กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ.๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕21 มาตราต้นฉบับ PDF · 6 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 97851ad4… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก หนา้ ๖ กฎกระทรวง คุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้ยกเลิก

    (๑) กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๕๗

    (๒) กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “งานประมงทะเล” หมายความว่า งานหรือการกระทำอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำการประมง ในทะเลโดยใช้เรือประมงหรือเรืออื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำประมง “เรือประมง” หมายความว่า เรือที่ใช้สำหรับงานประมงทะเล “นายจ้าง” หมายความว่า นายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และให้หมายความ รวมถึงเจ้าของเรือประมงซึ่งใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้เรือประมงนั้นทำงานประมงทะเลเพื่อแบ่งปัน ผลประโยชน์กัน แต่มิให้หมายความรวมถึงเจ้าของเรือประมงซึ่งให้ผู้อื่นเช่าเรือประมงเพื่อประกอบ กิจการงานประมงทะเลโดยตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย “ทะเล” หมายความว่า ทะเลตามกฎหมายว่าด้วยการประมง “ค่าจ้าง” หมายความว่า ค่าจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และให้หมายความ รวมถึงเงินส่วนแบ่งที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามมูลค่าสัตว์น้าที่จับได้ “คนประจำเรือ” หมายความว่า คนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง “ทำการประมงนอกน่านน้าไทย” หมายความว่า การทำการประมงในทะเลนอกน่านน้าไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก หนา้ ๗

  3. การคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเลให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่การคุ้มครองแรงงานตามบทบัญญัติหมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑/๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๗/๑ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ หมวด ๕ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด มาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ หมวด ๖ คณะกรรมการค่าจ้าง มาตรา ๘๙ หมวด ๑๒ การยื่นคำร้อง และการพิจารณาคำร้อง มาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๔/๑ มาตรา ๑๒๕ และมาตรา ๑๒๕/๑ หมวด ๑๓ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓๖ และมาตรา ๑๓๗ หมวด ๑๔ พนักงานตรวจแรงงาน มาตรา ๑๓๙ มาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ และมาตรา ๑๔๒ และหมวด ๑๕ การส่งหนังสือ มาตรา ๑๔๓ ให้นายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

  4. ห้ามจ้างลูกจ้างซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในเรือประมง

  5. เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรืออาจให้ผู้สืบสันดานหรือบุตรบุญธรรมซึ่งมีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบหกปีที่ได้รับหนังสือรับรองให้ฝึกงานตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้าไทย เพื่อฝึกงานด้านการทำการประมงจำนวนลำละไม่เกินหนึ่งคน ทั้งนี้ การฝึกงานดังกล่าวให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและอธิบดีกรมเจ้าท่า ประกาศกำหนด

  6. ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้อยกว่าสิบชั่วโมง ในระยะเวลาการทำงาน ยี่สิบสี่ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบเจ็ดชั่วโมง ในระยะเวลาการทำงานเจ็ดวัน และจัดทำหลักฐาน เวลาพักไว้ เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานในเวลาพักได้โดยต้องจัดให้มีเวลาพัก ชดเชยโดยเร็วและให้จัดทำหลักฐานเวลาพักไว้

  7. ให้นายจ้างจัดทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือที่มีข้อความถูกต้องตรงกันจำนวนสองฉบับ โดยมอบให้ลูกจ้างเก็บไว้หนึ่งฉบับ เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ สัญญาจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องจัดทำ เป็นภาษาไทยและภาษาที่ลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้าใจได้

  8. กรณีเรือประมงที่ออกไปทำการประมงนอกน่านน้าไทยเกินหนึ่งปี ให้นายจ้าง นำลูกจ้างซึ่งเป็นคนประจำเรือกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ สภาพการจ้างและสภาพการทำงานของลูกจ้างปีละหนึ่งครั้ง นับแต่วันที่นำเรือออกทำการประมง ทั้งนี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก หนา้ ๘ ก่อนนำเรือทำการประมงในรอบถัดไปนายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักผ่อนตามที่ตกลงกัน แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบสี่วันและไม่ให้นับเวลาเดินทางเป็นเวลาพักผ่อน

  9. ในกรณีที่นายจ้างมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ให้นายจ้างจัดทำทะเบียนลูกจ้างเป็น ภาษาไทยเก็บไว้ ณ สถานที่ทำงานของนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ ทะเบียนลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างไว้ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างแต่ละราย ในกรณีที่นายจ้างจัดให้มีรายชื่อคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้าไทยแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้จัดทำทะเบียนลูกจ้างแล้ว

  10. ๑๐

    ให้นายจ้างจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุดตามแบบ ที่อธิบดีประกาศกำหนดซึ่งอย่างน้อยต้องจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาที่ลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้าใจได้ และเก็บไว้ ณ สถานที่ทำงานของนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ชื่อตัวและชื่อสกุล

    (๒) ตำแหน่งหน้าที่ในงานประมงทะเล

    (๓) อัตราค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุดที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างและจำนวนค่าจ้าง และค่าทำงานในวันหยุดที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับ เมื่อมีการจ่ายค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อ ในเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้เป็นหลักฐาน ให้นายจ้างเก็บรักษาเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันจ่ายเงิน

  11. ๑๑

    ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้หรือมีข้อพิพาท ตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน หรือเมื่อมีการฟ้องร้องคดี ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างและ เอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุดไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

  12. ๑๒

    ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่าย ตามกฎกระทรวงนี้ให้ถูกต้องและตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันแต่ให้จ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง ในกรณีที่เป็นเงินส่วนแบ่งที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามมูลค่าสัตว์น้าที่จับได้ ให้จ่าย ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน แต่ต้องไม่เกินสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง

  13. ๑๓

    ให้นายจ้างกำหนดค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าจ้างรายเดือน โดยให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง ไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันตามที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศกำหนดคูณด้วยสามสิบ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก หนา้ ๙

  14. ๑๔

    ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างผ่านบัญชีธนาคาร ของลูกจ้าง โดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของลูกจ้าง กรณีลูกจ้างประสงค์จะให้นายจ้างโอนเงินตามวรรคหนึ่งให้แก่บุคคลในครอบครัว ให้นายจ้าง ดำเนินการตามที่ลูกจ้างร้องขอตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง โดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนเงิน และเมื่อบุคคลดังกล่าวได้รับเงินตามที่โอน ให้ถือว่านายจ้างได้จ่ายค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุดให้กับ ลูกจ้างแล้ว บุคคลในครอบครัวตามวรรคสอง ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส หรือบุตรบุญธรรม

  15. ๑๕

    ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำปีในปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ทั้งนี้ ให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดล่วงหน้าหรือกำหนดตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน โดยให้ลูกจ้างได้รับ ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เว้นแต่ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่า ก็ให้เป็นไปตามข้อตกลงนั้น ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดประจำปีตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงาน ในวันหยุดแก่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างตามวรรคหนึ่ง

  16. ๑๖

    ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาป่วย เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามสิบวันทำงาน

  17. ๑๗

    ในกรณีที่ลูกจ้างตกค้างอยู่ในต่างประเทศเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตลอดเวลาที่ลูกจ้างตกค้าง อยู่ในต่างประเทศ เว้นแต่ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่า ให้ใช้อัตราค่าจ้าง ตามข้อตกลงนั้นเป็นฐานในการคำนวณ

  18. ๑๘

    ให้นายจ้างจัดให้มีอาหารและน้าดื่มที่มีคุณภาพถูกสุขลักษณะและมีปริมาณที่เพียงพอ ให้เหมาะสมกับการทำงานและระยะเวลาการใช้ชีวิตบนเรือประมง ให้นายจ้างจัดให้มียาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เหมาะสมกับ การปฏิบัติงานบนเรือประมง โดยให้คำนึงถึงจำนวนลูกจ้างและระยะเวลาการใช้ชีวิตบนเรือประมง กรณีนายจ้างมีเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่หกสิบตันกรอสส์ขึ้นไป ต้องจัดให้มีห้องส้วม ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ในกรณีที่นายจ้างจัดให้มีอาหาร น้าดื่ม ยา เวชภัณฑ์ และห้องส้วมตามกฎหมายว่าด้วย การประมงแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้ดำเนินการตามข้อนี้แล้ว

  19. ๑๙

    ให้นายจ้างซึ่งทำการประมงนอกน่านน้าไทย จัดให้มีอุปกรณ์หรือระบบการสื่อสาร ผ่านดาวเทียมที่รองรับการส่งข้อความได้ไม่ต่ำกว่าสิบเมกะไบต์ (MB) หรือรองรับการสนทนาด้วยเสียง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก หนา้ ๑๐ ไม่น้อยกว่าสิบห้านาทีต่อคนต่อเดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้ลูกจ้างบนเรือสามารถเข้าถึงและใช้ใน การติดต่อหรือประสานงานกับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ สามี ภริยาหรือญาติได้ตลอดเวลา โดยให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย กรณีที่อุปกรณ์หรือระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมตามวรรคหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้ ให้นายจ้างจัดหาอุปกรณ์อื่นทดแทนจนกว่าจะซ่อมแซมหรือแก้ไขอุปกรณ์หรือระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม ให้ใช้งานได้ตามปกติ ให้นายจ้างจัดให้มีเอกสารที่แสดงหมายเลขโทรศัพท์ของกรมประมงและของหน่วยช่วยเหลือ คนประจำเรือ (Seafarer Help) ที่กรมประมงกำหนดไว้ ภายในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกจ้างสามารถที่จะร้องเรียน หรือติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่ได้ การจัดอุปกรณ์สื่อสารตามวรรคหนึ่ง ให้จัดไว้ในบริเวณที่พักของลูกจ้างที่ลูกจ้างสามารถใช้งาน ได้สะดวก

  20. ๒๐

    ให้นายจ้างให้ความรู้แก่ลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการทำงาน การใช้เครื่องมือ สุขภาพอนามัยสภาพความเป็นอยู่บนเรือ และอุปกรณ์ความปลอดภัยบนเรือ ก่อนการทำงาน กรณีที่นายจ้างให้ความรู้แก่ลูกจ้างเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ประจำเรือ และความปลอดภัยในการทำงานบนเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงแล้ว ให้ถือว่านายจ้าง ได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว

  21. ๒๑

    ในกรณีที่นายจ้างได้ทำสัญญาจ้างและทะเบียนลูกจ้างในงานประมงทะเล ตามกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง คุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่านายจ้างได้จัดทำสัญญาจ้างและทะเบียนลูกจ้างตามกฎกระทรวงนี้แล้ว และให้จัดทำสัญญาจ้าง และทะเบียนลูกจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน สัญญาจ้างเดิมและจะมีการจ้างลูกจ้างใหม่ ให้ไว้ ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖5 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก หนา้ ๑๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงาน ในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ มีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสภาพการจ้างงานและสภาพการทำงานในเรือประมง ในปัจจุบัน ประกอบกับมีการออกกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานประมงเพื่อยกมาตรฐาน การคุ้มครองแรงงานในภาคการประมงให้เป็นมาตรฐานสากล อันเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา การใช้แรงงานประมงที่ผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานซึ่งเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11582ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNTNkMTZlNmEtMTFlMS00MWM4LThkMjctYjhiOTViNTVjMWUwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMDc3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY1LTE24LiBLTYuUERGIn0.v2KyzF3CgrielRcaPdvA3Zh7puQe7V9e3q2E1FEK4QI6 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:97851ad4d4e20bf9824ddcd52693be0442d06d0287cce64fe2abb0c8762ee9f1ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:55:41.553Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR