กฎกระทรวงการดำเนินการด้านความปลอดภัยของผู้รับใบอนุญาตกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๗
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 a3e9ead5… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ปรารภ
เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก กฎกระทรวง การดำเนินการด้านความปลอดภัยของผู้รับใบอนุญาต กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘ (๑๘) และมาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
ในกฎกระทรวงนี้ “เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี” หมายความว่า เหตุการณ์ไม่ปกติซึ่งมีความเสี่ยงอันตราย หรือมีผลกระทบทางรังสีต่อสุขภาพ ชีวิต ทรัพย์สินหรือสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในหรือ นอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสี หรือในระหว่างการขนส่ง และจำเป็นต้องแก้ไข โดยฉับพลันทันด่วน “แผนป้องกันอันตรายจากรังสี” หมายความว่า แผนตามมาตรา ๑๐๐ ที่จัดทำโดยผู้รับใบอนุญาต ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ โครงสร้าง ผู้ปฏิบัติงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และการประสานงาน ในการตอบสนองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างมีประสิทธิภาพ “แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี” หมายความว่า แผนสนับสนุนตามมาตรา ๑๐๑ เพื่อประโยชน์ในการระงับเหตุในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ที่มีลักษณะหรือขยายขอบเขต เป็นความเสียหายสาธารณะ “ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์และรังสี “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า เจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ เจ้าหน้าที่สถานประกอบการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก “ผลกระทบทางรังสีที่เห็นผลชัดเจน” (deterministic effect) หมายความว่า ผลของรังสี ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับปริมาณรังสีเกินขีดเริ่มเปลี่ยน และจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อร่างกายได้รับ ปริมาณรังสีมากขึ้น “ผลกระทบทางรังสีที่เห็นผลไม่ชัดเจน” (stochastic effect) หมายความว่า ผลของรังสี ที่เกิดขึ้นแบบสุ่มซึ่งคาดคะเนจากข้อมูลทางสถิติของผู้ได้รับรังสี โดยโอกาสเกิดผลของรังสีจะเป็นสัดส่วน โดยตรงกับปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับ แต่ความรุนแรงจากผลของรังสีไม่ขึ้นกับปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับ
- ๒
เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีมี ๔ ระดับ ดังต่อไปนี้
(๑) เหตุแจ้งเตือน ได้แก่ เหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน อย่างมีนัยสำคัญ โดยต้องมีการแจ้งหน่วยงานตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่เกี่ยวข้อง ภายในสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมและอาจเข้าตอบสนองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ และรังสีตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันที
(๒) เหตุฉุกเฉินในพื้นที่ปฏิบัติงานทางนิวเคลียร์และรังสี ได้แก่ เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ และรังสีที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานกับต้นกำเนิดรังสี ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในสถานประกอบการ
(๓) เหตุฉุกเฉินในพื้นที่ตั้งสถานประกอบการ ได้แก่ เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ที่เกิดขึ้นจากต้นกำเนิดรังสี และอยู่ในขอบเขตภายในสถานประกอบการ
(๔) เหตุฉุกเฉินสาธารณะ ได้แก่ เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่เกิดขึ้นจากต้นกำเนิดรังสี จนทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ชีวิต ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
- ๓
ผู้รับใบอนุญาตซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับนิวเคลียร์และรังสี ให้มีหน้าที่ปฏิบัติ ตามกฎกระทรวงนี้ โดยแบ่งเป็น ๔ จำพวก ดังต่อไปนี้
(๑) จำพวกที่ ๑ ได้แก่
(ก) การดำเนินการสถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกำลังเกิน ๑๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)
(ข) การดำเนินการสถานที่จัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่เพิ่งนำออกจากแกน เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ซึ่งมีค่ากัมมันตภาพจากซีเซียม ๑๓๗ เกิน ๐.๑ เอกซะเบ็กเคอเรล
(ค) การดำเนินการสถานประกอบการอื่นที่มีวัสดุกัมมันตรังสีซึ่ งมีผลรวมของค่ากัมมันตภาพ ต่อค่าความเป็นอันตราย (A/D) เกิน ๑๐,๐๐๐ ทั้งนี้ ค่าความเป็นอันตราย ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี
(๒) จำพวกที่ ๒ ได้แก่
(ก) การดำเนินการสถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกำลังเกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน) แต่ไม่เกิน ๑๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)
(ข) การดำเนินการสถานที่จัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่เพิ่งนำออกจากแกน เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ซึ่งจำเป็นต้องระบายความร้อนตลอดเวลา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก
(ค) การดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อื่นที่อาจเกิดภาวะวิกฤติซึ่งควบคุมไม่ได้ อันทำให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งหมดในระยะ ๐.๕ กิโลเมตร
(ง) การดำเนินการสถานประกอบการอื่นที่มีวัสดุกัมมันตรังสีซึ่งมีผลรวมของค่ากัมมันตภาพ ต่อค่าความเป็นอันตราย (A/D) เกิน ๑๐๐ ทั้งนี้ ค่าความเป็นอันตราย ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี
(๓) จำพวกที่ ๓ ได้แก่
(ก) การดำเนินการสถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกำลังไม่เกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน)
(ข) การดำเนินการสถานประกอบการอื่นที่อาจก่อให้เกิดอัตราปริมาณรังสีต่อร่างกาย โดยตรงเกิน ๑๐๐ มิลลิเกรย์ต่อชั่วโมง ที่ระยะ ๑ เมตร หากเสียวัสดุกำบังไป
(ค) การดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อื่นที่อาจเกิดภาวะวิกฤติซึ่งควบคุมไม่ได้ อันทำให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งหมดในระยะ ๐.๕ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(ง) การดำเนินการสถานประกอบการอื่นที่มีวัสดุกัมมันตรังสีซึ่งมีผลรวมของค่ากัมมันตภาพ ต่อค่าความเป็นอันตราย (A/D) เกิน ๐.๑ ทั้งนี้ ค่าความเป็นอันตราย ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี
(๔) จำพวกที่ ๔ ได้แก่
(ก) การดำเนินการการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีที่อาจก่อให้เกิดอัตราปริมาณรังสี ต่อร่างกายโดยตรงเกิน ๑ มิลลิเกรย์ต่อชั่วโมง ที่ระยะ ๑ เมตร หากเสียวัสดุกำบังไป
(ข) การดำเนินการการครอบครองหรือใช้หรือการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีซึ่งมีผลรวม ของค่ากัมมันตภาพต่อค่าความเป็นอันตราย (A/D) เกิน ๐.๐๑ ทั้งนี้ ค่าความเป็นอันตราย ให้เป็นไป ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี
- ๔
แผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องจัดทำ อย่างน้อย ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) การประเมินความเสี่ยงและระดับความรุนแรงกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๒) โครงสร้างองค์กรและหน้าที่ความรับผิดชอบกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๓) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๔) ขั้นตอนการตอบสนองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๕) การยุติเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีและการฟื้นฟูสู่สภาวะปกติ
(๖) แนวทางการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี แผนป้องกันอันตรายจากรังสีตามวรรคหนึ่ง ต้องสอดคล้องกับผลการประเมินความเสี่ยง ที่อาจก่อให้เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยคำนึงถึงระดับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก ในข้อ ๒ และครอบคลุมถึงผลกระทบทางรังสีที่เห็นผลชัดเจนและที่เห็นผลไม่ชัดเจนของผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไป
- ๕
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๑ ตามข้อ ๓
(๑) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีทุกระดับตามข้อ ๒ และต้องกำหนดมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีด้วย
(๑) มาตรการป้องกันเร่งด่วนที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า (precautionary urgent protective action) เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงจากผลกระทบทางรังสี ก่อนหรือทันทีที่เกิดการแพร่กระจาย ของวัสดุกัมมันตรังสีจากสถานประกอบการ
(๒) มาตรการป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action) เพื่อนำมาใช้ดำเนินการ อย่างทันท่วงทีภายในไม่กี่ชั่วโมงแต่ไม่เกินหนึ่งวันภายหลังจากเกิดการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสี จากสถานประกอบการ สำหรับการอพยพ การหลบภัย การป้องกันอันตรายจากรังสีต่อบุคคล การขจัดการปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีบนผิวหนังของบุคคล การรับประทานไอโอดีนเสถียร การป้องกัน การปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีในอาหารและน้ำประปา การจัดการทางการแพทย์ และการป้องกัน การปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีจากการค้าขายระหว่างประเทศ
- ๖
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๑ ตามข้อ ๓
(๑) ต้องกำหนดเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้ เพื่อประโยชน์ในการรองรับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๑) เขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้า (precautionary action zone หรือ PAZ) สำหรับ การมีมาตรการป้องกันเร่งด่วนที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า (precautionary urgent protective action) ซึ่งมีรัศมีไม่เกิน ๕ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ และอยู่ภายในเขตป้องกันเร่งด่วน
(๒) เขตป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action planning zone หรือ UPZ) สำหรับการดำเนินการตามมาตรการป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action) ได้ทันที ซึ่งมีรัศมี ไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ และอยู่ถัดจากเขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้า
(๓) เขตป้องกันระยะยาว (extended planning distance หรือ EPD) สำหรับเตรียมการ รองรับผลกระทบทางรังสี นอกเหนือจากเขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้าและเขตป้องกันเร่งด่วนอยู่ภายใน เขตป้องกันการบริโภคและโภคภัณฑ์ ซึ่งมีรัศมีไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๔) เขตป้องกันการบริโภคและโภคภัณฑ์ (ingestion and commodities planning distance หรือ ICPD) สำหรับปกป้องห่วงโซ่อาหาร น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคจากการปนเปื้อน ด้วยวัสดุกัมมันตรังสีอย่างมีนัยสำคัญและป้องกันประชาชนจากการบริโภคอาหารและน้ำดื่ม การใช้เครื่องอุปโภคที่อาจมีการปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ซึ่งมีรัศมีไม่เกิน ๓๐๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก
- ๗
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๒ ตามข้อ ๓
(๒) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีทุกระดับตามข้อ ๒ และต้องกำหนดมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติม ตามข้อ ๕ (๑) และ
(๒) ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีด้วย
- ๘
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๒ ตามข้อ ๓
(๒) ต้องกำหนดเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้ เพื่อประโยชน์ในการรองรับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๑) เขตป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action planning zone หรือ UPZ) ตามข้อ ๖
(๒) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๒) เขตป้องกันระยะยาว (extended planning distance หรือ EPD) ตามข้อ ๖
(๓) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๕๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๓) เขตป้องกันการบริโภคและโภคภัณฑ์ (ingestion and commodities planning distance หรือ ICPD) ตามข้อ ๖
(๔) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
- ๙
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๓ ตามข้อ ๓
(๓) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมระดับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีตามข้อ ๒ (๑) และ
(๒) และต้องกำหนด มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมตามข้อ ๕
(๒) ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีด้วย
- ๑๐
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๔ ตามข้อ ๓
(๔) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมระดับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีตามข้อ ๒ (๑)
- ๑๑
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องดำเนินการ ตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่จัดทำขึ้น ตามควรแก่กรณี ตามระดับความรุนแรงของเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสี จนกระทั่งเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสียุติลง กรณีที่เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีมีลักษณะหรือขยายขอบเขตเป็นความเสียหายสาธารณะ การดำเนินการตามแผนการป้องกันอันตรายจากรังสีต้องสอดรับกับแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่แจ้งเหตุและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- ๑๒
ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ และรังสี หรือจัดให้มีหน่วยงานในสถานประกอบการเพื่อทำหน้าที่ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสีตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ผู้ปฏิบัติงานหรือหน่วยงานตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับการฝึกอบรมและฝึกซ้อมเกี่ยวกับ การตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างสม่ำเสมอ
- ๑๓
การปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ต้องเป็นไป ตามหลักการปฏิบัติงานโดยได้รับรังสีน้อยที่สุด ซึ่งจะต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิซีเวิร์ต เว้นแต่ เป็นการปฏิบัติเพื่อรักษาชีวิตของผู้ประสบภัยต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิซีเวิร์ต เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี หรือสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรเป็นผู้ปฏิบัติงาน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
- ๑๔
ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมและฝึกซ้อมการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสีตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีแก่ผู้ปฏิบัติงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ และรังสี หรือหน่วยงานในสถานประกอบการ โดยในการฝึกอบรมและการฝึกซ้อมอาจจัดให้มีการฝึกซ้อม แผนบนโต๊ะ (tabletop exercise) หรือการฝึกอบรมและการฝึกซ้อมแผนภาคสนามก็ได้ และต้องแจ้ง การดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- ๑๕
ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ
(๓) ต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมการตอบสนอง เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีในระดับสูงสุดตามผลการประเมิน ความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และต้องมีการทบทวนแผนป้องกันอันตราย จากรังสีอย่างน้อยทุกห้าปี และต้องแจ้งผลการฝึกซ้อมและผลการทบทวนแผนดังกล่าวให้สำนักงาน ทราบด้วย
- ๑๖
ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีในระหว่างการขนส่ง ให้ผู้รับใบอนุญาต เกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์และรังสีดำเนินการแก้ไขเหตุดังกล่าวตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะกระทำได้
- ๑๗
ผู้รับใบอนุญาตซึ่งได้รับใบอนุญาตอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘
(๑๘) และมาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ทั้งใน กรณีมีเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่เกิดขึ้นในหรือนอกสถานประกอบการ หรือในระหว่างการขนส่ง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10256ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNDU5MGRjZTktYjg5Zi00NGQ3LWE2NTgtMDFkMmQ4NGE5NWQwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJ4wMDE4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcx4LiBLTI5LnBkZiJ9.-kB6J6B8HL4GsooDMMboIYE_vDJ1b8sTIoKAgg45qJk7 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:a3e9ead5a8c7fd81e71a3a3045fff43643ed09f952467d3173915e1499718490ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:18:47.170Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR