กฎกระทรวงกำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗16 มาตราต้นฉบับ PDF · 6 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 62277ba5… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก กฎกระทรวง กำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๑๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  2. ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๙

  3. ในกฎกระทรวงนี้ “พื้นที่ใช้สอย” หมายความว่า พื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคารที่จัดไว้ตามลักษณะการใช้ ประโยชน์เพื่อเป็นพื้นที่ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และต้องสอดคล้องกับการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา และมาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา “ผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอย” หมายความว่า ผังบริเวณในการจัดพื้นที่ใช้สอย ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบทางกายภาพและการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอย ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน “แผนการดำเนินงาน” หมายความว่า แผนการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนประเภท สถาบันอุดมศึกษาเอกชน แล้วแต่กรณี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก

  4. ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องติดต่อเป็นผืนเดียวกัน มีเนื้อที่ ที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการจัดพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้อย่างครบถ้วน รวมทั้ง รองรับการใช้งานของนักศึกษา อาจารย์ บุคลากร และผู้ใช้งานในกลุ่มอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลตามแผนการดำเนินงาน ในกรณีที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนมิได้ติดต่อ เป็นผืนเดียวกัน ต้องมีการบริหารจัดการและมีการเชื่อมโยงถึงกันในด้านวิชาการ การบริหารจัดการ ห้องสมุด การให้บริการนักศึกษา การบริหารงานบุคคล การเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศ การคมนาคม ขนส่ง หรือการอื่นใด ทั้งนี้ ในลักษณะที่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษาและจัดกิจกรรมทางการศึกษาได้ โดยสะดวก

  5. การจัดพื้นที่ใช้สอยให้จำแนกตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ดังต่อไปนี้

    (๑) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการจัดการศึกษา

    (๒) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม

    (๓) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการบริการวิชาการแก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

    (๔) พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นที่ตั้งของส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

    (๕) พื้นที่ใช้สอยเพื่อการสร้างสังคมและการใช้ชีวิตภายในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

    (๖) พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวตามแนวทางการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากพื้นที่ใช้สอยตามวรรคหนึ่ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะจัดให้มีพื้นที่ใช้สอยเพื่อดำเนิน พันธกิจตามจุดเน้น ความเชี่ยวชาญ และการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ด้วยก็ได้

  6. พื้นที่ใช้สอยแต่ละประเภทอาจใช้ประโยชน์มากกว่าหนึ่งลักษณะได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของการใช้พื้นที่ใช้สอย คุณภาพและมาตรฐานใน การจัดการศึกษา รวมทั้งไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

  7. พื้นที่ใช้สอยเพื่อจัดการศึกษาตามข้อ ๕

    (๑) อย่างน้อยต้องมีห้องเรียน ห้องบรรยาย ห้องปฏิบัติการ ห้องคอมพิวเตอร์ และพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ ที่ทำให้สามารถดำเนินงานให้สอดคล้องกับ การจัดการศึกษาตามหลักสูตรและสาขาวิชาที่เปิดสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยคำนึงถึง ประโยชน์ของผู้เรียนและการรองรับกระบวนการและวิธีการในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก

  8. พื้นที่ใช้สอยเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมตามข้อ ๕

    (๒) ต้องมีโครงสร้าง พื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม เช่น ห้องปฏิบัติการวิจัย ทางด้านสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โรงงานต้นแบบ เครื่องมือและอุปกรณ์ด้านสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ห้องแสดงนิทรรศการ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ ส่งเสริมและยกระดับการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรและสาขาวิชาที่เปิดสอน สนับสนุนการพัฒนา บุคลากรด้านการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการสร้างสรรค์ นวัตกรรมเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหา ตอบสนองต่อความต้องการและความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ และประเทศในภาพรวม หรือสร้างเสริมระบบนิเวศการวิจัยที่เชื่อมโยงกับชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนอื่น

  9. พื้นที่ใช้สอยเพื่อการบริการวิชาการแก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ตามข้อ ๕

    (๓) ต้องมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัย การสร้างนวัตกรรม เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชนและสังคม หรือการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน เผยแพร่ และต่อยอด มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อให้คำปรึกษา ศึกษาวิจัย ค้นคว้า อบรม เรียนรู้ หรือดำเนินโครงการแก่ชุมชนหรือประชาชนทั่วไป เช่น สถานที่จัดนิทรรศการ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ศูนย์บริการวิชาการ

  10. ๑๐

    พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นที่ตั้งของส่วนงานภายในตามโครงสร้างการบริหารและ การแบ่งส่วนงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามข้อ ๕

    (๔) ต้องมีพื้นที่ของส่วนงาน เช่น สำนักงาน คณะ สถาบัน หรือศูนย์ สำหรับการดำเนินงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจ วัตถุประสงค์ และพันธกิจ

  11. ๑๑

    พื้นที่ใช้สอยเพื่อการสร้างสังคมและการใช้ชีวิตภายในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามข้อ ๕

    (๕) ต้องมีพื้นที่รองรับการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิตที่ครอบคลุมกิจกรรมด้านกีฬา การออกกำลังกาย โภชนาการ ดนตรีและนันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ การพบปะสังสรรค์ การประกอบศาสนกิจ การปฐมพยาบาลและการให้บริการด้านสุขภาพเบื้องต้น การแสวงหาความรู้ ตามอัธยาศัย หรือกิจกรรมอื่น เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ ทักษะชีวิต และทักษะสังคม ให้แก่นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร และผู้ใช้งานกลุ่มอื่นของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก

  12. ๑๒

    พื้นที่ใช้สอยเพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวตามข้อ ๕

    (๖) ต้องมีพื้นที่สีเขียวในสัดส่วน ที่เหมาะสมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยอาจกำหนด พื้นที่สีเขียวในลักษณะแนวราบ แนวตั้ง หรือแบบผสมผสาน ตามลักษณะของพื้นที่ เพื่อเสริมสร้าง ระบบนิเวศและทัศนียภาพของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน อีกทั้งเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมคุณค่าทางด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญกับการรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักการการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  13. ๑๓

    พื้นที่ใช้สอยเพื่อดำเนินพันธกิจตามจุดเน้น ความเชี่ยวชาญ และการจัดกลุ่ม สถาบันอุดมศึกษาตามข้อ ๕ วรรคสอง ต้องมีพื้นที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวของ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น

  14. ๑๔

    เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาความเหมาะสมและเพียงพอของที่ดินที่จะใช้เป็น ที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งหรือผู้ขออนุญาตเปลี่ยนประเภท สถาบันอุดมศึกษาเอกชนจัดทำผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยและสำเนาใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพของผู้ออกแบบผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอย ยื่นไปพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือคำขออนุญาตเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แล้วแต่กรณี ผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายละเอียด เกี่ยวกับพื้นที่ใช้สอยประเภทต่าง ๆ เนื้อที่และสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยในแต่ละประเภท อาคารและ สิ่งปลูกสร้าง โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ระบบการสัญจร ภูมิทัศน์ภายในพื้นที่ใช้สอย ที่สอดคล้องกับแผนการดำเนินงาน และรายละเอียดอื่น ตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาประกาศกำหนด

  15. ๑๕

    ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ ใช้สอยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแผนงานตามพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนหรือด้วยเหตุผล ประการอื่น ให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนปรับปรุงผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยเสนอ สภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนให้ความเห็นชอบ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก

  16. ๑๖

    รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาตามมาตรา ๑๒ ที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับ ใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือคำขออนุญาตเปลี่ยนประเภท สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยน ประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่าง การพิจารณา ให้พิจารณาตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๙ จนกว่าการพิจารณาคำขอดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ให้ไว้ ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษากำหนด ให้มีการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาและกำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุน ประเมินคุณภาพ กำกับดูแล และ จัดสรรงบประมาณ ให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแต่ละแห่งมีจุดมุ่งหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และศักยภาพแตกต่างกัน ทำให้การใช้พื้นที่ในการจัดการเรียนการสอน การให้บริการ ทางการศึกษา และการบริหารจัดการของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน มีความหลากหลาย ประกอบกับปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษา ทำให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนสามารถบริหารจัดการ การใช้พื้นที่ของตนเพื่อรองรับการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายและพันธกิจของการจัดการอุดมศึกษาภายใน เนื้อที่ที่มีขนาดเล็กลงได้ สมควรปรับปรุงการกำหนดลักษณะและเนื้อที่ของที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งหรือ เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จากการกำหนดจำนวนเนื้อที่ขั้นต่ำของที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็นการกำหนดเนื้อที่ที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการจัดพื้นที่ใช้สอยประเภทต่าง ๆ รองรับการดำเนินงานตามพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอย่างครบถ้วน เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชน สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10159ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODBlM2M5ZGMtZmM1NS00ZTc3LWIyM2ItNzRjMTAzYWU5ZjUwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDIwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcw4LiBLTUucGRmIn0.yp-dwkNtEVYC1cjW6O1oUTlz3XZpUdXWiTRNw4StFSE6 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:62277ba58e213fc63722a9759126422f0e1839334ef05783480c7695dea1a39aดึงเมื่อ 2026-08-23T21:18:21.213Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR