กฎกระทรวงการอนุญาตดำเนินการหรือจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗15 มาตราต้นฉบับ PDF · 8 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 894766ce… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก กฎกระทรวง การอนุญาตดำเนินการหรือจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศาลเยาวชน และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ และมาตรา ๕๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ในกฎกระทรวงนี้ “ใบอนุญาตดำเนินการ” หมายความว่า ใบอนุญาตให้ส่วนราชการดำเนินการสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน “ใบอนุญาตจัดตั้ง” หมายความว่า ใบอนุญาตให้เอกชนจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด เป็นจำเลย หรือ เป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน “ส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและ มีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มอบหมายให้ปฏิบัติการตามกฎกระทรวงนี้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  2. ส่วนราชการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตดำเนินการต้องมีหน้าที่และอำนาจ ในการจัดการศึกษา การฝึกอบรม หรือการให้คำปรึกษาแนะนำทางจิต หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ไขบำบัดฟื้นฟู การพัฒนาพฤตินิสัย การให้คำปรึกษาแนะนำ การสงเคราะห์หรือการคุ้มครอง สวัสดิภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้

    (๑) หนังสือมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับมอบหมาย ให้ยื่นคำขอ

    (๒) โครงสร้างการบริหารงานและบุคลากรของสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือ สถานแนะนำทางจิต โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับใบประกอบวิชาชีพของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานที่ ดังกล่าว

    (๓) แผนการดำเนินงานของสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

    (ก) กรณีสถานศึกษา ต้องมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง จุดมุ่งหมาย วิธีการ และ ระยะเวลาของการศึกษา รวมทั้งการวัดและประเมินผล โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาพฤตินิสัยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนแต่ละราย

    (ข) กรณีสถานฝึกและอบรม ต้องมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง จุดมุ่งหมาย วิธีการ และ แนวทางการดูแล การแก้ไขบำบัดฟื้นฟู การพัฒนาพฤตินิสัย และการฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ

    (ค) กรณีสถานแนะนำทางจิต ต้องมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง แนวทางการดำเนินการ ดูแลหรือให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความจำเป็น ของเด็กและเยาวชนแต่ละราย

    (๔) ชื่อ ที่อยู่ และแผนที่แสดงที่ตั้งและสภาพแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง

    (๕) ลักษณะอาคาร แบบแปลน หรือแผนผังภายในอาคารและสถานที่ที่จะขอรับใบอนุญาต ดำเนินการ พร้อมแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้สอยอาคารและพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

    (๖) ระเบียบหรือข้อบังคับของสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต ซึ่งกำหนดโดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กและเยาวชน

    (๗) จำนวนของเด็กและเยาวชนที่สถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต สามารถรองรับได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

    (๘) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม

    (๑) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

  3. เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือ หลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้อธิบดีและผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือ หลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้ พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

  4. ในการตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไป ตรวจสอบสถานที่ของผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต หรือเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ยื่นไว้ได้

  5. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและความเห็นเสนอต่ออธิบดี ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ผลการตรวจสอบและความเห็นตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ มีคำสั่งอนุญาต และให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์

  6. ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาต้อง

    (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

    (๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้ มีประสบการณ์ใน การเป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับด้านสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำ ทางจิตมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

    (๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันที่ ขอรับใบอนุญาต

    (๔) ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

    (๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือคนไร้ความสามารถหรือ คนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๖) ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต

    (๗) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำ ทางจิตตามกฎกระทรวงนี้ หรือตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล ผู้แทนนิติบุคคลนั้นต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งด้วย

  7. ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งต้องยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือ หลักฐาน ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีบุคคลธรรมดา

    (ก) เลขประจำตัวประชาชน

    (ข) เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษา

    (ค) หนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสถานศึกษา สถานฝึก และอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต กรณีเป็นผู้มีประสบการณ์ตามข้อ ๖ (๒)

    (ง) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

    (๒) กรณีนิติบุคคล

    (ก) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

    (ข) หนังสือแสดงว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้แทนนิติบุคคลโดยระบุเลขประจำตัวประชาชน ของบุคคลดังกล่าวซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น และในกรณีที่มอบอำนาจ ให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการในใบอนุญาตที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคลที่มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น

    (๓) ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ตามข้อ ๒ (๒) ถึง (๗)

    (๔) หลักฐานแสดงสิทธิครอบครองในสถานที่และอาคารที่จะขออนุญาตจัดตั้ง ในกรณีที่ สถานที่หรืออาคารเป็นของผู้อื่น ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรืออาคารได้ไม่น้อยกว่าสิบปีจากเจ้าของสถานที่หรืออาคารดังกล่าว

    (๕) กรณียื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา ต้องแนบใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน คำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานแนะนำทางจิต ต้องแนบใบอนุญาต ประกอบกิจการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

    (๖) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม (๑) (ก) หรือ (๒)

    (ก) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

  8. ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอรับใบอนุญาตจัดตั้ง และการพิจารณาออกใบอนุญาตจัดตั้งด้วยโดยอนุโลม

  9. ในกรณีที่ใบอนุญาตดำเนินการหรือใบอนุญาตจัดตั้งสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหาย ในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือใบอนุญาตจัดตั้งยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบ คำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอรับใบแทนใบอนุญาตและ การออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม

  10. ๑๐

    ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการ ในใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาต การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงผู้รับใบอนุญาต ตามที่ได้รับอนุญาต การแก้ไขระเบียบหรือข้อบังคับ หรือการแก้ไขรายการอื่นใดในสาระสำคัญที่กระทบ ต่อรูปแบบหรือการดำเนินงานที่ได้รับใบอนุญาต เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก การอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้กระทำโดยวิธีสลักหลังใบอนุญาตหรือ ออกใบอนุญาตให้ใหม่ ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอแก้ไขรายการ ในใบอนุญาตและการอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม

  11. ๑๑

    ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่า

    (๑) ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการไม่มีลักษณะตามข้อ ๒ หรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งหรือผู้แทน นิติบุคคล ไม่มีลักษณะตามข้อ ๖

    (๒) ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ที่อธิบดีกำหนดเกี่ยวกับผู้รับใบอนุญาตซึ่งออกตามมาตรา ๕๖ ในกรณีที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

    (๒) ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือ ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งปฏิบัติหรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติ หรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีเพิกถอนใบอนุญาต คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือผู้รับใบอนุญาต จัดตั้งทราบ พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์

  12. ๑๒

    ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการหรือผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งซึ่งประสงค์จะเลิกดำเนินการ หรือจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต ให้แจ้งเป็นหนังสือและเหตุผล ในการเลิกดำเนินการหรือจัดตั้ง รวมทั้งแผนการจัดการในกรณีดังกล่าว ให้อธิบดีทราบล่วงหน้าเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันที่จะเลิกดำเนินการหรือจัดตั้งนั้น ในกรณีที่อธิบดีอนุญาตให้เลิกดำเนินการหรือจัดตั้งตามใบอนุญาตดังกล่าว ให้ใบอนุญาต ดังกล่าวสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกดำเนินการหรือจัดตั้ง

  13. ๑๓

    คำสั่งอนุญาตดำเนินการหรือจัดตั้ง คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการหรือ ใบอนุญาตจัดตั้ง และคำสั่งอนุญาตให้เลิกดำเนินการหรือจัดตั้งตามใบอนุญาต ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้แจ้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางทราบด้วย

  14. ๑๔

    คำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบ ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

  15. ๑๕

    การยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมทั้งใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาต ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ณ สำนักงานเลขานุการกรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ไว้ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ กำหนดให้การออกใบอนุญาต ให้ส่วนราชการดำเนินการหรือเอกชนจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตเกี่ยวกับ เด็กหรือเยาวชนซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ให้ลงโทษ หรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน และการควบคุมดูแล รวมทั้งการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10304ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZmQ0M2ZlMzEtNzI0OS00OThmLTlhZmYtZDE1Zjg5OWNiOGIxIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKgwMDAzIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcx4LiBLTc1LnBkZiJ9.yQiX_bTvSIlTDpI0xr_NI7U4Sg3OTdGOyK2CkhTNyW08 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:894766ce0cd4fa6a41fa235ce9d6dad322cd51ddf283298396136a7c160d449cดึงเมื่อ 2026-08-23T21:19:21.351Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR