กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๖๗
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f5de8aa8… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมมาตรา ๓–๔ · 2 มาตรา
- หมวด ๒ มาตรฐานด้านการให้บริการตรวจสุขภาพและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพมาตรา ๕–๖ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ มาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมมาตรา ๗–๑๐ · 4 มาตรา
- หมวด ๔ มาตรฐานด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมมาตรา ๑๑–๑๓ · 3 มาตรา
ปรารภ
เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- ๒
ในกฎกระทรวงนี้ “หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม” หมายความว่า สถานบริการสาธารณสุข หน่วยงานหรือหน่วยบริการ ด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ หรือองค์กรที่ให้บริการด้านอาชีวเวชกรรม ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเพื่อให้บริการอาชีวเวชกรรม “แพทย์” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม “พยาบาล” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล และการผดุงครรภ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
หมวด ๑ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม
2 มาตรา- ๓
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมมีหกประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ
(๒) สถานบริการสาธารณสุขของเอกชน ดังนี้
(ก) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
(ข) สถานพยาบาลเคลื่อนที่ของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
(๓) สภากาชาดไทย
(๔) หน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ
(๕) หน่วยงานหรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ ดังนี้
(ก) หน่วยงานหรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ ที่มีจำนวนลูกจ้างตั้งแต่สองร้อยคนขึ้นไป แต่ไม่เกินเก้าร้อยเก้าสิบเก้าคน
(ข) หน่วยงานหรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ ที่มีจำนวนลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งพันคนขึ้นไป
(๖) องค์กรที่ให้บริการด้านอาชีวเวชกรรม
- ๔
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ ต้องให้บริการอาชีวเวชกรรมตามมาตรฐาน ในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) ด้านการให้บริการตรวจสุขภาพและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพ
(๒) ด้านบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมและบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรม
(๓) ด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรม
หมวด ๒ มาตรฐานด้านการให้บริการตรวจสุขภาพและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพ
2 มาตรา- ๕
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมต้องให้บริการตรวจสุขภาพตามมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง ให้ตรวจสุขภาพตามลักษณะของความเสี่ยงการสัมผัส สิ่งคุกคามที่อาจมีผลต่อสุขภาพจากการทำงานที่ลูกจ้างหรือแรงงานนอกระบบรับผิดชอบอยู่ โดยการบ่งชี้ และประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคจากการประกอบอาชีพ และนำข้อมูลมาออกแบบการตรวจสุขภาพ ในระยะต่าง ๆ ได้แก่ การตรวจสุขภาพแรกรับเข้าทำงาน การตรวจสุขภาพระหว่างการทำงาน การตรวจสุขภาพเมื่อเปลี่ยนงาน และการตรวจสุขภาพเมื่อออกจากงาน
(๒) การตรวจสุขภาพให้เหมาะสมกับงาน ให้ตรวจสุขภาพก่อนที่ลูกจ้างหรือแรงงาน นอกระบบเข้าทำงาน เพื่อประเมินว่าลูกจ้างหรือแรงงานนอกระบบมีสภาวะสุขภาพเหมาะสมที่จะทำงานได้ โดยไม่มีอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกจ้าง แรงงานนอกระบบ หรือบุคคลอื่น
(๓) การตรวจสุขภาพก่อนกลับเข้าทำงาน ให้ตรวจสุขภาพเพื่อประเมินความพร้อม ของร่างกายหลังจากลูกจ้างหรือแรงงานนอกระบบเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายทั้งกรณีที่เกิดจาก การทำงานและไม่ได้เกิดจากการทำงาน เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพเทียบกับความสามารถในการทำงาน และเพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานให้เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก ให้กรมควบคุมโรคจัดทำและเผยแพร่คู่มือหรือแนวทางในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้แก่ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม
- ๖
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมต้องให้บริการเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพตามมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) การควบคุมคุณภาพก่อนการวิเคราะห์ตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการ ให้ดำเนินการควบคุม คุณภาพทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมความพร้อมผู้รับการตรวจ วิธีเก็บตัวอย่าง วิธีการเก็บรักษาตัวอย่าง และการขนส่งตัวอย่าง
(๒) การควบคุมคุณภาพห้องปฏิบัติการ ให้ส่งตัวอย่างทางการแพทย์และสาธารณสุข ไปทำการวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ (ISO 15189) มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์โดยสภาเทคนิคการแพทย์ มาตรฐานการปฏิบัติงานทางพยาธิวิทยา และนิติเวชศาสตร์โดยราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ดังกล่าว ในรายการทดสอบที่ส่งตรวจ ให้กรมควบคุมโรคจัดทำและเผยแพร่คู่มือหรือแนวทางในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้แก่หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม
หมวด ๓ มาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม
4 มาตรา- ๗
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ ต้องมีมาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการ อาชีวเวชกรรมและบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามที่กำหนดในหมวดนี้
- ๘
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังต่อไปนี้
(๑) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓
(๑) ที่มิใช่หน่วยบริการปฐมภูมิตามกฎหมาย ว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัย อย่างน้อยหนึ่งคน และพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน
(ค) ในกรณีการให้บริการอาชีวเวชกรรมนอกสถานที่ตั้งประจำของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม นอกจากจะต้องจัดให้มีบุคลากรตาม (ก) และ
(ข) แล้ว ต้องจัดให้มีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์ สาขาอื่นเพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน และพยาบาลอาชีวอนามัยเพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
(๒) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓
(๑) ที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิตามกฎหมาย ว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อย หนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน
(๓) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๒)
(ก) ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัย อย่างน้อยสองคน
(๔) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๒)
(ข) นอกจากจะต้องจัดให้มีบุคลากร ตาม
(๓) แล้ว ต้องจัดให้มีบุคลากรเพิ่มเติมในขณะที่ให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น เพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัย เพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน
(๕) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๓) (๔) และ
(๖) ต้องจัดให้มีบุคลากร เช่นเดียวกับหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๒) (ก) หรือ (๒)
(ข) แล้วแต่กรณี
(๖) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๕)
(ก) ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงาน ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมอย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง และมีระยะเวลาการปฏิบัติงานรวมกัน อย่างน้อยหกชั่วโมงต่อสัปดาห์
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงาน ประจำ ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม
(๗) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๕)
(ข) ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงาน ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง และมีระยะเวลาการปฏิบัติงานรวมกัน อย่างน้อยสิบสองชั่วโมงต่อสัปดาห์
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยสองคน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องมี พยาบาลอาชีวอนามัย อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงานประจำ ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามวรรคหนึ่งอาจจัดให้มีบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม เพิ่มเติมก็ได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
- ๙
บุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๘ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) แพทย์ ให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ จากแพทยสภา
(ข) แพทย์สาขาอื่นที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานด้านอาชีวเวชศาสตร์ ที่กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ หรือสมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย กำหนด หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง
(๒) พยาบาล ให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(ก) พยาบาลอาชีวอนามัยที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมที่สภาการพยาบาลอนุมัติหรือรับรอง ได้แก่ พยาบาลที่ผ่านหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลอาชีวอนามัย สาขาการพยาบาล อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม หรือสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติอาชีวอนามัย ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าสี่เดือน หรือพยาบาลที่ผ่านหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัย หรือสาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติอาชีวอนามัย
(ข) พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านหลักสูตรความรู้พื้นฐานด้านการพยาบาลอาชีวอนามัย หรือ หลักสูตรการพยาบาลอาชีวอนามัย ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าหกสิบชั่วโมง ที่สภาการพยาบาลอนุมัติ หรือรับรองหรือที่กรมการแพทย์กำหนด หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวเวชกรรมที่กรมควบคุมโรค กำหนดหรือหลักสูตรการฝึกอบรมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง
- ๑๐
นอกจากบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมอาจจัดให้มี บุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรมก็ได้ โดยบุคลากรดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัย และความปลอดภัย จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๒) ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม
(๓) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน จากสภาการสาธารณสุขชุมชนหรือผู้ที่ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวกับ สาธารณสุขด้านอื่น และต้องมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือ การควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพไม่น้อยกว่าสองปี หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวเวชกรรม ที่กรมควบคุมโรคกำหนดหรือหลักสูตรการฝึกอบรมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
(๔) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จาก สภาเทคนิคการแพทย์
(๕) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการวิชาชีพ ในสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย สาขารังสีเทคนิค หรือสาขาจิตวิทยาคลินิก หรือ ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการอาชีวเวชกรรม เช่น วิทยาศาสตร์การแพทย์ การยศาสตร์ พิษวิทยา จิตวิทยาองค์กร วิศวกรรมความปลอดภัย
หมวด ๔ มาตรฐานด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรม
3 มาตรา- ๑๑
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมต้องจัดให้มีเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องตรวจสมรรถภาพการได้ยิน อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง
(๒) เครื่องตรวจสมรรถภาพปอด อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง
(๓) เครื่องตรวจสมรรถภาพการมองเห็น อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง ในกรณีหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิตามกฎหมายว่าด้วยระบบ สุขภาพปฐมภูมิตามข้อ ๓
(๑) และหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓
(๕) อาจจัดให้มีเครื่องมือ สำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับรูปแบบการให้บริการก็ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานการให้บริการตรวจสุขภาพและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพตามหมวด ๒
- ๑๒
เครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๑๑ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องส่งสัญญาณเสียงบริสุทธิ์และได้รับการรับรอง ตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๖ (American National Standards Institute (ANSI) S3.6-1996) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม ต้องมีเอกสารแสดงการสอบเทียบเครื่องมือตามระยะเวลาที่กำหนดไม่เกินสองปี และให้ดำเนินการ ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้
(ก) ห้องหรือพื้นที่สำหรับการตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐาน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานสำนักงานบริหารความปลอดภัย และอาชีวอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๘๓ (Occupational Safety and เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก Health Administration (OSHA) 1983) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่า มาตรฐานดังกล่าว
(ข) ตู้ตรวจการได้ยิน (Audiometric test booth) ต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐาน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม
(๒) เครื่องตรวจสมรรถภาพปอดต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานสมาคมแพทย์โรคทรวงอก แห่งสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๔ (American Thoracic Society (ATS) 1994) และตามที่ได้แก้ไข เพิ่มเติม หรือมาตรฐานคณะทำงานเฉพาะกิจสมาคมระบบทางเดินหายใจของยุโรป ค.ศ. ๒๐๐๕ (European Respiratory Society Task Force (ATS/ERS) 2005) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องสามารถแสดงผลสไปโรแกรมได้ทั้งกราฟแสดง ปริมาตรเทียบกับเวลา (Volume-time curve) และกราฟแสดงอัตราการไหลเทียบกับปริมาตร ของอากาศ (Flow-volume curve) รวมทั้งต้องสามารถรายงานผลการตรวจสมรรถภาพปอด ตามพารามิเตอร์อย่างน้อยในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (Forced vital capacity : FVC) ปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรก (Forced expiratory volume in 1 second : FEV1) และค่าอัตราส่วนปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรก ต่อปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (FEV1/FVC) ทั้งค่าที่ตรวจได้จริง (Measure) และร้อยละ ของค่าคาดคะเน (Percent of predicted value) พร้อมทั้งมีอุปกรณ์สำหรับการปรับความเที่ยงตรง ประจำวัน (daily calibration) เช่น กระบอกสูบ
(๓) เครื่องตรวจสมรรถภาพการมองเห็นต้องวัดความสามารถในการมองเห็นของสายตา ทั้งในระยะใกล้ คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจากสายตาสิบสี่นิ้ว และระยะไกล คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจาก สายตายี่สิบฟุต และต้องมีสไลด์ชุดสำหรับงานอาชีวอนามัยหรือชุดมาตรฐาน โดยผลการตรวจวัด ต้องสามารถเทียบกับลักษณะงานได้ ดังนี้
(ก) ทดสอบสายตาเขแนวดิ่ง (vertical phoria test)
(ข) ทดสอบสายตาเขแนวนอน (lateral phoria test)
(ค) ทดสอบความชัดของภาพ (visual acuity test)
(ง) ทดสอบความลึกของภาพ (depth perception test)
(จ) ทดสอบการแยกสี (vision color test)
(ฉ) ทดสอบลานสายตา (visual field test) เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
- ๑๓
การให้บริการอาชีวเวชกรรมด้วยเครื่องมือตามข้อ ๑๑ ต้องดำเนินการโดยบุคลากร ผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังต่อไปนี้
(๑) บุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๙ (๑) (ก) และ (๒) (ก)
(๒) บุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๙ (๑) (ข) และ (๒)
(ข) หรือบุคลากร ผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๑๐ ทั้งนี้ บุคลากรดังกล่าวต้องผ่านหลักสูตร การฝึกอบรมการใช้เครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมที่กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ สภาการพยาบาล สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย หรือสมาคม พยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทยกำหนด หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือสำหรับ การให้บริการอาชีวเวชกรรมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง ให้ไว้ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๔
(๑) แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมมีอำนาจ ออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม เพื่อประโยชน์ใน การดำเนินการเกี่ยวกับอาชีวเวชกรรม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
และบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรม
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10436ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNWY5NjJiZTYtOWZkMS00NTkzLWFmODYtNGI5NzY0N2FlNmRmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMTM1IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcz4LiBLTM4LnBkZiJ9.weiU02XDMvOwRaAXvpkYKE_cqTbj-z0Z1xpveXGZbA49 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:f5de8aa8a14fc84b7d6302a016efa1e0cd421a47c8a29f05cf5b147ca31ed110ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:23:22.508Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR