กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๙

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๙17 มาตราต้นฉบับ PDF · 9 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 66fd11c6… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๙ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้ยกเลิก

    (๑) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗

    (๒) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗

  2. ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงาน คณะสงฆ์และรัฐ สนองพระราชดำริเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยการเผยแผ่ ทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการ พระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้การสนับสนุน การศึกษาพระปริยัติธรรม ส่งเสริมพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนา และภารกิจอื่นตามที่กฎหมาย กำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ และกฎหมายว่าด้วยการศึกษาพระปริยัติธรรม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

    (๒) รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการในสมเด็จพระสังฆราช กิจการและการบริหารการปกครองคณะสงฆ์ รวมทั้งสนองพระราชดำริด้านงานพระพุทธศาสนา

    (๓) เสนอแนวทางการกำหนดนโยบาย มาตรการ และเสริมสร้างความร่วมมือจาก พุทธศาสนิกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา

    (๔) ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา

    (๕) ดูแล รักษา และจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง รวมทั้งพัฒนาระบบการจัดการ ศาสนสมบัติของวัด เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก

    (๖) พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา

    (๗) ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษาและการศึกษาพระปริยัติธรรม

    (๘) สนับสนุนและส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาโลก

    (๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานหรือตามที่ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

  3. ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ ก. ราชการบริหารส่วนกลาง

    (๑) สำนักงานผู้อำนวยการ

    (๒) กองกฎหมาย

    (๓) กองกิจการในสมเด็จพระสังฆราชและกิจการสนองพระราชดำริ

    (๔) กองพุทธศาสนศึกษา

    (๕) กองพุทธศาสนสถาน

    (๖) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน

    (๗) กองศาสนสมบัติกลาง

    (๘) กองส่งเสริมการจัดการศาสนสมบัติของวัด

    (๙) กองส่งเสริมพุทธมณฑลและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

    (๑๐) สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ข. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด

  4. ในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลัก ในการตรวจสอบการดำเนินงานภายในสำนักงานและสนับสนุนการปฏิบัติ งานของสำนักงาน รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของสำนักงาน

    (๒) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  5. ในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร เพื่อทำหน้าที่หลัก ในการพัฒนาการบริหารของสำนักงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรง ต่อผู้อำนวยการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่ผู้อำนวยการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ ภายในสำนักงาน

    (๒) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก

    (๓) ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่างๆ และหน่วยงานภายในสำนักงาน

    (๔) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  6. ในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้มี ศู นย์ปฏิบัติ การต่อต้านการทุจริต เพื่อทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสำนักงาน รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อ ผู้อำนวยการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแนะต่อผู้อำนวยการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของสำนักงาน ประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดและปิดโอกาสการทุจริต และประพฤติมิชอบ รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของสำนักงาน ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติและนโยบาย ของรัฐบาล เสนอต่อผู้อำนวยการ

    (๒) เร่งรัดและกำกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของส่วนราชการในสำนักงาน

    (๓) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรม ข้าราชการพลเรือน รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการฝ่าฝืนจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานงาน เร่งรัด และติดตามจนได้ข้อยุติ

    (๔) ติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ และจัดทำรายงานการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของสำนักงาน เสนอต่อผู้อำนวยการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    (๕) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  7. สำนักงานผู้อำนวยการมีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการทั่วไปของสำนักงาน และราชการอื่นที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ หน้าที่และอำนาจดังกล่าว ให้รวมถึง

    (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานบริหารทั่วไป งานช่วยอำนวยการ งานเลขานุการของสำนักงาน งานประสานราชการ งานสารบรรณของสำนักงาน และงานอนุรักษ์เอกสารหลักฐานสำคัญ

    (๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดระบบงานและการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน

    (๓) ดำเนินการเกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาและเผยแพร่กิจกรรมของสำนักงาน

    (๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่ และยานพาหนะของสำนักงาน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก

    (๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์

    (๖) ดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และร้องทุกข์ รวมทั้งการร้องเรียนและขอความเป็นธรรม ของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการของสำนักงาน

    (๗) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารกิจการและงานเลขานุการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ และพัฒนาพุทธมณฑล

    (๘) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  8. กองกฎหมายมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานกฎหมาย งานนิติกรรมและสัญญา ความรับผิดทางแพ่งและอาญา งานคดีปกครอง งานคดีอื่น และการบังคับคดี รวมทั้งให้คำปรึกษาและเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงาน ด้านกฎหมายที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน ตลอดจนดำเนินงานเกี่ยวกับงานเลขานุการ ของคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของสำนักงาน

    (๒) พัฒนา จัดทำ และปรับปรุงกฎหมายที่ อยู่ ในหน้าที่ และอำนาจของสำนักงาน หรือเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสำนักงาน

    (๓) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองพระพุทธศาสนา

    (๔) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  9. กองกิจการในสมเด็จพระสังฆราชและกิจการสนองพระราชดำริมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) รับสนองงานตามพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราชและพระกรณียกิจของสมเด็จพระสังฆราช

    (๒) รับสนองงานและดำเนินการตามพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านงานพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมและประสานการดำเนินงานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    (๓) จัดทำทะเบียนวัด มูลนิธิ สมาคม องค์กร และโครงการ ที่ทรงรับไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และดำเนินการเกี่ยวกับงานขอประทานพระอนุเคราะห์หรือพระอุปถัมภ์

    (๔) ประมวล จัดทำ และเผยแพร่ข้อมูลพระประวัติ พระกรณียกิจ พระโอวาท และพระคติธรรม ของสมเด็จพระสังฆราช

    (๕) รับเรื่อง ตรวจสอบ กลั่นกรอง และประมวลข้อมูลประกอบพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช

    (๖) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก

  10. ๑๐

    กองพุทธศาสนศึกษามีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุม ดูแลงานวิชาการพระพุทธศาสนา การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม และรับผิดชอบงานการศึกษาของคณะสงฆ์ และการศึกษาอื่น ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

    (๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำสื่อการเรียนการสอนด้านพระพุทธศาสนา วิเคราะห์ ทางวิชาการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นแหล่งความรู้ที่เป็นระบบและอ้างอิงได้

    (๓) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดทำระบบการประกันคุณภาพการศึกษาพระปริยัติธรรม

    (๔) สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาพระปริยัติธรรม รวมทั้ง การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการศึกษาพระปริยัติธรรม

    (๕) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  11. ๑๑

    กองพุทธศาสนสถานมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย การยุบเลิก และการขอ เปลี่ยนแปลงชื่อวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา การยกวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา การขอพระราชทานยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง และการจัดทำทะเบียนวัดและที่พักสงฆ์

    (๒) ส่งเสริมและพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ แหล่งภูมิปัญญา และแหล่งท่องเที่ยว ของชุมชน

    (๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการออกแบบก่อสร้างอาคารศาสนสถานและอาคารศาสนสมบัติ ทางพระพุทธศาสนาตามที่ได้รับมอบหมาย การบูรณปฏิสังขรณ์ และการจัดระเบียบของวัดและศาสนสถาน ทางพระพุทธศาสนา ให้รักษาไว้ซึ่งคุณค่าทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมทางศาสนา

    (๔) ดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดิน การขอออกหนังสือสำคัญที่ดิน และการตรวจสอบค้นคว้า หลักฐานที่ดินของวัด วัดร้าง และศาสนสมบัติกลาง

    (๕) ดำเนินการสงเคราะห์วัดที่ประสบวินาศภัย การยกเว้นภาษีอากรเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์วัด ที่ยกฐานะ และส่งเสริมฐานะเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา

    (๖) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  12. ๑๒

    กองยุทธศาสตร์และแผนงานมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานให้สอดคล้องกับนโยบาย และแผนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน

    (๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี การจัดสรรและการบริหาร รวมทั้งการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงานและโครงการของหน่วยงานในสังกัด เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก

    (๓) ศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กระทบต่อพระพุทธศาสนา เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์ มาตรการ แนวทางดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา รวมทั้งการคุ้มครองพระพุทธศาสนา

    (๔) จัดทำแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล พัฒนาระบบงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ รวมทั้ งบริหารจัดการและให้บริการโครงสร้างพื้ นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร ของสำนักงาน ตลอดจนเป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านพระพุทธศาสนา พัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ และให้บริการข้อมูลสารสนเทศของสำนักงานแก่ประชาชน

    (๕) พัฒนาระบบ มาตรการ กลไก และเครือข่ายในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา

    (๖) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  13. ๑๓

    กองศาสนสมบัติกลางมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ศึกษา วิเคราะห์ วางระบบ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการจัดประโยชน์ และพัฒนารายได้ศาสนสมบัติกลางและวัดร้างให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม

    (๒) จัดทำทะเบียน ดูแล รักษา และจัดการศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง และทำหน้าที่เป็น สำนักงานทะเบียนทรัพย์สินของศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง

    (๓) ดำเนินการจัดเก็บรายได้และรักษาผลประโยชน์ของศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง

    (๔) รวบรวมข้อมูลในการจัดทำงบประมาณและจัดหารายได้ให้เป็นไปตามงบประมาณ ศาสนสมบัติกลางประจำปี

    (๕) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  14. ๑๔

    กองส่งเสริมการจัดการศาสนสมบัติของวัดมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแนะนโยบายและมาตรการเกี่ ยวกับการบริหารจัดการศาสนสมบัติ ของวัด ที่มีพระภิกษุอยู่อาศัยต่อมหาเถรสมาคม

    (๒) ศึกษา วิเคราะห์ วางระบบ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการจัดประโยชน์ และพัฒนารายได้ของวัด ตลอดจนการจัดการทรัพย์สิน ระบบการเงิน และบัญชีของวัด

    (๓) ดำเนินการจัดการทรัพย์สิน จัดประโยชน์ จัดเก็บรายได้ และรักษาผลประโยชน์ของศาสนสมบัติ ของวัดที่มีพระภิกษุอยู่อาศัยตามที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนวัด รวมทั้งส่งเสริมและกำกับดูแล การจัดการศาสนสมบัติของวัด และจัดการทรัพย์สิน ระบบการเงิน และบัญชีของวัด

    (๔) กำหนดมาตรฐานการดำเนินงานด้านการเงิน บัญชี และการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด

    (๕) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก

  15. ๑๕

    กองส่งเสริมพุทธมณฑลและการเผยแผ่พระพุทธศาสนามีหน้าที่ และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ส่งเสริม สนับสนุน จัด และประสานการดำเนินการเพื่อพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลาง ทางพระพุทธศาสนา

    (๒) เสนอแนะนโยบาย แผนแม่บท และยุทธศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมทั้ง ติดตามประเมินผล

    (๓) ศึกษาและพัฒนารูปแบบและวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่งเสริมและสนับสนุนคณะสงฆ์ องค์กรภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาชนในการดำเนินงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรเผยแผ่พระพุทธศาสนา

    (๔) ประสานงานและสนับสนุนวัดไทยในต่างประเทศและคณะสงฆ์ไทยที่ไปปฏิบัติศาสนกิจ ในต่างประเทศ รวมทั้งถวายการสนับสนุนพระภิกษุชาวต่างประเทศที่มาศึกษาและปฏิบัติธรรม ในประเทศไทย ตลอดจนดำเนินการเกี่ยวกับงานพุทธศาสนสัมพันธ์และประสานงานกับองค์การ หรือหน่วยงานต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศด้านพระพุทธศาสนา

    (๕) บริหารจัดการหอสมุดพระพุทธศาสนาและพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนา

    (๖) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  16. ๑๖

    สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) รับสนองงานของมหาเถรสมาคมและคณะกรรมการที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้ง

    (๒) รับสนองงานด้านการบริหารการปกครองคณะสงฆ์ การขอพระราชทานสมณศักดิ์ การถวายนิตยภัต และการจัดทำทะเบียนประวัติพระสมณศักดิ์ พระสังฆาธิการ และพระภิกษุ

    (๓) จัดและสนับสนุนการศึกษาอบรมพระสังฆาธิการ

    (๔) บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความรู้ ผลงานวิจัย และวิชาการทางพระพุทธศาสนา แก่พระสังฆาธิการ

    (๕) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

  17. ๑๗

    สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนา และรับสนองงาน ประสานงาน สนับสนุนกิจการ และการบริหารการปกครองคณะสงฆ์ ตลอดจนดำเนินการตามนโยบายและมาตรการในการส่งเสริม และคุ้มครองพระพุทธศาสนาในระดับจังหวัด

    (๒) ศึกษา วิเคราะห์ และรายงานข้อมูลสารสนเทศด้านพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ เพื่อกำหนดนโยบายในระดับจังหวัด รวมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไข เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก

    (๓) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบาย แผนงาน และโครงการของหน่วยงาน ในความดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด รวมทั้ งรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

    (๔) ส่งเสริม สนับสนุน ให้คำปรึกษา และกำกับดูแลการจัดการระบบการเงินและบัญชี ของวัด การบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด รวมทั้งการประเมินผลและบูรณาการการตรวจสอบร่วมกับ หน่วยงานราชการในจังหวัด

    (๕) จัดการ ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา ศาสนสมบัติกลาง และวัดร้างในจังหวัด

    (๖) ส่งเสริมและสนับสนุนให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแหล่งภูมิปัญญาของชุมชน รวมทั้งส่งเสริมให้มีศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในจังหวัด

    (๗) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และด้านพุทธศาสนศึกษา รวมทั้งดูแลและควบคุมมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาพระปริยัติธรรมในสังกัดภายในจังหวัด และพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนา

    (๘) ส่งเสริมและประสานการดำเนินงานในการปฏิบัติศาสนพิธีและกิจกรรมในวันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนาในจังหวัด

    (๙) ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการเกี่ยวกับเครือข่ายในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา ในระดับจังหวัด

    (๑๐) ปฏิบัติ งานตามกฎหมายในความรับผิดชอบของสำนักงานซึ่ งกำหนดให้เป็นหน้าที่ และอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย

    (๑๑) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ ยวข้อง หรือที่ผู้อำนวยการมอบหมาย ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔๕ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ รวมทั้ งหน้าที่ และอำนาจของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่ อให้สอดคล้องกับภารกิจที่ เพิ่ มขึ้น และเหมาะสมกับสภาพของงานที่ เปลี่ ยนแปลงไปอันจะทำให้การปฏิบัติ ภารกิจตามหน้าที่ และอำนาจ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/17522ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZWQwYjFiN2QtNjljYy00M2M4LWI2NjUtMDEzYjBjN2JjN2NmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKMwMDM4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY5LTQ14LiBLTYucGRmIn0.w_vngLzqhHTs-waod8xPqECTy_7RwFoz2CnZr0GezC89 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:66fd11c65b8c478d7470c00831909415ab2967b1c7280b04296899c3a5e90f36ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:42:23.438Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR