กฎกระทรวงการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘12 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 e2061c0c… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๘ ก กฎกระทรวง การขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๖๘ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติสมาคม การค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  2. ให้ยกเลิก

    (๑) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๕๓

    (๒) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

  3. การยื่นคำขอ การแจ้ง การส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน การติดต่อหรือการออก เอกสารหลักฐานใด ๆ รวมทั้งใบอนุญาต ตลอดจนการชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถ ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ณ ท้องที่ที่สมาคมการค้าตั้งอยู่ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการ ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๒) จังหวัดอื่น ให้ดำเนินการ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

    (๓) สถานที่อื่นตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงการอำนวย ความสะดวกแก่ประชาชนเป็นสำคัญ

  4. คำขออนุญาต ใบอนุญาต และหนังสือรับรองความประพฤติ ให้เป็นไปตามแบบ ที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๘ ก

  5. ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจจำนวน ไม่น้อยกว่าสามคนที่ประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า ยื่นคำขออนุญาตต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ดังต่อไปนี้

    (๑) เลขประจำตัวประชาชน

    (๒) เอกสารและหลักฐานการเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

    (๓) หนังสือรับรองความประพฤติของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

    (๔) ข้อบังคับของสมาคมการค้าที่ขออนุญาตจัดตั้ง

    (๕) เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในสถานที่จัดตั้งสมาคมการค้า พร้อมทั้ง หนังสือแสดงความยินยอมของเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองในสถานที่แห่งนั้นด้วย

    (๖) แผนที่แสดงสถานที่และบริเวณที่จัดตั้งสมาคมการค้า รวมทั้งรูปถ่ายสถานที่จัดตั้งสมาคมการค้า

    (๗) ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทางในกรณีที่ผู้รับมอบอำนาจเป็นคนต่างด้าว

    (๘) คำยินยอมให้นายทะเบียนเข้าถึงข้อมูลตาม (๑) และ

    (๗) แล้วแต่กรณี เพื่อประโยชน์ใน การตรวจสอบ

  6. ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งเป็นคนต่างด้าว ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานตามข้อ ๕ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ

    (๘) และเอกสาร และหลักฐานดังต่อไปนี้เพิ่มเติมพร้อมทั้งคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวด้วย

    (๑) ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทาง

    (๒) ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

    (๓) ใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการตามวรรคหนึ่งมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ให้ดำเนินการแทนตามข้อ ๕

    (๗) พร้อมทั้งสำเนาเอกสารของผู้มอบอำนาจตาม (๑) (๒) และ (๓)

  7. หนังสือรับรองความประพฤติตามข้อ ๕

    (๓) ต้องมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้ ลงนามรับรอง

    (๑) พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

    (๒) ข้าราชการพลเรือนประเภทบริหาร ประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการตั้งแต่ ระดับปฏิบัติการซึ่งมีอายุงานตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๘ ก ในกรณีที่ไม่มีบุคคลตามวรรคหนึ่งรับรอง ให้นายทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบความประพฤติ ของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง โดยใช้วิธีการตรวจสอบหรือให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งแสดงหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งนั้นมีความประพฤติดี

  8. การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในคำขออนุญาต ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

    (๒) ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ให้ผู้ขออนุญาต ลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประจำตัวสำหรับ เจ้าหน้าที่ของรัฐของบุคคลดังกล่าวด้วย

    (ก) พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

    (ข) ข้าราชการพลเรือนประเภทบริหาร ประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการตั้งแต่ ระดับปฏิบัติการซึ่งมีอายุงานตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป

  9. เมื่อได้รับคำขออนุญาต ให้นายทะเบียนตรวจสอบคำขออนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขออนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาต หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องไว้ และแจ้งให้ผู้ขออนุญาต แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน ระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน ในกรณีที่การยื่นคำขออนุญาตมิได้กระทำ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้นายทะเบียนและผู้ขออนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้อง และครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาต หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์ จะดำเนินการต่อไป และให้นายทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

  10. ๑๐

    ในกรณีที่คำขออนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขออนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาต ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๘ ก ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งอนุญาต ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ มีคำสั่งอนุญาต เมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบอนุญาต ให้แก่ผู้ขออนุญาต ทั้งนี้ หากผู้ขออนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้นายทะเบียน จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ เมื่อนายทะเบียนออกใบอนุญาตและจดทะเบียนสมาคมการค้าให้แก่ผู้ขออนุญาตแล้ว ให้จดทะเบียนข้อบังคับของสมาคมการค้านั้นไปพร้อมกัน โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการอนุญาต ให้จัดตั้งสมาคมการค้าไปยังสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้าภายในสิบห้าวันเพื่อประกาศใน ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมทั้งเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์

  11. ๑๑

    สมาคมการค้าที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและจดทะเบียนเป็นสมาคมการค้าไว้แล้ว ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นสมาคมการค้าที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้

  12. ๑๒

    บรรดาคำขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้าที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน ให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า ตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ จตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๘ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และ วิธีการในการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้าให้สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติราชการในปัจจุบันที่มุ่งเน้นการบริหารงาน และการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล และการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวก และลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า รวมทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13188ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTE5YzMwNDQtOGM2NC00MDY4LTkzMTgtNzA1YTMyMGJhNWVlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDIyIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY4LTU44LiBLTE2LnBkZiJ9.slXSznp4eHbRIwkc5J5FzsCzhGmIKTskDLTa23VFqZI5 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:e2061c0cfb97c0805f41b6173231f6251b327c737e66fb2d1dca94e581f7ccb6ดึงเมื่อ 2026-08-23T22:49:38.052Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR