรัพย์สินที่ยึด บันทึกกำรเก็บรักษำทรัพย์สิน สัญญำดูแลรักษำทรัพย์สิน คำสั่งอำยัดทรัพย์สิน คำสั่งขายทอดตลำดทรัพย์สิน ประกาศขายทอดตลำดทรัพย์สิน บันทึกเหตุกำรณ์ขายทอดตลำดทรัพย์สิน สัญญำขายทอดตลำดทรัพย์สิน รำยงำนผลกำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน ประกาศถอนกำรยึดทรัพย์สิน คำสั่งถอนกำรอำยัดทรัพย์สิน และเอกสำรอื่นที่จำเป็นตำมกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตำมแบบที่หน่วยงำน ของรัฐกำหนดตำมคำแนะนำของคณะกรรมกำรวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง

  6. บรรดำประกาศ คำสั่ง คำขอ คำร้อง คำร้องคัดค้ำน คำเสนอรำคำ และเอกสำรอื่น รวมทั้งกำรแจ้งและกำรอื่นที่ต้องทำตำมกฎกระทรวงนี้ ให้กระทำโดยวิธีการทำงอิเล็กทรอนิกส์ตำมที่ หน่วยงำนที่คณะรัฐมนตรีมอบหมำยประกาศกำหนด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอื่นใดที่มิอำจกระทำโดยวิธีการ ดังกล่ำวได้

  7. กำรแต่งตั้งเจ้ำพนักงำนอำจแต่งตั้งเป็นกำรทั่วไปหรือเฉพำะกรณีได้

  8. ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ตำมกฎกระทรวงนี้ ให้เจ้ำพนักงำนแสดงบัตรประจำตัวเจ้ำพนักงำน และคำสั่งยึดหรืออำยัดทรัพย์สินต่อผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและบุคคลภำยนอก ที่เกี่ยวข้องกับกำรบังคับทำงปกครอง ถ้ำไม่ปรำกฏตัวบุคคลดังกล่ำวให้แสดงต่อบุคคลซึ่งอำจจะเป็น พยำนที่อยู่ในสถำนที่นั้น และให้บันทึกไว้ในรำยงำนกำรยึดหรืออำยัดดังกล่ำวด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๓

  9. ในกำรใช้มำตรกำรบังคับทำงปกครอง ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งต่อผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองถึงแก่ควำมตำย ให้ตรวจสอบให้ได้ ควำมว่ำผู้นั้นตำยเมื่อใด ใครเป็นทำยำทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก และให้แจ้งมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองไปยังทำยำทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก แล้วแต่กรณี แล้วดำเนินกำรบังคับทำงปกครอง ต่อไปได้

    (๒) กรณีผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองเป็นนิติบุคคลซึ่งสิ้นสภำพ โอนกิจการ หรือควบรวมกิจการ ให้แจ้งมำตรกำรบังคับทำงปกครองไปยังผู้ชำระบัญชีหรือนิติบุคคลที่รับโอนกิจการ หรือเกิดจำกกำรควบรวมกิจการ แล้วแต่กรณี แล้วดำเนินกำรบังคับทำงปกครองต่อไปได้

  10. ในกรณีที่หน่วยงำนของรัฐยังไม่อำจยึดทรัพย์สินหรืออำยัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ใน บังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้ เนื่องจำกมีเหตุขัดข้องอย่ำงหนึ่งอย่ำงใดที่ทำให้ไม่อำจยึด หรืออำยัดได้ทันที ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีอำนำจสั่งห้ำมมิให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองโอน ขาย ยักย้ำย จำหน่าย ทำลำย ทำให้เสื่อมค่ำ หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้เป็นการชั่วคราวไว้ก่อนได้เท่ำที่จำเป็น และถ้ำทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น เป็นทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่บุคคลภำยนอกมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ แจ้งคำสั่งห้ำมดังกล่ำวให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นทรำบ หรือหำกทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น เป็นทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตำมกฎหมำย ให้หัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐแจ้งคำสั่งห้ำมดังกล่ำวให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ จดทะเบียนตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้นทรำบ ถ้ำได้มีกำรจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นำยทะเบียน หรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่บันทึกคำสั่งของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐไว้ในทะเบียน และให้นำข้อ ๓๕ และข้อ ๔๖ มำใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีคำขอให้เพิกถอนหรือแก้ไข เปลี่ยนแปลงคำสั่งตำมวรรคหนึ่งหรือในกรณีที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นเองว่ำมีเหตุอันสมควร หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐอำจมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่ำวได้ ในกรณีเหตุขัดข้องสิ้นสุดลงหรือไม่มีควำมจำเป็นต้องบังคับทำงปกครองต่อไป ให้หัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐแจ้งยกเลิกคำสั่งห้ำมดังกล่ำวให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทรำบ

  11. ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนมีเหตุอันควรเชื่อว่ำทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้ำของในทะเบียนหรือในหลักฐำนอย่ำงอื่น ให้เจ้ำพนักงำนเสนอหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งห้ำมกำรโอน ขาย ยักย้ำย จำหน่าย ทำลำย ทำให้เสื่อมค่ำ หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้ก่อน และมีหนังสือแจ้งบุคคล ผู้มีชื่อเป็นเจ้ำของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตำมที่ปรำกฏในทะเบียนหรือหลักฐำนอย่ำงอื่น และ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๔ มีหนังสือแจ้งผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไปพร้อมกับคำสั่งห้ำมด้วยว่ำจะมีกำรพิจำรณำ ออกคำสั่งยึดหรืออำยัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่ำว คำสั่งห้ำมของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมวรรคหนึ่งให้มีผลใช้บังคับได้ทันที ในกรณี ที่ทรัพย์สินดังกล่ำวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตำมกฎหมำย ให้แจ้งคำสั่ง ห้ำมดังกล่ำวให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตำมกฎหมำยว่ำด้วย กำรนั้นทรำบด้วย ถ้ำได้มีกำรจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่บันทึกคำสั่ง ของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐไว้ในทะเบียนด้วย ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๓๕ และข้อ ๔๖ มำใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้ำของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตำมที่ปรำกฏในทะเบียนหรือหลักฐำน อย่ำงอื่น หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะร้องขอต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ ให้เพิกถอนคำสั่งห้ำมตำมวรรคหนึ่งโดยวำงเงินหรือจัดหำประกันมำให้แทนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น ก็ได้ ถ้ำหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐพอใจในเงินหรือประกันที่จัดหำมำแทนดังกล่ำว ก็ให้เพิกถอนคำสั่งห้ำม ดังกล่ำวและรับเงินหรือประกันนั้นไว้ คำสั่งเพิกถอนหรือไม่เพิกถอนคำสั่งห้ำมของหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐให้เป็นที่สุด บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้ำของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตำมที่ปรำกฏในทะเบียน หรือหลักฐำน อย่ำงอื่นอำจคัดค้ำนว่ำทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองได้ โดยยื่นคำคัดค้ำนต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แจ้งตำมวรรคหนึ่ง และให้นำข้อ ๓๙ ถึงข้อ ๔๑ หรือข้อ ๔๘ แล้วแต่กรณี มำใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐพิจำรณำคำร้องคัดค้ำนตำมวรรคสี่แล้วเห็นว่ำทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ให้มีคำสั่งยึดหรืออำยัด ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น คำสั่งยึดหรืออำยัดให้เป็นที่สุด โดยกรณีที่หน่วยงำนของรัฐไม่อำจ ยึดทรัพย์สินหรืออำยัดสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ก็อำจดำเนินกำรบังคับแก่เงินหรือประกันที่รับไว้หรือ แก่ผู้ประกันได้ แต่ถ้ำเห็นว่ำทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ได้เป็นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครอง ให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งห้ำมตำมวรรคหนึ่ง หรือให้คืนเงินหรือประกันที่รับไว้แก่ผู้วำงเงิน หรือประกันนั้นหรือยกเลิกกำรประกันนั้น แล้วแต่กรณี

  12. ๑๐

    ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองต่อไปนี้ ย่อมไม่อยู่ใน ควำมรับผิดแห่งกำรบังคับทำงปกครองตำมกฎกระทรวงนี้

    (๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัวโดยประมำณ รวมกันรำคำไม่เกินประเภทละสองหมื่นบำท แต่ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร เจ้ำพนักงำน จะกำหนดให้ทรัพย์สินแต่ละประเภทดังกล่ำวที่มีรำคำรวมกันเกินสองหมื่นบำทเป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ ในควำมรับผิดแห่งกำรบังคับทำงปกครองก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงควำมจำเป็นตำมฐำนะของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๕

    (๒) สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในกำรประกอบอำชีพหรือประกอบวิชำชีพเท่ำที่จำเป็น ในกำรเลี้ยงชีพของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองรำคำรวมกันโดยประมำณไม่เกิน หนึ่งแสนบำท แต่ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีควำมจำเป็นในกำรเลี้ยงชีพ อำจร้องขอต่อเจ้ำพนักงำนเพื่อขออนุญำตใช้สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้เท่ำที่จำเป็น ในกำรประกอบอำชีพหรือประกอบวิชำชีพในกิจการดังกล่ำวของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง อันมีรำคำรวมกันเกินกว่ำจำนวนรำคำที่กำหนดนั้นได้ ในกรณีเช่นนี้ เจ้ำพนักงำนมีอำนำจอนุญำตหรือ ไม่อนุญำตได้เท่ำที่จำเป็นภำยในบังคับแห่งเงื่อนไขตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร

    (๓) สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้ำที่ช่วยหรือแทนอวัยวะ ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง

    (๔) ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัว โดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพำะ จดหมำย หรือสมุดบัญชีต่ำง ๆ

    (๕) ทรัพย์สินอย่ำงใดที่โอนกันไม่ได้ตำมกฎหมำย หรือตำมกฎหมำยย่อมไม่อยู่ในควำมรับผิด แห่งกำรบังคับทำงปกครอง ทรัพย์สินหรือจำนวนรำคำทรัพย์สินที่เจ้ำพนักงำนกำหนดตำมวรรคหนึ่ง ผู้อยู่ในบังคับของ มำตรกำรบังคับทำงปกครองอำจร้องขอให้เจ้ำพนักงำนมีคำสั่งกำหนดใหม่ได้ คำสั่งของเจ้ำพนักงำน ดังกล่ำวนั้น ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองอำจร้องคัดค้ำนต่อหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐได้ภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่ได้ทรำบคำสั่งของเจ้ำพนักงำน ในกรณีเช่นนี้ ให้หัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐมีคำสั่งตำมที่เห็นสมควร ในกรณีที่พฤติกำรณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง อำจยื่นคำร้องให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินหรือจำนวนรำคำทรัพย์สิน ที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐกำหนดไว้เดิมได้ ประโยชน์แห่งข้อยกเว้นที่บัญญัติไว้ในข้อนี้ ให้ขยำยไปถึงทรัพย์สินตำมวรรคหนึ่งอันเป็นของ คู่สมรสของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือของบุคคลอื่น ซึ่งทรัพย์สินเช่นว่ำนี้ ตำมกฎหมำยอำจบังคับทำงปกครองได้ คำสั่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมวรรคสองและวรรคสำม ให้เป็นที่สุด

  13. ๑๑

    ภำยใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมำยอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของผู้อยู่ ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองต่อไปนี้ ไม่อยู่ในควำมรับผิดแห่งกำรบังคับทำงปกครอง ตำมกฎกระทรวงนี้

    (๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมำยกำหนดไว้ ส่วนเงินรำยได้เป็นครำว ๆ ซึ่งบุคคลภำยนอกได้ยกให้ เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบำทหรือตำมจำนวนที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร

    (๒) เงินเดือน ค่ำจ้ำง บำนำญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรำยได้อื่นในลักษณะเดียวกันของ ข้าราชการ พนักงำน เจ้ำหน้ำที่ หรือลูกจ้างในหน่วยรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หรือหน่วยงำนอื่นของรัฐ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๖ และเงินสงเครำะห์ บำนำญ หรือบำเหน็จที่หน่วยรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หรือหน่วยงำนอื่นของรัฐ ได้จ่ำยให้แก่คู่สมรสหรือญำติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่ำนั้น

    (๓) เงินเดือน ค่ำจ้ำง บำนำญ ค่ำชดใช้ เงินสงเครำะห์ หรือรำยได้อื่นในลักษณะเดียวกัน ของพนักงำน ลูกจ้าง หรือคนงำน นอกจำกที่กล่ำวไว้ใน

    (๒) ที่นำยจ้ำงหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ำยให้แก่ บุคคลเหล่ำนั้น หรือคู่สมรส หรือญำติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่ำนั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละ สองหมื่นบำทหรือตำมจำนวนที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร

    (๔) บำเหน็จหรือค่ำชดเชยหรือรำยได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตำม

    (๓) เป็นจำนวน ไม่เกินสำมแสนบำทหรือตำมจำนวนที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร

    (๕) เงินฌำปนกิจสงเครำะห์ที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้รับอันเนื่องมำ แต่ควำมตำยของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตำมที่จำเป็นในกำรดำเนินกำรฌำปนกิจศพตำมฐำนะของผู้ตำย ที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตำม (๑) (๓) และ

    (๔) ให้เจ้ำพนักงำนคำนึงถึง ฐำนะในทำงครอบครัวของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและจำนวนบุพกำรีและ ผู้สืบสันดำนซึ่งอยู่ในควำมอุปกำระของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองด้วย และสำหรับ ในกรณีตำม (๑) และ

    (๓) ให้เจ้ำพนักงำนกำหนดให้ไม่น้อยกว่ำอัตรำเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการ พลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตรำเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น ทั้งนี้ กำรกำหนดจำนวนเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่เจ้ำพนักงำนใช้ดุลพินิจกำหนด ให้นำคำสั่งหรือแนวปฏิบัติ ของกรมบังคับคดีมำใช้บังคับโดยอนุโลม ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือบุคคลภำยนอกผู้มีส่วนได้เสียในกำรบังคับ ทำงปกครองไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เจ้ำพนักงำนกำหนด บุคคลดังกล่ำวอำจยื่นคำร้องต่อหัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่ได้ทรำบถึงกำรกำหนดจำนวนเงินเช่นว่ำนั้น เพื่อขอให้ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้ ในกรณีที่พฤติกำรณ์แห่งกำรดำรงชีพของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ได้เปลี่ยนแปลงไป บุคคลตำมวรรคสำมจะยื่นคำร้องให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐหรือเจ้ำพนักงำน แล้วแต่กรณี กำหนดจำนวนเงินตำม (๑) และ

    (๓) ใหม่ก็ได้ คำสั่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมวรรคสำมและวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

  14. ๑๒

    กรณีที่หน่วยงำนของรัฐได้ยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองไว้แล้ว แต่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้ฟ้องคดีต่อศำลขอให้เพิกถอน คำสั่งให้ชำระเงินหรือคำสั่งยึดทรัพย์สิน และมีคำร้องขอให้หน่วยงำนของรัฐชะลอกำรขายทอดตลำด ทรัพย์สิน หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐอำจมีคำสั่งให้ชะลอกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินไว้ก่อนได้ตำมที่ เห็นสมควร โดยคำนึงถึงโอกำสในกำรชนะคดีของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๗

  15. ๑๓

    ในกรณีที่กฎกระทรวงนี้มิได้มีข้อกำหนดเป็นอย่ำงอื่น หำกผู้ใดไม่อำจกระทำกำร อย่ำงหนึ่งอย่ำงใดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ได้เพรำะมีพฤติกำรณ์ที่จำเป็นอันมิได้เกิดขึ้น จำกควำมผิดของผู้นั้น ถ้ำผู้นั้นมีคำขอ เจ้ำหน้ำที่อำจขยำยระยะเวลาและดำเนินกำรส่วนหนึ่งส่วนใด ที่ล่วงมำแล้วเสียใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภำยในสิบห้ำวันนับแต่พฤติกำรณ์เช่นว่ำนั้นได้สิ้นสุดลง

  16. ๑๔

    คำสั่งยึดทรัพย์สิน คำสั่งอำยัดทรัพย์สิน และคำสั่งขายทอดตลำดทรัพย์สิน ให้มีผล ใช้ได้ทั่วรำชอำณำจักร

  17. หมวด ๒ กำรยึดทรัพย์สิน

    27 มาตรา
  18. ๑๕

    ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองที่สำมำรถใช้มำตรกำร บังคับทำงปกครองโดยวิธียึด ได้แก่

    (๑) สังหำริมทรัพย์

    (๒) อสังหำริมทรัพย์

    (๓) สิทธิต่ำง ๆ ที่มีมูลค่ำ เช่น สิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายกำรค้ำ สิทธิกำรเช่ำ ทรัพย์สิน สิทธิตำมใบอนุญำต ประทำนบัตร อำชญำบัตร หรือสัมปทำน หรือสิทธิอื่น ๆ ในทำนอง เดียวกัน

  19. ๑๖

    กำรยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองให้ยึดได้แต่เพียง ประมำณรำคำที่ควรจะขายทอดตลำดได้พอชำระหนี้ รวมทั้งค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่น ในกำรบังคับทำงปกครอง แต่ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีรำคำ มำกกว่ำจำนวนหนี้ และไม่อำจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมรำคำ ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้ เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรำกฏด้วยแล้ว ก็ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่ำนั้นมำขายทอดตลำดทั้งหมด

  20. ๑๗

    ก่อนดำเนินกำรยึดทรัพย์สิน ให้เจ้ำพนักงำนประมำณกำรค่ำใช้จ่ำยและภำระ ในกำรยึดทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงค่ำใช้จ่ำยและควำมพร้อมในกำรดูแล กำรเก็บรักษำ และกำรขายทอดตลำด ทรัพย์สินนั้นด้วย รวมทั้งพิจำรณำถึงโอกำสในกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินได้และเงินที่จะได้จำกกำรขาย ทอดตลำด เพื่อประเมินควำมคุ้มค่ำในกำรยึดทรัพย์สิน

  21. ๑๘

    ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนเห็นว่ำทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำง ปกครองคุ้มค่ำกับค่ำใช้จ่ำยและภำระในกำรยึด ให้เจ้ำพนักงำนขออนุมัติยึดทรัพย์สินโดยจัดทำคำสั่ง ยึดทรัพย์สินนั้น เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐลงนำมในคำสั่งยึดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่ำวให้แก่ผู้อยู่ ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนเห็นว่ำทรัพย์สินใดไม่คุ้มค่ำกับค่ำใช้จ่ำยและภำระในกำรยึด ให้เสนอ ควำมเห็นต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งงดกำรยึดทรัพย์สินนั้น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๘ ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนได้ยึดทรัพย์สินใดแล้ว แต่ต่อมำเห็นว่ำทรัพย์สินนั้นไม่คุ้มค่ำกับค่ำใช้จ่ำย และภำระในกำรยึดหรือไม่อำจดูแลหรือเก็บรักษำทรัพย์สินนั้นได้ ให้เสนอควำมเห็นต่อหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง หำกผู้อยู่ใน บังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไม่ยอมรับทรัพย์สินนั้นคืน ให้จำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยวิธี ขายทอดตลำดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร หรือดำเนินกำรอื่นใดตำมที่เห็นสมควรก็ได้

  22. ๑๙

    ในกรณีที่ปรำกฏในภำยหลังว่ำทรัพย์สินที่ยึดเป็นของบุคคลอื่น เช่น เป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์สินตำมข้อ ๓๙ หรือเป็นทรัพย์สินที่ไม่อำจยึดได้ตำมกฎหมำย ให้เจ้ำพนักงำนรำยงำน ต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งเพิกถอนกำรยึดทรัพย์สินนั้น

  23. ๒๐

    ให้เจ้ำพนักงำนมีอำนำจดำเนินกำรไปตำมควำมจำเป็นและสมควรแห่งพฤติกำรณ์ เพื่อดำเนินกำรบังคับทำงปกครองให้เสร็จสิ้น ในกรณีที่มีผู้ขัดขวางหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ำจะมีผู้ขัดขวาง ให้เจ้ำพนักงำนมีอำนำจแจ้งพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือตำรวจเพื่อดำเนินกำรช่วยเหลือได้

  24. ๒๑

    ในกำรยึดทรัพย์สิน ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำรในเวลำระหว่ำงพระอำทิตย์ขึ้นและ พระอำทิตย์ตก ถ้ำยังไม่แล้วเสร็จประกอบกับมีควำมจำเป็นและสมควรจะกระทำต่อไปในเวลำ หลังพระอำทิตย์ตกก็ได้ แต่ต้องดำเนินกำรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีจำเป็นและมิใช่กำรยึดทรัพย์สินในเคหสถำน ให้เจ้ำพนักงำนเสนอหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐให้มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินนั้นได้ทุกเมื่อ

  25. ๒๒

    ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ำมีทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองหรือมีบัญชีเอกสำร จดหมำย หรือวัตถุอื่นใดเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองอยู่ในสถำนที่ใด ๆ ที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ครอบครองหรือครอบครองร่วมกับผู้อื่น ให้เจ้ำพนักงำนมีอำนำจดำเนินกำรตามมาตรา ๒๘๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  26. ๒๓

    กำรยึดสังหำริมทรัพย์มีรูปร่ำงของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้น ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำรดังต่อไปนี้

    (๑) นำทรัพย์นั้นมำเก็บรักษำไว้ หรือฝำกทรัพย์นั้นไว้ ณ สถำนที่ใดหรือแก่บุคคลใดตำมที่ เห็นสมควรหรือมอบให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองเป็นผู้รักษำทรัพย์นั้นโดยได้รับ อนุญำตจำกหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ

    (๒) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ครอบครอง หรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดไว้ ณ สถำนที่ ที่กระทำกำรยึด หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร

    (๓) แสดงให้เห็นประจักษ์แจ้งโดยกำรประทับตรำหรือโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำน เห็นสมควรว่ำได้มีกำรยึดทรัพย์นั้นแล้ว โดยไม่ทำให้เกิดควำมเสียหำยหรือเสื่อมรำคำลง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๙

  27. ๒๔

    กำรยึดเรือ แพ สัตว์พำหนะ หรือสังหำริมทรัพย์มีรูปร่ำงอย่ำงอื่นของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองซึ่งจะต้องจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมตำมกฎหมำย หรือได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมไว้แล้วตำมกฎหมำย ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำร ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๓

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตำมกฎหมำย ว่ำด้วยกำรนั้นทรำบ ถ้ำได้มีกำรจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนควบคุมตำมกฎหมำยไว้แล้ว ให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่บันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียน

  28. ๒๕

    กำรยึดหลักทรัพย์ที่เป็นหลักทรัพย์ตำมกฎหมำยว่ำด้วยหลักทรัพย์และ ตลำดหลักทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) ในกรณีที่ยังไม่มีกำรออกใบตรำสำร ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์นั้นทรำบ และเมื่อได้ ดำเนินกำรยึดหลักทรัพย์ดังกล่ำวเสร็จแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนสั่งให้ผู้ออกหลักทรัพย์ออกใบตรำสำรส่งให้แก่ เจ้ำพนักงำน

    (๒) ในกรณีที่มีกำรออกใบตรำสำรแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึด ให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ และผู้ครอบครองตรำสำรเท่ำที่ทรำบ รวมทั้งบุคคลซึ่งต้องชำระหนี้ตำมตรำสำรนั้น ทรำบ และเมื่อได้ดำเนินกำรยึดหลักทรัพย์ดังกล่ำว เสร็จแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนนำตรำสำรนั้นมำเก็บรักษำไว้หำกสำมำรถนำมำได้

    (๓) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ซึ่งฝำกไว้กับศูนย์รับฝำกหลักทรัพย์ตำมกฎหมำยว่ำด้วยหลักทรัพย์ และตลำดหลักทรัพย์ ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของ มำตรกำรบังคับทำงปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้ฝำกหลักทรัพย์ และศูนย์รับฝำกหลักทรัพย์ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยหลักทรัพย์และตลำดหลักทรัพย์ทรำบ เพื่อปฏิบัติตำมที่ได้รับแจ้งจำกเจ้ำพนักงำน

    (๔) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่มีกำรออกใบตรำสำร ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวน หลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์ทรำบ เพื่อปฏิบัติ ตำมที่ได้รับแจ้งจำกเจ้ำพนักงำน ในกรณีที่ไม่สำมำรถแจ้งบุคคลตำมวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการและจำนวน หลักทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่ำย ณ ภูมิลำเนำหรือสำนักทำกำรงำนของบุคคลเช่นว่ำนั้น หรือ แจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลำที่ประกาศนั้นได้ปิดไว้หรือ กำรแจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว

  29. ๒๖

    กำรยึดตั๋วเงินหรือตรำสำรเปลี่ยนมืออื่นใดของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครอง ให้นำควำมในข้อ ๒๕ วรรคหนึ่ง

    (๒) และวรรคสอง มำใช้บังคับโดยอนุโลม และให้มี ผลเป็นกำรอำยัดสิทธิเรียกร้องตำมตั๋วเงินหรือตรำสำรนั้นด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๐ ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้ำพนักงำนอำจเสนอให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งอนุญำตให้ จำหน่ายตำมรำคำที่ปรำกฏในตั๋วเงินหรือตรำสำรหรือรำคำต่ำกว่ำนั้นตำมที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ เห็นสมควร ถ้ำหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งไม่อนุญำต ให้นำตั๋วเงินหรือตรำสำรนั้นออกขาย ทอดตลำด

  30. ๒๗

    กำรยึดหุ้นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวก จำกัดควำมรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งกำรยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัดที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอยู่ทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทนั้นบันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียน

  31. ๒๘

    กำรยึดสิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายกำรค้ำ หรือสิทธิอย่ำงอื่นของผู้อยู่ใน บังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองที่มีลักษณะคล้ำยคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่ำวซึ่งได้ จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถ กระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตำมกฎหมำย ว่ำด้วยกำรนั้นบันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียน

  32. ๒๙

    กำรยึดสิทธิในเครื่องหมายกำรค้ำซึ่งยังมิได้จดทะเบียน ลิขสิทธิ์ สิทธิขอรับสิทธิบัตร สิทธิในชื่อทำงกำรค้ำหรือยี่ห้อ หรือสิทธิอย่ำงอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ที่มีลักษณะคล้ำยคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่ำว ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดยแจ้งรายการสิทธิ ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ดำเนินกำร ตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

  33. ๓๐

    กำรยึดสิทธิกำรเช่ำทรัพย์สินหรือสิทธิที่จะได้ใช้บริกำรต่ำง ๆ ซึ่งอำจมีรำคำ และถือเอำได้ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง เช่น บริกำรโทรศัพท์หรือโทรคมนำคม หรือบริกำรอื่นใดที่อำจได้รับจำกทรัพย์สินหรือบริกำรของผู้อื่น ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ให้เช่ำหรือ ผู้ให้บริกำร แล้วแต่กรณี ทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) ในกรณีที่ได้มีกำรจดทะเบียนกำรเช่ำทรัพย์สินหรือกำรให้บริกำรดังกล่ำว ให้แจ้ง นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้นบันทึกกำรยึดไว้ ในทะเบียนด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๑

  34. ๓๑

    กำรยึดสิทธิของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองตำมใบอนุญำต ประทำนบัตร อำชญำบัตร สัมปทำน หรือสิทธิอย่ำงอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองที่มีลักษณะคล้ำยคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่ำว ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถ กระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้น บันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียนด้วย

  35. ๓๒

    กำรยึดอสังหำริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้น ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) นำหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์นั้นมำเก็บรักษำไว้ หรือฝำกไว้แก่บุคคลใดตำมที่เห็นสมควร เว้นแต่ทรัพย์นั้นยังไม่มีหนังสือสำคัญหรือนำหนังสือสำคัญมำไม่ได้

    (๒) แสดงให้เห็นประจักษ์โดยกำรปิดประกาศไว้ที่ทรัพย์นั้นว่ำ ได้มีกำรยึดทรัพย์นั้นแล้ว

    (๓) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้บุคคลดังต่อไปนี้ทรำบ

    (ก) ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง

    (ข) บุคคลอื่นซึ่งมีชื่อในทะเบียนว่ำเป็นเจ้ำของทรัพย์นั้น

    (ค) เจ้ำพนักงำนที่ดินหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้น ถ้ำทรัพย์นั้นมีทะเบียน ให้เจ้ำพนักงำนที่ดินหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่บันทึก กำรยึดไว้ในทะเบียนด้วย ในกรณีที่ไม่สำมำรถแจ้งบุคคลตำมวรรคหนึ่ง (๓) (ก) หรือ

    (ข) ได้ ให้ปิดประกาศแจ้ง รายการทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่ำย ณ ภูมิลำเนำหรือสำนักทำกำรงำนของบุคคลเช่นว่ำนั้น หรือ แจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลำที่ได้ปิดประกาศนั้นไว้หรือ กำรแจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว เมื่อได้แจ้งกำรยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและเจ้ำพนักงำนที่ดินหรือ พนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นแล้ว ให้ถือว่ำ เป็นกำรยึดตำมกฎหมำย

  36. ๓๓

    กำรยึดทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหำริมทรัพย์นั้น ให้เจ้ำพนักงำนกระทำ โดยดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๒ โดยอนุโลม

  37. ๓๔

    กำรยึดสังหำริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นให้มีผล เป็นกำรยึดครอบไปถึงดอกผลธรรมดำและดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้นด้วย กำรยึดอสังหำริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นให้มีผล เป็นกำรยึดครอบไปถึง

    (๑) เครื่องอุปกรณ์และดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๒

    (๒) ดอกผลธรรมดำของทรัพย์นั้นที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีสิทธิ เก็บเกี่ยว เมื่อเจ้ำพนักงำนได้แจ้งหรือปิดประกาศให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและ ผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทรำบในขณะทำกำรยึดว่ำได้ยึดดอกผลด้วยแล้ว

  38. ๓๕

    กำรยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นให้มีผล ดังต่อไปนี้

    (๑) กำรที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้ก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภำยหลังที่ได้ทำกำรยึดไว้แล้วนั้น หำอำจใช้ยันแก่หน่วยงำนของรัฐหรือ เจ้ำพนักงำนได้ไม่ ถึงแม้ว่ำรำคำแห่งทรัพย์สินนั้นจะเกินกว่ำจำนวนหนี้กับค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่นในกำรบังคับทำงปกครอง และผู้นั้นได้กระทำกำรดังกล่ำวแก่ทรัพย์สินที่ถูกยึดเพียงส่วน ที่มีรำคำเกินจำนวนนั้นก็ตำม

    (๒) ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้รับมอบให้เป็นผู้รักษำทรัพย์สินที่ถูกยึด ผู้นั้นชอบที่จะใช้ทรัพย์สินเช่นว่ำนั้นได้ตำมสมควร แต่ถ้ำเจ้ำพนักงำนเห็นว่ำผู้นั้นจะทำให้ทรัพย์สินนั้น เสียหำยหรือเกรงว่ำจะเสียหำย โดยเจ้ำพนักงำนเห็นเองหรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในกำรบังคับทำง ปกครองแก่ทรัพย์สินนั้นร้องขอ เจ้ำพนักงำนจะรักษำทรัพย์สินนั้นเสียเองหรือตั้งให้ผู้ใดเป็นผู้รักษำ ทรัพย์สินนั้นก็ได้

  39. ๓๖

    ให้เจ้ำพนักงำนจัดทำบันทึกรำยงำนกำรยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งบัญชีทรัพย์สินที่ยึด แนบท้ำยโดยแสดงรำยละเอียด เช่น ชื่อประเภท จำนวน ขนำด น้ำหนัก สภำพของทรัพย์สิน ตำมลำดับหมำยเลขไว้ หำกมีพฤติกำรณ์หรือเหตุกำรณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐำนก็ให้บันทึกไว้ แล้วอ่ำนบันทึกให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่ำนก็ได้ แล้วให้ ลงลำยมือชื่อไว้เป็นหลักฐำนด้วย ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไม่ยอมลงลำยมือชื่อ ให้บันทึกว่ำอ่ำนให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลำยมือชื่อ พร้อมกับลงลำยมือชื่อเจ้ำพนักงำนไว้ ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไม่อยู่ ณ ที่ยึดนั้น ให้อ่ำนบันทึก ให้บริวำรหรือบุคคลซึ่งบรรลุนิติภำวะที่อยู่ณที่ยึดนั้นฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่ำนก็ได้ แล้วให้ลงลำยมือชื่อ ไว้เป็นหลักฐำนด้วย ถ้ำผู้นั้นไม่ยอมลงลำยมือชื่อ ให้บันทึกว่ำอ่ำนให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลำยมือชื่อ พร้อมกับลงลำยมือชื่อเจ้ำพนักงำนไว้ ให้เจ้ำพนักงำนเสนอบัญชีทรัพย์สินที่ยึดตำมวรรคหนึ่งต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐด้วย

  40. ๓๗

    ให้เจ้ำพนักงำนจดไว้ในบันทึกกำรเก็บรักษำทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่ำได้จัดการเก็บรักษำ ทรัพย์สินนั้นอย่ำงไร และต้องเสียค่ำใช้จ่ำยในกำรยึดทรัพย์สิน ค่ำเช่ำสถำนที่เก็บทรัพย์สิน ค่ำจ้ำงดูแล รักษำทรัพย์สินเท่ำใด

  41. ๓๘

    เมื่อยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนประเมินรำคำทรัพย์สินที่ยึดนั้น โดยจะนำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกำรประเมินรำคำทรัพย์สิน ตำมที่กำหนดในระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่ำด้วยกำรบังคับคดีของเจ้ำพนักงำนบังคับคดีมำใช้บังคับก็ได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๓ หรือจะขอให้หน่วยงำนของรัฐที่มีหน้ำที่ในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินหรือภำคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชำญ ที่ให้บริกำรในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินช่วยประเมินรำคำก็ได้ ให้เจ้ำพนักงำนรำยงำนรำคำทรัพย์สินที่ประเมินต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งกำร หำกหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐไม่เห็นด้วยกับรำคำทรัพย์สินที่เจ้ำพนักงำนประเมิน หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ มีอำนำจประเมินรำคำทรัพย์สินใหม่ หรือมีคำสั่งให้เจ้ำพนักงำนทำกำรประเมินรำคำใหม่ หรืออำจขอให้ หน่วยงำนของรัฐที่มีหน้ำที่ในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินหรือภำคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชำญที่ให้บริกำร ในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินช่วยประเมินรำคำ เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นด้วยกับรำคำทรัพย์สินที่เจ้ำพนักงำนประเมิน หรือรำคำ ทรัพย์สินที่มีกำรประเมินใหม่ตำมวรรคสอง แล้วแต่กรณีแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึด และรำคำประเมินให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ และถ้ำทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือ กรรมสิทธิ์รวม ให้แจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึดและรำคำประเมินให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทรำบด้วย ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียไม่เห็นด้วย กับรำคำประเมินทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐให้ทบทวนรำคำประเมินทรัพย์สิน ภำยในสิบห้ำวันนับแต่ได้รับแจ้งรำคำประเมิน และให้นำวรรคสองมำใช้บังคับแก่กำรพิจำรณำมีคำสั่ง ของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐโดยอนุโลม คำสั่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

  42. ๓๙

    ในกรณีที่มีผู้กล่ำวอ้ำงว่ำตนเป็นเจ้ำของทรัพย์สินที่เจ้ำพนักงำนได้ยึดไว้ หรือ ตนเป็นเจ้ำของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นอสังหำริมทรัพย์ที่ได้แบ่ง กำรครอบครองเป็นส่วนสัด หรือตนเป็นเจ้ำของรวมในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นสังหำริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์แบ่งได้ หรือตนเป็นผู้อยู่ในฐำนะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพย์สินนั้นได้อยู่ก่อน บุคคลนั้นอำจร้องขอ ให้ปล่อยทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหรือเฉพำะส่วนของตน แล้วแต่กรณี โดยยื่นคำร้องขอต่อ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐภำยในหกสิบวันนับแต่วันที่มีกำรยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้ำไม่สำมำรถยื่นคำร้องขอ ภำยในระยะเวลาดังกล่ำว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่ำนั้นได้ ต่อเมื่อมีพฤติกำรณ์ พิเศษและได้ยื่นคำร้องขอไม่ช้ำกว่ำเจ็ดวันก่อนวันที่เจ้ำพนักงำนกำหนดไว้เพื่อกำรขายทอดตลำดหรือ จำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นครั้งแรก เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอ ในภำยหลังก็ได้ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนขายทอดตลำดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น

  43. ๔๐

    เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐได้รับคำร้องขอตำมข้อ ๓๙ ให้ดำเนินกำร ดังต่อไปนี้

    (๑) หำกมีพยำนหลักฐำนเบื้องต้นแสดงว่ำคำร้องขอนั้นไม่มีมูลหรือทรัพย์สินที่ยึด เป็นสังหำริมทรัพย์ที่เก็บไว้นำนไม่ได้ ให้ยกคำร้องและดำเนินกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินต่อไป

    (๒) หำกมีพยำนหลักฐำนเบื้องต้นแสดงว่ำคำร้องขอนั้นมีมูล ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ พิจำรณำต่อไป โดยให้งดกำรขายทอดตลำดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ก่อนในระหว่ำงรอผล กำรพิจำรณำ ในกรณีที่เห็นว่ำอำจเป็นกำรร้องขอเพื่อประวิงเวลำให้ล่ำช้ำ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐอำจมี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๔ คำสั่งให้ผู้ร้องวำงเงินเพื่อประกันควำมเสียหำยใด ๆ ที่อำจได้รับเนื่องจำกเหตุที่เนิ่นช้ำในกำรขาย ทอดตลำดได้ ถ้ำผู้ร้องไม่ปฏิบัติตำมคำสั่งเช่นว่ำนี้ ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐยกคำร้องนั้นเสีย และดำเนินกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินต่อไป คำสั่งยกคำร้องตำมวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด

  44. ๔๑

    เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐได้พิจำรณำคำร้องตำมข้อ ๔๐ แล้ว ให้ดำเนินกำร ต่อไป ดังนี้

    (๑) ในกรณีที่ปรำกฏว่ำผู้ร้องไม่ใช่เจ้ำของที่แท้จริง ให้ยกคำร้องและดำเนินกำรขายทอดตลำด ทรัพย์สินต่อไป โดยกรณีที่มีกำรวำงเงินเพื่อประกันควำมเสียหำยตำมข้อ ๔๐ ให้หักค่ำเสียหำยออกจำก เงินประกันที่ผู้ร้องวำงไว้ แล้วคืนเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ร้อง ทั้งนี้ คำสั่งยกคำร้อง ให้เป็นที่สุด

    (๒) ในกรณีที่ปรำกฏว่ำผู้ร้องเป็นเจ้ำของที่แท้จริง ให้สั่งงดกำรขายทอดตลำดและสั่งเพิกถอน กำรยึดทรัพย์สินตำมข้อ ๑๙ ต่อไป แต่กรณีที่ปรำกฏว่ำผู้ร้องเป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์รวม หัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐอำจสั่งให้ดำเนินกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินต่อไปได้ แต่เมื่อขายทอดตลำดทรัพย์สิน ได้เงินเท่ำใดแล้ว ให้แบ่งเงินตำมสัดส่วนให้กับเจ้ำของกรรมสิทธิ์รวมที่ขอกันส่วนไว้ด้วย

  45. หมวด ๓ กำรอำยัดทรัพย์สิน

    9 มาตรา
  46. ๔๒

    กำรอำยัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ให้อำยัด ได้เพียงไม่เกินกว่ำที่พอจะชำระหนี้ รวมทั้งค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่นในกำรบังคับ ทำงปกครอง เว้นแต่ทรัพย์สินที่อำยัดนั้นไม่อำจแบ่งแยกได้ ให้เจ้ำพนักงำนขออนุมัติอำยัดทรัพย์สินโดยจัดทำคำสั่งอำยัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของ มำตรกำรบังคับทำงปกครอง และแนบเอกสำรหลักฐำนต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปยังหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐลงนำมในคำสั่งอำยัดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่ำวให้แก่ผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและบุคคลภำยนอกซึ่งต้องชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือ ชำระหนี้อย่ำงอื่นนั้น พร้อมทั้งแจ้งให้ทรำบถึงจำนวนหนี้ที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง จะต้องชำระแก่หน่วยงำนของรัฐด้วย คำสั่งอำยัดตำมวรรคสอง ต้องมีข้อห้ำมผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไม่ให้ จำหน่ายสิทธิเรียกร้องและมีข้อห้ำมบุคคลภำยนอกไม่ให้ปฏิบัติกำรชำระหนี้นั้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของ มำตรกำรบังคับทำงปกครอง แต่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือชำระหนี้อย่ำงอื่นนั้นให้แก่ เจ้ำพนักงำน หรือให้ดำเนินกำรโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร ทั้งนี้ ตำมเวลำหรือเงื่อนไข ตำมที่เจ้ำพนักงำนกำหนด

  47. ๔๓

    กำรอำยัดสิทธิเรียกร้อง ให้กระทำได้ไม่ว่ำหนี้ที่เรียกร้องนั้นจะมีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด เงื่อนไข หรือไม่ว่ำได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ก็ตำม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๕

  48. ๔๔

    กำรอำยัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองซึ่งมีสิทธิ ได้รับชำระหนี้เป็นครำว ๆ ให้มีผลเป็นกำรอำยัดสิทธิเรียกร้องของผู้นั้นซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ภำยหลัง กำรอำยัดนั้นด้วย

  49. ๔๕

    กำรอำยัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองที่มีจำนอง หรือจำนำเป็นประกัน หรือที่นำทรัพย์อิงสิทธิตำมกฎหมำยว่ำด้วยทรัพย์อิงสิทธิเป็นประกัน ให้มีผลรวม ตลอดถึงกำรจำนอง กำรจำนำ หรือทรัพย์อิงสิทธินั้นด้วย ถ้ำทรัพย์สินที่จำนองนั้นมีทะเบียน ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งคำสั่งอำยัดไปยังผู้มีอำนาจหน้าที่เพื่อให้จดแจ้งไว้ในทะเบียน ในกรณีผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิมิใช่ลูกหนี้ตำมสิทธิเรียกร้อง เมื่อได้ ดำเนินกำรอำยัดแล้ว ให้แจ้งผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิเพื่อทรำบด้วย

  50. ๔๖

    กำรอำยัดสิทธิเรียกร้องนั้นให้มีผล ดังต่อไปนี้

    (๑) กำรที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้ก่อให้เกิดสิทธิแก่บุคคลภำยนอก เหนือสิทธิเรียกร้องที่ได้ถูกอำยัด โอน เปลี่ยนแปลง หรือระงับซึ่งสิทธิเรียกร้องดังกล่ำวภำยหลังที่ได้ ทำกำรอำยัดไว้แล้วนั้น หำอำจใช้ยันแก่หน่วยงำนของรัฐหรือเจ้ำพนักงำนได้ไม่ ถึงแม้ว่ำรำคำแห่งสิทธิ เรียกร้องนั้นจะเกินกว่ำจำนวนหนี้ตำมคำสั่งทำงปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินกับค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่นในกำรบังคับทำงปกครอง และผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองได้กระทำกำรดังกล่ำวแก่สิทธิเรียกร้องที่ถูกอำยัดเพียงส่วนที่มีรำคำเกินจำนวนนั้นก็ตำม

    (๒) ถ้ำค่ำแห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งอำยัดไว้นั้นต้องเสื่อมเสียไปเพรำะควำมผิดของหน่วยงำนของรัฐ หน่วยงำนของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่ำสินไหมทดแทนให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง เพื่อควำมเสียหำยใด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง

    (๓) กำรชำระหนี้โดยบุคคลภำยนอกตำมที่ระบุไว้ในคำสั่งอำยัดนั้นให้ถือว่ำเป็นกำรชำระหนี้ ตำมกฎหมำย ควำมใน

    (๑) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิซึ่งมิใช่ลูกหนี้ ตำมสิทธิเรียกร้องตำมข้อ ๔๕ วรรคสอง หำกผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิพิสูจน์ ได้ว่ำควำมระงับสิ้นไปแห่งกำรจำนอง กำรจำนำ หรือกำรก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิเกิดขึ้นโดยผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิกระทำกำรโดยสุจริตและเสียค่ำตอบแทนก่อนมีกำรแจ้งกำรอำยัด ไปยังผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิเพื่อทรำบ

  51. ๔๗

    ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลภำยนอก หรือสถำบันกำรเงินชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่ตน หำกถึงกำหนดเวลำที่บุคคลภำยนอก หรือสถำบันกำรเงินต้องชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองแล้ว ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีหนังสือแจ้งบุคคลภำยนอกหรือสถำบันกำรเงิน ว่ำให้ดำเนินกำรชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่หน่วยงำนของรัฐภำยในสิบห้ำวัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๖ ภำยใต้บังคับข้อ ๔๘ หำกบุคคลภำยนอกหรือสถำบันกำรเงินไม่ปฏิบัติตำมหนังสือแจ้ง ตำมวรรคหนึ่งภำยในกำหนดเวลำ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐโดยอนุมัติของผู้บังคับบัญชำ ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมกำรปฏิบัติงำนชั้นเหนือขึ้นไป อำจบังคับทำงปกครองแก่ผู้นั้นเสมือนหนึ่งว่ำผู้นั้นเป็นผู้อยู่ใน บังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองตามมาตรา ๓๒๕ วรรคห้ำ แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ ควำมแพ่ง ทั้งนี้ โดยไม่กระทบถึงสิทธิในกำรดำเนินคดีอำญำฐำนขัดคำสั่งของเจ้ำพนักงำน

  52. ๔๘

    บุคคลภำยนอกหรือสถำบันกำรเงินอำจยื่นคำร้องคัดค้ำนคำสั่งอำยัดทรัพย์สิน เพื่อโต้แย้งหนี้ที่เรียกให้ชำระต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐได้ภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งอำยัด บุคคลผู้จะต้องเสียหำยเพรำะคำสั่งอำยัดอำจยื่นคำร้องคัดค้ำนคำสั่งดังกล่ำวได้ภำยใน กำหนดเวลำดังต่อไปนี้ แต่ต้องไม่ช้ำกว่ำสิบห้ำวันนับแต่วันทรำบคำสั่งอำยัด

    (๑) ถ้ำสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นกำรให้ชำระเงิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐก่อนวันที่ บุคคลภำยนอกจะชำระเงินให้แก่หน่วยงำนของรัฐ

    (๒) ถ้ำสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นกำรให้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐก่อนขายทอดตลำดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น

    (๓) ถ้ำสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นกำรให้ชำระหนี้อย่ำงอื่นนอกจำก (๑) และ

    (๒) ให้ยื่นคำร้อง ต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐก่อนที่บุคคลภำยนอกจะปฏิบัติกำรชำระหนี้ เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐสั่งรับคำร้องคัดค้ำนตำมวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ให้ส่งสำเนำ คำร้องแก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและเจ้ำพนักงำน และให้เจ้ำพนักงำน งดกำรบังคับตำมคำสั่งอำยัดไว้ในระหว่ำงรอคำวินิจฉัยชี้ขำด เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐทำกำรไต่สวนแล้ว หำกเห็นว่ำสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นมีอยู่จริงและอำจบังคับได้ ก็ให้ยกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้บุคคลภำยนอกหรือสถำบันกำรเงินปฏิบัติตำมคำสั่งอำยัด แต่หำก เห็นว่ำคำร้องคัดค้ำนรับฟังได้ ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งถอนกำรอำยัดสิทธิเรียกร้อง ในระหว่ำงกำรพิจำรณำคำร้องคัดค้ำนตำมวรรคสำม หำกมีพยำนหลักฐำนเบื้องต้นแสดงว่ำ คำร้องคัดค้ำนนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ำมำเพื่อประวิงเวลำให้ล่ำช้ำ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีอำนำจสั่งให้ผู้ร้อง คัดค้ำนวำงเงินหรือจัดหำประกันมำวำงต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมจำนวนและภำยในเวลำที่กำหนด เพื่อประกันควำมเสียหำยใด ๆ ที่อำจได้รับจำกกำรยื่นคำร้องคัดค้ำนนั้น ถ้ำผู้ร้องคัดค้ำนไม่ปฏิบัติ ตำมคำสั่งเช่นว่ำนี้ ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐยกคำร้องคัดค้ำนนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินกำรต่อไป ส่วนเงินหรือประกันที่วำงไว้ต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐดังกล่ำว เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นว่ำไม่มี ควำมจำเป็นต่อไปจะสั่งคืนเงินหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ ในกรณีที่สิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นมีอยู่จริงและ อำจบังคับได้ ให้เจ้ำพนักงำนมีคำเตือนให้บุคคลภำยนอกหรือสถำบันกำรเงินปฏิบัติตำมคำสั่งอำยัด ทรัพย์สินภำยในเวลำที่กำหนด ถ้ำบุคคลดังกล่ำวไม่ปฏิบัติตำมคำเตือน ให้เจ้ำพนักงำนรำยงำนหัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐ และให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐโดยกำรอนุมัติของผู้บังคับบัญชำ ผู้กำกับดูแล เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๗ หรือผู้ควบคุมกำรปฏิบัติงำนชั้นเหนือขึ้นไปของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐพิจำรณำดำเนินกำรบังคับ ทำงปกครองแก่ผู้นั้นเสมือนหนึ่งว่ำเป็นผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง รวมทั้งให้ชดใช้ ควำมเสียหำยใดๆที่เกิดขึ้นเพรำะกำรไม่ปฏิบัติตำมคำสั่งอำยัดทรัพย์สินพร้อมกันไปด้วย ถ้ำไม่มีกำรคัดค้ำนคำสั่งอำยัดทรัพย์สิน แต่บุคคลผู้ได้รับคำสั่งอำยัดทรัพย์สินมิได้ปฏิบัติ ตำมคำสั่ง ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำรตำมวรรคห้ำ คำสั่งยกคำร้องตำมวรรคสำมและวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

  53. ๔๙

    ทรัพย์สินที่อำยัดแล้ว ให้จัดการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีเป็นพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ที่เป็นประกัน ซึ่งเป็นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำร บังคับทำงปกครอง ออกให้แก่ผู้ถือหรือออกในนำมของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง เจ้ำพนักงำนอำจเสนอต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐให้มีคำสั่งให้ไถ่ถอนและรับคืนเงินต้นพันธบัตร หรือจำหน่าย ณ สถำนแลกเปลี่ยน แล้วแต่กรณี แต่ถ้ำหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นสมควร ให้ขายทอดตลำด ก็ให้ขายสิ่งเหล่ำนั้นโดยวิธีขายทอดตลำด

    (๒) กรณีเป็นตรำสำรเปลี่ยนมือ เช่น ตั๋วเงิน เจ้ำพนักงำนอำจเสนอให้หัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐมีคำสั่งอนุญำตจำหน่ายตำมรำคำที่ปรำกฏในตรำสำร หรือรำคำต่ำกว่ำนั้นตำมที่หัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐเห็นสมควร แต่ถ้ำหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นสมควรให้ขายทอดตลำด ก็ให้นำตรำสำรนั้น ออกขายทอดตลำด

    (๓) กรณีเป็นทรัพย์สินอื่นที่ส่งมอบหรือโอนตำมสิทธิเรียกร้องที่ถูกอำยัดนั้น ให้นำทรัพย์สินนั้น ออกขายทอดตลำด

  54. ๕๐

    หำกกำรจำหน่ายสิทธิเรียกร้องที่ถูกอำยัดจะเป็นกำรยุ่งยำกเนื่องจำกกำรชำระหนี้นั้น ต้องอำศัยกำรชำระหนี้ตอบแทน หรือด้วยเหตุอื่นใดอันจะทำให้กำรชำระหนี้นั้นล่ำช้ำออกไปอีกและ อำจเกิดควำมเสียหำยขึ้นได้ เมื่อบุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้ำพนักงำนร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐอำจมีคำสั่งให้จำหน่ายโดยวิธีอื่นนอกเหนือจำกกำรขายทอดตลำดได้

  55. หมวด ๔ กำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน

    20 มาตรา
  56. ๕๑

    ภำยใต้บังคับข้อ ๑๒ ให้เจ้ำพนักงำนเสนอหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อมีคำสั่ง ขายทอดตลำดทรัพย์สินภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ได้ยึดหรืออำยัดทรัพย์สินนั้นโดยยึดรำคำประเมิน ทรัพย์สินตำมข้อ ๓๘ เป็นรำคำเริ่มต้นในกำรขายทอดตลำด ในกรณีที่มีกำรร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินตำมข้อ ๓๙ หรือขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึดเป็นเหตุ ให้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ไม่คุ้มค่ำที่จะขายทอดตลำด เจ้ำพนักงำนอำจเสนอหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อมี คำสั่งงดกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินนั้น และให้จำหน่ายโดยวิธีอื่นนอกเหนือจำกกำรขายทอดตลำดได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๘

  57. ๕๒

    เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งให้ขายทอดตลำดทรัพย์สินแล้ว ให้จัดทำประกาศ ขายทอดตลำดทรัพย์สินโดยแสดงรำยละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขาย เช่น ชื่อเจ้ำของทรัพย์สิน วัน เวลำ สถำนที่ที่จะขาย วิธีการขาย ชื่อ ประเภท ลักษณะ จำนวน ขนำด และน้ำหนักแห่งทรัพย์นั้นๆ รวมทั้งรำคำเริ่มต้นในกำรขายทอดตลำด ถ้ำเป็นที่ดินให้แจ้งเนื้อที่ เขตกว้ำงยำว สถำนที่ตั้ง ถ้ำมีคำเตือน อย่ำงไรก็ให้ระบุไว้โดยชัดเจน และกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลำแห่งกำรชำระเงินไว้ด้วย และให้หัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐลงนำมในประกาศขายทอดตลำดทรัพย์สินนั้น ให้เจ้ำพนักงำนจัดการส่งประกาศดังกล่ำวให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง และผู้ที่เจ้ำพนักงำนเห็นว่ำมีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถำนที่ที่จะขาย และสถำนที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ก่อนกำหนดวันขายทอดตลำดไม่น้อยกว่ำสำมวัน และให้โฆษณำ ประกาศขายทอดตลำดทรัพย์สินในเว็บไซต์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่ำง ๆ ที่แพร่หลำยหรือเป็นที่รู้จักกัน โดยทั่วไปก่อนวันขายทอดตลำดไม่น้อยกว่ำห้ำวันด้วย ถ้ำหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นสมควร จะลงประกาศโฆษณำกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินนั้น ในหนังสือพิมพ์รำยวัน หรือทำงวิทยุกระจำยเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ด้วยก็ได้

  58. ๕๓

    กำรกำหนดวันขายทอดตลำดทรัพย์สิน ให้กำหนดไม่น้อยกว่ำสำมสิบวันและไม่เกิน เก้ำสิบวันนับแต่วันที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐลงนำมในประกาศขายทอดตลำดทรัพย์สิน เมื่อประกาศขายทอดตลำดทรัพย์สินแล้ว หำกมีควำมจำเป็น หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ อำจเลื่อนหรืองดกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินได้

  59. ๕๔

    ในกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง หำกมีทรัพย์สินหลำยสิ่งด้วยกัน ให้เจ้ำพนักงำนจัดลำดับทรัพย์สินที่จะขายโดยแยกขายทีละสิ่ง ต่อเนื่องกันไป ในกำรขายทรัพย์สินที่มีหลำยสิ่งด้วยกัน เจ้ำพนักงำนอำจจัดทรัพย์สินซึ่งมีรำคำเล็กน้อย รวมขายเป็นกองได้ ในกำรขายสังหำริมทรัพย์หรืออสังหำริมทรัพย์ซึ่งอำจแบ่งแยกออกได้เป็นส่วน ๆ เจ้ำพนักงำน มีอำนำจที่จะรวมขายหรือแยกขายทรัพย์สินนั้นได้ ในเมื่อเป็นที่คำดหมำยได้ว่ำเงินรำยได้ในกำรขาย จะเพิ่มขึ้นเพรำะเหตุนั้น บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในกำรบังคับทำงปกครองแก่ทรัพย์สินซึ่งจะต้องขาย อำจร้องขอ ให้เจ้ำพนักงำนรวมหรือแยกทรัพย์สิน หรือขอให้ขายทรัพย์สินนั้นตำมลำดับที่กำหนดไว้ หรือจะร้องคัดค้ำน วิธีการขายของเจ้ำพนักงำนตำมวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสำมได้ กำรยื่นคำร้องขอหรือคำคัดค้ำนนั้น ต้องกระทำก่อนวันทำกำรขายทอดตลำดแต่ต้องไม่ช้ำกว่ำสำมวันนับแต่ทรำบวิธีการขาย ในกรณีที่ เจ้ำพนักงำนไม่ยอมปฏิบัติตำมคำร้องขอหรือคำคัดค้ำนเช่นว่ำนั้น ผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐภำยในสองวันนับแต่วันปฏิเสธ เพื่อขอให้มีคำสั่งชี้ขำดในเรื่องนั้นก็ได้ และให้เจ้ำพนักงำน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๙ เลื่อนกำรขายไปจนกว่ำจะพ้นระยะเวลาสองวัน ซึ่งกำหนดให้ยื่นคำร้องหรือจนกว่ำหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ จะได้มีคำสั่ง แล้วแต่กรณี คำสั่งของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐให้เป็นที่สุด

  60. ๕๕

    กำรขายทอดตลำดทรัพย์สินที่ติดจำนอง อำจขายโดยปลอดจำนองหรือจำนองติดไป กำรขายทรัพย์โดยปลอดจำนองนั้น เจ้ำพนักงำนต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้รับจำนอง และ เมื่อได้รับอนุมัติจำกหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำรขายทอดตลำดอย่ำงกำรขาย ทรัพย์ธรรมดำ เมื่อได้เงินจำกกำรขายทอดตลำดมำแล้วให้นำไปชำระหนี้ให้แก่ผู้รับจำนองตำมจำนวนหนี้ ที่ผู้รับจำนองแจ้งไว้ในควำมเห็นชอบดังกล่ำว เว้นแต่จะมีเจ้ำหนี้บุริมสิทธิอื่นที่มีสิทธิดีกว่ำ กำรขายทรัพย์อย่ำงกำรจำนองติดไป ให้ประกาศแสดงชื่อผู้รับจำนอง พร้อมทั้งต้นเงินและ ดอกเบี้ยที่ยังค้ำงชำระจนถึงวันขาย และข้อควำมว่ำผู้ใดซื้อทรัพย์นั้น ต้องรับภำระจำนองติดไปด้วย โดยชัดเจน

  61. ๕๖

    กำรขายอสังหำริมทรัพย์ที่มีชื่อผู้อื่นเป็นเจ้ำของร่วมอยู่ด้วยในหนังสือสำคัญแสดง กรรมสิทธิ์ ให้เจ้ำพนักงำนกันเงินส่วนได้ของผู้นั้นไว้เพื่อจ่ำยแก่ผู้ควรจะได้รับต่อไป

  62. ๕๗

    กำรขายทอดตลำดทรัพย์สินประเภทซึ่งผู้ยึดถือครอบครองจะต้องได้รับอนุญำต จำกเจ้ำพนักงำนผู้มีอำนำจอนุญำตตำมกฎหมำยนั้นเสียก่อน ถ้ำผู้ซื้อมิได้วำงหลักประกันไว้ตำมข้อ ๖๐ ให้ผู้ซื้อวำงเงินมัดจำไว้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้ำของรำคำซื้อ และจัดการนำใบอนุญำตมำแสดงภำยใน สำมสิบวันนับแต่วันขายทอดตลำดหรือภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญำขายทอดตลำดตำมข้อ ๖๖

    (๒) แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งใช้เงินที่ค้ำงชำระให้ครบถ้วน ถ้ำพ้นกำหนดนี้แล้ว ผู้ซื้อนำใบอนุญำตมำแสดงไม่ได้ ให้เจ้ำพนักงำนริบเงินมัดจำและให้นำทรัพย์นั้นออกขายทอดตลำดใหม่

  63. ๕๘

    เมื่อทำกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินที่มีกฎหมำยกำหนดไว้ให้จดทะเบียน ให้เจ้ำพนักงำน แจ้งนำยทะเบียน พนักงำนเจ้ำหน้ำที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตำมกฎหมำยให้ดำเนินกำร แก้ไขเปลี่ยนแปลงทำงทะเบียนทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ซื้อ ถ้ำทรัพย์สินที่จะขายทอดตลำดเป็นห้องชุดตำมกฎหมำยว่ำด้วยอำคำรชุด หรือเป็นที่ดินจัดสรร ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรจัดสรรที่ดิน ให้นำมาตรา ๓๓๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มำใช้บังคับ

  64. ๕๙

    ผู้ใดประสงค์จะเข้ำเสนอรำคำ ให้ผู้นั้นยื่นแสดงควำมจำนงเข้ำเสนอรำคำต่อ เจ้ำพนักงำนก่อนหรือในวันขายทอดตลำดทรัพย์สิน พร้อมด้วยข้อมูลและเอกสำร ดังต่อไปนี้

    (๑) เลขประจำตัวประชำชนหรือเลขหนังสือเดินทำง ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดำ

    (๒) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคลและข้อมูลตำม

    (๑) ของผู้แทนนิติบุคคลในกรณีที่เป็น นิติบุคคล

    (๓) หนังสือมอบอำนำจในกรณีที่เข้ำเสนอรำคำแทนบุคคลอื่น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒๐

  65. ๖๐

    กำรขายทอดตลำดอสังหำริมทรัพย์ ให้ผู้เข้ำเสนอรำคำวำงหลักประกันก่อนเข้ำเสนอ รำคำโดยพิจำรณำจำกรำคำประเมินทรัพย์สินซึ่งจะต้องนำไปกำหนดเป็นรำคำเริ่มต้นในกำรขาย ทอดตลำดตำมตำรำงท้ำยกฎกระทรวงนี้ ให้นำควำมในวรรคหนึ่งมำใช้บังคับแก่กำรขายทอดตลำดสังหำริมทรัพย์หรือสิทธิต่ำง ๆ ที่มี รำคำประเมินหรือมูลค่ำตั้งแต่ห้ำแสนบำทขึ้นไปด้วย แต่เจ้ำพนักงำนอำจให้ผู้เข้ำเสนอรำคำ วำงหลักประกันทั้งที่รำคำประเมินหรือมูลค่ำต่ำกว่ำห้ำแสนบำทได้ หลักประกันตำมวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คืนแก่ผู้เสนอรำคำเมื่อสิ้นสุดกำรขายทอดตลำด แต่ถ้ำมีกำรเคำะไม้ขายให้แก่ผู้เสนอรำคำสูงสุด ให้ถือเอำหลักประกันของผู้นั้นเป็นมัดจำตำมสัญญำและ เป็นกำรชำระรำคำบางส่วน

  66. ๖๑

    ในกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ให้เจ้ำพนักงำนปิดประกาศวำระกำรขายทอดตลำดไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในสถำนที่ขาย ทอดตลำด และแจ้งให้ผู้เข้ำเสนอรำคำทรำบถึงรำยละเอียดของทรัพย์ที่จะขายทอดตลำด ตำแหน่งที่ตั้ง หรือที่อยู่ และภำระติดพันของทรัพย์นั้น รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียในกำรบังคับทำงปกครองแก่ทรัพย์ที่ขาย ทอดตลำด แล้วจึงให้ผู้เข้ำเสนอรำคำเสนอรำคำ เมื่อเจ้ำพนักงำนได้ขายทอดตลำดทรัพย์สินแล้ว ให้รำยงำนผลกำรขายทอดตลำดต่อหัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐภำยในเจ็ดวันทำกำรนับแต่วันที่มีกำรขายทอดตลำด กรณีที่ไม่อำจขายทอดตลำดทรัพย์สินที่ยึดหรืออำยัดได้ ให้รำยงำนหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ เพื่อพิจำรณำสั่งกำรต่อไป

  67. ๖๒

    ก่อนตั้งต้นขายทอดตลำด ให้เจ้ำพนักงำนผู้ขายปักธงเครื่องหมายกำรขายทอดตลำด ของหน่วยงำนของรัฐ และอ่ำนประกาศหลักเกณฑ์กำรขายทอดตลำด ณ สถำนที่ขายทรัพย์โดยเปิดเผย

  68. ๖๓

    กำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน ตำมปกติให้เจ้ำพนักงำนแสดงควำมตกลงขายด้วยวิธี เคำะไม้

  69. ๖๔

    ตำมปกติให้เจ้ำพนักงำนผู้ขายร้องขำนจำนวนเงินที่มีผู้สู้รำคำครั้งที่หนึ่งจำนวนสำม ถึงสี่หน ถ้ำไม่มีผู้สู้รำคำสูงขึ้นให้เปลี่ยนร้องขำนเป็นครั้งที่สองอีกสำมถึงสี่หน เมื่อไม่มีผู้สู้รำคำสูงกว่ำนั้น และได้รำคำพอสมควรก็ให้ลงคำสำมพร้อมกับเคำะไม้ แต่ถ้ำก่อนเคำะไม้มีผู้สู้รำคำสูงขึ้นไปอีกให้ร้องขำน รำคำนั้นตั้งต้นใหม่ตำมลำดับดังกล่ำวแล้ว

  70. ๖๕

    ถ้ำผู้สู้รำคำถอนคำสู้รำคำของตนเสียก่อนเจ้ำพนักงำนเคำะไม้ ให้เจ้ำพนักงำนผู้ขาย ตั้งต้นร้องขายใหม่ตั้งแต่ต้น

  71. ๖๖

    เมื่อเจ้ำพนักงำนเคำะไม้ขายให้แก่ผู้เสนอรำคำสูงสุดแล้ว ให้ดำเนินกำรดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีสังหำริมทรัพย์ เมื่อผู้เสนอรำคำสูงสุดชำระรำคำครบถ้วนแล้ว ให้เจ้ำพนักงำน มอบทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้เสนอรำคำสูงสุดโดยไม่ต้องทำสัญญำขายทอดตลำด แต่หำกทรัพย์ที่ขายมีรำคำ สูงมำกหรือมีเหตุผลพิเศษประกำรอื่น เจ้ำพนักงำนอำจอนุญำตให้เลื่อนกำรชำระรำคำส่วนที่เหลือได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒๑ แต่ไม่เกินสิบห้ำวันนับแต่วันขายทอดตลำดก็ได้ เว้นแต่สังหำริมทรัพย์นั้นเป็นสิทธิต่ำงๆ ที่เจ้ำพนักงำนเห็นว่ำ มีมูลค่ำสูง ให้ทำสัญญำขายทอดตลำดตำม (๒)

    (๒) กรณีสังหำริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนตำมกฎหมำย หรือสังหำริมทรัพย์ที่เป็นสิทธิต่ำง ๆ ที่เจ้ำพนักงำนเห็นว่ำมีมูลค่ำสูง หรืออสังหำริมทรัพย์ ให้ผู้เสนอรำคำสูงสุดทำสัญญำขายทอดตลำด และเมื่อชำระรำคำครบถ้วนแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งเป็นหนังสือให้นำยทะเบียนจดทะเบียนโอนทรัพย์นั้น ให้แก่ผู้เสนอรำคำสูงสุด ทั้งนี้ ให้ผู้เสนอรำคำสูงสุดชำระรำคำส่วนที่เหลือภายในระยะเวลาที่กำหนด ในสัญญำขายทอดตลำด

  72. ๖๗

    ในกรณีที่ผู้เสนอรำคำสูงสุดไม่ชำระรำคำส่วนที่เหลือตำมข้อ ๖๖ ให้หัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งให้ริบหลักประกันและให้นำทรัพย์นั้นออกขายทอดตลำดใหม่ ในกำรขายทอดตลำดครั้งใหม่ หำกรำคำสูงสุดมีจำนวนต่ำกว่ำรำคำสูงสุดที่ผู้เสนอรำคำสูงสุด เดิมเสนอไว้ ให้เจ้ำพนักงำนใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้เสนอรำคำสูงสุดเดิมชำระค่ำเสียหำยเท่ำกับส่วนต่ำงของ รำคำสูงสุดเดิมและรำคำสูงสุดใหม่ และค่ำใช้จ่ำยที่เกิดจำกกำรขายทอดตลำดครั้งใหม่ภำยในเวลำที่ เจ้ำพนักงำนกำหนด หำกไม่ชำระภำยในกำหนดเวลำ ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินคดีกับผู้เสนอรำคำสูงสุดเดิม เพื่อเรียกให้ชำระค่ำเสียหำยและค่ำใช้จ่ำยดังกล่ำว เว้นแต่หลักประกันที่ริบไว้จะคุ้มกับรำคำส่วนต่ำง และค่ำใช้จ่ำยแล้ว

  73. ๖๘

    ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่ำ เจ้ำพนักงำนได้ดำเนินกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินโดยไม่ถูกต้องตำมหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงและ กำรดำเนินกำรที่ไม่ถูกต้องนั้นมีผลต่อกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินอย่ำงมีนัยสำคัญและเกิดควำมเสียหำย แก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลดังกล่ำวอำจยื่นคำร้องต่อ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อให้สั่งเพิกถอนกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินภำยในสิบห้ำวันนับแต่ได้ทรำบถึง กำรขายทอดตลำดทรัพย์สินนั้น แต่ต้องยื่นก่อนมีกำรชำระเงินครบถ้วนและมีกำรส่งมอบ จดทะเบียน หรือแก้ทะเบียนทรัพย์สินที่ขายทอดตลำดนั้นตำมข้อ ๖๖ แล้ว ในกำรยื่นคำร้องต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมวรรคหนึ่ง หำกมีพยำนหลักฐำนเบื้องต้น แสดงว่ำคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ำมำเพื่อประวิงให้ชักช้ำ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีอำนำจสั่งให้ผู้ยื่นคำร้อง วำงเงินหรือหำประกันตำมจำนวนและภำยในระยะเวลาที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นสมควรเพื่อเป็น ประกันกำรชำระค่ำสินไหมทดแทนแก่หน่วยงำนของรัฐหรือบุคคลที่อำจได้รับควำมเสียหำยจำกกำรยื่น คำร้องนั้น ถ้ำผู้ยื่นคำร้องไม่ปฏิบัติตำมคำสั่งของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ มีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสีย ส่วนเงินหรือประกันที่วำงไว้ต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐดังกล่ำว เมื่อหัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐเห็นว่ำไม่มีควำมจำเป็นต่อไป จะสั่งคืนหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ ในกรณีที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐได้มีคำสั่งยกคำร้องที่ยื่นไว้ ถ้ำบุคคลที่ได้รับควำมเสียหำย เนื่องจำกกำรยื่นคำร้องดังกล่ำวเห็นว่ำคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ำมำเพื่อประวิงให้ชักช้ำ บุคคลดังกล่ำว อำจยื่นคำร้องต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ทรำบคำสั่งยกคำร้อง เพื่อขอให้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒๒ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งให้นำเงินประกันที่ผู้ยื่นคำร้องได้วำงไว้มำชดใช้เป็นค่ำสินไหมทดแทน ให้แก่ตนได้ ในระหว่ำงที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐพิจำรณำคำร้องตำมวรรคหนึ่ง หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ อำจสั่งระงับกำรส่งมอบ จดทะเบียน หรือแก้ทะเบียนทรัพย์สินที่ขายทอดตลำดนั้นไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่ำจะมีคำสั่งก็ได้ ในกรณีที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐพิจำรณำแล้วเห็นด้วยกับคำร้อง หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ มีอำนำจสั่งเพิกถอนกำรขายทอดตลำดหรือสั่งให้แก้ไขกำรดำเนินกำรขายทอดตลำด หรือมีคำสั่งอย่ำงใด ตำมที่เห็นสมควร คำสั่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมวรรคสอง วรรคสำม และวรรคห้ำ ให้เป็นที่สุด

  74. ๖๙

    ภำยใต้บังคับข้อ ๗๑ วรรคสอง เงินที่ได้จำกกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินให้หักเป็น เงินที่ต้องชำระค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่นในกำรบังคับทำงปกครอง ตลอดจน ดอกเบี้ย และเงินที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองต้องชำระ ตำมลำดับ กรณีที่มีเงิน เหลือจำกกำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน ให้เจ้ำพนักงำนสั่งคืนเงินที่เหลือนั้นให้แก่ผู้ถูกยึดหรือผู้ถูกอำยัดนั้น หรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ

  75. ๗๐

    กำรรับเงิน กำรนำส่งเงิน กำรเก็บรักษำเงิน และกำรเบิกจ่ำยเงินที่ได้รับชำระหนี้ จำกกำรใช้มำตรกำรบังคับทำงปกครอง ให้ดำเนินกำรตำมระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

  76. หมวด ๕ กำรขอมีสิทธิได้รับชำระเงินส่วนที่เหลือภำยหลังกำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน

    1 มาตรา
  77. ๗๑

    กรณีที่หน่วยงำนของรัฐแห่งใดประสงค์จะยึดหรืออำยัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองที่หน่วยงำนของรัฐแห่งอื่นได้ยึดหรืออำยัดไว้แล้ว ให้แจ้งต่อหน่วยงำน ของรัฐที่ได้ยึดหรืออำยัดทรัพย์สินนั้นไว้ เพื่อขอรับชำระเงินส่วนที่เหลือภำยหลังจำกหน่วยงำนของรัฐ ที่ขายทอดตลำดทรัพย์สินได้รับชำระเงินครบถ้วนแล้ว โดยกำรแจ้งดังกล่ำวจะต้องกระทำก่อนกำรคืนเงิน ที่เหลือให้ผู้ถูกยึดหรือผู้ถูกอำยัดนั้น หรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ เมื่อหน่วยงำนของรัฐที่ยึดหรืออำยัดทรัพย์สินได้ขายทอดตลำดทรัพย์สินและหักเงินที่ต้องชำระ ค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่นในกำรบังคับทำงปกครอง และได้รับชำระเงิน รวมทั้ง ดอกเบี้ยโดยครบถ้วนแล้ว ยังมีเงินเหลือจำกกำรชำระ ให้หน่วยงำนของรัฐชำระเงินที่เหลือนั้นให้แก่ หน่วยงำนของรัฐที่ขอรับชำระเงินตำมวรรคหนึ่ง กรณีที่มีหน่วยงำนของรัฐขอรับชำระเงินส่วนที่เหลือมำกกว่ำหนึ่งแห่ง กำรชำระเงินส่วนที่เหลือ ให้ดำเนินกำรตำมวรรคสองโดยอนุโลม ตำมลำดับก่อนหลังของกำรแจ้งต่อหน่วยงำนของรัฐที่ยึดหรือ อำยัดทรัพย์สิน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒๓ กรณีที่ยังเหลือเงินภำยหลังกำรชำระแก่หน่วยงำนของรัฐตำมวรรคสองหรือวรรคสำม แล้วแต่กรณี ให้เจ้ำพนักงำนสั่งคืนเงินที่เหลือนั้นให้แก่ผู้ถูกยึดหรืออำยัดหรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ กำรดำเนินกำรตำมวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสำม มิให้นำบทบัญญัติว่ำด้วยกำรขอเฉลี่ยทรัพย์ ตามมาตรา ๓๒๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มำใช้บังคับ

  78. หมวด ๖ กำรถอนกำรบังคับทำงปกครอง

    2 มาตรา
  79. ๗๒

    ให้เจ้ำพนักงำนเสนอหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐลงนำมในประกาศถอนกำรยึดทรัพย์สิน คำสั่งถอนกำรอำยัดทรัพย์สิน และยุติกำรขายทอดตลำด แล้วแต่กรณี ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองชำระเงินครบถ้วนหรือวำงประกันเป็นจำนวน พอชำระหนี้

    (๒) ศำลมีคำพิพำกษำเพิกถอนคำสั่งทำงปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินด้วยเหตุที่ไม่ชอบด้วย กฎหมำย และคดีถึงที่สุดแล้ว เว้นแต่เป็นกำรเพิกถอนคำสั่งเนื่องจำกไม่ถูกต้องตำมรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสำระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับกำรกระทำนั้น ซึ่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ อำจดำเนินกำรพิจำรณำออกคำสั่งใหม่ให้ถูกต้องได้ ในกรณีเช่นนี้ หน่วยงำนของรัฐไม่ต้องถอนกำรยึด หรืออำยัดทรัพย์สิน

  80. ๗๓

    ในกรณีที่จะมีกำรถอนกำรบังคับทำงปกครองตำมข้อ ๗๒

    (๑) ให้เรียกเก็บ ค่ำธรรมเนียมเจ้ำพนักงำนโดยนำตำรำง ๕ ท้ำยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมำใช้บังคับ โดยอนุโลม เมื่อผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองชำระเงินครบถ้วนแล้ว จึงถอนกำรยึดหรือ อำยัดทรัพย์สิน และคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ถูกยึดหรือผู้ถูกอำยัด หรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ เว้นแต่ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐจะสั่งเป็นอย่ำงอื่น ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งกำรถอนกำรยึดหรืออำยัดทรัพย์สินแก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองและบุคคลภำยนอกด้วย แล้วรำยงำนให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐทรำบ

  81. หมวด ๗ กำรกำหนดอำนำจของศำล

    2 มาตรา
  82. ๗๔

    ในกำรดำเนินกำรที่เกี่ยวกับกำรยึด กำรอำยัด และกำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน เรื่องใดที่มิได้มีกำรกำหนดไว้ในหมวด ๑ ถึงหมวด ๖ แห่งกฎกระทรวงนี้ ให้นำบทบัญญัติในประมวล กฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่งมำใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้ถือว่ำอำนำจของศำลในส่วนที่เกี่ยวกับ กำรบังคับคดีเป็นอำนำจของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ เว้นแต่อำนำจของศำลตำมบทบัญญัติแห่งประมวล เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒๔ กฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่งในเรื่องดังต่อไปนี้ ให้เป็นอำนำจของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ โดยกำรอนุมัติ ของผู้บังคับบัญชำ ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมกำรปฏิบัติงำนชั้นเหนือขึ้นไปของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ

    (๑) กำรมีหนังสือเรียกบุคคลอื่นซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง มำเพื่อกำรไต่สวนและกำรสั่งให้ส่งเอกสำรหรือวัตถุพยำนเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของ มำตรกำรบังคับทำงปกครอง

    (๒) กำรเข้ำไปในสถำนที่ที่บุคคลอื่นครอบครองอยู่ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่ำมีทรัพย์สินของผู้อยู่ ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือวัตถุอื่นใดที่เกี่ยวข้องอยู่ในสถำนที่นั้น

    (๓) กำรออกคำสั่งให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือบริวำรออกไปจำก อสังหำริมทรัพย์ที่ได้ขายและโอนให้แก่ผู้ซื้อ บทเฉพำะกำล

  83. ๗๕

    บรรดำกำรใดที่เกี่ยวกับกำรยึด กำรอำยัด และกำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน ที่ดำเนินกำรอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ ควำมแพ่งมำใช้บังคับโดยอนุโลม จนกว่ำกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินจะแล้วเสร็จ ให้ไว้ ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชำ นำยกรัฐมนตรี ตารางกำหนดหลักประกันการเข้าเสนอราคา ราคาประเมิน (บาท) หลักประกัน (บาท) ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของราคาประเมิน เกิน ๑๐๐,๐๐๐- ๒๐๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ เกิน ๒๐๐,๐๐๐- ๕๐๐,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ เกิน ๕๐๐,๐๐๐- ๑,๐๐๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐- ๓,๐๐๐,๐๐๐ ๑๕๐,๐๐๐ เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐- ๕,๐๐๐,๐๐๐ ๒๕๐,๐๐๐ เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐- ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐- ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เกิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐- ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ ๒,๕๐๐,๐๐๐ เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐- ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ๕,๐๐๐,๐๐๐ เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐- ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ เกิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้พิจารณา เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๒๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 63/12 แห่งพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 บัญญัติให้ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาด ทรัพย์สิน รวมถึงการกำหนดให้อำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

โดยหน่วยงำนของรัฐแห่งอื่น

ในส่วนที่เกี่ยวกับกำรบังคับคดีให้เป็นอำนำจของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11761ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZDg2MjA4YWEtZjY4My00YThkLThlYmYtZjUwNDc2ZDk0NTQ0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKcwMDI4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY1LTI14LiBLTEucGRmIn0.rmonAQELyMuuD9FRRWqVphHjsW4jtRAELu0iHXC933I26 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:df77d9cc726d2e8f6bb405873d8f06ddf7c3a5290b15ffc18e5814040c40ea4eดึงเมื่อ 2026-08-23T22:01:07.025Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR