กฎกระทรวงการดำเนินการเพื่อบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕16 มาตรา4 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 8 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0668f2a8… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ ตำแหน่งหรือระดับของเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่และอำนาจมาตรา ๓ · 1 มาตรา
  2. หมวด ๒ การตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติดมาตรา ๔–๖ · 3 มาตรา
  3. หมวด ๓ การตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะมาตรา ๗–๑๓ · 7 มาตรา
  4. หมวด ๔ การสอบถามและตรวจสอบข้อมูล พฤติการณ์ ความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษามาตรา ๑๔–๑๖ · 3 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๒ กฎกระทรวง การดำเนินการเพื่อบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ และมาตรา ๑๑๕ วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจผู้ซึ่ง ดำรงตำแหน่งหรือระดับตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

  3. หมวด ๑ ตำแหน่งหรือระดับของเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่และอำนาจ

    1 มาตรา
  4. ให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งหรือระดับดังต่อไปนี้ มีหน้าที่และอำนาจตามมาตรา ๑๑๕ วรรคหนึ่ง

    (๑) เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

    (๒) พนักงานฝ่ายปกครองผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

    (ก) ปลัดกระทรวงมหาดไทย

    (ข) รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

    (ค) ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

    (ง) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย

    (จ) อธิบดีกรมการปกครอง

    (ฉ) รองอธิบดีกรมการปกครอง

    (ช) ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๓

    (ซ) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย กรมการปกครอง (ฌ)ผู้อำนวยการสำนัก ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย ผู้อำนวยการส่วนเจ้าพนักงาน ปกครองและนิติกรในสังกัดสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (ญ)ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการส่วน และเจ้าพนักงานปกครองในสังกัดสำนักอำนวยการ กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง

    (ฎ) ผู้ว่าราชการจังหวัด

    (ฏ) รองผู้ว่าราชการจังหวัด

    (ฐ) ปลัดจังหวัด

    (ฑ) จ่าจังหวัด (ฒ)ป้องกันจังหวัด (ณ)เจ้าพนักงานปกครองและนิติกรสังกัดที่ทำการปกครองจังหวัด

    (ด) นายอำเภอ

    (ต) ปลัดอำเภอ

    (๓) ตำรวจผู้เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปและได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์ อักษรจากผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานให้มี หน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับภารกิจด้านยาเสพติด

  5. หมวด ๒ การตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติด

    3 มาตรา
  6. การตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติดในเคหสถาน สถานที่ใดๆ หรือยานพาหนะ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

    (๒) กรณีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

  7. ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๔ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องทุกครั้ง และรายงาน ผลการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๔

    (๒) พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจต้องแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องทุกครั้ง และรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. ประกาศกำหนด

  8. ในกรณีที่เจ้าพนักงานตรวจพบผู้ซึ่งมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิด ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามมาตรา ๑๑๔ มีสิ่งของ ต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดไว้ในความครอบครอง ให้เจ้าพนักงานยึดยาเสพติดนั้นและรีบนำส่งพนักงาน สอบสวนเพื่อการเก็บรักษาและการทำลายตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงาน ยาเสพติด

  9. หมวด ๓ การตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะ

    7 มาตรา
  10. การตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลใดมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่

    (๒) กรณีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

  11. การเตรียมการในการตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติด ในปัสสาวะ ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดให้มีบริเวณสำหรับตัวผู้เข้ารับการตรวจหรือทดสอบ เพื่อดำเนินการตรวจหรือทดสอบ หรือเก็บปัสสาวะภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น แล้วแต่กรณี เพื่อให้การตรวจหรือทดสอบ หรือ เก็บปัสสาวะเสร็จสิ้นไปโดยเรียบร้อยและเก็บไว้ในสถานที่มิดชิดจากบุคคลภายนอก ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงอายุ เพศ ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

    (๒) จัดให้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการตรวจหรือทดสอบเพื่อให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อยและทันเหตุการณ์ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงาน

    (๓) จัดให้มีอุปกรณ์ในการเก็บปัสสาวะ โดยให้ใช้ขวดแก้วหรือขวดพลาสติกพร้อมฝาปิด ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่าหกสิบมิลลิลิตร โดยขวดที่นำมาใช้ต้องสะอาดและแห้ง และให้มีฉลากและกระดาษกาว เพื่อใช้สำหรับปิดผนึกขวดตัวอย่างปัสสาวะด้วย

  12. วิธีเก็บปัสสาวะให้ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๕

    (๑) จัดให้มีผู้ควบคุมการถ่ายปัสสาวะของผู้รับการตรวจหรือทดสอบทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อป้องกัน มิให้มีการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ปัสสาวะเกิดการเจือจาง เติมสารเพื่อปลอมปน หรือสับเปลี่ยนตัวอย่าง ปัสสาวะ

    (๒) บันทึกหมายเลขประจำขวด และชื่อ นามสกุล และหมายเลขประจำตัวประชาชน (๑๓ หลัก) ของผู้รับการตรวจหรือทดสอบบนฉลากปิดขวดเก็บปัสสาวะ

    (๓) มอบอุปกรณ์ในการเก็บปัสสาวะแก่ผู้รับการตรวจหรือทดสอบเพื่อนำไปใส่ปัสสาวะของตน ให้ได้จำนวนประมาณสามสิบมิลลิลิตร ให้ส่งตัวอย่างปัสสาวะไปยังสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรองหรือสถานตรวจพิสูจน์ แล้วแต่กรณี ภายในสองชั่วโมงนับแต่มีการเก็บปัสสาวะโดยไม่ต้องแช่เย็นตัวอย่างปัสสาวะ แต่หาก ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้แช่เย็นตัวอย่างปัสสาวะที่อุณหภูมิสองถึงแปดองศาเซลเซียส

  13. ๑๐

    วิธีการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้น ให้ถือปฏิบัติโดยใช้เครื่องมือหรือ ชุดน้ายาตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

    (๑) ชุดน้ายาตรวจหรือทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขหรือ หน่วยงานอื่นของรัฐ โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือวิธีการตรวจสอบของชุดน้ายาตรวจสอบของหน่วยงานนั้น

    (๒) ชุดตรวจหรือเครื่องมือตรวจสอบโดยวิธี Immunoassay โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือวิธีการ ตรวจสอบของชุดตรวจหรือเครื่องมือแต่ละชนิด

  14. ๑๑

    ในกรณีที่ตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้นตามข้อ ๑๐ แล้วให้ผลบวก หากผู้รับการตรวจหรือทดสอบสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตามข้อ ๑๕ วรรคหนึ่ง โดยไม่ต้องดำเนินการส่งตัวอย่างปัสสาวะไปยังสถานตรวจพิสูจน์ โรงพยาบาลหรือ มหาวิทยาลัยของรัฐ

  15. ๑๒

    ในกรณีที่ตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้นตามข้อ ๑๐ แล้วให้ผลบวก ถ้าบุคคลนั้นมีพฤติการณ์ต้องห้ามหรือไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามข้อ ๑๕ วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานจดบันทึกข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ นามสกุล ภูมิลำเนา หรือสถานที่อยู่ของผู้รับ การตรวจหรือทดสอบที่สามารถจะเรียกตัวหรือออกหมายเรียกมาเพื่อดำเนินคดีได้เมื่อมีการตรวจสอบ ยืนยันผลตามข้อ ๑๓ แล้วพบว่าเป็นผู้มีสารเสพติดในร่างกาย ในการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในเบื้องต้นนั้น เมื่ออ่านผลแล้ว ปรากฏว่าให้ผลบวก ตามคู่มือวิธีการตรวจสอบตามเครื่องมือหรือชุดน้ายาตรวจสอบในข้อ ๑๐ ให้ปิดเป็นความลับและ ให้เจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานซึ่งทำการตรวจหรือ ทดสอบสารเสพติดนำขวดปัสสาวะของผู้รับการตรวจหรือทดสอบนั้นปิดให้สนิท พร้อมทั้งผนึกปากขวด ด้วยแถบกาว โดยมีลายมือชื่อของผู้ทำการตรวจหรือทดสอบกำกับไว้ และเมื่อดำเนินการดังกล่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ทำการตรวจหรือทดสอบรีบส่งตัวอย่างปัสสาวะไปยังสถานตรวจพิสูจน์ตามระเบียบ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๖ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงานยาเสพติด เพื่อตรวจยืนยันผล

  16. ๑๓

    เมื่อสถานตรวจพิสูจน์ โรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ได้รับขวดปัสสาวะ ตามข้อ ๑๒ และได้ดำเนินการตรวจยืนยันแล้ว ให้ถือเกณฑ์การตัดสินผลการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นผู้มี สารเสพติดอยู่ในร่างกาย ดังต่อไปนี้

    (๑) กลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamines) และกลุ่มเอ็กซ์ตาซี (Ecstasy - Group Substances) เมื่อตรวจพบว่ามีสารหรือเมตาบอไลต์ของสารในกลุ่มดังกล่าวอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่หนึ่งไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๒) กลุ่มโอปิเอต (Opiates) ได้แก่ เฮโรอีน มอร์ฟีน และฝิ่น เมื่อตรวจพบว่ามีสารหรือ เมตาบอไลต์ของสารในกลุ่มดังกล่าวอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่สามร้อยนาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๓) กลุ่มกัญชา (Cannabis) เมื่อตรวจพบว่ามีสารออกฤทธิ์หรือกัญชา (Cannabinoids) หรือเมตาบอไลต์ของกัญชาอยู่ในปัสสาวะตั้งแต่ห้าสิบนาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๔) กลุ่มโคคาอีน (Cocaine) เมื่อตรวจพบว่ามีสารหรือเมตาบอไลต์ของโคคาอีนอยู่ในปัสสาวะ ตั้งแต่สามร้อยนาโนกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

    (๕) คีตามีน (Ketamine) เมื่อตรวจพบว่ามีสารและเมตาบอไลต์ของคีตามีนรวมกันอยู่ในปัสสาวะ ตั้งแต่ capitalize หนึ่งไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป

  17. หมวด ๔ การสอบถามและตรวจสอบข้อมูล พฤติการณ์ ความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา

    3 มาตรา
  18. ๑๔

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานพบผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ ถ้าผู้นั้นยกเหตุว่าตนได้เสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพและสมัครใจขอเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดก่อนที่เจ้าพนักงานจะตรวจพบ ให้เจ้าพนักงานพิจารณาให้ผู้นั้นเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติดตามมาตรา ๑๑๓ เว้นแต่ เจ้าพนักงานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นจะไม่เข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติด ให้เจ้าพนักงาน ตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร่างกายและในกรณีที่ผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นพบว่า บุคคลนั้นอาจเป็นผู้เสพยาเสพติด ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตามข้อ ๑๕

  19. ๑๕

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานพบผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ โดยมีผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นพบว่า บุคคลนั้นอาจเป็นผู้เสพยาเสพติด เพื่อประโยชน์ในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและส่งตัวผู้นั้นไปยัง สถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง เจ้าพนักงานจะให้บุคคลนั้นอยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๗ แต่ต้องไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย เพื่อดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) สอบถามและตรวจสอบ เพื่อทราบชื่อ อาชีพ ที่อยู่ ประวัติ รายได้ และพฤติการณ์อื่น ของบุคคลตามวรรคหนึ่งว่าเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิด ที่มีโทษจำคุก อยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น หรือสังคม มีพฤติกรรมอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคมที่เกิดจากโรคทางจิตและ ประสาท หรืออาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้ หรือพฤติการณ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันหรือไม่

    (๒) สอบถามความสมัครใจและให้ลงนามสมัครใจหรือไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา

    (๓) ส่งตัวผู้นั้น ตัวอย่างปัสสาวะ บันทึกผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้น และ บันทึกการตรวจสอบพฤติการณ์และสอบถามความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาไปยังสถานพยาบาล ยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง กรณีบุคคลตามวรรคหนึ่งมีพฤติการณ์ต้องห้ามตาม

    (๑) หรือไม่ลงนามสมัครใจเข้ารับ การบำบัดรักษาตาม

    (๒) ให้เจ้าพนักงานบันทึกพฤติการณ์แห่งการดำเนินการตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์ อันควรสงสัยว่าเสพยาเสพติด การยึดยาเสพติดจากผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ การตรวจ หรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะ การสอบถามและตรวจสอบข้อมูล พฤติการณ์ ความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา และการให้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวของผู้มี พฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ แล้วแต่กรณี ส่งไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลนั้นในความผิด ฐานเสพยาเสพติดตามมาตรา ๑๖๒ หรือมาตรา ๑๖๓ หรือกระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด เพื่อเสพตามมาตรา ๑๖๔ แล้วแต่กรณี การบันทึกผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นและบันทึกการตรวจสอบพฤติการณ์และ สอบถามความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ ป.ป.ส. กำหนด ให้สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงาน ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของเจ้าพนักงาน

  20. ๑๖

    การผูกมัดร่างกายบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวตามข้อ ๑๕ วรรคหนึ่ง จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะขัดขวางหรือหลบหนีหรือพยายามหลบหนี ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจใช้วิธีการดังกล่าวเท่าที่เหมาะสมและจำเป็นแก่พฤติการณ์เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือเพื่อความปลอดภัยของเจ้าพนักงานและบุคคลอื่น การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำในสถานที่ราชการหรือสถานที่อื่นใดซึ่งเจ้าพนักงาน เห็นสมควร โดยสถานที่ดังกล่าวต้องไม่ปะปนกับผู้ต้องหาหรือมีบุคคลอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องอยู่ในสถานที่นั้น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๘ อันมีลักษณะเป็นการประจำนผู้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราว โดยคำนึงถึงอายุ เพศ และสภาวะ ของผู้นั้นด้วย และห้ามใช้สถานที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) เรือนจำ

    (๒) ทัณฑสถาน

    (๓) สถานกักขัง

    (๔) สถานกักกัน

    (๕) ห้องควบคุมผู้ต้องหา ให้ไว้ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖5 สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๓ ก หนา้ ๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๑๕ แห่งประมวลกฎหมาย ยาเสพติด บัญญัติให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการ กับบุคคลผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ เพื่อประโยชน์ในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ประกอบกับการกำหนดให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตำแหน่งใดหรือระดับใด จะมีหน้าที่และอำนาจในเรื่องดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

และการยึดยาเสพติดจากผู้ครอบครอง

และการให้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราว

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11681ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODg5NWU2YTAtZGMxMC00ZTk3LTk1YmQtZTAyZDU3OWVmM2Y3IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDYwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY1LTUz4LiBLTIyLlBERiJ9.1QIx8gRSZCZCT0zWY4PU0QRTBvau6NEakeoZjHsuEvs8 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:0668f2a8da0f391ca64d5b0f7236fa5eb419b2ce3de4cb2134da3418f933f69dดึงเมื่อ 2026-08-23T21:58:57.752Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR