กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๓6 มาตราต้นฉบับ PDF · 25 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 8ee87ed7… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒/๑) ของข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๒ “(๒/๑) กองงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ”

  2. ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๔/๑) ของข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๒ “(๑๔/๑) กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาภาค”

  3. ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๘/๑ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๒ “ข้อ ๘/๑ กองงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดทำกรอบการลงทุนประจำปีของรัฐวิสาหกิจในภาพรวม

    (๒) วิเคราะห์งบลงทุนประจำปีของรัฐวิสาหกิจ

    (๓) พิจารณางบลงทุนเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงระหว่างปีของรัฐวิสาหกิจ

    (๔) วิเคราะห์แผนการเงินของรัฐวิสาหกิจเพื่อประกอบการวิเคราะห์งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

    (๕) ติดตามและประเมินผลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

    (๖) วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญและนโยบายเฉพาะเรื่องด้านรัฐวิสาหกิจ ที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๒

    (๗) จัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านรัฐวิสาหกิจ เพื่อสนับสนุนบทบาทของสำนักงาน

    (๘) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่เลขาธิการมอบหมาย”

  4. ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๑๒ กองยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งประสานและ จัดลำดับความสำคัญของการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน

    (๒) วิเคราะห์แผนงานหรือโครงการพัฒนาของหน่วยงานของรัฐซึ่งไม่ใช่ราชการส่วนท้องถิ่น และโครงการที่รัฐร่วมลงทุนกับเอกชนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

    (๓) ติดตามและประเมินผลการพัฒนาและการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาจากการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการทบทวนและล้มเลิกโครงการ

    (๔) จัดทำกรอบการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

    (๕) วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญและนโยบายเฉพาะเรื่องด้านโครงสร้าง พื้นฐานที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

    (๖) จัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนบทบาท ของสำนักงาน

    (๗) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่เลขาธิการมอบหมาย”

  5. ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๐/๑ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๒ “ข้อ ๒๐/๑ กองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาภาค มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางในการวางแผนและบูรณาการนโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค และสนับสนุนการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น

    (๒) ศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อเสนอแนะในประเด็นที่เกี่ยวกับการพัฒนาภาค และการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น

    (๓) ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาต่าง ๆ ของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๓ ส่วนท้องถิ่น มีความเชื่อมโยงกัน ตลอดจนเพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาระดับพื้นที่เหมาะสมกับศักยภาพ และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่

    (๔) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและประสานการพัฒนาองค์ความรู้และ การศึกษาวิจัยเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการพัฒนาภาคและพื้นที่ และการกระจายอำนาจ ไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น รวมทั้งเป็นหน่วยประสานงานในส่วนกลางให้แก่สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมภาคต่าง ๆ

    (๕) กำกับ เร่งรัด และติดตามการประเมินผลการพัฒนาตามนโยบายและยุทธศาสตร์ การพัฒนาภาค พร้อมทั้งจัดทำรายงานการติดตามและประเมินผล

    (๖) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค และคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค

    (๗) จัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค และการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนบทบาทของสำนักงาน

    (๘) ประสานและสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจด้านการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาค และท้องถิ่นให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

    (๙) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่เลขาธิการมอบหมาย”

  6. ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๓ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๒๓ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคกลาง มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวม ประสาน และพัฒนาองค์ความรู้และการวิจัยเชิงนโยบาย ที่สนับสนุนการวางแผนการพัฒนาภาคและพื้นที่

    (๒) จัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค และพื้นที่ และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ภาวะการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาค

    (๓) จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค

    (๔) แปลงและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคไปสู่การปฏิบัติ

    (๕) ประสานและบูรณาการแผนงานและโครงการของส่วนราชการและภาคีการพัฒนาในงาน ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาคและพื้นที่ และประสานแผนงานและโครงการพัฒนาภาคที่เกิดจากภารกิจ ปกติของส่วนราชการและภารกิจตามนโยบายสำคัญเร่งด่วนลงสู่พื้นที่ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๔

    (๖) ติดตามและประเมินผลการพัฒนาภาคและพื้นที่ และการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาภาคและพื้นที่

    (๗) ให้คำปรึกษาทางวิชาการและสนับสนุนข้อมูลเพื่อการวางแผนพัฒนาภาคและพื้นที่ และการบริหารงานพัฒนาภาคแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    (๘) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่เลขาธิการมอบหมาย” ให้ไว้ ณ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖3 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งกองงบลงทุน รัฐวิสาหกิจเป็นส่วนราชการภายในสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยแยกภารกิจ การดำเนินการเกี่ยวกับงบลงทุนรัฐวิสาหกิจของกองยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานออกมาดำเนินการ และจัดตั้งกองยุทธศาสตร์และประสานการพัฒนาภาคเป็นส่วนราชการภายในสำนักงานสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยแยกภารกิจการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาคต่างๆและการกระจายอำนาจ ไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคกลางออกมาดำเนินการ เพื่อให้สอดคล้องกับ ภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ และอำนาจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ก กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๖ ในสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้าน การทุจริต เพื่อทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้าน การทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสำนักงาน รับผิดชอบงาน ขึ้นตรงต่อเลขาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแนะต่อเลขาธิการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของสำนักงาน ประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดและปิดโอกาสการทุจริต และประพฤติมิชอบ รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของสำนักงาน ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติและนโยบาย ของรัฐบาล เสนอต่อเลขาธิการ

    (๒) เร่งรัดและกำกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของส่วนราชการในสำนักงาน

    (๓) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมและประมวล จริยธรรมข้าราชการพลเรือน รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ และการฝ่าฝืนจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานงาน เร่งรัด และติดตามจนได้ข้อยุติ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ก

    (๔) ติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ และจัดทำรายงานการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของสำนักงาน เสนอต่อเลขาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    (๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการ มอบหมาย” ให้ไว้ ณ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖7 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหน้าที่ และอำนาจของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตในสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ให้มีหน้าที่และอำนาจบูรณาการและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้าน การทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในส่วนราชการ อันจะเป็นการเสริมสร้าง ความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10879ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiN2UxZmM5YTYtYWY3My00NmU5LTk2NGUtNGJjMzMwNmY5NDU0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKMwMDM4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTYyLTM54LiBLTEg4Lij4Lin4Lih4LmE4Lif4Lil4LmM4LiW4Li24LiH4LiJ4Lia4Lix4LiaIDMucGRmIn0.nQDnoeFQrXzodu6FLIvfzukpIwLzf3LJP8X_EDWp1jo25 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:8ee87ed71a9ccd591e685b3a4447e7aac56650ca41c3ecb6d9834e82a9705dd8ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:39:05.989Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR