กฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๙24 มาตรา3 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 9 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 362ac227… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การรายงานและการตรวจสอบรายงานมาตรา ๓–๗ · 5 มาตรา
  2. หมวด ๒ การแจ้ง การยื่น และการตรวจสอบคำร้องหรือคำร้องคัดค้านมาตรา ๘–๑๓ · 6 มาตรา
  3. หมวด ๓มาตรา ๑๔–๒๔ · 11 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก กฎกระทรวง การคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘/๑ วรรคสี่ และมาตรา ๘/๒ วรรคสาม แห่งพระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้เสียหาย” หมายความว่า ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี “ผู้ที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า เจ้าของบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋า สินทรัพย์ดิจิทัล ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และให้หมายความรวมถึงบุคคลอื่น ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าว “คณะกรรมการธุรกรรม” หมายความว่า คณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

  3. หมวด ๑ การรายงานและการตรวจสอบรายงาน

    5 มาตรา
  4. ในกรณีที่สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรมบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อสำนักงาน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก เพื่อตรวจสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานกำหนด และการรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีข้อมูล ดังต่อไปนี้

    (๑) เลขที่บัญชีเงินฝาก เลขที่บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือเลขที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ใช้โอนและรับโอนในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

    (๒) ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือชื่อนิติบุคคล และเลขทะเบียนนิติบุคคล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เสียหายและเจ้าของบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล

    (๓) สถานะและจำนวนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลคงเหลือในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้รับโอนการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

    (๔) จำนวนความเสียหาย รายละเอียด และเลขที่อ้างอิงของรายการการทำธุรกรรม ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

    (๕) หมายเลขการรับข้อร้องเรียนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจ (Bank Case ID) ในกรณีที่สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจนำข้อมูลการระงับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเข้าสู่ระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลตามมาตรา ๔ ให้ถือว่าได้รายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว

  5. ในกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจพบหรือได้รับ การร้องทุกข์หรือรายงานการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้ยึด หรืออายัดเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ แล้วแต่กรณี ให้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อสำนักงาน เพื่อตรวจสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานกำหนด และการรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีข้อมูล ดังต่อไปนี้

    (๑) รายงานการสืบสวนซึ่งแสดงถึงรายงานความสัมพันธ์แห่งคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี

    (๒) หลักฐานการร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือหลักฐานการร้องทุกข์โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

    (๓) ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือชื่อนิติบุคคล และเลขทะเบียนนิติบุคคล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เสียหายและเจ้าของบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งชื่อ นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ของพนักงานสอบสวน

    (๔) ข้อมูลเส้นทางการเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก

    (๕) รายการเดินบัญชี (statement) ของบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือข้อมูลการทำธุรกรรมย้อนหลัง จนถึงวันที่กระทำความผิด

  6. ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบเหตุอันควรสงสัยหรือข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ตามมาตรา ๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเลขาธิการโดยเร็ว

  7. เมื่อได้รับรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามข้อ ๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๕ ให้เลขาธิการมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ รายงานดังกล่าว ในการตรวจสอบรายงานตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการอาจขอให้หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง มอบหมายบุคคลเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม

  8. ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรม ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยใช้บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล และมีผู้เสียหายจาก อาชญากรรมทางเทคโนโลยีนั้น ให้เสนอรายงานดังกล่าวต่อเลขาธิการโดยเร็ว เมื่อเลขาธิการพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษา ประกาศดังกล่าวต้องกำหนดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องตามข้อ ๙ และผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้านตามข้อ ๑๐ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  9. หมวด ๒ การแจ้ง การยื่น และการตรวจสอบคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน

    6 มาตรา
  10. เมื่อมีการประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศ ข้อมูลดังกล่าวในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบด้วย ในกรณีที่ทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจนแน่นอน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้เสียหายทราบ โดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ หากผู้เสียหายไม่ได้แจ้งที่อยู่ดังกล่าว ให้ส่งไปยังที่อยู่ของผู้เสียหายที่ปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร การแจ้งให้ผู้เสียหายทราบโดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามวรรคสอง ให้ถือว่า ผู้เสียหายได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันถัดจากวันส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีภายในประเทศ หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก

  11. ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อสำนักงานเป็นหนังสือระบุข้อมูลของผู้เสียหาย จำนวนความเสียหาย และจำนวนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขอรับคืน รวมทั้งช่องทางการรับคืน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานแสดงความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับ บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) หลักฐานการร้องทุกข์ในคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งรวมถึงการร้องทุกข์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

    (๒) สำเนาคำพิพากษาซึ่งศาลวินิจฉัยให้ได้รับเงินคืนในคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี

  12. ๑๐

    ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อสำนักงานเป็นหนังสือพร้อมด้วยข้อมูลหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้

    (๑) ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือชื่อนิติบุคคล และเลขทะเบียนนิติบุคคล รวมทั้งที่อยู่ และช่องทางที่ติดต่อ

    (๒) ข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ในส่วนที่คัดค้านไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี

  13. ๑๑

    ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านได้ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านแทนผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

    (๑) ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เยาว์ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้เยาว์ ซึ่งสามารถเข้าใจตามสมควรเกี่ยวกับสาระสำคัญแห่งการกระทำของตนที่จะดำเนินการด้วยตนเอง

    (๒) ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ กรณีผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๓) ทายาทหรือผู้จัดการมรดก กรณีผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องถึงแก่ความตาย

    (๔) บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส กรณีผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถ มอบอำนาจเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้

  14. ๑๒

    ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องหรือผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้านภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ ประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษา โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานกำหนดเป็นหลัก ในกรณี ที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวได้ ให้ดำเนินการด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานหรือสถานที่อื่นใดตามที่สำนักงานกำหนด

    (๒) ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับส่งมาที่สำนักงาน ทั้งนี้ ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทาง ประทับตรารับที่ซองเป็นวันที่ยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน

    (๓) ยื่นผ่านช่องทางอื่นตามที่สำนักงานกำหนด เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก

  15. ๑๓

    เมื่อได้รับคำร้องหรือคำร้องคัดค้านแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำร้อง หรือคำร้องคัดค้านและข้อมูลหรือหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ และดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน และข้อมูลหรือหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ออกใบรับตามแบบที่สำนักงานกำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน และข้อมูลหรือเอกสาร ถูกต้องและครบถ้วน

    (๒) กรณีคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน และข้อมูลหรือหลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน หรือส่งข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่บันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านแก้ไขเพิ่มเติมคำร้อง หรือคำร้องคัดค้าน หรือจัดส่งข้อมูลหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงาน เจ้าหน้าที่กำหนด พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการไว้ในบันทึก ในกรณีที่การยื่นคำร้อง หรือคำร้องคัดค้านไม่ได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้อง หรือคำร้องคัดค้านลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานกำหนด การออกใบรับตาม

    (๑) และการแจ้งตาม

    (๒) ให้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

  16. หมวด ๓

    11 มาตรา
  17. ๑๔

    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณารายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามข้อ ๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๕ คำร้องหรือคำร้องคัดค้าน และข้อมูล หรือหลักฐาน และเมื่อพิจารณาเสร็จ ให้เสนอข้อเท็จจริงและความเห็นพร้อมเหตุผลต่อเลขาธิการ เพื่อขอความเห็นชอบให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาต่อไปโดยเร็ว

  18. ๑๕

    การทำความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับคำร้อง หากพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่เป็นผู้เสียหาย หรือเป็นผู้เสียหายแต่ได้รับเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลคืนครบถ้วนแล้ว หรือผู้ยื่นคำร้องไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำร้องหรือไม่ส่งข้อมูลหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ให้เสนอความเห็นว่า ควรให้ยกคำร้อง

  19. ๑๖

    การทำความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับคำร้องคัดค้าน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พิจารณาและดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีที่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก หรือผู้ยื่นคำร้องคัดค้านไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำร้องคัดค้านหรือไม่ส่งข้อมูลหรือหลักฐานให้ถูกต้อง และครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ให้เสนอความเห็นว่า ควรให้ยกคำร้องคัดค้าน

    (๒) กรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงอันเชื่อได้ว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้เสนอความเห็นว่า คำร้องคัดค้านฟังขึ้นและไม่ควรนำเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในส่วนที่คัดค้านคืน แก่ผู้เสียหาย

  20. ๑๗

    การทำความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ยื่นคำร้องเป็นผู้เสียหายและยังไม่ได้รับเงิน หรือสินทรัพย์ดิจิทัลคืนครบถ้วน รวมทั้งไม่มีผู้ยื่นคำร้องคัดค้านหรือคำร้องคัดค้านของผู้ที่เกี่ยวข้องฟังไม่ขึ้น หรือคำร้องคัดค้านฟังขึ้นแต่ไม่ครอบคลุมเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ระงับการทำธุรกรรมไว้ และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีเส้นทางการเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้เสียหายชัดเจนสามารถระบุได้ว่าเงิน หรือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของผู้เสียหายรายใด ให้เสนอความเห็นว่า ควรให้คืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล แก่ผู้เสียหาย พร้อมรายการที่ผู้เสียหายควรได้รับคืน

    (๒) กรณีเส้นทางการเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้เสียหายไม่ชัดเจน โดยมีการปะปนกับ ธุรกรรมรายการอื่น จนไม่สามารถระบุได้ว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของผู้เสียหายรายใด ให้เสนอความเห็นว่า ควรให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายโดยชดใช้คืนตามสัดส่วนความเสียหาย พร้อมรายการ ที่ผู้เสียหายควรได้รับการชดใช้คืน ทั้งนี้ ในกรณีความเสียหายที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ให้พิจารณา ความเสียหายในขณะโอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังผู้กระทำความผิด

  21. ๑๘

    เมื่อเลขาธิการพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานพร้อมความเห็นประกอบ การพิจารณาตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายงานดังกล่าวต่อ คณะกรรมการธุรกรรม และให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาและมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) การพิจารณาคำร้อง กรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิได้รับคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีคำสั่งคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้เสียหาย และกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่เป็นผู้เสียหาย หรือเป็นผู้เสียหายแต่ได้รับชดใช้ความเสียหายครบถ้วนแล้ว ให้มีคำสั่งยกคำร้อง

    (๒) การพิจารณาคำร้องคัดค้าน กรณีที่เห็นว่าคำร้องคัดค้านฟังขึ้น ให้มีคำสั่งว่าคำร้อง คัดค้านฟังขึ้นและไม่ให้นำเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในส่วนที่คัดค้านคืนให้แก่ผู้เสียหาย และกรณีที่ เห็นว่า คำร้องคัดค้านฟังไม่ขึ้น ให้มีคำสั่งยกคำร้องคัดค้าน ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้วเห็นว่า รายงานมีข้อมูลหรือหลักฐานยังไม่เพียงพอ ต่อการพิจารณา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม แล้วนำเสนอ คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก คำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วย และเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

  22. ๑๙

    เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งตามข้อ ๑๘ แล้ว ให้สำนักงานแจ้งคำสั่ง ของคณะกรรมการธุรกรรมไปยังผู้ยื่นคำร้องหรือคำร้องคัดค้านโดยเร็ว และแจ้งให้ทราบด้วยว่า หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ให้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเพื่อคัดค้านคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรม ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

  23. ๒๐

    เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๙ ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีที่ไม่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ให้สำนักงานดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่ง ของคณะกรรมการธุรกรรมโดยเร็ว

    (๒) กรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ให้สำนักงานงดการดำเนินการตามคำสั่ ง ของคณะกรรมการธุรกรรมไว้ก่อน และแจ้งไปยังผู้เสียหายอื่นและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและเมื่อศาล มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วให้สำนักงานดำเนินการต่อไปโดยเร็ว

  24. ๒๑

    ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล แล้วแต่กรณี ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งหรือวันที่สำนักงานได้รับคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล เพื่อดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีที่ต้องคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพิกถอนการยึดหรืออายัดเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล หรือให้ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรม แล้วแต่กรณี และให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องนำส่งเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีการเพิกถอนการยึดหรืออายัด หรือเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรม ตามรายการที่กำหนด ไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่สำนักงานกำหนด

    (๒) กรณีที่บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลใดไม่เกี่ยวข้อง กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

  25. ๒๒

    เมื่อสำนักงานได้รับเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้คืนไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ของผู้เสียหายตามที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องโดยเร็ว เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก ในกรณีที่ไม่สามารถคืนไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ของผู้เสียหายตามวรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อผู้เสียหายเพื่อให้ดำเนินการแจ้งความประสงค์ ให้มีการคืนไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นต่อไป

  26. ๒๓

    ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าดำเนินการเกิดขึ้นจากการโอนหรือแปลงสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้เสียหาย ให้ผู้เสียหายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือค่าดำเนินการ ดังกล่าวโดยหักจากเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องคืนให้แก่ผู้เสียหาย

  27. ๒๔

    เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหมวด ๓ ให้เลขาธิการกำหนดระยะเวลา และแนวทางในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘/๑ วรรคสี่ และมาตรา ๘/๒ วรรคสาม แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ บัญญัติให้การรายงานและการตรวจสอบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การแจ้งให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับเงินคืนและผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้าน การยื่นและการตรวจสอบคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน การเสนอเรื่องและการพิจารณาคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย การแจ้งผลการพิจารณาต่อผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้อง และวิธีการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

การพิจารณาคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย การแจ้งผลการพิจารณาต่อผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้อง และวิธีการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/16552ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYTliYWQ2NjgtYzZmZi00MWJmLTllOWYtYTJjZDcxYzJiMTNjIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKEwMDUwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY5LTMx4LiBLTEucGRmIn0.w5P7ft-akj6sEgjdDxyokPybPm5IAkqs7i8kfS6IHrc9 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:362ac22799465c63c3aeceb8ad66fdf2cd6567f029d5e579b1dabf8cedc41445ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:28:42.968Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR