กฎกระทรวง การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๖๐

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๐24 มาตรา3 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 11 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6ecaa1c0… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรมาตรา ๓–๑๕ · 13 มาตรา
  2. หมวด ๒ การขอรับคืนหรือการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมาตรา ๑๖–๒๓ · 8 มาตรา
  3. บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๔ · 1 มาตรา

ปรารภ

กฎกระทรวง การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๖๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

  2. ให้อธิบดีมีอำนาจวางระเบียบหรือประกาศกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

  3. หมวด ๑ การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

    13 มาตรา
  4. สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้น หรือคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๓ ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๔ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

    (๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๙ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปใน เขตปลอดอากร และ

    (๓) เป็นสินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือยังมิได้บริโภค

  5. ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้

    (๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

    (๒) ผู้ซื้อหรือผู้ที่ได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก นอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น อธิบดีอาจประกาศกำหนดให้บุคคลอื่นนอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งมีสิทธิขอคืนภาษี ตามมาตรา ๑๐๓ ก็ได้

  6. ผู้ที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

  7. เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๕ ให้อธิบดีดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีขอยกเว้นภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปใน เขตปลอดอากร หากเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น และให้ผู้ขอยกเว้นภาษี ดำเนินการตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี

    (๒) กรณีขอคืนภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำ สินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร และเมื่อได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องแล้วตามข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้น หรือคืนภาษีก็ได้

  8. เมื่ออธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าตามข้อ ๖

    (๑) แล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นภาษี ส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นภาษี อาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ในกรณีที่อธิบดีมีการอนุมัติให้นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ตามข้อ ๘ ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายใน หกเดือนนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงาน สรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกจาก โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

  9. ในระหว่างรอส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปใน เขตปลอดอากร ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจนำสินค้านั้นออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า โดยต้องขออนุมัติต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่ เก็บสินค้าตั้งอยู่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด การนำสินค้าเข้าไปเก็บในและออกจากสถานที่เก็บสินค้าตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีแจ้ง เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ทราบเพื่อตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐาน เกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีนั้น ทั้งนี้ อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้า หรือสั่งให้ผู้ขอยกเว้นภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก็ได้ ผู้ขอยกเว้นภาษีต้องจัดทำบัญชีแสดงการรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี ณ สถานที่เก็บสินค้า ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

  10. ในกรณีขอคืนภาษี ให้ผู้ขอคืนภาษีส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้เสียภาษีสำหรับสินค้านั้น

  11. ๑๐

    สินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควร อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าตามวรรคหนึ่ง ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วยก็ได้

  12. ๑๑

    เมื่อมีการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้า นั้นเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งส่งหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการส่ง สินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่ง สินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือคืนภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน สถานที่เก็บสินค้า หรือสถานประกอบการก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

  13. ๑๒

    การขอคืนภาษีสำหรับสินค้าที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามข้อ ๖

    (๒) ถ้าสินค้านั้น เป็นสินค้าที่เสียภาษีแล้วโดยการใช้แสตมป์สรรพสามิต ให้ผู้ขอคืนภาษีแกะลอกและทำลายแสตมป์สรรพสามิต ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานสรรพสามิต เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

  14. ๑๓

    กรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หากปรากฏว่าสินค้าที่นำเข้าไปในสถานที่เก็บสินค้า หรือที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือจะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ได้สูญหายหรือขาดจำนวน ไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวน ไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไป เพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ในกรณีสินค้าตามวรรคหนึ่งเป็นน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้นำความ ในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเสียภาษีของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

  15. ๑๔

    ผู้ขอยกเว้นภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอยกเว้นภาษี ออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๗ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้านั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ณวันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งเป็นหนังสือแก่ผู้ขอยกเว้นภาษีภายในเจ็ดวันนับแต่ วันมีคำสั่ง

  16. ๑๕

    ผู้ขอคืนภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไป ในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๙ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้ถือว่าผู้นั้นละทิ้งคำขอคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น

  17. หมวด ๒ การขอรับคืนหรือการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

    8 มาตรา
  18. ๑๖

    ให้สินค้าดังต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืน หรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) และ (๒)

    (๑) เครื่องดื่มที่บริจาคแก่ประชาชนเป็นการสาธารณกุศล โดยผ่านส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือโดยผ่านองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

    (๒) เครื่องดื่มที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการ ส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือแก่องค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

  19. ๑๗

    กรณีที่ผู้นำเข้าประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าตามมาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง หากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคที่ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ให้ผู้นำเข้าถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดียวกับ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

  20. ๑๘

    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีหรือผู้นำเข้า ซึ่งประสงค์จะขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานณสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

  21. ๑๙

    เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๑๘ ให้อธิบดีดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีขอรับคืนภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและสินค้าที่ขอรับคืนภาษี และเมื่อได้รับหลักฐานถูกต้อง แล้วตามข้อ ๒๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น

    (๒) กรณีขอยกเว้นภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี หากเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีมีคำสั่ง ยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอรับ คืนหรือยกเว้นภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับคืนหรือได้รับ ยกเว้นภาษีก็ได้

  22. ๒๐

    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับยกเว้นภาษี ตามมาตรา ๑๐๗

    (๔) ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อนำไปใช้เติมอากาศยานหรือเรือเพื่อไปต่างประเทศ ต้องขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้าต่ออธิบดี โดยให้นำความในข้อ ๘ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

  23. ๒๑

    ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ขอคืนหรือได้รับยกเว้นภาษี ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) หรือ

    (๒) ให้แจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจาก สถานที่ดังกล่าว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ส่วนราชการ ในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์การสาธารณกุศล ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

    (๒) กรณีตามมาตรา ๑๐๗

    (๓) ให้แจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ต่ออธิบดี ภายในหกเดือนนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐานที่คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อ รับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยาย ระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า

    (๓) กรณีตามมาตรา ๑๐๗

    (๔) ให้แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมอากาศยาน หรือเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งพนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้ว ต่ออธิบดี ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเติมน้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมันในอากาศยานหรือเรือดังกล่าว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรม อาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวม ระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยาน หรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว ผู้นำเข้าที่ขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) (๒) (๓) หรือ

    (๔) ต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

  24. ๒๒

    ถ้าปรากฏสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่ เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ณวันที่ความรับผิด ในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า โดยให้นำความในข้อ ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  25. ๒๓

    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าซึ่งไม่ดำเนินการตามข้อ ๒๑ ให้ถือว่าผู้นั้น ละทิ้งคำขอและไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีสำหรับสินค้าตามคำขอนั้น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งไม่ดำเนินการตามข้อ ๒๑ ให้อธิบดีเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษี และให้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคสองเป็นหนังสือแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้า ภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก

  26. บทเฉพาะกาล

    1 มาตรา
  27. ๒๔

    การดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออก นอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และคำขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า ที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ซึ่งได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับนั้น ให้ดำเนินการต่อไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนในการยกเว้น หรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ จนกว่าจะแล้วเสร็จ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้สินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิ ได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีในกรณีที่บริจาคให้แก่ประชาชนเป็นการสาธารณกุศลโดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การ สาธารณกุศล หรือที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล ต้องเป็นสินค้า ที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งกำหนดให้การขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๙ กฎกระทรวง การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

หรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14948ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZGI0ZWYxMTktODBhYy00MjhlLTlhODQtNzEyNmZkMDQyYmFhIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKAwMDA3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTYwLTk14LiBLTMyICjguInguJrguLHguJogVXBkYXRlIDI1NjMtNTHguIEtOSkuUERGIn0.Ua1UQRO5vTNAicUGzVKECqZMyBrvmbQNTTp6PrRlcDA11 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6ecaa1c033ebcd236baaca207be9ceb875f3c8383d76165573bf10bc9bc62d49ดึงเมื่อ 2026-08-23T23:57:12.573Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR