กฎกระทรวงกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๖๖

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๖52 มาตรา11 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 24 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 44a5757b… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ ผู้มีหน้ำที่รำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ กมาตรา ๔–๑๐ · 7 มาตรา
  2. หมวด ๒ บัญชีทำงกำรเงินมาตรา ๑๑–๑๒ · 2 มาตรา
  3. หมวด ๓ ผู้ที่ไม่ต้องถูกรำยงำนมาตรา ๑๓ · 1 มาตรา
  4. หมวด ๔ ผู้มีอำนำจควบคุมมาตรา ๑๔ · 1 มาตรา
  5. หมวด ๕ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจำรณำถิ่นที่อยู่ กำรแจ้งและยืนยันข้อมูลมาตรา ๑๕–๒๕ · 11 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำมาตรา ๒๐–๒๒ · 3 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๒ บัญชีของนิติบุคคลมาตรา ๒๓–๒๕ · 3 มาตรา
  8. หมวด ๖ กำรตรวจสอบบัญชีทำงกำรเงินมาตรา ๒๖–๔๗ · 22 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๑ บัญชีของบุคคลธรรมดำมาตรา ๒๗–๔๑ · 15 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๒ บัญชีของนิติบุคคลมาตรา ๔๒–๔๗ · 6 มาตรา
  11. หมวด ๗ หลักเกณฑ์เพิ่มเติมในกำรตรวจสอบข้อมูลมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๕๓ กฎกระทรวง กำหนดกำรแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปฏิบัติตำมควำมตกลงระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับภำษีอำกร พ.ศ. 2566 อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ วรรคสอง วรรคสี่ วรรคห้ำ และวรรคหก และมาตรา ๓๒ วรรคสอง แห่งพระรำชกำหนดกำรแลกเปลี่ยน ข้อมูลเพื่อปฏิบัติตำมควำมตกลงระหว่ำงประเทศเกี่ยวกับภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่ำกำร กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๑ ผู้มีหน้ำที่รำยงำน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก

    7 มาตรา
  2. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ไม่รวมถึงสำขำของผู้มีหน้ำที่รำยงำนที่ตั้งอยู่ ในต่ำงประเทศ

  3. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ต้องมีลักษณะหรือกำรให้บริกำรหรือ ทำธุรกรรมตำมข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ หรือข้อ ๙

  4. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ที่มีกำรให้บริกำรรับฝำกสินทรัพย์ จะต้อง เป็นกำรถือสินทรัพย์ทำงกำรเงินเพื่อผู้อื่น โดยนิติบุคคลนั้นต้องมียอดรวมรำยได้ที่มำจำกกำรถือสินทรัพย์ ทำงกำรเงินเพื่อผู้อื่น และกำรให้บริกำรทำงกำรเงินที่เกี่ยวข้องกับกำรถือสินทรัพย์ทำงกำรเงินนั้น ตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของรำยได้รวมของนิติบุคคลในช่วงระยะเวลาใดเวลำหนึ่งที่สั้นกว่ำ ได้แก่ ระยะเวลา สำมปีปฏิทินที่สิ้นสุดภำยในวันที่ ๓๑ ธันวาคม หรือวันสิ้นสุดอื่นใดในกรณีรอบระยะเวลาบัญชีไม่เป็นไป ตำมปีปฏิทิน ของปีก่อนปีที่มีกำรพิจำรณำกำรเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริกำรรับฝำกสินทรัพย์ หรือช่วง ระยะเวลาที่นิติบุคคลดังกล่ำวได้มีกำรจัดตั้งขึ้น

  5. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ที่มีกำรรับฝำกเงิน จะต้องรับฝำกเงิน เป็นปกติธุระในลักษณะของธุรกิจธนำคำรหรือธุรกิจอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

  6. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุน ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) ประกอบธุรกิจหลักเองหรือดำเนินกำรเพื่อหรือแทนลูกค้ำในธุรกรรมอย่ำงหนึ่งอย่ำงใด ดังต่อไปนี้

    (ก) กำรซื้อขายตรำสำรทำงกำรเงิน กำรปริวรรตเงินตรำต่ำงประเทศ กำรซื้อขายเครื่องมือ ทำงกำรเงินอ้ำงอิงอัตรำแลกเปลี่ยน อัตรำดอกเบี้ย และดัชนีประเภทต่ำง ๆ กำรซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เปลี่ยนมือได้ หรือกำรซื้อขายสินค้ำโภคภัณฑ์ล่วงหน้ำ

    (ข) กำรบริหำรจัดการพอร์ตกำรลงทุนแบบรำยบุคคลและแบบรวมกลุ่ม หรือ

    (ค) กำรลงทุน กำรบริหำรจัดการ กำรบริหำรสินทรัพย์ทำงกำรเงินหรือกำรบริหำรเงิน แทนบุคคลอื่น นอกจำกกรณีตำม (ก) หรือ (ข) หรือ

    (๒) มีรำยได้รวมซึ่งเป็นรำยได้หลักมำจำกกำรลงทุน กำรลงทุนต่อ หรือกำรซื้อขายสินทรัพย์ ทำงกำรเงิน โดยถูกบริหำรจัดการโดยนิติบุคคลอื่นที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำม

    (๑) หรือ นิติบุคคลที่ให้บริกำรตำมข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๙ กำรดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำม (๑) หรือ

    (๒) ต้องมีรำยได้รวมของนิติบุคคลเกิดจำก กิจกรรมดังกล่ำวตั้งแต่ร้อยละห้ำสิบของรำยได้รวมของนิติบุคคลดังกล่ำว แล้วแต่กรณี ในช่วงระยะเวลาใด เวลำหนึ่งที่สั้นกว่ำ ได้แก่ ระยะเวลาสำมปีปฏิทินที่สิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีก่อนปีที่มี กำรพิจำรณำกำรเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุน หรือช่วงระยะเวลาที่นิติบุคคลดังกล่ำว ได้มีกำรจัดตั้งขึ้น เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๐ นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมวรรคหนึ่ง ไม่ให้หมำยควำมรวมถึงนิติบุคคล ที่เป็นแอ็กทิฟเอ็นเอฟอี เนื่องจำกนิติบุคคลดังกล่ำวเข้ำลักษณะตำมหลักเกณฑ์อย่ำงหนึ่งอย่ำงใด ตำม (๔) ถึง

    (๗) ของบทนิยำมคำว่ำ “แอ็กทิฟเอ็นเอฟอี”

  7. บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญำตประกอบธุรกิจ ประกันชีวิตตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรประกันชีวิต ต้องมีกำรออกกรมธรรม์หรือมีภำระที่ต้องชำระเงิน ตำมสัญญำประกันภัยมูลค่ำเงินสดหรือสัญญำประกันชีวิตแบบเงินรำยปี

  8. ๑๐

    ให้บุคคลผู้มีหน้ำที่รำยงำนตามมาตรา ๑๕ ดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีหน้ำที่ รำยงำน

    (๑) กองทุนเพื่อกำรเลี้ยงชีพที่มีผู้เข้ำร่วมในวงกว้ำงที่เป็นกองทุนจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผลประโยชน์ จำกกำรเกษียณอำยุ ทุพพลภำพ หรือเสียชีวิต หรือหลำยอย่ำงประกอบกัน แก่ผู้รับผลประโยชน์ ที่เป็นหรือเคยเป็นลูกจ้าง หรือบุคคลที่ลูกจ้างดังกล่ำวระบุให้ได้รับผลประโยชน์ของนำยจ้ำงรำยเดียวหรือ หลำยรำยเพื่อตอบแทนกำรทำงำน โดยกองทุนนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (ก) ไม่มีบุคคลผู้รับผลประโยชน์รำยใดรำยหนึ่งที่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของกองทุน มำกกว่ำร้อยละห้ำของทรัพย์สินของกองทุนทั้งหมด

    (ข) อยู่ภำยใต้กำรกำกับดูแลตำมกฎหมำย และมีกำรรำยงำนข้อมูลไปยังกรมสรรพำกร ตำมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพำกรกำหนด และ

    (ค) เป็นไปตำมข้อกำหนดอย่ำงน้อยข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑) กองทุนได้รับกำรยกเว้นภำษีเป็นกำรทั่วไปสำหรับเงินได้ที่ได้รับจำกกำรลงทุน หรือมีกำรกำหนดมำตรกำรเพื่อขยำยเวลำกำรเสียภำษีหรือลดอัตรำภำษีจำกเงินได้ดังกล่ำว เนื่องจำก กำรมีสถำนะเป็นโครงกำรเพื่อกำรเกษียณอำยุหรือโครงกำรบำเหน็จบำนำญ ๒) กองทุนได้รับเงินอุดหนุนอย่ำงน้อยร้อยละห้ำสิบของเงินนำส่งทั้งหมด นอกจำก กำรโอนทรัพย์สินจำกโครงกำรอื่นที่กำหนดใน (๑) (๒) และ

    (๓) หรือจำกบัญชีเพื่อกำรเกษียณอำยุ หรือบำเหน็จบำนำญตำมที่กำหนดในข้อ ๑๒

    (๑) จำกนำยจ้ำงที่ให้กำรสนับสนุน ๓) กำรจ่ำยเงินหรือกำรถอนเงินจำกกองทุน สำมำรถกระทำได้เฉพำะในกรณี ที่กำหนดไว้เท่ำนั้น โดยกรณีดังกล่ำวต้องเกี่ยวข้องกับกำรเกษียณอำยุ ควำมทุพพลภำพ หรือกำรเสียชีวิต เว้นแต่กำรโอนเงินนำส่งไปยังกองทุนเพื่อกำรเกษียณอำยุอื่นตำมที่กำหนดใน (๑) (๒) และ

    (๓) หรือบัญชีเพื่อกำรเกษียณอำยุหรือบำเหน็จบำนำญในข้อ ๑๒

    (๑) หรือในกรณีที่มีการอนุญาตให้จ่ำยเงิน หรือถอนเงินจำกกองทุนก่อนที่จะมีกรณีที่กำหนดไว้ข้ำงต้น โดยต้องมีค่ำปรับหรือบทลงโทษ หรือ ๔) กำรจ่ำยเงินนำส่ง นอกจำกกำรจ่ำยเงินนำส่งตำมที่ได้รับอนุญำตบำงประกำร ของลูกจ้างเข้ำกองทุนจะถูกจำกัดจำนวน โดยอิงจำกรำยได้ของลูกจ้างหรือไม่เกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำทต่อปี และให้ใช้หลักเกณฑ์ตำมที่กำหนดในข้อ ๕๐ ข้อ ๕๑ และข้อ ๕๒ สำหรับกำรรวมยอดเงินหรือมูลค่ำ ของบัญชีและกำรแปลงสกุลเงิน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๑

    (๒) กองทุนเพื่อกำรเลี้ยงชีพที่มีผู้เข้ำร่วมในวงแคบซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผลประโยชน์ จำกกำรเกษียณอำยุ ทุพพลภำพ หรือเสียชีวิต หรือหลำยอย่ำงประกอบกัน แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่เป็น หรือเคยเป็นลูกจ้าง หรือบุคคลที่ลูกจ้างดังกล่ำวระบุให้ได้รับผลประโยชน์ ของนำยจ้ำงรำยเดียวหรือ หลำยรำยเพื่อตอบแทนกำรทำงำน โดยที่กองทุนนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (ก) กองทุนมีผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกน้อยกว่ำห้ำสิบรำย

    (ข) กองทุนได้รับกำรสนับสนุนจำกนำยจ้ำงรำยเดียวหรือหลำยรำยที่มิใช่นิติบุคคลที่ดำเนิน ธุรกิจเกี่ยวกับกำรลงทุนตำมที่กำหนดในข้อ ๘ หรือแพสซิฟเอ็นเอฟอี

    (ค) เงินนำส่งที่ลูกจ้างและนำยจ้ำงจ่ำยเข้ำกองทุน นอกจำกกำรโอนทรัพย์สินจำกบัญชี เพื่อกำรเกษียณอำยุหรือบำเหน็จบำนำญตำมข้อ ๑๒

    (๑) ถูกจำกัดจำนวนโดยอิงกับรำยได้และเงินทดแทน ที่ลูกจ้างได้รับตำมลำดับ

    (ง) ผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกที่ไม่ได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของกองทุนนั้น ไม่มีสิทธิ ในทรัพย์สินของกองทุนเกินร้อยละยี่สิบ และ

    (จ) กองทุนอยู่ภำยใต้กำรกำกับดูแลตำมกฎหมำย และมีกำรรำยงำนข้อมูลไปยังกรมสรรพำกร ตำมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพำกรกำหนด

    (๓) กองทุนบำเหน็จบำนำญข้าราชการ กองทุนบำเหน็จบำนำญขององค์กำรระหว่ำงประเทศ ตำมข้อ ๑๓

    (๒) หรือกองทุนบำเหน็จบำนำญของธนำคำรกลำงตำมข้อ ๑๓

    (๓) เพื่อให้ผลประโยชน์ จำกกำรเกษียณอำยุ ทุพพลภำพ หรือเสียชีวิต แก่ผู้รับผลประโยชน์หรือผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกที่เป็น หรือเคยเป็นลูกจ้าง หรือบุคคลที่ลูกจ้างดังกล่ำวระบุให้ได้รับผลประโยชน์ หรือที่มิได้เป็นลูกจ้าง ในกรณีที่กำรให้ผลประโยชน์แก่ผู้รับผลประโยชน์หรือผู้เข้ำร่วมเป็นสมำชิกเป็นไปเพื่อตอบแทนกำรทำงำน ให้แก่หน่วยงำนดังกล่ำว

    (๔) ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    (ก) เป็นหน่วยงำนทำงกำรเงินเพียงเพรำะเป็นผู้ออกบัตรเครดิตซึ่งมีกำรรับฝำกเงิน เมื่อลูกค้ำชำระเกินกว่ำยอดที่ค้ำงชำระจำกกำรใช้บัตรเครดิต และไม่ได้คืนเงินที่ชำระเกินนั้นให้แก่ลูกค้ำ ในทันที และ

    (ข) มีกำรกำหนดมำตรกำรและกระบวนกำรเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถือบัญชีทำรายการ ที่เกิดยอดชำระเงินเกินเป็นจำนวนเงินเกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท หรือรับรองว่ำผู้ถือบัญชีที่มียอดชำระเงิน เกินเป็นจำนวนเงินเกินหนึ่งล้ำนห้ำแสนบำท จะได้รับเงินคืนภำยในหกสิบวัน โดยยอดชำระเงินเกิน ของผู้ถือบัญชีให้รวมถึงยอดเงินที่ได้รับคืนเนื่องจำกกำรคืนสินค้ำ แต่ไม่รวมถึงยอดเงินที่ยังมีข้อพิพำท

    (๕) กองทรัสต์ซึ่งมีทรัสตีตามมาตรา ๑๕

    (๘) และได้รำยงำนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ทำงกำรเงินที่ต้องถูกรำยงำนทั้งหมดของกองทรัสต์

    (๖) นิติบุคคลอื่นใดที่มีควำมเสี่ยงต่ำในกำรที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเลี่ยงภำษีอำกร ซึ่งมีลักษณะคล้ำยกับ (๑) (๒) (๓) และ

    (๔) ในส่วนสำคัญ ตำมที่อธิบดีกรมสรรพำกรประกาศ กำหนดให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีหน้ำที่รำยงำน โดยที่กำรมีสถำนะดังกล่ำวไม่เป็นอุปสรรคต่อกำรดำเนินกำร ตำมวัตถุประสงค์ของมำตรฐำนกำรรำยงำนทั่วไปตำมควำมตกลง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๖๒

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หนา้ ๕๙

และกำรตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ต้องถูกรำยงำน

ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10394ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjkxNjNhYTQtOGI4NS00NjE3LTg0YmItMzA2NDc2NGZiODQwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTk3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY2LTQ34LiBLTUzLnBkZiJ9.ydl3Ic0fqnGb6T_lq-lEtfTcCTn9Sf5on3DLWRp9g2Y24 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:44a5757b7ef4a573154bc50dada3c24d2be70f9ae0ec95358a3b5330ea45c190ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:21:56.725Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
กฎกระทรวงกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. 2566