กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗12 มาตรา4 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 7 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 2f1984d8… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมมาตรา ๓–๔ · 2 มาตรา
  2. หมวด ๒มาตรา ๕–๖ · 2 มาตรา
  3. หมวด ๓ มาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมมาตรา ๗–๑๐ · 4 มาตรา
  4. หมวด ๔ มาตรฐานด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมมาตรา ๑๑–๑๒ · 2 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๔ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม” หมายความว่า สถานบริการสาธารณสุข หน่วยงาน หรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ หรือองค์กรที่ให้บริการ ด้านเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเพื่อให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม “แพทย์” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม “พยาบาล” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล และการผดุงครรภ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์

  3. หมวด ๑ หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม

    2 มาตรา
  4. หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมมีหกประเภท ดังต่อไปนี้

    (๑) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ

    (๒) สถานบริการสาธารณสุขของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

    (๓) สภากาชาดไทย เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก

    (๔) หน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ

    (๕) หน่วยงานหรือหน่วยบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินการภายในสถานประกอบกิจการ

    (๖) องค์กรที่ให้บริการด้านเวชกรรมสิ่งแวดล้อม

  5. หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓ ต้องให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    (๑) ด้านการเฝ้าระวังโรคจากสิ่งแวดล้อมและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพหรือสิ่งส่งตรวจอื่น

    (๒) ด้านบุคลากรผู้ให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมและบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการเวชกรรม สิ่งแวดล้อม

    (๓) ด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม

  6. หมวด ๒

    2 มาตรา
  7. หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินการทบทวนข้อมูลการบ่งชี้และประเมิน ความเสี่ยงของการเกิดโรคจากสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแผนการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนที่ได้รับ หรืออาจได้รับมลพิษ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ในกรณีที่พบว่าผลการประเมินระดับความเสี่ยงของการเกิดโรคจากสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับสูงและสูงมาก ให้หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมกำหนดรายการตรวจสุขภาพ ประเมินสุขภาพ และตรวจคัดกรองสุขภาพให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ประชาชน กลุ่มรับสัมผัสสูง และต้องแจ้งผลการประเมินสุขภาพ ผลการตรวจคัดกรองสุขภาพ พร้อมทั้ง ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเพื่อลดการสัมผัสมลพิษแก่ประชาชนเป็นรายบุคคล

    (๒) ในกรณีที่พบว่าผลการประเมินระดับความเสี่ยงของการเกิดโรคจากสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับต่ำและระดับปานกลาง ให้หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมรวบรวม วิเคราะห์ และติดตาม ข้อมูลการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษในกลุ่มประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง ให้กรมควบคุมโรคจัดทำและเผยแพร่คู่มือหรือแนวทางในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้แก่หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก

  8. หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมต้องให้บริการเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพหรือ สิ่งส่งตรวจอื่นตามมาตรฐาน ดังต่อไปนี้

    (๑) การควบคุมคุณภาพก่อนการวิเคราะห์ตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการ ให้ดำเนินการควบคุม คุณภาพทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมความพร้อมผู้รับการตรวจ วิธีการเก็บตัวอย่าง วิธีการเก็บรักษา ตัวอย่าง และการขนส่งตัวอย่าง

    (๒) การควบคุมคุณภาพห้องปฏิบัติการ ให้ส่งตัวอย่างไปทำการวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังนี้ ในรายการทดสอบที่ส่งตรวจ

    (ก) ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (ISO/IEC 17025) หรือ มาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว สำหรับตัวอย่างสารเคมีในสิ่งแวดล้อม

    (ข) ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (ISO 15189) หรือ มาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว สำหรับตัวอย่างทางการแพทย์และสาธารณสุข

    (ค) ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์โดยสภาเทคนิค การแพทย์ มาตรฐานการปฏิบัติงานทางพยาธิวิทยาและนิติเวชศาสตร์โดยราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์ แห่งประเทศไทย หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว ให้กรมควบคุมโรคจัดทำและเผยแพร่คู่มือหรือแนวทางในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้แก่หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม

  9. หมวด ๓ มาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม

    4 มาตรา
  10. หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓ ต้องมีมาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการ เวชกรรมสิ่งแวดล้อมและบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดในหมวดนี้

  11. หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีบุคลากรผู้ให้บริการเวชกรรม สิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้

    (๑) หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓

    (๑) ที่มิใช่หน่วยบริการปฐมภูมิตามกฎหมาย ว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้

    (ก) แพทย์เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน

    (ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก

    (ค) บุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยหนึ่งคน โดยจะปฏิบัติงานประจำ ณ หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมหรือไม่ก็ได้

    (๒) หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓

    (๑) ที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ตามกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้

    (ก) แพทย์เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน

    (ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน

    (ค) บุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยหนึ่งคน โดยจะปฏิบัติงานประจำ ณ หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมหรือไม่ก็ได้

    (๓) หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓ (๒) (๓) (๔) (๕) และ

    (๖) ต้องจัดให้มี บุคลากรเช่นเดียวกับหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๓ (๑)

  12. บุคลากรผู้ให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๘ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) แพทย์ ให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

    (ก) แพทย์เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่ผ่านหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต หรือ ดุษฎีบัณฑิตด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

    (ข) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ จากแพทยสภา

    (ค) แพทย์สาขาอื่นที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่กรมควบคุมโรค กำหนดหรือรับรอง

    (๒) พยาบาล ให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

    (ก) พยาบาลอาชีวอนามัยที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมที่สภาการพยาบาลอนุมัติหรือรับรอง ได้แก่ พยาบาลที่ผ่านหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลอาชีวอนามัย สาขาการพยาบาล อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าสี่เดือน หรือพยาบาลที่ผ่านหลักสูตรพยาบาลศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัยหรือสาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติอาชีวอนามัย

    (ข) พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านหลักสูตรหนึ่งหลักสูตรใด ดังนี้ ๑) หลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า หกสิบชั่วโมงที่สภาการพยาบาลอนุมัติหรือรับรอง หรือหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่กรมควบคุมโรคกำหนด หรือหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก ๒) หลักสูตรความรู้พื้นฐานด้านการพยาบาลอาชีวอนามัยหรือหลักสูตรการพยาบาล อาชีวอนามัย ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าหกสิบชั่วโมงที่สภาการพยาบาลอนุมัติหรือรับรองหรือที่ กรมการแพทย์กำหนด รวมทั้งหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ระยะเวลา ไม่ต่ำกว่าหกสิบชั่วโมงที่สภาการพยาบาลอนุมัติหรือรับรอง หรือหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่กรมควบคุมโรคกำหนด

    (๓) บุคลากรด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

    (ก) ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปทางด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือ สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม

    (ข) ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  13. ๑๐

    นอกจากบุคลากรผู้ให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม อาจจัดให้มีบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมด้วยก็ได้ โดยบุคลากรดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

    (ก) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน จากสภาการสาธารณสุขชุมชน

    (ข) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ จากสภาเทคนิคการแพทย์

    (ค) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการ วิชาชีพในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม เช่น รังสีเทคนิค จิตวิทยาคลินิก

    (๒) ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

    (ก) ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม

    (ข) ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวกับสาธารณสุขด้านอื่นและ ต้องมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือการควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่าสองปี หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่กรมควบคุมโรคกำหนด หรือหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก

    (ค) ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เวชกรรมสิ่งแวดล้อม เช่น วิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบาดวิทยา จิตวิทยา

    (๓) ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อม พิษวิทยา

  14. หมวด ๔ มาตรฐานด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม

    2 มาตรา
  15. ๑๑

    หน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมต้องจัดให้มีเครื่องมือสำหรับการให้บริการเวชกรรม สิ่งแวดล้อมเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับรูปแบบการให้บริการ โดยอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่า มาตรฐานระดับประเทศหรือมาตรฐานของต่างประเทศ เช่น มาตรฐานของสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute (ANSI)) มาตรฐานของสำนักงาน บริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (Occupational Safety and Health Administration (OSHA)) มาตรฐานของสมาคมแพทย์โรคทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา (American Thoracic Society (ATS)) หรือมาตรฐานของคณะทำงานเฉพาะกิจสมาคมระบบทางเดิน หายใจยุโรป (European Respiratory Society Task Force (ATS/ERS))

  16. ๑๒

    การให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมด้วยเครื่องมือตามข้อ ๑๑ ต้องดำเนินการ โดยบุคลากรผู้ให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๘ หรือบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการเวชกรรม สิ่งแวดล้อมตามข้อ ๑๐ ทั้งนี้ บุคลากรดังกล่าวต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือสำหรับ การให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมที่กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ สภาการพยาบาล หรือสมาคมโรค จากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยกำหนด หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรม การใช้เครื่องมือสำหรับให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง ให้ไว้ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๔

    (๒) แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมมีอำนาจ ออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ ในการดำเนินการเกี่ยวกับเวชกรรมสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

มาตรฐานด้านการเฝ้าระวังโรคจากสิ่งแวดล้อมและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพหรือสิ่งส่งตรวจอื่น

และบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10435ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMWQ0MTI4MjQtOGE1MC00NjZjLWFjMTAtOThkMjAyOTA2ZTJmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMTM1IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcz4LiBLTMxLnBkZiJ9.Nfjr-aRujT3kxcUzGb-dXLNl9oF_pszCTaxKC1a0n2c7 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:2f1984d8bb350d768c361f3f7e09ac44acc5786f883987251b4d9cb6f2d75c79ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:23:18.831Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR