กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งในสภาสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๕8 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 26247aae… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่ง ในสภาสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. นายกสภาสถาบันต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปีบริบูรณ์

    (๓) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

    (๔) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์สูงด้านการบริหารจากภาครัฐ หรือภาคเอกชนไม่น้อยกว่าห้าปี โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

    (๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๘) ไม่เป็นคู่สัญญากับสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น

    (๙) ไม่เป็นข้าราชการครู คณาจารย์ประจำ เจ้าหน้าที่ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น

    (๑๐) ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ

    (๑๑) ไม่เป็นนายกสภาสถาบันแห่งอื่นในขณะเดียวกัน เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๓ ก

  2. กรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓

    (๓) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

    (๓) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ทางด้านการอาชีวศึกษา ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ หรือ ด้านการเงินการคลัง

    (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๗) ไม่เป็นคู่สัญญากับสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น

    (๘) ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ

    (๙) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

    (๑๐) ไม่เป็นกรรมการสภาสถาบันเกินกว่าสองแห่งในขณะเดียวกัน

  3. การเลือกกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓

    (๓) ให้เลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกินห้าคนเพื่อดำเนินการคัดเลือกและเสนอรายชื่อ บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ รวมกันไม่น้อยกว่าแปดคน เสนอต่อคณะกรรมการตาม

    (๒) เพื่อพิจารณา

    (๒) แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกินห้าคนเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอ รายชื่อจากคณะกรรมการตาม

    (๑) เป็นกรรมการสภาสถาบันจำนวนสี่คน

  4. การเลือกกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓

    (๔) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรรมการสภาสถาบันซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถาบัน ให้สถาบันจัดให้ ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ หรือผู้อำนวยการหน่วยงานที่เรียกชื่อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยที่อยู่ในสังกัดสถาบันเลือกกันเองให้เหลือจำนวนหนึ่งคน และให้ รองผู้อำนวยการวิทยาลัย รองผู้อำนวยการสำนัก รองผู้อำนวยการศูนย์ หรือรองผู้อำนวยการหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยที่อยู่ในสังกัดสถาบันเลือกกันเองให้เหลือจำนวนหนึ่งคน

    (๒) กรรมการสภาสถาบันซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูหรือคณาจารย์ประจำ ที่มิได้เป็นผู้บริหารสถาบัน ให้สถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันแต่ละแห่งเสนอชื่อผู้แทนข้าราชการครู หรือคณาจารย์ประจำของสถานศึกษานั้นแห่งละสองคน และให้สถาบันจัดให้ข้าราชการครูหรือ คณาจารย์ประจำที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนสองคน เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๓ ก

  5. กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๓

    (๕) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

    (๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

    (๔) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินงานของสภาสถาบันการอาชีวศึกษาไม่น้อยกว่าห้าปี

    (๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๘) ไม่เป็นคู่สัญญากับสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น

    (๙) ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ

    (๑๐) ไม่เป็นข้าราชการครู คณาจารย์ประจำ เจ้าหน้าที่ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของสถาบัน หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสถาบันนั้น

    (๑๑) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เว้นแต่เป็นผู้แทนซึ่งมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    (๑๒) ไม่เป็นกรรมการสภาสถาบันเกินกว่าสองแห่งในขณะเดียวกัน

  6. กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ ซึ่งมาจากภาคเอกชนต้องเป็น สมาชิก หุ้นส่วน กรรมการ กรรมการบริหาร หรือผู้บริหารองค์กรที่สถาบันหรือสถานศึกษาในสังกัด สถาบันนั้นตั้งอยู่

  7. กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ ซึ่งมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สถาบันหรือสถานศึกษาในสังกัดสถาบันนั้นตั้งอยู่

  8. การสรรหากรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๓

    (๕) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้กรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) และ

    (๔) ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ จากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการอาชีวศึกษา ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ หรือด้านการเงินการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่เกิน แปดคน ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สถาบัน หรือสถานศึกษาในสังกัดสถาบันนั้นตั้งอยู่อย่างน้อยประเภทละสองคน เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๓ ก

    (๒) ให้เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิตาม

    (๑) ต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเลือกให้เหลือจำนวนสี่คน และแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน จำนวนหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งคน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกหรือสรรหากรรมการสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/2902ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMzcwNDQxNTMtZjQ1Yy00OTQ4LWFjNzktYzljMzFiODRmMGVlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTMwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTU1IDEwM-C4gSAxOS5QREYifQ.kGXFK7gno215HH72MW-LgiI_2DVMHdAmSv9Chqcm3dA5 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:26247aae0bac2b257289a8c35a242fa85c1267c836d30eb61236f35b4854b2eeดึงเมื่อ 2026-08-23T21:03:12.914Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR