กฎกระทรวงกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕75 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 26 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 df77d9cc… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑0 มาตรา
  2. บททั่วไปมาตรา ๑–๑๔ · 14 มาตรา
  3. หมวด ๒ กำรยึดทรัพย์สินมาตรา ๑๕–๔๑ · 27 มาตรา
  4. หมวด ๓ กำรอำยัดทรัพย์สินมาตรา ๔๒–๕๐ · 9 มาตรา
  5. หมวด ๔ กำรขายทอดตลำดทรัพย์สินมาตรา ๕๑–๗๐ · 20 มาตรา
  6. หมวด ๕ กำรขอมีสิทธิได้รับชำระเงินส่วนที่เหลือภำยหลังกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินมาตรา ๗๑ · 1 มาตรา
  7. หมวด ๖ กำรถอนกำรบังคับทำงปกครองมาตรา ๗๒–๗๓ · 2 มาตรา
  8. หมวด ๗ กำรกำหนดอำนำจของศำลมาตรา ๗๔–๗๕ · 2 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑ กฎกระทรวง กำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกำรยึด กำรอำยัด และกำรขายทอดตลำดทรัพย์สิน และกำหนดอำนำจของศำล ในส่วนที่เกี่ยวกับกำรบังคับคดีให้เป็นอำนำจของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๕ อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำร ทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๖๓/๑๒ แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ นำยกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ กำรยึดทรัพย์สิน

    27 มาตรา
  2. ๑๕

    ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองที่สำมำรถใช้มำตรกำร บังคับทำงปกครองโดยวิธียึด ได้แก่

    (๑) สังหำริมทรัพย์

    (๒) อสังหำริมทรัพย์

    (๓) สิทธิต่ำง ๆ ที่มีมูลค่ำ เช่น สิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายกำรค้ำ สิทธิกำรเช่ำ ทรัพย์สิน สิทธิตำมใบอนุญำต ประทำนบัตร อำชญำบัตร หรือสัมปทำน หรือสิทธิอื่น ๆ ในทำนอง เดียวกัน

  3. ๑๖

    กำรยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองให้ยึดได้แต่เพียง ประมำณรำคำที่ควรจะขายทอดตลำดได้พอชำระหนี้ รวมทั้งค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่น ในกำรบังคับทำงปกครอง แต่ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีรำคำ มำกกว่ำจำนวนหนี้ และไม่อำจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมรำคำ ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้ เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรำกฏด้วยแล้ว ก็ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่ำนั้นมำขายทอดตลำดทั้งหมด

  4. ๑๗

    ก่อนดำเนินกำรยึดทรัพย์สิน ให้เจ้ำพนักงำนประมำณกำรค่ำใช้จ่ำยและภำระ ในกำรยึดทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงค่ำใช้จ่ำยและควำมพร้อมในกำรดูแล กำรเก็บรักษำ และกำรขายทอดตลำด ทรัพย์สินนั้นด้วย รวมทั้งพิจำรณำถึงโอกำสในกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินได้และเงินที่จะได้จำกกำรขาย ทอดตลำด เพื่อประเมินควำมคุ้มค่ำในกำรยึดทรัพย์สิน

  5. ๑๘

    ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนเห็นว่ำทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำง ปกครองคุ้มค่ำกับค่ำใช้จ่ำยและภำระในกำรยึด ให้เจ้ำพนักงำนขออนุมัติยึดทรัพย์สินโดยจัดทำคำสั่ง ยึดทรัพย์สินนั้น เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐลงนำมในคำสั่งยึดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่ำวให้แก่ผู้อยู่ ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนเห็นว่ำทรัพย์สินใดไม่คุ้มค่ำกับค่ำใช้จ่ำยและภำระในกำรยึด ให้เสนอ ควำมเห็นต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งงดกำรยึดทรัพย์สินนั้น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๘ ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนได้ยึดทรัพย์สินใดแล้ว แต่ต่อมำเห็นว่ำทรัพย์สินนั้นไม่คุ้มค่ำกับค่ำใช้จ่ำย และภำระในกำรยึดหรือไม่อำจดูแลหรือเก็บรักษำทรัพย์สินนั้นได้ ให้เสนอควำมเห็นต่อหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง หำกผู้อยู่ใน บังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไม่ยอมรับทรัพย์สินนั้นคืน ให้จำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยวิธี ขายทอดตลำดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร หรือดำเนินกำรอื่นใดตำมที่เห็นสมควรก็ได้

  6. ๑๙

    ในกรณีที่ปรำกฏในภำยหลังว่ำทรัพย์สินที่ยึดเป็นของบุคคลอื่น เช่น เป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์สินตำมข้อ ๓๙ หรือเป็นทรัพย์สินที่ไม่อำจยึดได้ตำมกฎหมำย ให้เจ้ำพนักงำนรำยงำน ต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งเพิกถอนกำรยึดทรัพย์สินนั้น

  7. ๒๐

    ให้เจ้ำพนักงำนมีอำนำจดำเนินกำรไปตำมควำมจำเป็นและสมควรแห่งพฤติกำรณ์ เพื่อดำเนินกำรบังคับทำงปกครองให้เสร็จสิ้น ในกรณีที่มีผู้ขัดขวางหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ำจะมีผู้ขัดขวาง ให้เจ้ำพนักงำนมีอำนำจแจ้งพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือตำรวจเพื่อดำเนินกำรช่วยเหลือได้

  8. ๒๑

    ในกำรยึดทรัพย์สิน ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำรในเวลำระหว่ำงพระอำทิตย์ขึ้นและ พระอำทิตย์ตก ถ้ำยังไม่แล้วเสร็จประกอบกับมีควำมจำเป็นและสมควรจะกระทำต่อไปในเวลำ หลังพระอำทิตย์ตกก็ได้ แต่ต้องดำเนินกำรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีจำเป็นและมิใช่กำรยึดทรัพย์สินในเคหสถำน ให้เจ้ำพนักงำนเสนอหัวหน้ำหน่วยงำน ของรัฐให้มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินนั้นได้ทุกเมื่อ

  9. ๒๒

    ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ำมีทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองหรือมีบัญชีเอกสำร จดหมำย หรือวัตถุอื่นใดเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองอยู่ในสถำนที่ใด ๆ ที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ครอบครองหรือครอบครองร่วมกับผู้อื่น ให้เจ้ำพนักงำนมีอำนำจดำเนินกำรตามมาตรา ๒๘๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  10. ๒๓

    กำรยึดสังหำริมทรัพย์มีรูปร่ำงของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้น ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำรดังต่อไปนี้

    (๑) นำทรัพย์นั้นมำเก็บรักษำไว้ หรือฝำกทรัพย์นั้นไว้ ณ สถำนที่ใดหรือแก่บุคคลใดตำมที่ เห็นสมควรหรือมอบให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองเป็นผู้รักษำทรัพย์นั้นโดยได้รับ อนุญำตจำกหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ

    (๒) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ครอบครอง หรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดไว้ ณ สถำนที่ ที่กระทำกำรยึด หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร

    (๓) แสดงให้เห็นประจักษ์แจ้งโดยกำรประทับตรำหรือโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำน เห็นสมควรว่ำได้มีกำรยึดทรัพย์นั้นแล้ว โดยไม่ทำให้เกิดควำมเสียหำยหรือเสื่อมรำคำลง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๙

  11. ๒๔

    กำรยึดเรือ แพ สัตว์พำหนะ หรือสังหำริมทรัพย์มีรูปร่ำงอย่ำงอื่นของผู้อยู่ในบังคับ ของมำตรกำรบังคับทำงปกครองซึ่งจะต้องจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมตำมกฎหมำย หรือได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมไว้แล้วตำมกฎหมำย ให้เจ้ำพนักงำนดำเนินกำร ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๓

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตำมกฎหมำย ว่ำด้วยกำรนั้นทรำบ ถ้ำได้มีกำรจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนควบคุมตำมกฎหมำยไว้แล้ว ให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่บันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียน

  12. ๒๕

    กำรยึดหลักทรัพย์ที่เป็นหลักทรัพย์ตำมกฎหมำยว่ำด้วยหลักทรัพย์และ ตลำดหลักทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) ในกรณีที่ยังไม่มีกำรออกใบตรำสำร ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์นั้นทรำบ และเมื่อได้ ดำเนินกำรยึดหลักทรัพย์ดังกล่ำวเสร็จแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนสั่งให้ผู้ออกหลักทรัพย์ออกใบตรำสำรส่งให้แก่ เจ้ำพนักงำน

    (๒) ในกรณีที่มีกำรออกใบตรำสำรแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึด ให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ และผู้ครอบครองตรำสำรเท่ำที่ทรำบ รวมทั้งบุคคลซึ่งต้องชำระหนี้ตำมตรำสำรนั้น ทรำบ และเมื่อได้ดำเนินกำรยึดหลักทรัพย์ดังกล่ำว เสร็จแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนนำตรำสำรนั้นมำเก็บรักษำไว้หำกสำมำรถนำมำได้

    (๓) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ซึ่งฝำกไว้กับศูนย์รับฝำกหลักทรัพย์ตำมกฎหมำยว่ำด้วยหลักทรัพย์ และตลำดหลักทรัพย์ ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของ มำตรกำรบังคับทำงปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้ฝำกหลักทรัพย์ และศูนย์รับฝำกหลักทรัพย์ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยหลักทรัพย์และตลำดหลักทรัพย์ทรำบ เพื่อปฏิบัติตำมที่ได้รับแจ้งจำกเจ้ำพนักงำน

    (๔) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่มีกำรออกใบตรำสำร ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการและจำนวน หลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์ทรำบ เพื่อปฏิบัติ ตำมที่ได้รับแจ้งจำกเจ้ำพนักงำน ในกรณีที่ไม่สำมำรถแจ้งบุคคลตำมวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการและจำนวน หลักทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่ำย ณ ภูมิลำเนำหรือสำนักทำกำรงำนของบุคคลเช่นว่ำนั้น หรือ แจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลำที่ประกาศนั้นได้ปิดไว้หรือ กำรแจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว

  13. ๒๖

    กำรยึดตั๋วเงินหรือตรำสำรเปลี่ยนมืออื่นใดของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครอง ให้นำควำมในข้อ ๒๕ วรรคหนึ่ง

    (๒) และวรรคสอง มำใช้บังคับโดยอนุโลม และให้มี ผลเป็นกำรอำยัดสิทธิเรียกร้องตำมตั๋วเงินหรือตรำสำรนั้นด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๐ ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้ำพนักงำนอำจเสนอให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งอนุญำตให้ จำหน่ายตำมรำคำที่ปรำกฏในตั๋วเงินหรือตรำสำรหรือรำคำต่ำกว่ำนั้นตำมที่หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ เห็นสมควร ถ้ำหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐมีคำสั่งไม่อนุญำต ให้นำตั๋วเงินหรือตรำสำรนั้นออกขาย ทอดตลำด

  14. ๒๗

    กำรยึดหุ้นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวก จำกัดควำมรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งกำรยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัดที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอยู่ทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทนั้นบันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียน

  15. ๒๘

    กำรยึดสิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายกำรค้ำ หรือสิทธิอย่ำงอื่นของผู้อยู่ใน บังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองที่มีลักษณะคล้ำยคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่ำวซึ่งได้ จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถ กระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตำมกฎหมำย ว่ำด้วยกำรนั้นบันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียน

  16. ๒๙

    กำรยึดสิทธิในเครื่องหมายกำรค้ำซึ่งยังมิได้จดทะเบียน ลิขสิทธิ์ สิทธิขอรับสิทธิบัตร สิทธิในชื่อทำงกำรค้ำหรือยี่ห้อ หรือสิทธิอย่ำงอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง ที่มีลักษณะคล้ำยคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่ำว ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดยแจ้งรายการสิทธิ ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ดำเนินกำร ตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

  17. ๓๐

    กำรยึดสิทธิกำรเช่ำทรัพย์สินหรือสิทธิที่จะได้ใช้บริกำรต่ำง ๆ ซึ่งอำจมีรำคำ และถือเอำได้ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง เช่น บริกำรโทรศัพท์หรือโทรคมนำคม หรือบริกำรอื่นใดที่อำจได้รับจำกทรัพย์สินหรือบริกำรของผู้อื่น ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและผู้ให้เช่ำหรือ ผู้ให้บริกำร แล้วแต่กรณี ทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถกระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) ในกรณีที่ได้มีกำรจดทะเบียนกำรเช่ำทรัพย์สินหรือกำรให้บริกำรดังกล่ำว ให้แจ้ง นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้นบันทึกกำรยึดไว้ ในทะเบียนด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๑

  18. ๓๑

    กำรยึดสิทธิของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองตำมใบอนุญำต ประทำนบัตร อำชญำบัตร สัมปทำน หรือสิทธิอย่ำงอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับ ทำงปกครองที่มีลักษณะคล้ำยคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่ำว ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ ถ้ำไม่สำมำรถ กระทำได้ ให้ดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

    (๒) แจ้งให้นำยทะเบียนหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรนั้น บันทึกกำรยึดไว้ในทะเบียนด้วย

  19. ๓๒

    กำรยึดอสังหำริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้น ให้เจ้ำพนักงำนกระทำโดย

    (๑) นำหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์นั้นมำเก็บรักษำไว้ หรือฝำกไว้แก่บุคคลใดตำมที่เห็นสมควร เว้นแต่ทรัพย์นั้นยังไม่มีหนังสือสำคัญหรือนำหนังสือสำคัญมำไม่ได้

    (๒) แสดงให้เห็นประจักษ์โดยกำรปิดประกาศไว้ที่ทรัพย์นั้นว่ำ ได้มีกำรยึดทรัพย์นั้นแล้ว

    (๓) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้บุคคลดังต่อไปนี้ทรำบ

    (ก) ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครอง

    (ข) บุคคลอื่นซึ่งมีชื่อในทะเบียนว่ำเป็นเจ้ำของทรัพย์นั้น

    (ค) เจ้ำพนักงำนที่ดินหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้น ถ้ำทรัพย์นั้นมีทะเบียน ให้เจ้ำพนักงำนที่ดินหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่บันทึก กำรยึดไว้ในทะเบียนด้วย ในกรณีที่ไม่สำมำรถแจ้งบุคคลตำมวรรคหนึ่ง (๓) (ก) หรือ

    (ข) ได้ ให้ปิดประกาศแจ้ง รายการทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่ำย ณ ภูมิลำเนำหรือสำนักทำกำรงำนของบุคคลเช่นว่ำนั้น หรือ แจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลำที่ได้ปิดประกาศนั้นไว้หรือ กำรแจ้งโดยวิธีอื่นใดตำมที่เจ้ำพนักงำนเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว เมื่อได้แจ้งกำรยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและเจ้ำพนักงำนที่ดินหรือ พนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นแล้ว ให้ถือว่ำ เป็นกำรยึดตำมกฎหมำย

  20. ๓๓

    กำรยึดทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหำริมทรัพย์นั้น ให้เจ้ำพนักงำนกระทำ โดยดำเนินกำรตำมวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๒ โดยอนุโลม

  21. ๓๔

    กำรยึดสังหำริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นให้มีผล เป็นกำรยึดครอบไปถึงดอกผลธรรมดำและดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้นด้วย กำรยึดอสังหำริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นให้มีผล เป็นกำรยึดครอบไปถึง

    (๑) เครื่องอุปกรณ์และดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๒

    (๒) ดอกผลธรรมดำของทรัพย์นั้นที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองมีสิทธิ เก็บเกี่ยว เมื่อเจ้ำพนักงำนได้แจ้งหรือปิดประกาศให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองและ ผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทรำบในขณะทำกำรยึดว่ำได้ยึดดอกผลด้วยแล้ว

  22. ๓๕

    กำรยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองนั้นให้มีผล ดังต่อไปนี้

    (๑) กำรที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้ก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภำยหลังที่ได้ทำกำรยึดไว้แล้วนั้น หำอำจใช้ยันแก่หน่วยงำนของรัฐหรือ เจ้ำพนักงำนได้ไม่ ถึงแม้ว่ำรำคำแห่งทรัพย์สินนั้นจะเกินกว่ำจำนวนหนี้กับค่ำธรรมเนียม ค่ำตอบแทน หรือค่ำใช้จ่ำยอื่นในกำรบังคับทำงปกครอง และผู้นั้นได้กระทำกำรดังกล่ำวแก่ทรัพย์สินที่ถูกยึดเพียงส่วน ที่มีรำคำเกินจำนวนนั้นก็ตำม

    (๒) ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองได้รับมอบให้เป็นผู้รักษำทรัพย์สินที่ถูกยึด ผู้นั้นชอบที่จะใช้ทรัพย์สินเช่นว่ำนั้นได้ตำมสมควร แต่ถ้ำเจ้ำพนักงำนเห็นว่ำผู้นั้นจะทำให้ทรัพย์สินนั้น เสียหำยหรือเกรงว่ำจะเสียหำย โดยเจ้ำพนักงำนเห็นเองหรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในกำรบังคับทำง ปกครองแก่ทรัพย์สินนั้นร้องขอ เจ้ำพนักงำนจะรักษำทรัพย์สินนั้นเสียเองหรือตั้งให้ผู้ใดเป็นผู้รักษำ ทรัพย์สินนั้นก็ได้

  23. ๓๖

    ให้เจ้ำพนักงำนจัดทำบันทึกรำยงำนกำรยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งบัญชีทรัพย์สินที่ยึด แนบท้ำยโดยแสดงรำยละเอียด เช่น ชื่อประเภท จำนวน ขนำด น้ำหนัก สภำพของทรัพย์สิน ตำมลำดับหมำยเลขไว้ หำกมีพฤติกำรณ์หรือเหตุกำรณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐำนก็ให้บันทึกไว้ แล้วอ่ำนบันทึกให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่ำนก็ได้ แล้วให้ ลงลำยมือชื่อไว้เป็นหลักฐำนด้วย ถ้ำผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไม่ยอมลงลำยมือชื่อ ให้บันทึกว่ำอ่ำนให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลำยมือชื่อ พร้อมกับลงลำยมือชื่อเจ้ำพนักงำนไว้ ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองไม่อยู่ ณ ที่ยึดนั้น ให้อ่ำนบันทึก ให้บริวำรหรือบุคคลซึ่งบรรลุนิติภำวะที่อยู่ณที่ยึดนั้นฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่ำนก็ได้ แล้วให้ลงลำยมือชื่อ ไว้เป็นหลักฐำนด้วย ถ้ำผู้นั้นไม่ยอมลงลำยมือชื่อ ให้บันทึกว่ำอ่ำนให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลำยมือชื่อ พร้อมกับลงลำยมือชื่อเจ้ำพนักงำนไว้ ให้เจ้ำพนักงำนเสนอบัญชีทรัพย์สินที่ยึดตำมวรรคหนึ่งต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐด้วย

  24. ๓๗

    ให้เจ้ำพนักงำนจดไว้ในบันทึกกำรเก็บรักษำทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่ำได้จัดการเก็บรักษำ ทรัพย์สินนั้นอย่ำงไร และต้องเสียค่ำใช้จ่ำยในกำรยึดทรัพย์สิน ค่ำเช่ำสถำนที่เก็บทรัพย์สิน ค่ำจ้ำงดูแล รักษำทรัพย์สินเท่ำใด

  25. ๓๘

    เมื่อยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนประเมินรำคำทรัพย์สินที่ยึดนั้น โดยจะนำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกำรประเมินรำคำทรัพย์สิน ตำมที่กำหนดในระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่ำด้วยกำรบังคับคดีของเจ้ำพนักงำนบังคับคดีมำใช้บังคับก็ได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๓ หรือจะขอให้หน่วยงำนของรัฐที่มีหน้ำที่ในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินหรือภำคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชำญ ที่ให้บริกำรในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินช่วยประเมินรำคำก็ได้ ให้เจ้ำพนักงำนรำยงำนรำคำทรัพย์สินที่ประเมินต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเพื่อพิจำรณำสั่งกำร หำกหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐไม่เห็นด้วยกับรำคำทรัพย์สินที่เจ้ำพนักงำนประเมิน หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ มีอำนำจประเมินรำคำทรัพย์สินใหม่ หรือมีคำสั่งให้เจ้ำพนักงำนทำกำรประเมินรำคำใหม่ หรืออำจขอให้ หน่วยงำนของรัฐที่มีหน้ำที่ในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินหรือภำคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชำญที่ให้บริกำร ในกำรประเมินรำคำทรัพย์สินช่วยประเมินรำคำ เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐเห็นด้วยกับรำคำทรัพย์สินที่เจ้ำพนักงำนประเมิน หรือรำคำ ทรัพย์สินที่มีกำรประเมินใหม่ตำมวรรคสอง แล้วแต่กรณีแล้ว ให้เจ้ำพนักงำนแจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึด และรำคำประเมินให้ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองทรำบ และถ้ำทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือ กรรมสิทธิ์รวม ให้แจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึดและรำคำประเมินให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทรำบด้วย ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมำตรกำรบังคับทำงปกครองหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียไม่เห็นด้วย กับรำคำประเมินทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอต่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐให้ทบทวนรำคำประเมินทรัพย์สิน ภำยในสิบห้ำวันนับแต่ได้รับแจ้งรำคำประเมิน และให้นำวรรคสองมำใช้บังคับแก่กำรพิจำรณำมีคำสั่ง ของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐโดยอนุโลม คำสั่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐตำมวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

  26. ๓๙

    ในกรณีที่มีผู้กล่ำวอ้ำงว่ำตนเป็นเจ้ำของทรัพย์สินที่เจ้ำพนักงำนได้ยึดไว้ หรือ ตนเป็นเจ้ำของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นอสังหำริมทรัพย์ที่ได้แบ่ง กำรครอบครองเป็นส่วนสัด หรือตนเป็นเจ้ำของรวมในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นสังหำริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์แบ่งได้ หรือตนเป็นผู้อยู่ในฐำนะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพย์สินนั้นได้อยู่ก่อน บุคคลนั้นอำจร้องขอ ให้ปล่อยทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหรือเฉพำะส่วนของตน แล้วแต่กรณี โดยยื่นคำร้องขอต่อ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐภำยในหกสิบวันนับแต่วันที่มีกำรยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้ำไม่สำมำรถยื่นคำร้องขอ ภำยในระยะเวลาดังกล่ำว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่ำนั้นได้ ต่อเมื่อมีพฤติกำรณ์ พิเศษและได้ยื่นคำร้องขอไม่ช้ำกว่ำเจ็ดวันก่อนวันที่เจ้ำพนักงำนกำหนดไว้เพื่อกำรขายทอดตลำดหรือ จำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นครั้งแรก เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอ ในภำยหลังก็ได้ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนขายทอดตลำดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น

  27. ๔๐

    เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐได้รับคำร้องขอตำมข้อ ๓๙ ให้ดำเนินกำร ดังต่อไปนี้

    (๑) หำกมีพยำนหลักฐำนเบื้องต้นแสดงว่ำคำร้องขอนั้นไม่มีมูลหรือทรัพย์สินที่ยึด เป็นสังหำริมทรัพย์ที่เก็บไว้นำนไม่ได้ ให้ยกคำร้องและดำเนินกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินต่อไป

    (๒) หำกมีพยำนหลักฐำนเบื้องต้นแสดงว่ำคำร้องขอนั้นมีมูล ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ พิจำรณำต่อไป โดยให้งดกำรขายทอดตลำดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ก่อนในระหว่ำงรอผล กำรพิจำรณำ ในกรณีที่เห็นว่ำอำจเป็นกำรร้องขอเพื่อประวิงเวลำให้ล่ำช้ำ หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐอำจมี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๒๕ ก หนา้ ๑๔ คำสั่งให้ผู้ร้องวำงเงินเพื่อประกันควำมเสียหำยใด ๆ ที่อำจได้รับเนื่องจำกเหตุที่เนิ่นช้ำในกำรขาย ทอดตลำดได้ ถ้ำผู้ร้องไม่ปฏิบัติตำมคำสั่งเช่นว่ำนี้ ให้หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐยกคำร้องนั้นเสีย และดำเนินกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินต่อไป คำสั่งยกคำร้องตำมวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด

  28. ๔๑

    เมื่อหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐได้พิจำรณำคำร้องตำมข้อ ๔๐ แล้ว ให้ดำเนินกำร ต่อไป ดังนี้

    (๑) ในกรณีที่ปรำกฏว่ำผู้ร้องไม่ใช่เจ้ำของที่แท้จริง ให้ยกคำร้องและดำเนินกำรขายทอดตลำด ทรัพย์สินต่อไป โดยกรณีที่มีกำรวำงเงินเพื่อประกันควำมเสียหำยตำมข้อ ๔๐ ให้หักค่ำเสียหำยออกจำก เงินประกันที่ผู้ร้องวำงไว้ แล้วคืนเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ร้อง ทั้งนี้ คำสั่งยกคำร้อง ให้เป็นที่สุด

    (๒) ในกรณีที่ปรำกฏว่ำผู้ร้องเป็นเจ้ำของที่แท้จริง ให้สั่งงดกำรขายทอดตลำดและสั่งเพิกถอน กำรยึดทรัพย์สินตำมข้อ ๑๙ ต่อไป แต่กรณีที่ปรำกฏว่ำผู้ร้องเป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์รวม หัวหน้ำ หน่วยงำนของรัฐอำจสั่งให้ดำเนินกำรขายทอดตลำดทรัพย์สินต่อไปได้ แต่เมื่อขายทอดตลำดทรัพย์สิน ได้เงินเท่ำใดแล้ว ให้แบ่งเงินตำมสัดส่วนให้กับเจ้ำของกรรมสิทธิ์รวมที่ขอกันส่วนไว้ด้วย

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

โดยหน่วยงำนของรัฐแห่งอื่น

ในส่วนที่เกี่ยวกับกำรบังคับคดีให้เป็นอำนำจของหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11761ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZDg2MjA4YWEtZjY4My00YThkLThlYmYtZjUwNDc2ZDk0NTQ0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKcwMDI4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY1LTI14LiBLTEucGRmIn0.rmonAQELyMuuD9FRRWqVphHjsW4jtRAELu0iHXC933I26 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:df77d9cc726d2e8f6bb405873d8f06ddf7c3a5290b15ffc18e5814040c40ea4eดึงเมื่อ 2026-08-23T22:01:07.025Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR