กฎกระทรวงการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๔54 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 13 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 2c6776b4… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๔–๔๗ · 44 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ บททั่วไปมาตรา ๑๙–๒๐ · 2 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ การเสนอโครงการมาตรา ๒๑–๒๓ · 3 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การคัดเลือกเอกชนมาตรา ๒๔–๓๖ · 13 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ การบริหารสัญญา การกำกับดูแล และติดตามผลมาตรา ๓๗–๔๐ · 4 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การแก้ไขสัญญาและการทำสัญญาใหม่มาตรา ๔๑–๔๗ · 7 มาตรา
  7. หมวด ๕ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามข้อผูกพันระหว่างประเทศมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา
  8. บทเฉพาะกาลมาตรา ๕๓–๕๔ · 2 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๔ กฎกระทรวง การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้ยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “การจัดหาประโยชน์” หมายความว่า การนำที่ราชพัสดุไปใช้ประโยชน์ในทางที่เกิดรายได้ และหมายความรวมถึงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัด สวัสดิการภายในส่วนราชการ “สัญญาต่างตอบแทนอื่น” หมายความว่า สัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือจากสัญญาเช่า “กิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ” หมายความว่า กิจการเกี่ยวกับ โครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน “เอกชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมธนารักษ์

  3. กฎกระทรวงนี้ไม่ใช้บังคับแก่การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุในกิจการเกี่ยวกับ โครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะที่มีมูลค่าโครงการตั้งแต่ห้าพันล้านบาทขึ้นไปหรือมูลค่าที่กำหนด เพิ่มขึ้นโดยกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ทั้งนี้ ไม่ว่าที่ราชพัสดุจะมีราคาเกินห้าร้อยล้านบาทหรือไม่ การคำนวณมูลค่าโครงการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๕

  4. หมวด ๑ บททั่วไป

    15 มาตรา
  5. การคำนวณราคาที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามราคาประเมินตามกฎหมายว่าด้วยการประเมิน ราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ

  6. การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ ให้กรมธนารักษ์ทำเป็นสัญญาเช่าหรือสัญญา ต่างตอบแทนอื่น การกำหนดขอบเขตและรายละเอียดมาตรฐานของการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ และ แบบสัญญาเช่าหรือแบบสัญญาต่างตอบแทนอื่น ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบ ของปลัดกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ให้กรมธนารักษ์ส่งขอบเขตและรายละเอียดมาตรฐานของการจัดหา ประโยชน์ที่ราชพัสดุ หรือแบบสัญญาเช่าหรือแบบสัญญาต่างตอบแทนอื่น ให้สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจพิจารณาก่อนเสนอปลัดกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ ในกรณีใดที่ขอบเขตและรายละเอียดมาตรฐานของการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุหรือ ร่างสัญญาเช่าหรือร่างสัญญาต่างตอบแทนอื่น แตกต่างไปในสาระสำคัญจากมาตรฐานหรือแบบที่อธิบดี กำหนดโดยความเห็นชอบของปลัดกระทรวงการคลังตามวรรคสอง ให้กรมธนารักษ์ส่งขอบเขตและ รายละเอียดมาตรฐานของการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ หรือร่างสัญญาเช่าหรือร่างสัญญาต่างตอบแทนอื่น ในกรณีนั้นให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อนเสนอปลัดกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ

  7. กรมธนารักษ์สามารถนำที่ราชพัสดุมาจัดหาประโยชน์ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ที่ราชพัสดุที่ยังไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ในทางราชการของส่วนราชการหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

    (๒) ที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นยังไม่ได้ใช้ประโยชน์

  8. ที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามข้อ ๖

    (๒) กรมธนารักษ์จะนำมาจัดหาประโยชน์ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ครอบครองที่ราชพัสดุนั้น แจ้งความประสงค์ เป็นหนังสือให้กรมธนารักษ์ดำเนินการจัดหาประโยชน์

    (๒) กรมธนารักษ์ประสงค์จะจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุแปลงนั้นด้วยตนเอง โดยให้กรมธนารักษ์ แจ้งแผนการจัดหาประโยชน์ให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ครอบครองที่ราชพัสดุทราบ หากส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีแผนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ ให้แจ้งกรมธนารักษ์ ทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากกรมธนารักษ์ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว กรมธนารักษ์ไม่ได้รับแจ้ง ให้ดำเนินการต่อไปได้ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๖ เมื่อกรมธนารักษ์ได้รับแจ้งจากส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในหกสิบวัน ตาม

    (๒) แล้ว แต่เห็นว่าแผนการจัดหาประโยชน์ของกรมธนารักษ์มีความเหมาะสมหรือก่อให้เกิด ประโยชน์แก่ทางราชการมากกว่า ให้กรมธนารักษ์เสนอปลัดกระทรวงการคลังพิจารณา เมื่อปลัดกระทรวงการคลังวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วให้ปฏิบัติไปตามนั้น

  9. ที่ราชพัสดุที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐได้จากการบริจาค โดยผู้บริจาค แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือโดยชัดแจ้งว่าให้นำไปจัดหาประโยชน์และนำรายได้หรือผลประโยชน์นั้น ไปใช้ในกิจการของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐได้ ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐดังกล่าว นำที่ราชพัสดุนั้นไปจัดหาประโยชน์และนำรายได้หรือผลประโยชน์ไปใช้ในกิจการของส่วนราชการหรือ หน่วยงานของรัฐนั้นได้ตามความประสงค์ของผู้บริจาค โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน การจัดหาประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการหรือหน่วยงาน ของรัฐนั้น

  10. การทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้มีกำหนดระยะเวลาเช่าไม่เกินสามสิบปี เว้นแต่ เป็นสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่กำหนดระยะเวลาเช่าไว้เกินสามสิบปี ต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐมนตรีก่อน

  11. ๑๐

    การกำหนดค่าเช่าหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นจะต้องไม่น้อยกว่าอัตราที่ได้รับ ความเห็นชอบจากอธิบดี เว้นแต่กรณีตามหมวด 3 การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกินห้าร้อยล้านบาท จากเอกชน การกำหนดค่าเช่าหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นจะต้องไม่น้อยกว่าอัตราที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการที่ราชพัสดุ

  12. ๑๑

    กรณีสัญญาเช่าระงับเพราะเหตุผู้เช่าตาย กรมธนารักษ์จะพิจารณาจัดให้ทายาท คนหนึ่งคนใดของผู้ตายเป็นผู้เช่าแทนตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ก็ได้ตามที่อธิบดีกำหนด

  13. ๑๒

    การปลูกสร้างอาคารเพื่อยกกรรมสิทธิ์ให้แก่กระทรวงการคลังต้องใช้แบบแปลน การก่อสร้างอาคารตามที่อธิบดีกำหนดหรือเห็นชอบ

  14. ๑๓

    ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้หรือในกรณีที่มีปัญหาไม่อาจ ตกลงกันได้เกี่ยวกับการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวงนี้ ให้กรมธนารักษ์เสนอ ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณา เว้นแต่กรณีตามหมวด 3 การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกิน ห้าร้อยล้านบาทจากเอกชน ให้กรมธนารักษ์เสนอคณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณา เมื่อปลัดกระทรวงการคลังหรือคณะกรรมการที่ราชพัสดุ แล้วแต่กรณี วินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว ให้ปฏิบัติไปตามนั้น เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๗ หมวด 2 การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาไม่เกินห้าร้อยล้านบาทจากเอกชน

  15. ๑๔

    บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับแก่การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาไม่เกิน ห้าร้อยล้านบาทจากเอกชน

  16. ๑๕

    ในการคัดเลือกเอกชนเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามหมวดนี้ ทั้งกรณีที่เป็น การทำสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่น ให้ใช้วิธีประมูล เว้นแต่เป็นกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ ๑6 หรือข้อ ๑7 จะกระทำโดยไม่ใช้วิธีประมูลก็ได้ วิธีการคัดเลือกเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

  17. ๑๖

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุโดยการทำสัญญาเช่า ในกรณีดังต่อไปนี้ จะกระทำ โดยไม่ใช้วิธีประมูลก็ได้

    (๑) การจัดให้เอกชนทำสัญญาเช่าที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีเนื้อที่ไม่เกิน หนึ่งร้อยตารางวา และมีราคาไม่เกินตารางวาละห้าหมื่นบาท

    (๒) การจัดให้เอกชนทำสัญญาเช่าที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุเพื่อใช้ประกอบการเกษตร ซึ่งมีเนื้อที่ ไม่เกินสิบห้าไร่ และมีราคาไม่เกินไร่ละห้าแสนบาท

    (๓) การจัดให้องค์กรสาธารณประโยชน์หรือองค์กรสาธารณกุศลทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อใช้ ในกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์หรือสาธารณกุศลที่ไม่ได้มุ่งหากำไร

    (๔) การจัดให้ข้าราชการทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุตามโครงการสงเคราะห์ข้าราชการหรือ สวัสดิการของข้าราชการ ซึ่งมีเนื้อที่รายละไม่เกินหนึ่งร้อยตารางวา

    (๕) การจัดให้คณะกรรมการสวัสดิการภายในส่วนราชการทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อจัดสวัสดิการ ในเชิงธุรกิจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ

    (๖) การจัดให้องค์กรคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อใช้ดำเนินภารกิจขององค์กรคนพิการ

    (๗) การจัดให้เจ้าของที่ดินที่อยู่ติดกับที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุทำสัญญาเช่าที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุ โดยที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุนั้นมีขนาดหรือเนื้อที่ไม่เพียงพอที่จะปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น

    (๘) กรณีอื่นที่ปลัดกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะกระทำโดยใช้วิธีประมูล

  18. ๑๗

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุโดยการทำสัญญาต่างตอบแทนอื่น ในกรณีดังต่อไปนี้ จะกระทำโดยไม่ใช้วิธีประมูลก็ได้

    (๑) การจัดให้เอกชนทำสัญญาต่างตอบแทนอื่นเพื่อใช้ทำสาธารณูปโภค สาธารณูปการ หรือ การปรับปรุงภูมิทัศน์ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๘

    (๒) การจัดให้เอกชนซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ขอรับสัมปทานจากส่วนราชการหรือหน่วยงาน ของรัฐทำสัญญาต่างตอบแทนอื่น เช่น กิจการระเบิดและย่อยหิน กิจการเหมืองแร่ กิจการดูดทราย การทำบ่อดินลูกรัง

    (๓) กรณีอื่นที่ปลัดกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะกระทำโดยใช้วิธีประมูล

  19. ๑๘

    การบริหารสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่น ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด หมวด 3 การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกินห้าร้อยล้านบาทจากเอกชน

  20. ส่วนที่ ๑ บททั่วไป

    2 มาตรา
  21. ๑๙

    บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับแก่การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกิน ห้าร้อยล้านบาทจากเอกชน

  22. ๒๐

    ในหมวดนี้ “โครงการ” หมายความว่า โครงการจัดหาประโยชน์จากเอกชนซึ่งมีราคาที่ราชพัสดุเกิน ห้าร้อยล้านบาท “หน่วยงานเจ้าของโครงการ” หมายความว่า กรมธนารักษ์หรือส่วนราชการที่ได้รับมอบอำนาจ ให้นำที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์

  23. ส่วนที่ ๒ การเสนอโครงการ

    3 มาตรา
  24. ๒๑

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุอาจกระทำได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) การจัดหาประโยชน์ที่มีการกำหนดการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะในที่ราชพัสดุ

    (๒) การจัดหาประโยชน์ที่ยังไม่มีการกำหนดการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะในที่ราชพัสดุ

  25. ๒๒

    ในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามข้อ 21 ให้กรมธนารักษ์ศึกษาและวิเคราะห์ ความเหมาะสมเบื้องต้นเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการมากที่สุด

  26. ๒๓

    ในการเสนอโครงการเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ ให้กรมธนารักษ์หรือส่วนราชการ ที่ได้รับมอบอำนาจให้นำที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์จัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ เสนอต่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการก่อนดำเนินการ รายงาน ดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    (๑) วัตถุประสงค์ในการจัดหาประโยชน์

    (๒) ความเป็นมาของที่ราชพัสดุ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๙

    (๓) สภาพและที่ตั้งของที่ราชพัสดุ

    (๔) ข้อกำหนดและข้อจำกัดของการใช้ประโยชน์ตามกฎหมาย

    (๕) ราคาประเมินที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุหรือราคาประเมินอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุ

    (๖) สาระสำคัญของการจัดหาประโยชน์ ระยะเวลาการจัดหาประโยชน์ การได้กรรมสิทธิ์ ในอสังหาริมทรัพย์ และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้จากการจัดหาประโยชน์

    (๗) อัตราค่าเช่าตามปกติในท้องตลาด อัตราผลตอบแทนที่ทางราชการควรได้รับ และ ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ทางราชการจะได้รับ

    (๘) วิธีการคัดเลือกเอกชน ทั้งนี้ ในกรณีที่เห็นว่าการคัดเลือกเอกชนโดยใช้วิธีประมูลจะไม่ได้ผลดี หรือไม่ควรกระทำโดยใช้วิธีประมูล ให้ระบุเหตุผลและความจำเป็น ข้อดีและข้อเสีย และประโยชน์ ที่ทางราชการและประชาชนจะได้รับจากวิธีการคัดเลือกเอกชนตามที่เสนอ

    (๙) ข้อมูลอื่น ๆ ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ในกรณีที่โครงการที่จะเสนอเป็นโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะและ เป็นโครงการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนเป็นส่วนรวม ให้กรมธนารักษ์หรือส่วนราชการ ที่ได้รับมอบอำนาจให้นำที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนประกอบการพิจารณา ของคณะกรรมการที่ราชพัสดุเพิ่มเติมด้วย ในกรณีที่โครงการที่จะเสนอเป็นการจัดหาประโยชน์ที่มีการกำหนดการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะ ในที่ราชพัสดุ ให้กรมธนารักษ์หรือส่วนราชการที่ได้รับมอบอำนาจให้นำที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์ จัดทำรายงานผลการประเมินความสนใจของภาคเอกชนประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการที่ราชพัสดุ เพิ่มเติมด้วย ในกรณีที่โครงการที่จะเสนอเป็นการจัดหาประโยชน์ที่ยังไม่มีการกำหนดการใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในที่ราชพัสดุ ให้กรมธนารักษ์เสนอทางเลือกในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุและ ผลการศึกษาและวิเคราะห์ความเหมาะสมเบื้องต้นในการจัดหาประโยชน์ตามข้อ ๒2 ประกอบการพิจารณา ของคณะกรรมการที่ราชพัสดุเพิ่มเติมด้วย เมื่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่า กรมธนารักษ์หรือส่วนราชการที่ได้รับมอบอำนาจให้นำที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์เป็นหน่วยงานเจ้าของ โครงการนั้น และให้ดำเนินการต่อไปได้

  27. ส่วนที่ ๓ การคัดเลือกเอกชน

    13 มาตรา
  28. ๒๔

    ในการคัดเลือกเอกชนจะต้องใช้วิธีประมูล เว้นแต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุ เห็นสมควรให้ใช้วิธีการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลตามข้อ 33 เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๐ วิธีการคัดเลือกเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

  29. ๒๕

    การคัดเลือกเอกชนโดยใช้วิธีประมูล เมื่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ โครงการแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงาน อัยการสูงสุด และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโครงการที่จะจัดหาประโยชน์จำนวน ไม่เกินสองคน เป็นกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ และเลขานุการ ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ใช่กรมธนารักษ์ ให้ผู้แทนกรมธนารักษ์เป็นกรรมการ แทนผู้แทนกระทรวงการคลัง

  30. ๒๖

    ให้นำความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาใช้บังคับ แก่การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคัดเลือกด้วยโดยอนุโลม ในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้มี การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการคัดเลือกประกอบด้วยกรรมการเท่าที่ เหลืออยู่

  31. ๒๗

    ให้คณะกรรมการคัดเลือกมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ตรวจพิจารณาร่างประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ ร่างเอกสารสำหรับ การคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญา

    (๒) พิจารณาคัดเลือกเอกชนผู้เข้าร่วมโครงการ (3) เจรจาเงื่อนไขในร่างสัญญากับผู้ได้รับการคัดเลือก (4) พิจารณาดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกเอกชนตามที่เห็นสมควร

  32. ๒๘

    การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุม ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้กรรมการผู้นั้นแจ้งคณะกรรมการคัดเลือกทราบ และไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในเรื่องนั้น

  33. ๒๙

    ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำร่างประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญา เสนอคณะกรรมการคัดเลือกตรวจพิจารณา ก่อนนำไปประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๑

  34. ๓๐

    การประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการต้องกระทำอย่างเปิดเผยไม่น้อยกว่า สามสิบวันก่อนวันเปิดรับซองข้อเสนอของเอกชน การประกาศเชิญชวนดังกล่าวอย่างน้อยต้องเผยแพร่ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

    (๑) ปิดประกาศ ณ ที่ทำการของหน่วยงานเจ้าของโครงการและกรมธนารักษ์ และกรณี ที่โครงการตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ปิดประกาศ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่ด้วย

    (๒) เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงานเจ้าของโครงการและกรมธนารักษ์

    (๓) ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีการจำหน่ายแพร่หลายทั่วไปในประเทศอย่างน้อย หนึ่งฉบับติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน

  35. ๓๑

    การประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการครั้งใด ถ้ามีเอกชนยื่นข้อเสนอเพียง รายเดียวหรือมีเอกชนยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ยื่นข้อเสนอถูกต้องตามรายการในเอกสารสำหรับ การคัดเลือกเอกชนเพียงรายเดียว ให้พิจารณายกเลิกการประกาศเชิญชวนครั้งนั้น เว้นแต่คณะกรรมการ คัดเลือกเห็นว่าการดำเนินการต่อไปทางราชการจะได้ประโยชน์มากกว่าก็ให้เจรจากับเอกชนรายนั้น แล้วดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในข้อ ๓2 ต่อไป

  36. ๓๒

    เมื่อได้ผลการคัดเลือกเอกชนที่ผ่านการเจรจากับเอกชนซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้คณะกรรมการคัดเลือกรายงานการดำเนินการและผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาเช่าหรือสัญญา ต่างตอบแทนอื่นที่ผ่านการเจรจากับเอกชนซึ่งได้รับคัดเลือก และเงื่อนไขสำคัญของสัญญา ให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่ร่างสัญญาที่ผ่านการเจรจากับเอกชนตามวรรคหนึ่งมีสาระสำคัญของสัญญาแตกต่างไป จากร่างสัญญาที่สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาแล้ว ให้ส่งร่างสัญญาดังกล่าวให้สำนักงานอัยการ สูงสุดตรวจพิจารณาก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณา เมื่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ลงนามในสัญญาต่อไป

  37. ๓๓

    ในกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการตามข้อ ๒3 แล้ว และเห็นว่าการคัดเลือกเอกชนโดยใช้วิธีประมูลจะไม่ได้ผลดีหรือไม่ควรกระทำโดยใช้วิธีประมูล ตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอ คณะกรรมการที่ราชพัสดุจะพิจารณาให้คัดเลือกเอกชนโดยวิธีคัดเลือก ตามข้อ 34 หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามข้อ 35 ก็ได้

  38. ๓๔

    ในกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุเห็นสมควรคัดเลือกเอกชนโดยวิธีคัดเลือก ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่คัดเลือก เอกชนและดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการมากที่สุด และให้นำความ ในข้อ ๒5 ข้อ ๒6 ข้อ 27 ข้อ 28 ข้อ 29 และข้อ 31 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๒

    (๒) คณะกรรมการคัดเลือกจัดทำหนังสือและแจ้งเชิญชวนเอกชนซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ที่หน่วยงานเจ้าของโครงการกำหนด เพื่อให้เข้ายื่นข้อเสนอ โดยต้องไม่น้อยกว่าสามราย เว้นแต่ มีเอกชนซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดน้อยกว่าสามราย ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

    (๓) เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้เจรจากับเอกชนซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ดำเนินการ ตามข้อ 32 ด้วยโดยอนุโลม

  39. ๓๕

    ในกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุเห็นสมควรคัดเลือกเอกชนโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่คัดเลือก เอกชนและดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการมากที่สุด และให้นำความ ในข้อ ๒5 ข้อ ๒6 ข้อ 27 ข้อ 28 และข้อ 29 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

    (๒) คณะกรรมการคัดเลือกจัดทำหนังสือและแจ้งเชิญชวนเอกชนรายใดรายหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติ ตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานเจ้าของโครงการกำหนด เพื่อให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

    (๓) เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้เจรจากับเอกชนซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ดำเนินการ ตามข้อ 32 ด้วยโดยอนุโลม

  40. ๓๖

    ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ใช่กรมธนารักษ์ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ จัดส่งสำเนาสัญญาให้กรมธนารักษ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลงนามในสัญญา

  41. ส่วนที่ ๔ การบริหารสัญญา การกำกับดูแล และติดตามผล

    4 มาตรา
  42. ๓๗

    เมื่อได้มีการลงนามในสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่นแล้ว ให้หน่วยงาน เจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงาน เจ้าของโครงการ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโครงการที่จะจัดหาประโยชน์จำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ใช่กรมธนารักษ์ ให้ผู้แทนกรมธนารักษ์เป็นกรรมการ แทนผู้แทนกระทรวงการคลัง ในกรณีที่เป็นโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ ให้มีผู้แทนสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นกรรมการด้วยอีกหนึ่งคน

  43. ๓๘

    ให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำกับดูแลและติดตามการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญา เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๓

    (๒) พิจารณาเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการตามที่ กำหนดในสัญญาต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการ (3) รายงานผลการดำเนินงาน ความคืบหน้า ปัญหา และแนวทางการแก้ไขต่อหน่วยงาน เจ้าของโครงการ ทั้งนี้ ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการกำหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (4) พิจารณาให้ความเห็นชอบในการแก้ไขสัญญา ในกรณีที่เป็นโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ หน่วยงานเจ้าของ โครงการอาจว่าจ้างที่ปรึกษา หรือคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการอาจกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของ โครงการว่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาในการดำเนินโครงการ ให้ความเห็นต่อ การแก้ไขสัญญา หรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการได้

  44. ๓๙

    ให้นำความในข้อ ๒6 และข้อ 28 มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ และการประชุมของคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ ด้วยโดยอนุโลม

  45. ๔๐

    ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานผลการดำเนินโครงการและปัญหาหรืออุปสรรค ในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุในการดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

  46. ส่วนที่ ๕ การแก้ไขสัญญาและการทำสัญญาใหม่

    7 มาตรา
  47. ๔๑

    ในกรณีที่ต้องมีการแก้ไขสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่น ให้หน่วยงานเจ้าของ โครงการเสนอเหตุผลและความจำเป็นในการขอแก้ไขต่อคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบในการแก้ไขสัญญา ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการแก้ไขสัญญาในส่วนที่ ไม่ใช่สาระสำคัญและให้ความเห็นชอบแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการลงนามในสัญญาต่อไปได้ ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการแก้ไขสัญญาในส่วนที่ เป็นสาระสำคัญ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการส่งร่างสัญญาฉบับแก้ไขที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจพิจารณาแล้วเสนอคณะกรรมการที่ราชพัสดุเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วให้หน่วยงานเจ้าของ โครงการลงนามในสัญญาต่อไปได้ การแก้ไขสัญญาลักษณะใดจะถือเป็นการแก้ไขสัญญาในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการที่ราชพัสดุกำหนด

  48. ๔๒

    ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ใช่กรมธนารักษ์ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ จัดส่งสำเนาสัญญาฉบับแก้ไขให้กรมธนารักษ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลงนามในสัญญาฉบับแก้ไขนั้น

  49. ๔๓

    ในกรณีที่สัญญาจะสิ้นสุดลงและหน่วยงานเจ้าของโครงการประสงค์จะดำเนิน โครงการต่อไป โดยยังคงเป็นการจัดหาประโยชน์จากเอกชน ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๔ ตามหมวดนี้เสมือนเป็นโครงการใหม่ โดยให้เริ่มดำเนินการก่อนสัญญาสิ้นสุดอย่างน้อยสามปี เว้นแต่ กรณีที่สัญญามีอายุไม่เกินห้าปี ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเริ่มดำเนินการก่อนสิ้นสุดสัญญาอย่างน้อย หนึ่งปี หมวด 4 การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุจากหน่วยงานของรัฐ

  50. ๔๔

    บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับแก่การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุจากหน่วยงานของรัฐ

  51. ๔๕

    ในหมวดนี้ “สถานที่ทำการ” หมายความว่า อาคารที่ใช้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานของรัฐ และหมายความ รวมถึงอาคารประกอบ

  52. ๔๖

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุจากหน่วยงานของรัฐ ให้กระทำโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (1) กรณีที่หน่วยงานของรัฐตั้งแต่สองหน่วยงานประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุบริเวณ พื้นที่ทับซ้อนกันเพื่อเป็นสถานที่ทำการหรือบ้านพักผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ให้หน่วยงานของรัฐ แต่ละแห่งจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุเสนอปลัดกระทรวงการคลังพิจารณา (2) กรณีที่หน่วยงานของรัฐตั้งแต่สองหน่วยงานประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุบริเวณ พื้นที่ทับซ้อนกันเพื่อใช้ประโยชน์อื่นนอกเหนือจากสถานที่ทำการหรือบ้านพักผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน ของรัฐตาม (1) ให้คัดเลือกโดยวิธีคัดเลือกตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด เมื่อได้หน่วยงานของรัฐที่จะเป็นผู้ใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ทำสัญญาเช่า หรือสัญญาต่างตอบแทนอื่นต่อไป

  53. ๔๗

    การบริหารสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่น ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด

  54. หมวด ๕ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามข้อผูกพันระหว่างประเทศ

    5 มาตรา
  55. ๔๘

    บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับแก่การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามข้อผูกพัน ระหว่างประเทศที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ หรือองค์การหรือ บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุกำหนด

  56. ๔๙

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามหมวดนี้ มิให้นำความในหมวด ๑ บททั่วไป ข้อ ๕ วรรคสองและวรรคสาม ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ 12 หมวด ๒ การจัดหาประโยชน์ ที่ราชพัสดุที่มีราคาไม่เกินห้าร้อยล้านบาทจากเอกชน หมวด ๓ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคา เกินห้าร้อยล้านบาทจากเอกชน และหมวด ๔ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุจากหน่วยงานของรัฐ มาใช้บังคับ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๕

  57. ๕๐

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามหมวดนี้ ให้เป็นไปตามข้อผูกพันระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ หรือองค์การหรือบุคคลอื่นตามที่ คณะกรรมการที่ราชพัสดุกำหนด ตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามสัญญาหรือตามความตกลง หรือตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน และให้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง จะใช้การคัดเลือกโดยวิธีเฉพาะเจาะจงก็ได้ และให้ทำสัญญาเช่า หรือสัญญาต่างตอบแทนอื่นต่อไป

  58. ๕๑

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามหมวดนี้ หากที่ราชพัสดุมีราคาเกินห้าร้อยล้านบาท ให้กรมธนารักษ์ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ราชพัสดุ โดยให้นำเสนอเหตุผลและข้อมูลอื่น ที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการที่ราชพัสดุ

  59. ๕๒

    การทำสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่นให้เป็นไปตามที่กระทรวงการต่างประเทศ หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกับกรมธนารักษ์กำหนดโดยความเห็นชอบของปลัดกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ให้กรมธนารักษ์ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อนเสนอปลัดกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นชอบ

  60. บทเฉพาะกาล

    2 มาตรา
  61. ๕๓

    บรรดาระเบียบที่ออกตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่ กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปได้เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้จนกว่า จะมีระเบียบที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

  62. ๕๔

    การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในวันก่อนวันที่กฎกระทรวง นี้ใช้บังคับ ที่มิใช่กรณีตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ดำเนินการ ต่อไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์ เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ จนกว่าจะได้ลงนามในสัญญา จึงให้ดำเนินการต่อไปตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖4 อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การจัดหาประโยชน์ ที่ราชพัสดุ การขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ราชพัสดุในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุจากบุคคล ที่มิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งมีราคาที่ราชพัสดุเกินกว่าห้าร้อยล้านบาท และมูลค่าโครงการที่มี การจัดหาประโยชน์ในกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13776ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMmVlZjUxZDQtYjZmOC00YTczLWE1YzEtNzU3MzI2N2JjMWUwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDAzIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY0LTLguIEtNC5wZGYifQ.RLU04xHhxea77ibCIifBCL9iS84EU7OVcW6v5B6ou-o13 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:2c6776b429b5927ee6b1c816aa13c5bc968a388d476607bbf57bf23733fcac00ดึงเมื่อ 2026-08-23T23:22:06.386Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR