กฎกระทรวงความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗28 มาตรา7 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 11 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f7d6d578… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๒–๗ · 6 มาตรา
  2. หมวด ๒ ความร่วมมือในการจัดการศึกษามาตรา ๘–๑๕ · 8 มาตรา
  3. หมวด ๓ ความร่วมมือในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมมาตรา ๑๖–๑๙ · 4 มาตรา
  4. หมวด ๔ ความร่วมมือในเรื่องอื่น ๆมาตรา ๒๐ · 1 มาตรา
  5. หมวด ๕ การใช้ทรัพยากรและการออกค่าใช้จ่ายร่วมกันมาตรา ๒๑–๒๕ · 5 มาตรา
  6. หมวด ๖ บทเบ็ดเตล็ดมาตรา ๒๖–๒๗ · 2 มาตรา
  7. บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๘ · 1 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก กฎกระทรวง ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ในกฎกระทรวงนี้ “สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน “สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่อยู่ในสังกัดของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “สถาบันอุดมศึกษาเอกชน” หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน “บุคลากร” หมายความว่า คณาจารย์ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน สถาบันอุดมศึกษา และลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษา “สภานโยบาย” หมายความว่า สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติ “สำนักงานปลัดกระทรวง” หมายความว่า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

  2. หมวด ๑ บททั่วไป

    6 มาตรา
  3. กฎกระทรวงนี้มีความมุ่งหมายที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เพื่อให้การพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด อันจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการ ที่เปลี่ยนแปลงไป และต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

  4. สถาบันอุดมศึกษาตั้งแต่สองแห่งขึ้นไปอาจร่วมมือกันในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) การจัดการศึกษา

    (๒) การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม รวมทั้งการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์

    (๓) การพัฒนาบุคลากร

    (๔) การบริการวิชาการแก่สังคม รวมทั้งการให้ข้อมูลและความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้อง และปราศจากอคติแก่สังคมและเพื่อประกอบการตัดสินใจในทางนโยบายของภาครัฐ

    (๕) การทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

    (๖) การถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี

    (๗) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การอุดมศึกษา

  5. ความร่วมมือตามข้อ ๓ อาจทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้

    (๑) การทำข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษา

    (๒) การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมความร่วมมือที่สำนักงานปลัดกระทรวงเป็นผู้ริเริ่มหรือจัดให้มีขึ้น การทำข้อตกลงและการเข้าร่วมโครงการของสถาบันอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากสภาสถาบันอุดมศึกษานั้นด้วย เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  6. การทำความตกลงร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาตามข้อ ๔

    (๑) ต้องเป็นไป ตามหลักการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนด้านการอุดมศึกษา แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา รวมทั้งวัตถุประสงค์ การจัดการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา และพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาและ กลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาที่ตนสังกัด

    (๒) การก่อให้เกิดการพัฒนาด้านการเรียนการสอน ด้านการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือในด้านวิชาการอื่น ๆ เพื่อพัฒนา กำลังคนของประเทศและการวางรากฐานการศึกษาเพื่อการพัฒนาในอนาคต

    (๓) การใช้ทรัพยากรของสถาบันอุดมศึกษาให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่การอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม ของประเทศ

    (๔) ประโยชน์สูงสุดและการลดภาระของผู้เรียน

  7. สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา อาจจัดทำโครงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาตามข้อ ๔

    (๒) โดยมุ่งให้เกิดผล ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการได้ โดยประกาศให้สถาบันอุดมศึกษาทราบเป็นการทั่วไป โครงการตามวรรคหนึ่งอาจสร้างความร่วมมือตามข้อ ๓ เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องก็ได้ โครงการตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปตามหลักการตามข้อ ๕ และหลักการอื่นที่สภานโยบาย กำหนด โดยกำหนดวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่คาดหวังอย่างชัดเจน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการและการพิจารณาคำขอ ให้เป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา

  8. ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการให้เป็นไป ตามการวินิจฉัยของรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  9. หมวด ๒ ความร่วมมือในการจัดการศึกษา

    8 มาตรา
  10. สถาบันอุดมศึกษาอาจร่วมมือในการจัดการศึกษา ดังต่อไปนี้

    (๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกัน

    (๒) การให้บุคลากรไปทำการสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน

    (๓) การให้ผู้เรียนไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน

    (๔) การนำบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์และมีศักยภาพสูงจากสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ มาร่วมในการจัดการศึกษา

    (๕) การใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลวิชาการและวิจัยร่วมกัน

    (๖) ความร่วมมืออื่นที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การอุดมศึกษา

  11. การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันให้รวมถึงการร่วมกันออกแบบหลักสูตร การบริหาร หลักสูตร การสอนและการสาธิตตามหลักสูตร และการประเมินผล ตลอดจนการจัดให้มีแพลตฟอร์ม การพัฒนากำลังคนร่วมกันจนถึงระดับปริญญา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบชุดการเรียนรู้ การศึกษา ตลอดชีวิต การศึกษานอกเวลางาน หรือการศึกษาแบบอื่น รูปแบบการจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันตามวรรคหนึ่ง มีดังต่อไปนี้

    (๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา

    (๒) การจัดหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันตาม

    (๑) และนำหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันด้วย

    (๓) การจัดให้มีแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนร่วมกัน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรออนไลน์ หรือการเรียนรู้แบบผสมผสานทั้งในห้องเรียน และออนไลน์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายผู้สอน ระบบมาตรฐานคุณวุฒิ ระบบการเรียนรู้จาก ประสบการณ์การทำงานจริง ระบบการจัดหางานหลังจบหลักสูตร และระบบแรงจูงใจ

  12. ๑๐

    สถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันตามข้อ ๙ อาจเสนอรัฐมนตรีให้เสนอสภานโยบาย พิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติให้สถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันดังกล่าวจัดการศึกษาที่แตกต่าง ไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษาได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  13. ๑๑

    การจัดหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันและนำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันตามข้อ ๙

    (๒) อาจทำได้ด้วย วิธีการ ดังต่อไปนี้

    (๑) การออกแบบหลักสูตรร่วมกันที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต

    (๒) การบริหารหลักสูตรหรือการเรียนการสอนร่วมกัน

    (๓) การให้ผู้เรียนได้ศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษาและ ในสถานประกอบการจริง เพื่อสร้างทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วม โครงการ

    (๔) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือกัน เป็นอาจารย์พิเศษ ที่ปรึกษาการศึกษาวิจัย หรือมีตำแหน่งทางวิชาการหรือวิชาชีพอื่นตามกฎหมาย ว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา

    (๕) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรม เข้ารับการศึกษา ในหลักสูตร หรือการอบรมที่ร่วมมือกัน

    (๖) การให้บุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือ

    (๗) การเทียบประสบการณ์เป็นคุณวุฒิทางวิชาการหรือวิชาชีพ

    (๘) การวัดและประเมินผลร่วมกัน

    (๙) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การอุดมศึกษา

  14. ๑๒

    เพื่อประโยชน์แก่ผู้เรียน ให้สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา จัดทำคลังหน่วยกิตกลางเพื่อเป็นที่รวมผลการวัดและประเมิน ผลการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อใช้เป็นผลการวัดและประเมินผลกลางที่ใช้ต่อสถาบันอุดมศึกษา ได้ทุกแห่ง สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา มีอำนาจประกาศให้วิชาใดวิชาหนึ่งหรือชุดวิชาใดชุดวิชาหนึ่งที่วัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาใด ให้ถือเป็นการวัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาอื่นทุกแห่งด้วยก็ได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาใดไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลตามวรรคสอง ผู้เรียนหรือ สถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผล อาจขอให้สถาบันอุดมศึกษานั้นทบทวนการไม่ยอมรับดังกล่าว หากสถาบันอุดมศึกษาทบทวนแล้วยังยืนยันไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลนั้น ให้ผู้เรียนหรือ สถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผลแจ้งให้สำนักงานปลัดกระทรวงทราบ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ มาตรฐานการอุดมศึกษาให้วินิจฉัยชี้ขาดว่าการวัดและประเมินผลดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐาน การอุดมศึกษาแล้วหรือไม่ โดยแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวชี้แจงแสดงเหตุผลแห่งการไม่ยอมรับนั้น ต่อคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาวินิจฉัยชี้ขาดตามวรรคสามว่าการวัดและ ประเมินผลเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษา ให้คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาแจ้งต่อ สถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ยอมรับผลการวัดและประเมินผลเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง ต่อไป

  15. ๑๓

    การให้บุคลากรไปสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไปตาม ข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔

    (๒) แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าการไปสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกันนั้นเป็นการปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษา ที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ การประเมินผลการสอนโดยสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรไปสอน ให้ถือว่าเป็นการประเมินผล การสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ ผลงานทางวิชาการที่เกิดจากการสอนตามวรรคหนึ่งอาจนำมาใช้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ได้

  16. ๑๔

    การให้ผู้เรียนไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไป ตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔

    (๒) แล้วแต่กรณี และให้นับผลการเรียนดังกล่าวเป็นผลการเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่ผู้เรียนนั้นศึกษาอยู่

  17. ๑๕

    ให้สำนักงานปลัดกระทรวงจัดให้มีระบบบริหารการใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูล วิชาการและวิจัยร่วมกันของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้าวิจัยของบุคลากร และผู้เรียนของสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และค่าบริการในการใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงกำหนดโดยปรึกษาหารือกับสถาบันอุดมศึกษา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  18. หมวด ๓ ความร่วมมือในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม

    4 มาตรา
  19. ๑๖

    สถาบันอุดมศึกษาอาจร่วมมือในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ดังต่อไปนี้

    (๑) การรับหรือให้ทุนวิจัยร่วมกัน

    (๒) การวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมร่วมกัน

    (๓) การให้บุคลากรหรือผู้เรียนไปทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมในสถาบันอุดมศึกษาที่มี ความร่วมมือกัน

    (๔) การนำบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์และมีศักยภาพสูงจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นมาร่วม ในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม

    (๕) การใช้ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ เครื่องใช้ และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่สนับสนุน การวิจัยและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน

    (๖) การใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน

    (๗) การสร้างเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อร่วมสนับสนุน และร่วมดำเนินการวิจัยและสร้างนวัตกรรม

    (๘) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การอุดมศึกษา

  20. ๑๗

    เมื่อดำเนินการวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมร่วมกันแล้วเสร็จ ผลงานวิจัยหรือนวัตกรรม ที่ได้ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ในกรณีที่ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมได้รับจัดสรรจากกฎหมายว่าด้วย งบประมาณรายจ่ายหรือจากแหล่งทุนอื่นที่มิใช่เงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา ความเป็นเจ้าของ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และนวัตกรรม

    (๒) ในกรณีที่ทุนสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมได้รับจัดสรรจากเงินรายได้ ของสถาบันอุดมศึกษา ความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามข้อตกลง ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับผู้วิจัย เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

    (๓) ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐร่วมดำเนินการหรือร่วมกันให้ทุนสนับสนุนการวิจัย และการสร้างนวัตกรรมกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือหน่วยงานหรือบุคคลในภาคเอกชน ความเป็น เจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นให้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาร่วมดำเนินการหรือสัญญาร่วม ให้ทุน แล้วแต่กรณี

  21. ๑๘

    การให้บุคลากรหรือผู้เรียนไปทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมในสถาบันอุดมศึกษา ที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริม ความร่วมมือตามข้อ ๔

    (๒) แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าการไปทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรม ในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกันนั้น เป็นการปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากร หรือผู้เรียนนั้นสังกัดหรือศึกษาอยู่ แล้วแต่กรณี ผลการวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมตามวรรคหนึ่ง อาจนำมาใช้เป็นผลงานขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการหรือผลงานตามหลักสูตรในสถาบันอุดมศึกษา ที่บุคลากรหรือผู้เรียนนั้นสังกัดหรือศึกษาอยู่ได้ แล้วแต่กรณี

  22. ๑๙

    การใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันในเชิงพาณิชย์หรือ สาธารณประโยชน์ ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชนในโครงการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ และระเบียบสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ในโครงการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และข้อตกลงร่วมกัน ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอุดมศึกษาอาจร่วมมือกัน จัดตั้งนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนหรือบริษัทร่วมทุนเพื่อดำเนินกิจการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์

  23. หมวด ๔ ความร่วมมือในเรื่องอื่น ๆ

    1 มาตรา
  24. ๒๐

    ความร่วมมือในเรื่องอื่นตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) (๖) และ

    (๗) ระหว่างสถาบันอุดมศึกษา และระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานนั้น ๆ หรือตามโครงการส่งเสริม ความร่วมมือตามข้อ ๔

    (๒) แล้วแต่กรณี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  25. หมวด ๕ การใช้ทรัพยากรและการออกค่าใช้จ่ายร่วมกัน

    5 มาตรา
  26. ๒๑

    เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาซึ่งมีความร่วมมือกัน ตามกฎกระทรวงนี้ สถาบันอุดมศึกษาอาจจัดให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันในทุกด้าน การใช้ทรัพยากรร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการใช้ที่ดิน อาคาร สถานที่ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ ยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สาธารณูปโภค ตลอดจนสถานพยาบาล โรงแรม กิจการ การอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือทรัพยากรอื่น ของสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน

  27. ๒๒

    ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สถาบันอุดมศึกษาอาจออก ค่าใช้จ่ายร่วมกันเพื่อจัดให้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การประกันสุขภาพ และ การจัดสวัสดิการอื่นร่วมกันได้

  28. ๒๓

    ปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจจัดให้มี โครงการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาด้วยกัน หรือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มี ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เพื่อประโยชน์และเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรองราคากับผู้ประกอบการ ให้นำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่การจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้ โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

  29. ๒๔

    ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดจากการใช้ทรัพยากรร่วมกันหรือเกิดขึ้นต่อทรัพยากร ที่ใช้ร่วมกันนั้น ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ความรับผิดสำหรับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของทางราชการ

    (๒) การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาเอกชนด้วยกัน ความรับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นไป ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาด้วยกันเองหรือตามโครงการส่งเสริม ความร่วมมือตามข้อ ๔

    (๒) แล้วแต่กรณี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  30. ๒๕

    การออกค่าใช้จ่ายร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาเพื่อดำเนินการตามความร่วมมือกัน ตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาด้วยกันเองหรือตามโครงการ ส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔

    (๒) แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ โดยต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

  31. หมวด ๖ บทเบ็ดเตล็ด

    2 มาตรา
  32. ๒๖

    ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และความเห็น ต่อรัฐมนตรี คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือปลัดกระทรวง ในการส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษา ของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  33. ๒๗

    ให้สำนักงานปลัดกระทรวงมีหน้าที่ให้คำแนะนำ คำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะแก่ สถาบันอุดมศึกษาเพื่อปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ และอาจจัดทำมาตรการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใด ให้แก่สถาบันอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดทำความร่วมมือตามกฎกระทรวงนี้

  34. บทเฉพาะกาล

    1 มาตรา
  35. ๒๘

    บรรดาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บันทึกความเข้าใจ และข้อตกลงที่เรียกชื่ออย่างอื่น ของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันและมีผลใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงมี ผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดตามที่ได้ตกลงกันไว้ในบันทึกข้อตกลงนั้น ให้ไว้ ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้สถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชนอาจร่วมมือกันใน การจัดการศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม และในด้านอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนา ทรัพยากรบุคคลของประเทศ รวมถึงการใช้บุคลากรร่วมกัน การร่วมกันออกค่าใช้จ่าย การใช้ทรัพยากร ร่วมกัน หรือความร่วมมืออย่างอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10254ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNDA3NTM3YzktOTcxYS00ODI4LTgxMzAtZTJjODExYzlmZDAwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTgxIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcx4LiBLTEyLnBkZiJ9.LAi9IEQJ1R8D3XKwSZFnSqenIBuThzrshywK95ZsSwI11 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:f7d6d5785456708be1d9c908c0ece7296b468d76129b3ed7bff3a0be2ea02d17ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:18:39.684Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR