กฎกระทรวงศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗11 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 79394db4… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก กฎกระทรวง ศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำ ของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ขอรับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ (๑)

  2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับ วัสดุกัมมันตรังสีที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) ต้องมีโครงสร้างที่มีความมั่นคงแข็งแรง โดยผนังห้องทุกด้านรวมพื้นและเพดาน ต้องสามารถป้องกันระดับรังสีให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและสามารถรองรับน้ำหนักเครื่องมือ ที่บรรจุวัสดุกัมมันตรังสีและส่วนประกอบทั้งหมด

    (๒) ต้องไม่มีวัตถุอันตรายอื่นและอาหารเก็บรวมอยู่ และมีมาตรการหรือระบบป้องกัน และแก้ไขอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว

    (๓) ต้องได้รับการประเมินและออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัย ทางรังสีของการใช้ประโยชน์วัสดุกัมมันตรังสีนั้น และเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑

    (๔) ต้องมีการประเมินความปลอดภัยทางรังสี โดยบริเวณที่ปฏิบัติงานทางรังสีต้องมีปริมาณรังสี ที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับไม่เกิน ๔๐๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณที่มีผลกระทบถึงประชาชนทั่วไป ต้องมีปริมาณรังสีที่ประชาชนทั่วไปได้รับไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  3. ห้ามมิให้ตั้งสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรมภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน เว้นแต่ในกรณี มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เลขาธิการอาจประกาศกำหนดเปลี่ยนแปลงได้

  4. ในกรณีที่สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ใกล้เขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย หรืออาคารชุดพักอาศัย ศูนย์การค้า โรงเรียนหรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน สถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐหรือเขตอนุรักษ์ และเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีความมั่นคงปลอดภัยทางรังสีและมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสี ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑

  5. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ ดังต่อไปนี้

    (๑) เครื่องสำรวจรังสีหรือเครื่องเฝ้าระวังปริมาณรังสีที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจาก วัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี และต้องได้รับ การสอบเทียบมาตรฐานของเครื่องสำรวจรังสีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง รวมทั้งตรวจสอบสภาพ ของเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนดตามคู่มือการใช้งาน

    (๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสี และลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี และต้องประเมินการได้รับรังสี สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีทุกคนเป็นประจำอย่างน้อยทุกสามเดือน หากเป็นผู้ปฏิบัติงานทางรังสี สำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรมหรือวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับ งานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ให้ประเมินการได้รับรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี เป็นประจำทุกเดือน

    (๓) มาตรวัดรังสีแบบพกพาที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสี และลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี สำหรับวัสดุกัมมันตรังสี ประเภทที่ ๑ เฉพาะโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ เฉพาะอุปกรณ์ถ่ายภาพ ด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรม และวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับงานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งอย่างน้อยหนึ่งเครื่องและต้องได้รับการสอบเทียบมาตรฐานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่เห็นสมควร เลขาธิการอาจประกาศกำหนดให้มีการใช้มาตรวัดรังสีแบบอื่นใดสำหรับ วัสดุกัมมันตรังสีเพื่อให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้

    (๔) เครื่องมืออื่น ๆ ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับแผนการป้องกันอันตรายทางรังสี

  6. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับและประเภท ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (๑) การขอรับใบอนุญาตผลิต ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี

    (๒) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสี และเครื่องกำเนิดรังสี

    (๓) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔ ชนิดไม่ปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูงหรือระดับกลาง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี

    (๔) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๔ ชนิดปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับต้น ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสี และเครื่องกำเนิดรังสี

  7. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสี สำหรับการปฏิบัติงาน โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

    (๑) สายการบังคับบัญชาด้านความปลอดภัยทางรังสี ซึ่งระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องและหน้าที่ ความรับผิดชอบ อย่างครบถ้วนและชัดเจน

    (๒) การจัดแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงาน และมีมาตรการควบคุมการเข้า ออกพื้นที่ อย่างชัดเจน

    (๓) กฎระเบียบ มาตรการความปลอดภัยทางรังสี แผนงาน และขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับรังสีน้อยที่สุด

    (๔) แผนการตรวจวัดรังสี ทั้งที่บริเวณปฏิบัติงานทางรังสีและบริเวณสาธารณะ โดยกำหนด ระยะเวลาที่จะดำเนินการอย่างชัดเจน

    (๕) แผนการปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉินทางรังสี และรายละเอียดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เพียงพอในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสี เมื่อมีกรณีฉุกเฉินทางรังสี รวมถึงแผนการฝึกซ้อม

    (๖) แผนการดำเนินงานเมื่อเลิกใช้วัสดุกัมมันตรังสีหรือวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗๘ และมาตรา ๗๙

    (๗) ระบบควบคุมและการจัดทำทะเบียนวัสดุกัมมันตรังสี และระบุระยะเวลาการตรวจสอบ ทะเบียนที่เหมาะสม

    (๘) การสอบเทียบเครื่องมือที่ใช้ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เป็นไปตามข้อ ๕

  8. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามประเภท ของวัสดุกัมมันตรังสีตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  9. ในกรณีที่มีการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสี ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีวิธีการขนส่ง วัสดุกัมมันตรังสีที่ปลอดภัย รวมทั้งวิธีปฏิบัติกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินระหว่างการขนส่ง วัสดุกัมมันตรังสีที่เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๙

  10. ๑๐

    ให้นำความในข้อ ๒

    (๑) ข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้า หรือส่งออกวัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม

  11. ๑๑

    ให้นำความในข้อ ๒

    (๑) และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำผ่าน วัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม ให้ไว้ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘

    (๘) และมาตรา ๒๙ (๑)

    (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออก กฎกระทรวงกำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เพื่อให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของวัสดุกัมมันตรังสี ที่ขออนุญาต จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10419ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMmMyNWQyZTItZmQ2Zi00YzM4LWJkNWUtMThhMjAxY2Y1OWRhIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJ4wMDE4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTY44LiBLTUyLnBkZiJ9.AOf4y35JxIFmAsHmE6Pq0uLrV_vGzO0mK3Qd49PMDFI5 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:79394db43781df2ccc8eb19160d243dd41909e0fa20b2871b5d7b4e725e48a33ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:22:24.086Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR