กฎกระทรวงมาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕20 มาตราต้นฉบับ PDF · 6 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 97e02d1c… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๒๐ กฎกระทรวง มาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 อาศัยอำนาจตามความในบทนิยามคำว่า “มาตรฐานการอุดมศึกษา” ในมาตรา ๔ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๗ (๖) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และบทนิยามคำว่า “มาตรฐานการอุดมศึกษา” ในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยข้อเสนอแนะและความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า สถาบันที่จัดการอุดมศึกษาระดับปริญญาและระดับ ต่ำกว่าปริญญาทั้งที่เป็นของรัฐและของเอกชน “การขอตำแหน่งทางวิชาการ” ให้หมายความรวมถึง การพิจารณา การกำหนดและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการด้วย “หลักสูตรการศึกษา” หมายความว่า หลักสูตรระดับปริญญาและต่ำกว่าปริญญาตามที่ คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษากำหนดซึ่งสภาสถาบันอุดมศึกษาได้ให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ “ระบบทวิภาค” หมายความว่า ระบบการจัดการศึกษาในหนึ่งปีการศึกษา โดยแบ่งออกเป็น สองภาคการศึกษาปกติ และหนึ่งภาคการศึกษาปกติมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าสัปดาห์ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา “คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า คณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๒๑ “คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณา ตำแหน่งทางวิชาการประจำสถาบันอุดมศึกษาหรือคณะกรรมการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

  3. ให้ใช้มาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎกระทรวงนี้ ในการส่งเสริม การกำกับดูแล การตรวจสอบ ติดตามและประเมินผล และการประกันคุณภาพ การศึกษาระดับอุดมศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง

  4. การขอตำแหน่งทางวิชาการ ให้สถาบันอุดมศึกษากำหนดให้มีคณะกรรมการ พิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ โดยประธานกรรมการและกรรมการต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งไม่อยู่ ในสังกัดสถาบันอุดมศึกษานั้น เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการ

  5. การแต่งตั้งคณาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา มีสามระดับ ดังต่อไปนี้

    (๑) ศาสตราจารย์หรือศาสตราจารย์พิเศษ

    (๒) รองศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์พิเศษ

    (๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ นอกจากตำแหน่งทางวิชาการตามวรรคหนึ่ง สถาบันอุดมศึกษาอาจมีตำแหน่งทางวิชาการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่กำหนดโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้

  6. การขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ขอต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งซึ่งพิจารณาจากคุณวุฒิการศึกษา ระยะเวลา ในการดำรงตำแหน่ง และระยะเวลาในการสอน

    (๒) ผู้ขอต้องมีชั่วโมงสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเทียบค่าได้ไม่น้อยกว่าสามหน่วยกิตในระบบทวิภาค

    (๓) ผู้ขอต้องเสนอผลงานทางวิชาการที่ผ่านการประเมินจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้ง จากหลากหลายสถาบัน และมีความรู้ความเชี่ยวชาญสำหรับสาขาวิชาที่เสนอขอ หรือสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้อง (peer reviewers)

    (๔) ผู้ขอต้องมีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการที่เหมาะสม สถาบันอุดมศึกษาอาจเสนอแต่งตั้งคณาจารย์ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่ต่างไปจาก

    (๑) ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นก็ได้ โดยเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีพิเศษ

  7. ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อประเมินผลการสอนของผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาสถาบันอุดมศึกษา กำหนด และเสนอให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณา เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๒๒

  8. ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการแต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่อยู่ ในสังกัดสถาบันอุดมศึกษานั้น (readers) เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการ และเสนอให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณา เมื่อผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการผ่านการประเมินผลการสอนตามข้อ ๗ แล้ว ให้คณะกรรมการ พิจารณาตำแหน่งทางวิชาการเสนอผลการพิจารณาของคณะผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งพร้อมความเห็น ต่อสภาสถาบันอุดมศึกษาว่าสมควรแต่งตั้งให้ผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการดำรงตำแหน่งนั้นหรือไม่

  9. คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อาจกำหนดให้การขอตำแหน่งทางวิชาการในสาขาวิชาหนึ่งสาขาวิชาใด ไม่ต้องแต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ตามข้อ ๘ สำหรับการขอตำแหน่งทางวิชาการที่ผู้ขอมีผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่จำนวนมาก และได้รับการอ้างอิงอย่างสูงในฐานข้อมูลนานาชาติซึ่งเป็นที่ยอมรับ และมีค่าดัชนีผลลัพธ์และผลกระทบ ของงานวิจัย (life time H-index) สูง ตลอดจนเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยสำคัญ โดยคณะกรรมการ พิจารณาตำแหน่งทางวิชาการต้องพิจารณาผลงานทางวิชาการ รวมทั้งพิจารณาจริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการของผู้นั้น และให้นำข้อ ๘ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  10. ๑๐

    ให้คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา กำหนดชื่อสาขาวิชาสำหรับการเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ เพื่อใช้ในการพิจารณา แต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๘

  11. ๑๑

    เพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลการอุดมศึกษาของประเทศ ให้สถาบันอุดมศึกษา นำเข้าข้อมูลการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในระบบฐานข้อมูลทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่ง ทางวิชาการแห่งชาติภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สภาสถาบันอุดมศึกษาอนุมัติการแต่งตั้ง หรือวันที่ สถาบันอุดมศึกษาได้รับแจ้งการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แล้วแต่กรณี

  12. ๑๒

    การเสนอขอทบทวนมติไม่อนุมัติการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการของ สภาสถาบันอุดมศึกษา ให้ผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการสามารถเสนอขอทบทวนผลการพิจารณาได้ไม่เกิน สองครั้ง โดยแต่ละครั้งให้ยื่นเรื่องได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รับทราบมติ และต้องแสดงเหตุผล ทางวิชาการสนับสนุน

  13. ๑๓

    ให้สภาสถาบันอุดมศึกษากำหนดมาตรการในการป้องกันและลงโทษผู้ขอตำแหน่ง ทางวิชาการซึ่งเป็นผู้ที่กระทำผิดทางจริยธรรมและจรรยาบรรณอันเกี่ยวกับผลงานทางวิชาการที่เสนอขอ

  14. ๑๔

    คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาอาจจัดให้มี การกลั่นกรองผลการพิจารณาการขอตำแหน่งทางวิชาการในระดับหนึ่งระดับใดได้

  15. ๑๕

    ให้คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาให้สามารถยกระดับคุณภาพ การศึกษาให้สูงกว่ามาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาที่กำหนด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๒๓

  16. ๑๖

    ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีหน้าที่ ให้คำแนะนำและสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

  17. ๑๗

    คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อาจออกประกาศหรือแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการ ในสถาบันอุดมศึกษานี้ได้ การออกประกาศหรือแนวปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงความแตกต่างหลากหลาย ของประเภทและกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา

  18. ๑๘

    ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประเมินผลและทบทวนข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้ ทุกห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ โดยรับฟังความคิดเห็นของสถาบันอุดมศึกษา ผู้เรียน คณาจารย์ และผู้ใช้บัณฑิตอย่างกว้างขวาง

  19. ๑๙

    การขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา กฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยให้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามมาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการ ในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎกระทรวงนี้

  20. ๒๐

    ให้ประกาศและระเบียบดังต่อไปนี้ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับและไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎกระทรวงนี้ ยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการมาตรฐาน การอุดมศึกษาจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

    (๑) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

    (๒) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

    (๓) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓

    (๔) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๒๔

    (๕) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง วิธีการพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและผลงานทางวิชาการของ ผู้เสนอขอกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ก่อนนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ลงวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

    (๖) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง วิธีการพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและผลงานทางวิชาการของ ผู้เสนอขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ ลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

    (๗) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานจริยธรรมและจรรยาบรรณสำหรับคณะกรรมการ พิจารณาตำแหน่งทางวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

    (๘) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง การกำหนดชื่อสาขาวิชาสำหรับการเสนอขอกำหนดตำแหน่ง ทางวิชาการและการเทียบเคียงสาขาวิชาที่เคยกำหนดไปแล้ว พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

    (๙) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ สำหรับการเผยแพร่ ผลงานทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

    (๑๐) ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง คณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

    (๑๑) ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง คณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

    (๑๒) ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยการกำหนดชื่อสาขาวิชาสำหรับการเสนอ ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการและการเทียบเคียงสาขาวิชาที่เคยกำหนดไปแล้ว พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

    (๑๓) ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทาง วิชาการ สำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ไว้ ณ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5 เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๒๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔ มาตรา ๑๗ และ มาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยข้อเสนอแนะ และความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา กำหนดมาตรฐานการอุดมศึกษาและการประกัน คุณภาพการศึกษา โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของสถาบันอุดมศึกษาด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/2940ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZTE5ZTg2ZTAtM2ZmYy00NWE4LWE1NzYtNjJiYjc1YzkxYzkyIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKMwMDYwIOC4gTAxODEg4LiB4LiO4LiB4Lij4Liw4LiX4Lij4Lin4LiHIDI1NjUtMjDguIEtMjAuUERGIn0.aX2uqezvppA72eZTBnGY5SOkiPOH6XrsczTWGch2sYk6 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:97e02d1c4e10b92571a4a7e65ba33a265b34a15b90b965eed6ef4862ca01d721ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:04:17.019Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR