กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗27 มาตราต้นฉบับ PDF · 9 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 d993070c… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก กฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้ยกเลิกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๒

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์

  3. ให้อธิบดีกำหนดระยะเวลาที่จะให้ผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์มายื่นคำขอรับ ใบอนุญาต โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าก่อนกำหนดเวลาดังกล่าวไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ผู้ใดไม่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ ในการขอรับใบอนุญาต เมื่อได้มีการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งแล้ว หากปรากฏว่าขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถ ทำการประมงอย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการการประมง ยังสามารถออกใบอนุญาต เพิ่มเติมได้ อธิบดีอาจประกาศให้ผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์มายื่นคำขอรับใบอนุญาตเพิ่มเติม ภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ โดยให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

  4. ผู้ใดประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ

  5. เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับ ใบอนุญาต และดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาต และเอกสาร หรือหลักฐาน กรณีที่คำขอรับใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้บันทึก ความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ในกรณีที่การยื่นขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่และผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ทั้งนี้ แบบบันทึกการตรวจคำขอและ เอกสารประกอบคำขอ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อ และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ

  6. การอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีสิทธิทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงใน เขตการประมงไทย

    (๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๙

    (๓) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในเรือประมงที่จะทำการประมงพาณิชย์

    (๔) เรือประมงต้องไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมงที่ทำการประมง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามที่อธิบดี คณะกรรมการมาตรการทางปกครอง หรือรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๙๔ วรรคสอง มาตรา ๑๑๓

    (๔) หรือมาตรา ๑๑๖ แล้วแต่กรณี

    (๕) เรือประมงต้องเป็นเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป หรือเป็นเรือที่ใช้เครื่องยนต์ มีกำลังแรงม้าถึงขนาดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือเป็นเรือที่มีหรือใช้เครื่องมือทำการประมง ตามประเภท วิธี จำนวนแรงงานที่ใช้ หรือลักษณะการทำการประมงตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

    (๖) กรณีที่เรือประมงเป็นเรือประมงไทย ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียนเป็นเรือไทย ตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย หรือกรณีที่เรือประมงมิใช่เรือประมงไทย ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียน ตามกฎหมายของรัฐเจ้าของธงซึ่งสามารถใช้ทำการประมงในเขตการประมงไทยตามกฎหมายว่าด้วย สิทธิการประมงในเขตการประมงไทย ทั้งนี้ ต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนด

    (๗) เครื่องมือทำการประมงที่จะขออนุญาตใช้ทำการประมงต้องไม่เป็นเครื่องมือทำการประมง ที่ห้ามใช้ทำการประมง หรือทำการประมงได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ และมาตรา ๖๙ หรือตามมาตรา ๗๑

    (๑) แล้วแต่กรณี

    (๘) เรือประมงมีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดี ประกาศกำหนดตามมาตรา ๘๑ (๑)

  7. การพิจารณาออกใบอนุญาตนอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแนวทางในการออกใบอนุญาตทำการประมง ตามมาตรา ๒๔

    (๑) ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายใน สามสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาที่ให้ผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์มายื่นคำขอรับใบอนุญาต เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและ ค่าอากรใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงภายในระยะเวลาที่กำหนด และในกรณีที่มีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย ระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมและค่าอากรใบอนุญาตที่กำหนดไว้ในคำสั่งอนุญาตตามวรรคสาม อาจขยายอีกได้ ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตมีคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว แต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก ได้ไม่เกินเก้าสิบวัน หากพ้นกำหนดระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมและค่าอากรใบอนุญาตตามวรรคสามหรือวรรคสี่ แล้วแต่กรณี ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมและค่าอากรให้ครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อ และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ การออกใบอนุญาต ให้ออกสำหรับเรือประมงแต่ละลำ และต้องระบุประเภท ชนิด ขนาด และจำนวนของเครื่องมือทำการประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมง และพื้นที่การทำการประมง รวมทั้งปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมง หรือห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ไว้ ในใบอนุญาตด้วย

  8. เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าอากรใบอนุญาต ให้ใช้ เครื่องมือทำการประมงตามอัตราที่กำหนด ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตให้แก่ ผู้ขอรับใบอนุญาต โดยผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำเครื่องหมายประจำเรือประมง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๘๑ (๔)

  9. ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดปริมาณสูงสุดของสัตว์น้ำที่จะทำการประมงในน่านน้ำไทย ตามมาตรา ๑๙

    (๖) ใหม่ ในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ให้อธิบดีประกาศกำหนดห้วงเวลา ที่กำหนดให้ทำการประมงได้หรือปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมงของใบอนุญาตที่ได้ ออกไปแล้วให้สอดคล้องกับปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดตามที่คณะกรรมการกำหนดใหม่ และกำหนดระยะเวลา ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบอนุญาตมาแก้ไขโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าก่อนกำหนดเวลา ดังกล่าวไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่นำใบอนุญาตมาแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตออกทำการประมงจนกว่าจะนำใบอนุญาตมาแก้ไขให้ถูกต้อง

  10. ๑๐

    ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอและให้นำความในข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม

  11. ๑๑

    การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามข้อ ๑๐ ให้กระทำได้เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้

    (๑) แก้ไขรายการให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานทางทะเบียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    (๒) แก้ไขรายการเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมงโดยนำเรือประมงลำอื่นมาทดแทน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก

    (๓) แก้ไขรายการเครื่องมือทำการประมง

    (๔) แก้ไขรายการพื้นที่การทำการประมง

    (๕) แก้ไขรายการห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้หรือปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาต ให้ทำการประมง

  12. ๑๒

    การอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามข้อ ๑๑

    (๑) ในกรณีที่เป็นการแก้ไขขนาดของเรือ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงประสิทธิภาพในการทำการประมง ให้แก้ไขห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ ให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพในการทำการประมงที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ห้ามมิให้แก้ไขปริมาณสัตว์น้ำสูงสุด ที่อนุญาตให้ทำการประมงตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตและกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียม เพิ่มขึ้น เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขรายการ ในใบอนุญาตเดิม และแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายประจำเรือประมง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๘๑ (๔)

    (๒) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามข้อ ๑๑

    (๒) ให้กระทำได้ เมื่อ

    (ก) กรณีเป็นการปรับปรุงเรือเพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยในด้านการจัดสวัสดิภาพ ให้แก่คนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานประมง

    (ข) เป็นกรณีเรือประมงที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้ทำการประมงจมหรือไฟไหม้อันเป็นเหตุ ให้ถูกเพิกถอนทะเบียนเรือไทย หรือชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถทำการประมงได้ตามปกติ ทั้งนี้ กรณีการทดแทนเรือประมงที่ถูกเพิกถอนทะเบียนเรือไทย ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการเรือประมงภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนเรือเพิกถอนทะเบียนเรือไทยนั้น

    (ค) เรือประมงที่จะนำมาทดแทนต้องเป็นเรือที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย และต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ (๔) (๕) (๖) และ

    (๗) และให้แก้ไขห้วงเวลาที่กำหนด ให้ทำการประมงได้ให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพในการทำการประมงที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ห้ามมิให้แก้ไข ปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมงตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ทั้งนี้ ประสิทธิภาพในการทำ การประมงของเรือตามชนิดของเครื่องมือทำการประมง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (ง) เจ้าของเรือต้องดำเนินการกับเรือประมงลำเดิมที่ได้รับใบอนุญาตโดยการแยกชิ้นส่วน หรือทำลายเรือ เปลี่ยนประเภทเรือ โอนกรรมสิทธิ์เรือให้กับบุคคลซึ่งไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือ กรรมสิทธิ์เรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย หรือดำเนินการเพื่อให้นายทะเบียนเรือเพิกถอนทะเบียน เรือไทยนั้น ให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาต

    (๓) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามข้อ ๑๑

    (๓) ให้แก้ไขได้ในกรณีที่เป็นการเพิ่มหรือ เปลี่ยนแปลงประเภท ชนิด ขนาด และจำนวนของเครื่องมือทำการประมง โดยการดำเนินการเช่นว่านี้ ต้องคำนึงถึงปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก

    (๔) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามข้อ ๑๑

    (๔) ให้แก้ไขได้ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาต ไม่สามารถทำการประมงในพื้นที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตได้ โดยขนาดของเรือและเครื่องมือทำการประมง ที่จะอนุญาตให้มีการเปลี่ยนพื้นที่การทำการประมงต้องไม่มีผลกระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่สามารถ ทำการประมงได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่ที่ผู้ขออนุญาตประสงค์จะไปทำการประมง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (๕) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามข้อ ๑๑

    (๕) ให้กระทำได้ เมื่อ

    (ก) แก้ไขห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้หรือปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาตให้ทำ การประมงของใบอนุญาตที่ได้ออกไปแล้วให้สอดคล้องกับการกำหนดปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่สามารถ ทำการประมงได้ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (ข) เป็นกรณียกสิทธิทำการประมงไปให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ให้ยกสิทธิได้เฉพาะ ผู้รับใบอนุญาตในชนิดเครื่องมือทำการประมงที่จับสัตว์น้ำในกลุ่มเดียวกันตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และพื้นที่ที่ทำการประมงต้องเป็นพื้นที่เดียวกัน และกรณีที่ผู้ยกสิทธิทำการประมงถูกพักใช้ใบอนุญาต ให้หักปริมาณสัตว์น้ำที่มีสิทธิทำการประมงในระหว่างที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตออก โดยให้อธิบดีหรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณานำเอาปริมาณสัตว์น้ำที่ได้รับการจัดสรรในเรือประมงของผู้ยกสิทธิ มาคำนวณเพื่อกำหนดห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ใหม่ และแก้ไขรายการในใบอนุญาตของ ผู้ยกสิทธิและผู้รับสิทธิให้สอดคล้องกับห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ใหม่ ทั้งนี้ ให้นำปริมาณสัตว์น้ำ ที่ได้รับการยกสิทธิมาคำนวณเพื่อกำหนดห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ที่เปลี่ยนแปลงไปของ ใบอนุญาตที่ขอแก้ไขทุกฉบับ โดยห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ที่เปลี่ยนแปลงไปให้กำหนดไว้ ในเงื่อนไขท้ายใบอนุญาต

  13. ๑๓

    ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาตตามข้อ ๑๒ ให้อธิบดีหรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ และให้นำความในข้อ ๗ มาใช้บังคับแก่การแก้ไข รายการในใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าอากรครบถ้วนแล้ว แล้วแต่กรณี ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตใหม่แทนใบอนุญาตเดิม ใบอนุญาต ฉบับใหม่ ให้ใช้เลขที่ของใบอนุญาตเดิม อายุใบอนุญาตและเงื่อนไขในใบอนุญาต ให้เป็นไปตามใบอนุญาตเดิม และเมื่อได้ออกใบอนุญาตใหม่แล้ว ให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอันใช้ไม่ได้ ในกรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย

  14. ๑๔

    ในกรณีที่การแก้ไขรายการในใบอนุญาตจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายประจำ เรือประมง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตไปดำเนินการจัดทำเครื่องหมายประจำเรือประมง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๘๑

    (๔) เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก

  15. ๑๕

    ผู้ใดประสงค์จะขอรับโอนใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ และให้นำความในข้อ ๕ มาบังคับใช้แก่การขอรับโอนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม

  16. ๑๖

    การโอนใบอนุญาตตามข้อ ๑๕ ให้กระทำได้ ๓ วิธี ดังต่อไปนี้

    (๑) การโอนใบอนุญาตกรณีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในเรือประมงให้แก่บุคคลอื่น

    (๒) การโอนใบอนุญาตกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตาย

    (๓) การโอนใบอนุญาตในลักษณะควบรวมปริมาณสัตว์น้ำ

  17. ๑๗

    การอนุญาตให้โอนใบอนุญาตตามข้อ ๑๖ (๑) และ

    (๒) ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องมีสิทธิทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงใน เขตการประมงไทย

    (๒) ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตและเรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๔

    (๓) ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตจะต้องแสดงคำสั่งศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกหรือเอกสาร แสดงว่าได้รับการยินยอมจากทายาทพร้อมแสดงใบมรณบัตร กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตาย

  18. ๑๘

    การอนุญาตให้โอนใบอนุญาตตามข้อ ๑๖

    (๓) ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตและเรือประมงต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด ไว้ในข้อ ๑๗ (๑) และ (๒)

    (๒) ผู้โอนใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาตต้องได้รับใบอนุญาตทำการประมงโดยใช้ชนิด เครื่องมือทำการประมงที่จับสัตว์น้ำในกลุ่มเดียวกัน ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดและพื้นที่ที่ทำการประมง ต้องเป็นพื้นที่เดียวกัน

    (๓) เจ้าของเรือที่รับโอนใบอนุญาตต้องดำเนินการกับเรือประมงลำเดิมหรือเรือประมงของ ผู้โอนใบอนุญาต โดยการแยกชิ้นส่วนหรือทำลายเรือ เปลี่ยนประเภทเรือ โอนกรรมสิทธิ์เรือให้กับบุคคล ซึ่งไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย หรือดำเนินการเพื่อให้ นายทะเบียนเรือเพิกถอนทะเบียนเรือไทยนั้น ให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีคำสั่งอนุญาตให้รับโอนปริมาณสัตว์น้ำ ที่ควบรวม ในการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายนำเอาปริมาณสัตว์น้ำที่ได้รับ การจัดสรรของเรือประมงที่นำมาควบรวมมาคำนวณเพื่อกำหนดห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ใหม่ และหากเจ้าของเรือประมงหรือผู้โอนใบอนุญาตทำการประมงถูกพักใช้ใบอนุญาต ให้หักปริมาณสัตว์น้ำ ที่มีสิทธิทำการประมงในระหว่างที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตออก เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก

  19. ๑๙

    ในกรณีที่ปรากฏว่า ภายหลังจากการโอนใบอนุญาตในลักษณะควบรวมปริมาณสัตว์น้ำ ยังมีปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือจากการดำเนินการดังกล่าว ผู้รับโอนใบอนุญาตสามารถนำเอาปริมาณสัตว์น้ำ คงเหลือไปควบรวมปริมาณสัตว์น้ำให้กับเรือประมงลำอื่นได้อีก โดยให้โอนได้เฉพาะผู้ได้รับใบอนุญาต ในชนิดเครื่องมือทำการประมงที่จับสัตว์น้ำในกลุ่มเดียวกันตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และพื้นที่ที่ทำ การประมงต้องเป็นพื้นที่เดียวกัน โดยให้นำเอาปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือที่จะขอรับโอนมาคำนวณเพื่อกำหนด ห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ใหม่ โดยผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องยื่นคำขอรับโอนปริมาณสัตว์น้ำ ที่คงเหลืออยู่ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ และให้นำความข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอรับโอนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาให้นำเอาปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือในหนังสือรับรอง มาคำนวณเพื่อกำหนดห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ใหม่

  20. ๒๐

    ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาคำขอรับโอนใบอนุญาตและออกใบอนุญาตใหม่ แทนใบอนุญาตเดิมให้แก่ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้โอนใบอนุญาต ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งให้ผู้ขอรับโอน ใบอนุญาตมาชำระค่าธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต และในกรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้แสดงเหตุผล และสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย เมื่อผู้ขอรับโอนใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมการโอนใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตใหม่แทนใบอนุญาตเดิม โดยมีระยะเวลาและเงื่อนไข ตามใบอนุญาตเดิม และให้กำกับคำว่า “โอนใบอนุญาต” หรือ “ควบรวมใบอนุญาต” แล้วแต่กรณี พร้อมชื่อผู้โอนและเลขที่ใบอนุญาตที่โอนไว้ที่มุมบนด้านซ้ายและระบุวัน เดือน ปีที่ออกใบอนุญาตดังกล่าว ไว้ด้วย และเมื่อออกใบอนุญาตให้ใหม่แล้ว ให้ใบอนุญาตเดิมเป็นอันใช้ไม่ได้

  21. ๒๑

    ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับ ใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือ หลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ และให้นำความในข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอรับใบแทนใบอนุญาตด้วย โดยอนุโลม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้รับใบอนุญาต และใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญจริง ให้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณา ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับคำขอ ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้ออกใบแทนใบอนุญาต ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งให้ ผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตมาชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต และในกรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก เมื่อผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบแทนใบอนุญาต โดยใช้แบบใบอนุญาตเดิมและระบุคำว่า “ใบแทน” หรือใช้ข้อความอื่นใดทำนองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาต

  22. ๒๒

    การยื่นคำขอ การแจ้งหรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน หรือการติดต่อหรือ ออกเอกสารหลักฐานใดๆ รวมทั้งการชำระค่าธรรมเนียมและค่าอากรตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการและสถานที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง

    (๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล

    (๓) สถานที่หรือวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  23. ๒๓

    คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต คำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาต คำขอรับโอนใบอนุญาต และคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  24. ๒๔

    ประกาศ คำสั่งที่ออกตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ใช้บังคับอยูในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัด หรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้ จนกว่าจะมีประกาศ คำสั่งที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

  25. ๒๕

    แบบคำขอและใบอนุญาตที่อธิบดีกำหนดตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาต ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ ต่อไปจนกว่าจะได้มีแบบที่กำหนดตามกฎกระทรวงนี้

  26. ๒๖

    ใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตที่ออกให้ตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาต ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ หรือถูกเพิกถอน

  27. ๒๗

    คำขอรับใบอนุญาต คำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาต คำขอรับโอนใบอนุญาต และคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ และให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ในกรณีคำขอที่ยื่นตามวรรคหนึ่ง และเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอดังกล่าวแตกต่าง ไปจากที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม คำขอ หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงการขออนุญาตและ การอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ยังไม่สอดคล้องกับวิถีการทำการประมงในปัจจุบัน สมควรปรับปรุง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมง และปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/7123ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYmZmNjFiZGYtNmQ4Mi00YjE2LWEyYWQtZTFmZjc3YTYwMDQ0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMDI1IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTE24LiBLTIwLnBkZiJ9.7pRoUfJtM1j3GICcwFizuXpq8yFMh3OJZ4FULAzTZjI9 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:d993070ce85a4bbf0b8b9d6e3c0ae3b25742440ef1edcb824b3ebe18f92f3e70ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:13:01.764Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR