กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. ๒๕๖๘
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 547cadd6… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ปรารภ
เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๑ ก กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. ๒๕๖๘ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๕) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
- ๒
ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๘
- ๓
ในกฎกระทรวงนี้ “กลิ่น” หมายความว่า สิ่งเจือปนในอากาศที่รู้ได้ด้วยจมูกของคนหรือตรวจวัดได้จากเครื่องมือวิเคราะห์ “ค่าความเข้มกลิ่น” (odour concentration) หมายความว่า ค่าแสดงสภาพกลิ่นซึ่งเป็น อัตราส่วนการเจือจางตัวอย่างอากาศที่มีกลิ่นด้วยอากาศบริสุทธิ์ที่รู้ได้ด้วยจมูกของคน หรือค่าที่ตรวจวัด ได้จากเครื่องมือวิเคราะห์ “เขตอุตสาหกรรม” หมายความว่า พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน “นอกเขตอุตสาหกรรม” หมายความว่า พื้นที่อื่นนอกจากเขตอุตสาหกรรม
- ๔
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับกับโรงงานในประเภท ชนิด หรือขนาดของโรงงาน ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗ ตามที่ระบุในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๑ ก
- ๕
ห้ามโรงงานตามข้อ ๔ ระบายอากาศที่มีกลิ่นออกจากโรงงาน เว้นแต่ได้ทำการจน อากาศที่ระบายออกนั้นมีค่าความเข้มกลิ่นไม่เกินกว่าค่าที่กำหนดในข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช้วิธีทำให้เจือจาง
- ๖
อากาศที่ระบายออกจากโรงงานตามข้อ ๔ ในรายการที่ ๑ ถึงรายการที่ ๒๒ และรายการที่ ๒๔ ต้องมีค่าความเข้มกลิ่นตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมต้องมีค่าความเข้มกลิ่นที่บริเวณรั้วหรือขอบเขต ภายในโรงงานไม่เกิน ๓๐ หรือค่าความเข้มกลิ่นที่ปล่องระบายอากาศของโรงงานไม่เกิน ๑,๐๐๐
(๒) กรณีที่ตั้งอยู่นอกเขตอุตสาหกรรมต้องมีค่าความเข้มกลิ่นที่บริเวณรั้วหรือขอบเขตภายใน โรงงานไม่เกิน ๑๕ หรือค่าความเข้มกลิ่นที่ปล่องระบายอากาศของโรงงานไม่เกิน ๓๐๐
- ๗
อากาศที่ระบายออกจากโรงงานตามข้อ ๔ ในรายการที่ ๒๓ ทั้งกรณีที่ตั้งอยู่ ในเขตอุตสาหกรรมและนอกเขตอุตสาหกรรม ต้องมีค่าความเข้มกลิ่นที่บริเวณรั้วหรือขอบเขต ภายในโรงงานไม่เกิน ๓๐ หรือค่าความเข้มกลิ่นที่ปล่องระบายอากาศของโรงงานไม่เกิน ๒,๕๐๐
- ๘
การตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่นตามกฎกระทรวงนี้ให้ใช้วิธีการตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่น โดยการวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดม (sensory tests) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่นด้วยวิธีการอื่นนอกจากวิธีการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๙
ในระหว่างที่ยังไม่มีการออกหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดตามข้อ ๘ ให้นำกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๘ และคำสั่งที่ออกตามกฎกระทรวงดังกล่าวมาใช้บังคับแก่การดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่น ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดตามข้อ ๘ ใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖8 เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บัญชีประเภทหรือชนิดของโรงงาน รายการที่ ๑ ๒ ๓ ลำดับที่ ประเภทหรือชนิดของโรงงาน ๑ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการบ่มใบชาหรือใบยาสูบ ๒ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตผลเกษตรกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การต้ม นึ่ง หรืออบพืชหรือเมล็ดพืช
(๒) การกะเทาะเมล็ดหรือเปลือกเมล็ดพืช
(๓) การอัดปอหรือใบยาสูบ
(๔) การหีบหรืออัดฝ้าย หรือการปั่นหรืออัดนุ่น
(๕) การเก็บรักษาหรือลำเลียงพืช เมล็ดพืช หรือผลิตผลจากพืชในไซโล โกดังหรือคลังสินค้า
(๖) การบดป่น หรือย่อยส่วนต่าง ๆของพืชซึ่งมิใช่เมล็ดพืช หรือหัวพืช
(๗) การเผาถ่านจากกะลามะพร้าวหรือการบดถ่านหรือแบ่งบรรจุผงถ่าน ที่เผาได้จากกะลามะพร้าว
(๘) การเพาะเชื้อเห็ด กล้วยไม้ หรือถั่วงอก
(๙) การร่อน ล้าง คัด หรือแยกขนาดหรือคุณภาพของผลิตผลเกษตรกรรม (๑๐)การถนอมผลิตผลเกษตรกรรมโดยวิธีฉายรังสี (๑๑)การฟักไข่ โดยใช้ตู้อบ ๔ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งมิใช่สัตว์น้ำอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การฆ่าสัตว์
(๒) การถนอมเนื้อสัตว์ โดยวิธีอบ รมควันใส่เกลือ ดองตากแห้งหรือ ทำให้เยือกแข็งโดยฉับพลันหรือเหือดแห้ง
(๓) การทำผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ หรือ สารที่สกัดจากไขสัตว์หรือกระดูกสัตว์
(๔) การสกัดน้ำมันหรือไขมันที่เป็นอาหารจากสัตว์ หรือการทำน้ำมันหรือ ไขมันที่เป็นอาหารจากสัตว์ให้บริสุทธิ์
(๕) การบรรจุเนื้อสัตว์ หรือมันสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์ หรือมันสัตว์ ในภาชนะที่ผนึกและอากาศเข้าไม่ได้
(๖) การล้างชำแหละแกะต้ม นึ่ง ทอดหรือบดสัตว์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใด ของสัตว์ รายการที่ ลำดับที่ ๔ ๕ ๕ ๖ ๖ ๗ ๗ ๘ ๒ ประเภทหรือชนิดของโรงงาน
(๗) การทำผลิตภัณฑ์จากไข่ เพื่อใช้ประกอบเป็นอาหาร เช่น ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ไข่ผง ไข่เหลวเยือกแข็ง หรือไข่เหลวแช่เย็น โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำนมอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำนมสดให้ไร้เชื้อหรือฆ่าเชื้อ โดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง เช่น การพาสเจอร์ไรส์ หรือสเตอริไลส์
(๒) การทำนมสดจากนมผงและไขมัน
(๓) การทำนมข้น นมผงหรือนมระเหย
(๔) การทำครีมจากน้ำนม
(๕) การทำเนยเหลวหรือเนยแข็ง
(๖) การทำนมเปรี้ยวหรือนมเพาะเชื้อ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์น้ำอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑)การทำอาหารจากสัตว์น้ำและบรรจุในภาชนะที่ผนึกและอากาศเข้าไม่ได้
(๒) การถนอมสัตว์น้ำโดยวิธีอบ รมควันใส่เกลือ ดองตากแห้งหรือทำให้ เยือกแข็งโดยฉับพลันหรือเหือดแห้ง
(๓) การทำผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจากสัตว์น้ำ หนัง หรือไขมันสัตว์น้ำ
(๔) การสกัดน้ำมันหรือไขมันที่เป็นอาหารจากสัตว์น้ำ หรือการทำน้ำมัน หรือไขมันที่เป็นอาหารจากสัตว์น้ำให้บริสุทธิ์
(๕) การล้าง ชำแหละแกะต้ม นึ่ง ทอดหรือบดสัตว์น้ำ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำมันจากพืชหรือสัตว์ หรือไขมันจากสัตว์ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การสกัดน้ำมันจากพืชหรือสัตว์ หรือไขมันจากสัตว์
(๒) การอัดหรือป่นกากพืชหรือสัตว์ที่สกัดน้ำมันออกแล้ว
(๓) การทำน้ำมันจากพืชหรือสัตว์ หรือไขมันจากสัตว์ให้แข็งโดยการเติม ไฮโดรเจน
(๔) การทำน้ำมันจากพืชหรือสัตว์ หรือไขมันจากสัตว์ให้บริสุทธิ์
(๕) การทำเนยเทียม ครีมเทียม หรือน้ำมันผสมสำหรับปรุงอาหาร โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผัก พืช หรือผลไม้อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำอาหารหรือเครื่องดื่มจากผัก พืช หรือผลไม้ และบรรจุในภาชนะ ที่ผนึกและอากาศเข้าไม่ได้
(๒) การถนอมผักพืช หรือผลไม้ โดยวิธีกวน ตากแห้งดองหรือทำให้ เยือกแข็งโดยฉับพลันหรือเหือดแห้ง รายการที่ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๓ ลำดับที่ ประเภทหรือชนิดของโรงงาน ๙ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเมล็ดพืชหรือหัวพืชอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การสี ฝัด หรือขัดข้าว
(๒) การทำแป้ง
(๓) การป่นหรือบดเมล็ดพืช หรือหัวพืช
(๔) การผลิตอาหารสำเร็จรูปจากเมล็ดพืชหรือหัวพืช
(๕) การผสมแป้งหรือเมล็ดพืช
(๖) การปอกหัวพืชหรือทำหัวพืชให้เป็นเส้น แว่น หรือแท่ง ๑๐ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารจากแป้งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) การทำขนมปังหรือขนมเค้ก
(๒) การทำขนมปังกรอบหรือขนมอบแห้ง
(๓) การทำผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้ง เป็นเส้น เม็ด หรือชิ้น ๑๑ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำตาล ซึ่งทำจากอ้อย บีช หญ้าหวาน หรือพืชอื่นที่ให้ความหวานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำน้ำเชื่อม
(๒) การทำน้ำตาลทรายแดง
(๓) การทำน้ำตาลทรายดิบหรือน้ำตาลทรายขาว
(๔) การทำน้ำตาลทรายดิบหรือน้ำตาลทรายขาวให้บริสุทธิ์
(๕) การทำน้ำตาลก้อนหรือน้ำตาลผง
(๖) การทำกลูโคส เดกซ์โทรส ฟรักโทสหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่คล้ายคลึงกัน
(๗) การทำน้ำตาลจากน้ำหวานของต้นมะพร้าว ต้นตาลโตนดหรือพืชอื่น ๆ ซึ่งมิใช่อ้อย ๑๒ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับชากาแฟโกโก้ ช็อกโกเลตหรือขนมหวาน อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำใบชาแห้งหรือใบชาผง
(๒) การคั่ว บดหรือป่นกาแฟหรือการทำกาแฟผง
(๓) การทำโกโก้ผงหรือขนมจากโกโก้
(๔) การทำช็อกโกเลต ช็อกโกเลตผงหรือขนมจากช็อกโกเลต
(๕) การทำเก็กฮวยผง ขิงผง หรือเครื่องดื่มชนิดผงจากพืชอื่น ๆ
(๖) การทำมะขามอัดเม็ด มะนาวอัดเม็ด หรือผลไม้อัดเม็ด
(๗) การเชื่อมหรือแช่อิ่มผลไม้หรือเปลือกผลไม้ หรือการเคลือบผลไม้หรือ เปลือกผลไม้ด้วยน้ำตาล รายการที่ ลำดับที่ ๑๒ ๑๓ ๑๓ ๑๕ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๖ ๑๘ ๑๗ ๑๙ ๑๘ ๒๐ ๔ ประเภทหรือชนิดของโรงงาน
(๘) การอบหรือคั่วถั่วหรือเมล็ดผลไม้ (Nuts) หรือการเคลือบถั่ว หรือเมล็ดผลไม้ (Nuts) ด้วยน้ำตาล กาแฟโกโก้ หรือช็อกโกเลต
(๙) การทำหมากฝรั่ง (๑๐)การทำลูกกวาดหรือทอฟฟี่ (๑๑)การทำไอศกรีม โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเครื่องปรุงหรือเครื่องประกอบอาหาร อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำผงฟู
(๒) การทำเครื่องปรุงกลิ่น รสหรือสีของอาหาร
(๓) การทำแป้งเชื้อ
(๔) การทำน้ำส้มสายชู
(๕) การทำมัสตาร์ด
(๖) การทำน้ำมันสลัด
(๗) การบดหรือป่นเครื่องเทศ
(๘) การทำพริกป่น พริกไทยป่น หรือเครื่องแกง โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารสัตว์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำอาหารผสมหรืออาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงสัตว์
(๒) การป่นหรือบดพืชเมล็ดพืช กากพืชเนื้อสัตว์ กระดูกสัตว์ ขนสัตว์ หรือเปลือกหอยสำหรับทำหรือผสมเป็นอาหารสัตว์ โรงงานต้ม กลั่น หรือผสมสุรา โรงงานผลิตเอทิลแอลกอฮอล์ซึ่งมิใช่เอทิลแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากกาก ซัลไฟต์ในการทำเยื่อกระดาษ โรงงานทำหรือผสมสุราจากผลไม้หรือสุราแช่อื่น ๆแต่ไม่รวมถึงโรงงาน ประกอบกิจการเกี่ยวกับมอลต์หรือเบียร์ในลำดับที่ ๑๙ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับมอลต์หรือเบียร์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำ ป่น หรือบดมอลต์
(๒) การทำเบียร์ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำดื่ม เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือน้ำแร่อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การทำน้ำดื่ม
(๒) การทำเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รายการที่ ลำดับที่ ๑๙ ๒๑ ๒๐ ๒๙ ๒๑ ๒๒ ๓๐ ๔๓ ๒๓ ๕๒ ๒๔ ๙๒ ๕ ประเภทหรือชนิดของโรงงาน
(๓) การทำน้ำอัดลม
(๔) การทำน้ำแร่ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับยาสูบยาอัดยาเส้น ยาเคี้ยว หรือยานัตถุ์ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) การอบใบยาสูบให้แห้งหรือการรูดก้านใบยาสูบ
(๒) การทำบุหรี่ซิกาแร็ต บุหรี่ซิการ์ หรือบุหรี่อื่น
(๓) การทำยาอัด ยาเส้น ยาเส้นปรุง หรือยาเคี้ยว
(๔) การทำยานัตถุ์ โรงงานหมัก ชำแหละอบป่นหรือบดฟอกขัดและแต่ง แต่งสำเร็จ อัดให้เป็นลายนูน หรือเคลือบสีหนังสัตว์ โรงงานสางฟอกฟอกสีย้อมสี ขัด หรือแต่งขนสัตว์ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับปุ๋ย หรือสารป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือ สัตว์ (Pesticides) อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ยกเว้นปุ๋ยเคมี
(๑) การทำปุ๋ย หรือสารป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์ (๒)การเก็บรักษาหรือแบ่งบรรจุปุ๋ยหรือสารป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์
(๓) การบดดินหรือการเตรียมวัสดุอื่นเพื่อผสมทำปุ๋ย หรือสารป้องกันหรือ กำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับยางอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ใช้ยางธรรมชาติ (๑)การทำยางแผ่นในขั้นต้น ซึ่งมิใช่การทำในสวนยางหรือป่า
(๒) การหั่น ผสมรีดให้เป็นแผ่น หรือตัดแผ่นยางธรรมชาติ ซึ่งมิใช่การทำ ในสวนยางหรือป่า (๓)การทำยางแผ่นรมควันการทำยางเครปยางแท่งยางน้ำ หรือการทำยาง ให้เป็นรูปแบบอื่นใดที่คล้ายคลึงกันจากยางธรรมชาติ (๔)การทำผลิตภัณฑ์ยางนอกจากที่ระบุไว้ในลำดับที่ ๕๑จากยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์ โรงงานห้องเย็น เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรฐาน และวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ครอบคลุม การประกอบกิจการโรงงานที่มีอยู่ให้ครบถ้วน และสอดคล้องกับมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่กำหนดให้ส่วนราชการที่มีอำนาจตามกฎหมาย แก้ไขมาตรฐานการควบคุมมลพิษไม่ให้ต่ำกว่ามาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11169ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMDFlMTA1OGUtOTdkYy00ZDUzLWFhMWYtNGI3YmY0OGJiNTQzIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKMwMDMyIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY4LTIx4LiBLTUucGRmIn0.mFRu2--e8oxQ-LOyTJ2XzbOj0-Z3tutV2OHi7H7FHHE8 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:547cadd68e8a96006d07e1c53054cf7f364e56dc743411f4252555105daa6095ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:45:48.101Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR