กฎกระทรวงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๒17 มาตราต้นฉบับ PDF · 9 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 54ddc51f… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๑ ก หนา้ ๑๑ กฎกระทรวง การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. 2562 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ในกฎกระทรวงนี้ “ที่ราชพัสดุ” หมายความว่า ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ “คำร้องขอ” หมายความว่า คำร้องขอคืนที่ราชพัสดุ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอนกรรมสิทธิ์ ที่ราชพัสดุ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมธนารักษ์ให้เป็น เจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้องขอ

  2. การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุจะกระทำได้แต่โดยการขาย การแลกเปลี่ยน การให้ และการโอนคืนให้แก่ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาทเท่านั้น การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเพื่อใช้ในกิจการของพระมหากษัตริย์ ให้ปลัดกระทรวงการคลัง เสนอรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงนี้

  3. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอน กรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ” มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการขาย การแลกเปลี่ยน หรือการให้ที่ราชพัสดุ ประกอบด้วย อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธานกรรมการ ที่ปรึกษาหรือรองอธิบดีกรมธนารักษ์ซึ่งอธิบดีกรมธนารักษ์มอบหมาย ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๑ ก หนา้ ๑๒ กรมธนารักษ์ ธนารักษ์พื้นที่ซึ่งที่ราชพัสดุตั้งอยู่ และผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ใช้ ปกครอง ดูแล หรือบำรุงรักษาที่ราชพัสดุที่จะโอนกรรมสิทธิ์นั้น เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ เป็นกรรมการและ เลขานุการ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้

  4. การขายที่ราชพัสดุและการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุให้กระทำโดยวิธีประมูล เว้นแต่ เป็นการขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุในกรณีดังต่อไปนี้ ให้กระทำได้โดยไม่ใช้วิธีประมูล

    (๑) การขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุกับหน่วยงานของรัฐ

    (๒) การขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุกับองค์กรทางศาสนา

    (๓) กรณีอื่นใดที่คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของปลัดกระทรวงการคลัง เห็นว่าการขาย ที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุในกรณีนั้น ไม่เหมาะสมที่จะกระทำโดยวิธีประมูล วิธีประมูลตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

  5. ในการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ ที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุอย่างน้อย ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) ตั้งอยู่ติดกับทางหลวงหรือทางสาธารณะที่สะดวกแก่การคมนาคม หรือตั้งอยู่ติดกับ ที่ราชพัสดุตามมาตรา ๖ ที่มีทางเข้าออกสู่ทางหลวงหรือทางสาธารณะอยู่แล้ว

    (๒) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ตามความมุ่งหมายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ว่าด้วยการผังเมืองหรือกฎหมายอื่น

    (๓) มีขนาดเหมาะสมหรือเมื่อนำไปผนวกเข้ากับที่ราชพัสดุตามมาตรา ๖ ที่ตั้งอยู่ติดกันแล้ว จะมีขนาดเหมาะสมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ กรณีการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุกับหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรทางศาสนา คณะกรรมการ โดยความเห็นชอบของปลัดกระทรวงการคลังอาจพิจารณาแลกเปลี่ยนโดยไม่ใช้หลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่งก็ได้

  6. นอกจากหน้าที่และอำนาจตามข้อ ๓ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจใน การกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุที่จะดำเนินการขายหรือแลกเปลี่ยน และมูลค่าของที่ดินที่จะนำมา แลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ รวมทั้งปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ในการกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุที่จะดำเนินการขายหรือแลกเปลี่ยน และมูลค่าของที่ดิน ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ ให้คณะกรรมการคำนึงถึงราคา สภาพ มูลค่าเพิ่ม และ เหตุดังต่อไปนี้ประกอบกัน

    (๑) ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดในปัจจุบัน

    (๒) สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ

    (๓) สภาพและที่ตั้งของที่ราชพัสดุหรือที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๑ ก หนา้ ๑๓

    (๔) มูลค่าเพิ่มของที่ราชพัสดุหรือที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุที่อาจเกิดขึ้นจาก การขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุนั้น และ

    (๕) ความเหมาะสมและปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ ในการกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุและที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ คณะกรรมการ อาจให้สถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ประเมินราคา เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุและที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุก็ได้ ทั้งนี้ การจ้างสถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไป ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรณีการขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุกับหน่วยงานของรัฐหรือองค์กร ทางศาสนา คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของปลัดกระทรวงการคลังอาจพิจารณากำหนดมูลค่าของ ที่ราชพัสดุและที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุโดยไม่ใช้หลักเกณฑ์ตามวรรคสองก็ได้

  7. เมื่อคณะกรรมการได้กำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุที่จะดำเนินการขายหรือแลกเปลี่ยน หรือมูลค่าของที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ และได้กำหนดวิธีการขายหรือแลกเปลี่ยนแล้ว ให้เสนอปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อดำเนินการต่อไป

  8. การให้ที่ราชพัสดุจะกระทำได้เฉพาะเพื่อการสาธารณประโยชน์ สาธารณกุศล หรือศาสนา

  9. การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ หรือให้แก่องค์กรหรือบุคคลที่จะเป็นผู้รับการให้ที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ต้องได้รับความเห็นชอบ จากปลัดกระทรวงการคลังและรัฐมนตรี ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

  10. ๑๐

    ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาทของบุคคลดังกล่าว ผู้ใดเห็นว่าที่ราชพัสดุที่ได้บริจาค หรืออุทิศให้นั้นไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์และประสงค์จะขอคืนที่ราชพัสดุ ให้ยื่นคำร้องขอต่อ กระทรวงการคลังภายในห้าปีนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาที่ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้กำหนดให้นำ ที่ราชพัสดุไปใช้ประโยชน์ หรือภายในห้าปีนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีการบริจาค หรืออุทิศให้ โดยต้องยื่นคำร้องขอและเอกสารหรือหลักฐานตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้

  11. ๑๑

    การยื่นคำร้องขอตามข้อ ๑๐ ผู้ยื่นคำร้องขอจะยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้ก็ได้

    (๑) ที่ราชพัสดุตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อกรมธนารักษ์

    (๒) ที่ราชพัสดุตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อกรมธนารักษ์หรือ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ซึ่งที่ราชพัสดุตั้งอยู่ ในกรณีของคำร้องขอที่ส่งทางไปรษณีย์ ให้ถือวันที่ส่งคำร้องขอต่อเจ้าพนักงานไปรษณีย์ เป็นวันที่ได้ยื่นคำร้องขอ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๑ ก หนา้ ๑๔

  12. ๑๒

    ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ ๑๐ ให้ถูกต้อง และครบถ้วน หากเห็นว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องขอทราบทันที หากเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องขอดำเนินการ แก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนด ระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการ และให้เจ้าหน้าที่มอบสำเนาบันทึกให้ผู้ยื่นคำร้องขอไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีที่คำร้องขอถูกต้องและเอกสารหรือหลักฐานครบถ้วนแล้ว หรือได้แก้ไขหรือยื่นเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องขอให้แก่ผู้ยื่นคำร้องขอภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอและเอกสารหรือหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ดำเนินการให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้เจ้าหน้าที่คืนคำร้องขอและเอกสารหรือหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นคำร้องขอ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือ ถึงเหตุแห่งการคืนคำร้องขอให้ทราบด้วย

  13. ๑๓

    เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามข้อ ๑๒ วรรคสาม แล้ว ให้ส่งคำร้องขอให้ คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณา และให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาวินิจฉัย ให้รัฐมนตรีแจ้งคำวินิจฉัยให้ผู้ยื่นคำร้องขอทราบภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้ออก ใบรับคำร้องขอ

  14. ๑๔

    ในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอของรัฐมนตรี หากปรากฏว่าผู้ยื่นคำร้องขอ ถึงแก่ความตาย ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีผู้ยื่นคำร้องขอถึงแก่ความตายก่อนที่รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัย ให้ถือว่าคำร้องขอนั้น เป็นอันยกเลิก และหากทายาทของผู้ยื่นคำร้องขอประสงค์จะขอคืนที่ราชพัสดุ ให้ยื่นคำร้องขอ และเอกสารหรือหลักฐานตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องขอ ถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ ให้ถือว่าคำร้องขอของทายาทเป็นคำร้องขอที่ยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๑๐ และให้ถือว่าวันที่ทายาทยื่นคำร้องขอเป็นวันที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องขอตามข้อ ๑๒ วรรคสาม

    (๒) กรณีผู้ยื่นคำร้องขอถึงแก่ความตายภายหลังจากที่รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัยให้คืนที่ราชพัสดุแล้ว ให้ทายาทของผู้ยื่นคำร้องขอซึ่งศาลตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องต่อไป ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่มีทายาท หรือไม่ปรากฏทายาทหรือทายาทไม่ดำเนินการ ภายในสามปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัย ให้รัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณีเกี่ยวกับ ที่ดินนั้น

  15. ๑๕

    การขอคืนที่ราชพัสดุที่ได้ยื่นไว้อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็น การยื่นคำร้องขอตามกฎกระทรวงนี้ โดยให้ถือวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับเป็นวันที่กระทรวงการคลัง ได้รับคำร้องขอ และให้พิจารณาดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวงนี้ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๑ ก หนา้ ๑๕

  16. ๑๖

    การขายที่ราชพัสดุ การแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ และการให้ที่ราชพัสดุที่อยู่ระหว่าง การพิจารณาหรือดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้พิจารณาดำเนินการต่อไป ตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. ๒๕๕๐

  17. ๑๗

    บรรดาระเบียบที่ออกตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัด หรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้ จนกว่าจะมีระเบียบที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖2 อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คำร้องขอคืนที่รำชพัสดุ เขียนที่............................................................... วันที่..............เดือน.................................พ.ศ.................. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ยื่นคำร้องขอ ข้าพเจ้า.................................................................... อายุ.................ปี อยู่บ้านเลขที่........................ หมู่ที่.....................ซอย/ตรอก............................ถนน...................................ตำบล/แขวง........................................ อำเภอ/เขต........................................จังหวัด......................................รหัสไปรษณีย์..................................... หมายเลขโทรศัพท์..................................... ขอยื่นคำร้องขอคืนที่ราชพัสดุที่บริจาคหรืออุทิศให้แก่ทางราชการต่อกระทรวงการคลัง ในฐานะ ๑. □เป็นผู้บริจาค/ผู้อุทิศให้ ๒. □เป็นทายาทของ................................................................ผู้บริจาค/ผู้อุทิศให้ และข้าพเจ้า เกี่ยวข้องเป็นทายาท ดังนี้ □คู่สมรส □ผู้สืบสันดาน ระบุ............................................................ □บิดามารดา □พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน □พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน □ปู่ ย่า ตายาย □ลุง ป้า น้า อา □ผู้รับพินัยกรรม ๒.๑ข้าพเจ้าขอรับรองว่าผู้บริจาค/ผู้อุทิศให้ มีทายาททั้งสิ้น..................ราย ๒.๒ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิขอคืนที่ราชพัสดุที่บริจาคหรืออุทิศให้แก่ทางราชการโดย □เป็นผู้ใช้สิทธิขอคืนที่ราชพัสดุแต่เพียงผู้เดียว (ทายาทอื่นทุกรายยินยอมสละสิทธิ ตามแบบหนังสือยินยอมสละสิทธิที่กรมธนารักษ์ จัดทำขึ้น) □เป็นผู้ดำเนินการแทนทายาทอื่น (ทายาทอื่นทุกรายมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ตามแบบหนังสือมอบอำนาจ ที่กรมธนารักษ์จัดทำขึ้น) ๓. □เป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้บริจาค/ผู้อุทิศให้ หรือทายาท (ตามแบบหนังสือมอบอำนาจที่กรมธนารักษ์จัดทำขึ้น) ๒ ข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินที่ขอคืน ๑. หลักฐานเกี่ยวกับที่ดินที่ขอคืนเป็น □โฉนดที่ดิน □น.ส. ๓ □น.ส. ๓ก. □น.ส. ๓ข. □ส.ค. ๑ □หลักฐานอื่น ระบุ........................................................................................................................... เลขที่................................เลขที่ดิน..................................หมู่ที่.........................ตำบล............................................ อำเภอ........................................จังหวัด...............................................จำนวนเนื้อที่..........................................ไร่ โดยมี..........................................................................................................เป็นผู้บริจาค/ผู้อุทิศให้แก่ทางราชการ เมื่อวันที่........................................................มีวัตถุประสงค์ในการบริจาคหรืออุทิศให้เพื่อ................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะขอคืนที่ดิน □ทั้งแปลง □บางส่วน (เนื้อที่.......................................................ไร่) เนื่องจาก….........………………..…………. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อมูลเกี่ยวกับเอกสำร พร้อมคำร้องขอนี้ข้าพเจ้าได้แนบเอกสารหรือหลักฐานต่างๆมาด้วยแล้ว คือ □กรณีผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอด้วยตนเอง

    (๑) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้

    (๒) เอกสารหรือหลักฐานการบริจาคหรือการอุทิศให้ เช่นหนังสือสัญญาให้ หรือหลักฐานอื่น ที่เกี่ยวข้อง

    (๓) ภาพถ่ายสภาพที่ดินที่ขอคืน

    (๔) แผนที่แสดงที่ตั้งที่ดินที่ขอคืนโดยสังเขป

    (๕) อื่น ๆระบุ................................................................................................... □กรณีทายาทเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ

    (๑) บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ของทายาททุกราย

    (๒) ทะเบียนสมรส(กรณีผู้ขอคืนเป็นคู่สมรสของผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้)

    (๓) ใบมรณบัตรของผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้

    (๔) หนังสือยินยอมสละสิทธิของทายาทอื่น (กรณีทายาทอื่นทุกรายยินยอมสละสิทธิ) (ตามแบบหนังสือยินยอมสละสิทธิที่กรมธนารักษ์จัดทำขึ้น)

    (๕) หนังสือมอบอำนาจของทายาทอื่น(กรณีทายาทอื่นทุกรายมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน) (ตามแบบหนังสือมอบอำนาจที่กรมธนารักษ์จัดทำขึ้น)

    (๖) เอกสารหรือหลักฐานการบริจาคหรือการอุทิศให้ เช่น หนังสือสัญญาให้ หรือหลักฐานอื่น ที่เกี่ยวข้อง

    (๗) ภาพถ่ายสภาพที่ดินที่ขอคืน

    (๘) แผนที่แสดงที่ตั้งที่ดินที่ขอคืนโดยสังเขป

    (๙) อื่น ๆระบุ.................................................................................................... ๓ □กรณีผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาท มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน

    (๑) หนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนจากผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาท ในกรณีที่ ทายาทเป็นผู้ใช้สิทธิขอคืนที่ราชพัสดุแต่เพียงผู้เดียว ให้ยื่นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมหนังสือยินยอมสละสิทธิ ของทายาทอื่นทุกราย (ตามแบบหนังสือยินยอมสละสิทธิและแบบหนังสือมอบอำนาจที่กรมธนารักษ์จัดทำขึ้น)

    (๒) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

    (๓) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้

    (๔) บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ของทายาททุกราย

    (๕) ทะเบียนสมรส(กรณีผู้ขอคืนเป็นคู่สมรสของผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้)

    (๖) ใบมรณบัตรของผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้

    (๗) เอกสารหรือหลักฐานการบริจาคหรือการอุทิศให้ เช่น หนังสือสัญญาให้ หรือหลักฐานอื่น ที่เกี่ยวข้อง

    (๘) ภาพถ่ายสภาพที่ดินที่ขอคืน

    (๙) แผนที่แสดงที่ตั้งที่ดินที่ขอคืนโดยสังเขป (๑๐)อื่น ๆระบุ.................................................................................................... ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ไม่มีผู้มีสิทธิขอคืนที่ราชพัสดุรายอื่นนอกเหนือจากที่ได้แจ้งไว้ตามคำร้องขอนี้ รวมทั้งข้อความและเอกสารต่าง ๆ ที่ยื่นตามคำร้องขอข้างต้นเป็นความจริงทุกประการ หากข้อความ และเอกสารต่างๆที่ยื่นตามคำร้องขอข้างต้นไม่เป็นความจริง ให้ถือว่าคำร้องขอนี้เป็นโมฆะ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ลงชื่อ....................................................ผู้ยื่นคำร้องขอ (.....................................................) หมำยเหตุ ๑. เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาขอคืนที่ดินกรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน ๒. ให้ทำเครื่องหมาย □ในช่อง □หน้าข้อความที่ต้องการ ๓. กรุณาจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน โดยเฉพาะกรณีทายาทเป็นผู้ขอคืน ต้องแนบหนังสือยินยอมของทายาทอื่น ตามแบบหนังสือยินยอมสละสิทธิหรือแบบหนังสือ มอบอำนาจที่กรมธนารักษ์จัดทำขึ้นให้ครบถ้วนด้วย ๔. กรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่สามารถจัดส่งบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หรือใบมรณบัตร ตามที่กำหนดไว้ได้ ถ้าสมัครใจที่จะจัดส่งสำเนาของเอกสารดังกล่าวโดยรับรอง ความถูกต้องก็ให้สามารถกระทำได้ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๑ ก หนา้ ๑๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติ ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และโดยที่มาตรา ๓๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งได้มาจากการบริจาคหรือมีผู้อุทิศให้ หากไม่ได้นำ ที่ราชพัสดุนั้นไปใช้ประโยชน์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาทมีสิทธิขอคืนที่ดินนั้นได้ โดยยื่นคำร้องขอตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14873ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYzA0NWQ2OGUtY2QyNS00ZTQ5LWI3MmYtMDM4ZjdhZTMxNTRjIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDAzIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTYyLTEzMeC4gS0xMS5wZGYifQ.ZBUUUQlCOlDx67eynquKFgzyBkm8rPnO8XD7NUXgoGE9 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:54ddc51f75d695e7760dd7e0497b1040359ca9cafc9c5f08809b8eb19c007e3bดึงเมื่อ 2026-08-23T23:52:37.445Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR