กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบผู้ขับขี่ซึ่งได้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เฉพาะแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีน พ.ศ. ๒๕๔๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๔๘5 มาตราต้นฉบับ PDF · 4 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 5475620c… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบผู้ขับขี่ ซึ่งได้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เฉพาะแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีน พ.ศ. ๒๕๔๘ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒และ มาตรา ๔๓ ทวิ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติ บางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๖และมาตรา ๔๘ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการ จัดให้ มีการตรวจสอบผู้ขับขี่รถบางประเภทตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เฉพาะแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ โดยตรวจ จากปัสสาวะของผู้ขับขี่ด้วยวิธีการตามลำดับ ดังต่อไปนี้

    (๑) การตรวจสอบเบื้องต้น ให้ใช้วิธีการทดสอบปฏิกิริยาการเกิดสี (ColorTest) หรือการทดสอบ ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) โดยปฏิบัติตามขั้นตอนในข้อ ๒และข้อ ๓ (๒)การตรวจยืนยันผลให้ใช้วิธีการตรวจสารเสพติดโดยแยกสารผสมออกจากกัน (Chromatography) เพื่อยืนยันผลการตรวจพิสูจน์ตาม

    (๑) เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๙๒ ก เพื่อให้การทดสอบตาม

    (๑) เป็นไปโดยถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชาการแพทย์ยิ่งขึ้น ให้ผู้มีความรู้ความชำนาญจากหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดตามที่ระบุไว้ในข้อ ๔ ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการ ด้วยทุกครั้ง ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรที่ไม่อาจรอบุคคลตามข้อ ๔ เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ได้ เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการ จะดำเนินการตาม

    (๑) โดยไม่รอบุคคลดังกล่าวก็ได้แต่ต้องบันทึกเหตุที่ไม่อาจรอบุคคลดังกล่าวไว้ด้วย

  2. วิธีการทดสอบปฏิกิริยาการเกิดสี (ColorTest) หรือการทดสอบปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) เพื่อตรวจคัดกรองปริมาณสารเสพติด ซึ่งเป็นการทดสอบหรือการตรวจสอบตามข้อ ๑ ให้ปฏิบัติดังนี้

    (๑) อุปกรณ์สำหรับเก็บปัสสาวะให้ใช้ขวดแก้วหรือขวดพลาสติกปากกว้าง พร้อมฝาปิด ขนาดบรรจุขวดประมาณ ๖๐ มิลลิลิตร โดยขวดที่นำมาใช้ต้องสะอาด แห้ง และมีฉลากและกระดาษกาว เพื่อใช้สำหรับปิดผนึกขวดเก็บปัสสาวะด้วย

    (๒) วิธีการในการเก็บปัสสาวะให้ปฏิบัติดังนี้

    (ก) จัดให้มีการควบคุมการถ่ายปัสสาวะของผู้รับการตรวจทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ มีการกระทำใดๆ ที่ทำให้ปัสสาวะนั้นเกิดการเจือจางหรือสับเปลี่ยนตัวอย่าง

    (ข) บันทึกหมายเลขประจำขวด ชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ของผู้รับการตรวจ และวัน เวลา ที่ทำการเก็บปัสสาวะบนฉลากปิดขวดเก็บปัสสาวะ

    (ค) มอบขวดให้แก่ผู้รับการตรวจนำไปถ่ายปัสสาวะจำนวนประมาณ ๓๐ มิลลิลิตร หรือครึ่งขวด และให้ผู้รับการตรวจลงลายมือชื่อกำกับบนฉลากปิดขวดเก็บปัสสาวะ

    (๓) การทดสอบปฏิกิริยาการเกิดสี (Color Test) หรือการทดสอบปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassays) ตามข้อ ๑(๑) ให้ถือปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือวิธีการตรวจสอบของเครื่องมือแต่ละชนิด

  3. เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำการทดสอบตามข้อ ๑

    (๑) จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญ หรือผ่านการอบรมในเรื่องการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดจากหน่วยงานในข้อ ๔มาแล้ว เมื่อปรากฏผลการทดสอบในเบื้องต้นตามข้อ ๑

    (๑) ว่าอาจมีสารเสพติด ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ทำการทดสอบปิดขวดเก็บปัสสาวะที่เหลือของผู้รับการตรวจให้สนิท พร้อมทั้งผนึกทับปากขวดด้วยแถบกาว โดยมีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำการทดสอบและผู้รับการตรวจกำกับไว้ แล้วให้รีบจัดส่งขวด เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๙๒ ก เก็บปัสสาวะดังกล่าวในสภาพแช่เย็นไปยังหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งตามข้อ ๔ โดยเร็ว เพื่อตรวจ ยืนยันผลและความถูกต้องโดยใช้วิธีการตามข้อ ๑ (๒)

  4. ให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งดังต่อไปนี้ มีอำนาจตรวจยืนยันผลและความถูกต้อง ว่าตัวอย่างปัสสาวะของผู้ขับขี่มียาเสพติดให้โทษตามข้อ ๑

    (๒) หรือไม่

    (๑) สถาบันนิติเวชวิทยา กองพิสูจน์หลักฐาน หรือกองกำกับการวิทยาการเขต สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ

    (๒) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

    (๓) โรงพยาบาลของรัฐ หรือสำนักยาและวัตถุเสพติดหรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

    (๔) หน่วยงานอื่นของรัฐหรือสถาบันอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศ กำหนดในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

  5. ถ้าผลการตรวจสอบตามข้อ ๑

    (๑) ปรากฏว่ามีปริมาณของสารเสพติดตั้งแต่ ๑ ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป และผลการตรวจยืนยันตามข้อ ๑

    (๒) ปรากฏว่ามีชนิดของสารเสพติด ตามข้อ ๑ ในปัสสาวะของผู้รับการตรวจให้ถือว่าผู้รับการตรวจเป็นผู้เสพยาเสพติดให้โทษดังกล่าว ให้ไว้ ณวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ พลอากาศเอก คงศักดิ์ วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๙๒ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และ วิธีการตรวจสอบผู้ขับขี่ว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เฉพาะแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีน หรือไม่ และโดยที่มาตรา ๔๓ ทวิ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒กำหนดให้การกำหนดหลักเกณฑ์และ วิธีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14943ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjM0ZjJmNDUtMGI5Ni00YTUwLWJkOTUtMTJlOTEwMWNhZDAyIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIgwMDAzIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTQ4LTky4LiBLTEucGRmIn0.ubhBjTRx0Prz9DykJC3DQJCY_R6Xl72Aco247T9cEdM4 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:5475620ca6c477824e5eba077b8987b528190b86524dbbb7af6bdfdf2cb87e9aดึงเมื่อ 2026-08-23T23:56:49.737Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR