กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๔๖12 มาตราต้นฉบับ PDF · 6 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c1f7b365… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๓ กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมกำร คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหำ การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วำระกำรดำรงตำแหน่ง และกำรพ้นจำกตำแหน่งของกรรมกำรในคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำน พ.ศ. 2564 อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๐ วรรคสำม แห่งพระรำชบัญญัติ กำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๘ วรรคสอง แห่งพระรำชบัญญัติ ระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษาธิการ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหำ การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วำระกำรดำรงตำแหน่ง และกำรพ้นจำกตำแหน่ง ของคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำน พ.ศ. ๒๕๔๖

  2. ในกฎกระทรวงนี้ “คณะกรรมกำร” หมำยควำมว่ำ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนแต่ละแห่ง “กรรมกำร” หมำยควำมว่ำ กรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนแต่ละแห่ง “สถำนศึกษำ” หมำยควำมว่ำ โรงเรียน วิทยำลัย หรือหน่วยงำนกำรศึกษำที่เรียกชื่ออย่ำงอื่น ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในกำรจัดการศึกษำขั้นพื้นฐำนที่ได้รับงบประมำณจำกรัฐ แต่ละแห่ง ยกเว้นสถำนพัฒนำเด็กปฐมวัยและศูนย์กำรเรียน “สถำนศึกษำขนำดเล็ก” หมำยควำมว่ำ สถำนศึกษำที่มีนักเรียนไม่เกินสำมร้อยคน “สถำนศึกษำขนำดใหญ่” หมำยควำมว่ำ สถำนศึกษำที่มีนักเรียนเกินสำมร้อยคนขึ้นไป “ผู้ปกครอง” หมำยควำมว่ำ บิดำมำรดำ หรือบิดำหรือมำรดำ ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนำจปกครอง หรือผู้ปกครองตำมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของนักเรียน และให้หมำยควำมรวมถึงบุคคล ซึ่งนักเรียนอยู่ด้วยเป็นประจำหรือซึ่งนักเรียนอยู่รับใช้กำรงำน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๔ “ครู” หมำยควำมว่ำ บุคลำกรวิชำชีพซึ่งทำหน้ำที่หลักทำงด้ำนกำรเรียนกำรสอนและ กำรส่งเสริมกำรเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่ำง ๆ ในสถำนศึกษำของรัฐ “องค์กรชุมชน” หมำยควำมว่ำ ชุมชนหรือองค์กรที่มีประชำชนรวมตัวกันไม่น้อยกว่ำเจ็ดคน เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนโดยส่วนรวมอย่ำงต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่ำ หนึ่งปี มีผลงำนที่หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องหรือสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำรับรอง และมีที่ตั้งแน่นอน อยู่ในท้องที่ตำบลหรือแขวงที่เป็นภูมิลำเนำของนักเรียนในสถำนศึกษำ หรือท้องที่ตำบล หรือ แขวงที่สถำนศึกษำตั้งอยู่ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมำยควำมว่ำ องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด เทศบำล องค์กำร บริหำรส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้รับกำรจัดตั้ง ตำมกฎหมำยที่สถำนศึกษำตั้งอยู่ “ศิษย์เก่ำ” หมำยควำมว่ำ ผู้ซึ่งสถำนศึกษำรับรองว่ำสำเร็จกำรศึกษำจำกหรือเคยศึกษำ ในสถำนศึกษำนั้น “ผู้อำนวยกำร” หมำยควำมว่ำ ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำแต่ละแห่ง “ผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ” หมำยควำมว่ำ ผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำของเขตพื้นที่กำรศึกษำที่สถำนศึกษำตั้งอยู่

  3. ให้มีคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนในสถำนศึกษำขนำดเล็กและสถำนศึกษำ ขนำดใหญ่ ประกอบด้วย

    (๑) ประธำนกรรมกำร

    (๒) กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนผู้ปกครอง จำนวนหนึ่งคน

    (๓) กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนครู จำนวนหนึ่งคน

    (๔) กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนหนึ่งคน

    (๕) กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน

    (๖) กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนศิษย์เก่ำ จำนวนหนึ่งคน

    (๗) กรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศำสนำในพื้นที่ จำนวนหนึ่งรูปหรือ หนึ่งคนสำหรับสถำนศึกษำขนำดเล็ก และจำนวนสองรูปหรือสองคนหรือหนึ่งรูปและหนึ่งคนสำหรับ สถำนศึกษำขนำดใหญ่

    (๘) กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนหนึ่งคนสำหรับสถำนศึกษำขนำดเล็ก และจำนวนหกคน สำหรับสถำนศึกษำขนำดใหญ่ ให้ผู้อำนวยกำรเป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร

  4. ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรตำมข้อ ๓ วรรคหนึ่ง ต้อง

    (๑) มีอำยุไม่ต่ำกว่ำยี่สิบปีบริบูรณ์

    (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลำย เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๕

    (๓) ไม่เป็นคนไร้ควำมสำมำรถหรือคนเสมือนไร้ควำมสำมำรถ

    (๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพำกษำถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับควำมผิด ที่ได้กระทำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ

    (๕) ไม่เป็นคู่สัญญำกับสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำหรือสถำนศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำนั้น หรือกรณีสถำนศึกษำสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องไม่เป็นคู่สัญญำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสถำนศึกษำในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธำนกรรมกำรหรือกรรมกำรผู้ใดมีลักษณะตำม

    (๕) ต้องออกจำก กำรเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะดังกล่ำวหรือแสดงหลักฐำนให้เป็นที่เชื่อได้ว่ำตนได้เลิกประกอบกิจการหรือกำรใดๆ อันมีลักษณะดังกล่ำวแล้วต่อผู้อำนวยกำรภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันได้รับแต่งตั้ง หำกมิได้ดำเนินกำร ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่ำผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธำนกรรมกำรหรือกรรมกำร

  5. นอกจำกคุณสมบัติตำมข้อ ๔ แล้ว กรรมกำรต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) กรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๒) ต้องเป็นผู้ปกครองตำมทะเบียนนักเรียนซึ่งกำลังศึกษำอยู่ใน สถำนศึกษำนั้น

    (๒) กรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๓) ต้องเป็นข้าราชการครู

    (๓) กรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๖) ต้องเป็นศิษย์เก่ำ

    (๔) กรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๘) ต้องไม่เป็นกรรมกำรของสถำนศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำ เกินสำมแห่งในเวลำเดียวกัน

    (๕) กรรมกำรตำมข้อ ๓ (๒) (๔) (๖) หรือ

    (๘) ต้องไม่เป็นครู เจ้ำหน้ำที่ หรือลูกจ้าง ของสถำนศึกษำ หรือที่ปรึกษำหรือผู้เชี่ยวชำญซึ่งมีสัญญำจ้ำงกับสถำนศึกษำนั้น

  6. ให้ผู้อำนวยกำรดำเนินกำรสรรหำและเลือกประธำนกรรมกำรและกรรมกำร ตำมหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำรสรรหำและเลือกกรรมกำรตำมข้อ ๓ (๒) และ

    (๓) ให้บุคคลแต่ละประเภทเสนอชื่อ ผู้ซึ่งเห็นสมควรเป็นกรรมกำร ซึ่งมีคุณสมบัติตำมข้อ ๔ และข้อ ๕ จำกนั้น ให้ผู้ซึ่งได้รับกำรเสนอชื่อ เลือกกันเองให้เหลือประเภทละหนึ่งคน ทั้งนี้ โดยให้แต่ละประเภทแยกกันดำเนินกำร

    (๒) กำรสรรหำและเลือกกรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๔) ให้องค์กรชุมชนเสนอชื่อผู้ซึ่งเห็นสมควร เป็นกรรมกำรซึ่งมีคุณสมบัติตำมข้อ ๔ และข้อ ๕ จำกนั้น ให้ผู้ซึ่งได้รับกำรเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือ จำนวนหนึ่งคน ในกรณีไม่มีองค์กรชุมชนในท้องที่ตำบลหรือแขวงที่เป็นภูมิลำเนำของนักเรียน ในสถำนศึกษำหรือตำบลหรือแขวงที่สถำนศึกษำตั้งอยู่ หรือมีแต่ไม่เสนอชื่อผู้แทนเข้ำรับเลือกเป็นกรรมกำร ให้ผู้อำนวยกำรสรรหำผู้แทนองค์กรชุมชนในท้องที่ตำบลหรือแขวงใกล้เคียงหรือในท้องที่ตำบลหรือ แขวงของเขตพื้นที่กำรศึกษำใกล้เคียงเป็นกรรมกำรผู้แทนองค์กรชุมชนในสถำนศึกษำนั้น

    (๓) กำรสรรหำและเลือกกรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๕) ให้ดำเนินกำรโดยสภำขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๖

    (๔) กำรสรรหำและเลือกกรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๖) ให้ดำเนินกำรโดยให้ศิษย์เก่ำเสนอชื่อ ผู้ซึ่งเห็นสมควรเป็นกรรมกำรซึ่งมีคุณสมบัติตำมข้อ ๔ และข้อ ๕ จำกนั้น ให้ผู้ซึ่งได้รับกำรเสนอชื่อ เลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน ในกรณีสถำนศึกษำตั้งใหม่และไม่มีศิษย์เก่ำ ให้สรรหำและเลือกเฉพำะ กรรมกำรตำมข้อ ๓ (๒) (๓) (๔) (๕) (๗) และ

    (๘) จนกว่ำจะมีศิษย์เก่ำซึ่งมีคุณสมบัติตำมข้อ ๔ และข้อ ๕ ทำหน้ำที่ผู้แทนศิษย์เก่ำ

    (๕) กำรสรรหำและเลือกกรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๘) ให้ดำเนินกำรโดยกำรพิจำรณำร่วมกัน ของผู้ซึ่งได้รับกำรสรรหำและได้รับเลือกให้เป็นกรรมกำรตำมข้อ ๓ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖)

    (๗) และผู้อำนวยกำรให้ได้จำนวนสองคนสำหรับสถำนศึกษำขนำดเล็ก และจำนวนเจ็ดคนสำหรับสถำนศึกษำ ขนำดใหญ่

    (๖) กำรสรรหำและกำรเลือกประธำนกรรมกำร ให้ผู้ได้รับเลือกให้เป็นกรรมกำรตำมข้อ ๓ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗)

    (๘) และผู้อำนวยกำร ร่วมกันเลือกประธำนกรรมกำรจำกผู้ซึ่งได้รับเลือก เป็นกรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิตำม (๕)

  7. ให้ผู้อำนวยกำรเสนอรำยชื่อผู้ซึ่งได้รับกำรสรรหำและได้รับเลือกตำมข้อ ๖ ต่อผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำเพื่อพิจำรณำแต่งตั้งเป็นประธำนกรรมกำรและกรรมกำร ในกรณีสถำนศึกษำสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ผู้อำนวยกำรเสนอรำยชื่อผู้ซึ่งได้รับ กำรสรรหำและได้รับเลือกตำมข้อ ๖ ต่อนำยกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพิจำรณำแต่งตั้งเป็น ประธำนกรรมกำรและกรรมกำร และให้แจ้งให้ผู้อำนวยกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำทรำบ

  8. ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรตำมข้อ ๓ วรรคหนึ่ง มีวำระกำรดำตำแหน่ง ครำวละสี่ปี และอำจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวำระติดต่อกันมิได้ ไม่ว่ำจะเป็น กรรมกำรประเภทเดียวกันหรือไม่ก็ตำม เว้นแต่สถำนศึกษำที่มีข้าราชการครูเพียงคนเดียวให้ดำรงตำแหน่ง กรรมกำรตำมข้อ ๓

    (๓) ติดต่อกันเกินสองวำระได้

  9. นอกจำกกำรพ้นจำกตำแหน่งตำมวำระ ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรตำมข้อ ๓ วรรคหนึ่ง พ้นจำกตำแหน่ง เมื่อ

    (๑) ตำย

    (๒) ลำออก

    (๓) คณะกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัดให้ออกเพรำะบกพร่องต่อหน้ำที่ มีควำมประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนควำมสำมำรถ

    (๔) ขำดคุณสมบัติตำมข้อ ๔ หรือข้อ ๕

    (๕) พ้นจำกกำรเป็นพระภิกษุ เฉพำะกรรมกำรซึ่งเป็นผู้แทนซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์

  10. ๑๐

    ในกรณีที่ประธำนกรรมกำรหรือกรรมกำรตำมข้อ ๓ วรรคหนึ่ง พ้นจำกตำแหน่ง ก่อนครบวำระ ให้ดำเนินกำรสรรหำ เลือก และแต่งตั้งประธำนกรรมกำรหรือกรรมกำรแทนภำยใน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๗ เก้ำสิบวัน เว้นแต่วำระของกรรมกำรเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินกำรก็ได้ และให้ผู้ซึ่ง ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ำกับวำระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธำนกรรมกำรหรือกรรมกำรตำมข้อ ๓ วรรคหนึ่ง พ้นจำกตำแหน่งก่อนวำระ ให้คณะกรรมกำรประกอบด้วยกรรมกำรทั้งหมดที่มีอยู่จนกว่ำจะมีกำรแต่งตั้งประธำนกรรมกำรหรือ กรรมกำรตำมวรรคหนึ่ง และในกรณีที่ประธำนกรรมกำรพ้นจำกตำแหน่งก่อนวำระ ให้กรรมกำร ที่เหลืออยู่เลือกกรรมกำรคนหนึ่งทำหน้ำที่ประธำนกรรมกำรเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรตำมข้อ ๓ วรรคหนึ่ง จะพ้นจำกตำแหน่งตำมวำระ ให้ดำเนินกำรสรรหำกรรมกำรใหม่ภำยในเก้ำสิบวันก่อนวันครบวำระ และให้ผู้ซึ่งพ้นจำกตำแหน่ง ตำมวำระปฏิบัติหน้ำที่ต่อไปจนกว่ำประธำนกรรมกำรและกรรมกำรซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ำมำรับหน้ำที่

  11. ๑๑

    สถำนศึกษำตั้งใหม่ ให้ผู้อำนวยกำรดำเนินกำรสรรหำและเลือกประธำนกรรมกำร และกรรมกำรให้แล้วเสร็จภำยในเก้ำสิบวันนับแต่วันที่ตั้งสถำนศึกษำ

  12. ๑๒

    ให้คณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่ำจะครบวำระ ให้ไว้ ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4 ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษาธิการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๘ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจำกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหำ การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วำระกำรดำรงตำแหน่ง และกำรพ้นจำกตำแหน่งของคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำน พ.ศ. ๒๕๔๖ ใช้บังคับมำเป็นเวลำนำน ไม่เหมำะสมกับกำลปัจจุบัน รวมทั้งมีกำรยุบเลิกคณะกรรมกำรเขตพื้นที่กำรศึกษำและโอนอำนาจหน้าที่ ไปเป็นของคณะกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัด สมควรปรับปรุงจำนวนกรรมกำร คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหำ การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วำระกำรดำรงตำแหน่ง และกำรพ้นจำกตำแหน่ง ของกรรมกำรในคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนให้เหมำะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13271ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNGUyMmIzZWUtNWE5Mi00MDA0LWJkYWMtNzFmODZlZDBhMzc5IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMDk4IOC4ozAwNDYg4LiB4LiO4LiB4Lij4Liw4LiX4Lij4Lin4LiHIDI1NjQtMjfguIEtMy5QREYifQ.bbssd9k1r4I-pwT8MqkMEqbk1qlz9QAeBLlmLXD5zn06 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c1f7b36503e290b2aad8f90d360e42112575adfbdc085c7d8e38414db09b3a84ดึงเมื่อ 2026-08-23T22:52:07.333Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR