กฎกระทรวงการยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕22 มาตราต้นฉบับ PDF · 7 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 57191139… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ก หนา้ ๓ กฎกระทรวง การยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้อุทธรณ์” ให้หมายความรวมถึงบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะซึ่งได้รับมอบหมายให้อุทธรณ์แทน ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ “คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์” หมายความว่า คณะกรรมการอุทธรณ์ คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

  3. ผู้มีสิทธิอุทธรณ์อาจอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งหรือหนังสือแจ้งกรณี อันเป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์

  4. ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ถึงแก่ความตายก่อนใช้สิทธิอุทธรณ์ ทายาทของผู้มีสิทธิ อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์แทนได้

  5. การอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) คณะกรรมการอุทธรณ์ สำหรับการอุทธรณ์การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง และการอุทธรณ์การกำหนดค่าทดแทนตามมาตรา ๓๗ วรรคสาม

    (๒) คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด สำหรับการอุทธรณ์การปฏิเสธหรือสั่งการเกี่ยวกับโครงการ ที่จะมีการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือที่จะก่อสร้างอาคารตามมาตรา ๔๔ การอุทธรณ์การสั่งให้ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๕๗ การอุทธรณ์การกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทน ตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ การอุทธรณ์การคิดค่าใช้จ่ายในการ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ก หนา้ ๔ ดัดแปลงอาคารตามมาตรา ๖๑ การอุทธรณ์การจัดทำระบบสาธารณูปโภคและการกำหนดจำนวนเงิน ค่าตอบแทนในการใช้ที่ดินตามมาตรา ๖๙ และการอุทธรณ์การสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน หรือการสั่งให้แก้ไขปรับปรุง หรือการสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน ตามมาตรา ๙๗

    (๓) คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น สำหรับการอุทธรณ์การคิดค่าใช้จ่าย ในการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๖๐

  6. คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

    (๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์

    (๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์

    (๓) คำสั่ง คำวินิจฉัย หรือการกระทำอื่นใด ที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ พร้อมทั้งข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้งหรือข้อกฎหมาย และเหตุผลที่ยกขึ้นอ้างอิง

    (๔) ความประสงค์หรือคำขอของผู้อุทธรณ์

    (๕) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาคำอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นพร้อมคำอุทธรณ์

  7. ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามข้อ ๕ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร

    (๒) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดแห่งท้องที่ที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีที่ผังเมืองที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้วางและจัดทำผัง ให้ยื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้วางและจัดทำผังนั้น

  8. การยื่นคำอุทธรณ์ จะยื่นโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่รัฐมนตรีกำหนดก็ได้ และให้ถือว่าวันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับฝากส่งหรือวันที่ คำขออุทธรณ์ได้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานตามข้อ ๗ (๑) หรือ

    (๒) แล้วแต่กรณี เป็นวันยื่นอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีที่วันที่คำขออุทธรณ์ได้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เป็นวันนอกเวลา ทำการตามปกติ ให้ถือว่าวันทำการถัดไปเป็นวันยื่นอุทธรณ์ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา อุทธรณ์ การแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ การถอนคำอุทธรณ์ หรือการแจ้งเหตุแห่งการไม่มาชี้แจงหรือ ไม่ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือสิ่งอื่นที่จำเป็น รวมทั้งการดำเนินการอื่น ด้วยโดยอนุโลม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ก หนา้ ๕

  9. ในกรณีที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ได้รับคำอุทธรณ์แต่เป็นเรื่องที่ตนไม่มีหน้าที่หรือ อำนาจ ให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวส่งต่อคำอุทธรณ์นั้นไปยังหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ รับคำอุทธรณ์ตามข้อ ๗ โดยเร็ว พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบด้วย ห้ามมิให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ปฏิเสธไม่รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ซึ่งได้ยื่น ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๓

  10. ๑๐

    เมื่อได้รับคำอุทธรณ์แล้ว ให้สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับ คำอุทธรณ์ ออกใบรับคำอุทธรณ์ให้แก่ผู้อุทธรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และให้ตรวจคำอุทธรณ์ หากเห็นว่า คำอุทธรณ์สมบูรณ์ตามข้อ ๖ ให้ทำความเห็นเบื้องต้นส่งพร้อมคำอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการ ผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ หากเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นไม่สมบูรณ์ ให้มีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์เพื่อแก้ไข คำอุทธรณ์ให้สมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้อุทธรณ์ไม่แก้ไขคำอุทธรณ์ให้สมบูรณ์ภายใน ระยะเวลาที่กำหนด ให้บันทึกไว้แล้วเสนอคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ตามมาตรา ๙๕ ในกรณีที่ คำอุทธรณ์ซึ่งผู้อุทธรณ์ยื่นไม่สมบูรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้วันได้รับคำอุทธรณ์ตามมาตรา ๙๕ หมายถึง วันที่ผู้อุทธรณ์ได้แก้ไขคำอุทธรณ์ให้สมบูรณ์หรือวันที่ครบระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้อุทธรณ์แก้ไขคำอุทธรณ์

  11. ๑๑

    ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์พร้อม คำอุทธรณ์ตามข้อ ๖ วรรคสอง ผู้อุทธรณ์อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา อุทธรณ์ได้ ในกรณีที่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว หากผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหรือ หลักฐานเพิ่มเติม ต้องแสดงเหตุผลอันสมควรที่ตนไม่อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานภายในกำหนด ระยะเวลาดังกล่าว และต้องยื่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ระยะเวลาอุทธรณ์สิ้นสุดลง การยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือยื่นที่สำนักการวางผัง และพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับคำอุทธรณ์

  12. ๑๒

    ภายในกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ได้ โดยให้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ พร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริง และเหตุผลของการ แก้ไขเพิ่มเติม ยื่นที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับคำอุทธรณ์

  13. ๑๓

    ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาโดยคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ ประกอบด้วย

    (๑) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๑) เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง ให้คำนึงถึงนโยบายของผังเมืองรวมในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัย ของประชาชน สวัสดิภาพของสังคม หรือประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งกิจการที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ก หนา้ ๖ สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุน ประโยชน์ หรือความเดือดร้อนรำคาญ ที่ประชาชนได้รับจากกิจการนั้น

    (๒) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๒) เกี่ยวกับการกำหนดค่าทดแทนจาก ความเสียหายหรือเสื่อมสิทธิที่ได้รับอยู่เดิมของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินตามมาตรา ๓๗ วรรคสาม ให้คำนึงถึงความเสียหายหรือเสื่อมสิทธิที่ได้รับอยู่เดิมของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินที่ใช้ประโยชน์ ที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุน ประโยชน์ หรือความเดือดร้อนรำคาญของประชาชนที่ได้รับ ซึ่งต้องได้สัดส่วนกับประโยชน์สาธารณะ

  14. ๑๔

    ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณา โดยคำนึงถึงเรื่อง ดังต่อไปนี้ประกอบด้วย

    (๑) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๓) เกี่ยวกับการปรับปรุงที่ดินตามมาตรา ๔๔ ให้คำนึงถึงความประสงค์และโครงการที่จะใช้ประโยชน์ที่ดินหรือก่อสร้างอาคารของผู้อุทธรณ์ ประกอบกับ หลักการของผังเมืองเฉพาะที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง และเหตุผลของเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นหรือกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ปฏิเสธหรือสั่งให้มีการแก้ไขโครงการดังกล่าว และให้คำนึงถึง ประโยชน์และความเดือดร้อนของประชาชนในบริเวณผังเมืองเฉพาะจะพึงได้รับ

    (๒) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๔) เกี่ยวกับการจัดทำรายละเอียด แสดงการ ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๕๗ ให้คำนึงถึงเหตุผลของผู้อุทธรณ์และเหตุผล ของคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งรายละเอียดการดัดแปลง รื้อถอน หรือ เคลื่อนย้ายอาคารให้เป็นไปตามผังเมืองเฉพาะ ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดัดแปลง รื้อถอน หรือ เคลื่อนย้ายอาคาร ประโยชน์ และความเดือดร้อนของประชาชนในบริเวณนั้น

    (๓) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๕) เกี่ยวกับการกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทน ให้คำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ประกอบด้วย

    (ก) กรณีการกำหนดค่าตอบแทนตามมาตรา ๕๙ ให้คำนึงถึงสภาพอาคาร ทรัพย์สินอื่น ที่อยู่ในอาคาร ประโยชน์ และความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะได้รับ โดยคำนวณตามราคาที่เป็นธรรม

    (ข) กรณีการกำหนดค่าตอบแทนตามมาตรา ๖๔ ให้คำนึงถึงความมากน้อยแห่งสิทธิ ที่ผู้อุทธรณ์ต้องเสียหรือถูกจำกัด หรือภาระที่ต้องปฏิบัติหรืองดเว้นไม่ปฏิบัติ รวมทั้งประโยชน์ และ ความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับจากคำสั่งดังกล่าว แต่ราคาที่จะกำหนดให้ต้องไม่เกินกว่าราคาที่ดิน

    (ค) กรณีการกำหนดราคาที่ดินที่โอนตามความเป็นธรรมตามมาตรา ๖๖ ให้คำนึงถึงราคา ที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด ราคาประเมินที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์แห่งรัฐ และสภาพและที่ตั้งของที่ดินนั้น

    (ง) กรณีการกำหนดค่าตอบแทนอันจะพึงจ่ายให้เพิ่มขึ้นตามมาตรา ๖๗ ให้คำนึงถึง ประโยชน์ของเจ้าของหรือผู้ครอบครอง สภาพของสิ่งที่ก่อสร้างหรือสิ่งที่จัดทำ สิ่งที่สร้างในขณะที่มี การโอน หรือค่าตอบแทนที่ได้จ่ายไปแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ก หนา้ ๗

    (๔) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๗) เกี่ยวกับการคิดค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงอาคาร ให้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เจ้าหน้าที่จ่ายจริงโดยประหยัด

    (๕) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๘) เกี่ยวกับการกำหนดเงินค่าตอบแทนอันเป็นธรรม ในการใช้ที่ดินตามมาตรา ๖๙ ให้คำนึงถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้าใช้ที่ดินบริเวณนั้น ตามผังเมือง เฉพาะในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน สวัสดิภาพของสังคม และ คำนึงถึงประโยชน์ที่จะพึงได้จากการใช้ที่ดินบริเวณนั้น สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่น ที่เกี่ยวกับที่ดิน ประโยชน์ และความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งกิจการต่าง ๆ ที่อยู่ทั้งในและนอกเขตผังเมือง เฉพาะจะพึงได้รับ และให้คำนึงถึงค่าตอบแทนที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินใกล้เคียงรายอื่นในเขต ผังเมืองเฉพาะส่วนใหญ่ได้รับด้วย

    (๖) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๙) ให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดิน และวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมของคำสั่ง เหตุผลและ ความจำเป็นของผู้อุทธรณ์

  15. ๑๕

    ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐

    (๖) เกี่ยวกับการคิดค่าใช้จ่ายในการ รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๖๐ ให้คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นคำนึงถึง ค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นตามความเป็นจริงโดยประหยัด

  16. ๑๖

    ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์พิจารณาทบทวน คำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หรือ ความเหมาะสมของการทำคำสั่งทางปกครอง และอาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิมหรือ เปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้นไปในทางใด หรือดำเนินการอื่นใดเสียใหม่ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ จำนวนเงินที่กำหนดใน คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต้องไม่เกินคำขอของผู้อุทธรณ์

  17. ๑๗

    ในการวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องใด ห้ามกรรมการในคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัย อุทธรณ์ซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องที่อุทธรณ์นั้นเข้าร่วมประชุม

  18. ๑๘

    คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์จะเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจง นำเอกสาร หลักฐาน หรือสิ่งอื่นที่จำเป็นมาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ได้

  19. ๑๙

    ให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในหกสิบวัน นับแต่วันได้รับคำอุทธรณ์ แล้วแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์และ เจ้าพนักงานการผัง เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการ แล้วแต่กรณี ในการแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ทราบตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งสิทธิในการฟ้องคดี ต่อศาลให้ผู้อุทธรณ์ทราบไปพร้อมกันด้วย ในกรณีที่คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ไม่แล้วเสร็จภายใน กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ และให้ผู้อุทธรณ์มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ก หนา้ ๘

  20. ๒๐

    คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้ทำเป็นหนังสือ และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

    (๑) วัน เดือน ปี ที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์

    (๒) ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์

    (๓) ความประสงค์หรือคำขอของผู้อุทธรณ์

    (๔) ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่นำมาใช้ประกอบคำวินิจฉัย

    (๕) เหตุผลในการวินิจฉัย

    (๖) คำวินิจฉัยในประเด็นที่มีการอุทธรณ์

    (๗) ชื่อและลายมือชื่อของกรรมการซึ่งวินิจฉัยอุทธรณ์

  21. ๒๑

    ผู้อุทธรณ์อาจขอถอนคำอุทธรณ์ในเวลาใด ๆ ก่อนที่คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัย อุทธรณ์จะมีคำวินิจฉัยก็ได้ การขอถอนคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ยื่นที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับคำอุทธรณ์

  22. ๒๒

    บรรดาคำอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้แล้วและการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งดำเนินการไปแล้ว ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันใช้ได้ และให้พิจารณาคำอุทธรณ์นั้นต่อไป ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5 พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๑๘ ก หนา้ ๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/3720ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYWY4YTg4OWUtMDg3Zi00MTExLThhYzYtMzQ1ZTU0YTljMmFkIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMDI2IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY1LTE44LiBLTMuUERGIn0.EwWGaqu3DjSZZ2knSAaTmNcNeS1CThPFuHd0agNRoTo7 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:571911395066087dec2b69ff60be418d0581bbbef96cd3cc946078d4f0f83291ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:07:28.510Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR