กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๖๗
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f5de8aa8… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมมาตรา ๓–๔ · 2 มาตรา
- หมวด ๒ มาตรฐานด้านการให้บริการตรวจสุขภาพและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพมาตรา ๕–๖ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ มาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมมาตรา ๗–๑๐ · 4 มาตรา
- หมวด ๔ มาตรฐานด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมมาตรา ๑๑–๑๓ · 3 มาตรา
ปรารภ
เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๓ มาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม
4 มาตรา- ๗
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ ต้องมีมาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการ อาชีวเวชกรรมและบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามที่กำหนดในหมวดนี้
- ๘
หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังต่อไปนี้
(๑) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓
(๑) ที่มิใช่หน่วยบริการปฐมภูมิตามกฎหมาย ว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัย อย่างน้อยหนึ่งคน และพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน
(ค) ในกรณีการให้บริการอาชีวเวชกรรมนอกสถานที่ตั้งประจำของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม นอกจากจะต้องจัดให้มีบุคลากรตาม (ก) และ
(ข) แล้ว ต้องจัดให้มีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์ สาขาอื่นเพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน และพยาบาลอาชีวอนามัยเพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
(๒) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓
(๑) ที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิตามกฎหมาย ว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อย หนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน
(๓) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๒)
(ก) ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัย อย่างน้อยสองคน
(๔) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๒)
(ข) นอกจากจะต้องจัดให้มีบุคลากร ตาม
(๓) แล้ว ต้องจัดให้มีบุคลากรเพิ่มเติมในขณะที่ให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น เพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัย เพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน
(๕) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๓) (๔) และ
(๖) ต้องจัดให้มีบุคลากร เช่นเดียวกับหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๒) (ก) หรือ (๒)
(ข) แล้วแต่กรณี
(๖) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๕)
(ก) ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงาน ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมอย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง และมีระยะเวลาการปฏิบัติงานรวมกัน อย่างน้อยหกชั่วโมงต่อสัปดาห์
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงาน ประจำ ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม
(๗) หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๕)
(ข) ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์หรือแพทย์สาขาอื่น อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงาน ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง และมีระยะเวลาการปฏิบัติงานรวมกัน อย่างน้อยสิบสองชั่วโมงต่อสัปดาห์
(ข) พยาบาลอาชีวอนามัยหรือพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อยสองคน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องมี พยาบาลอาชีวอนามัย อย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องปฏิบัติงานประจำ ณ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรม หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามวรรคหนึ่งอาจจัดให้มีบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม เพิ่มเติมก็ได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
- ๙
บุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๘ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) แพทย์ ให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(ก) แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ จากแพทยสภา
(ข) แพทย์สาขาอื่นที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานด้านอาชีวเวชศาสตร์ ที่กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ หรือสมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย กำหนด หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง
(๒) พยาบาล ให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(ก) พยาบาลอาชีวอนามัยที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมที่สภาการพยาบาลอนุมัติหรือรับรอง ได้แก่ พยาบาลที่ผ่านหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลอาชีวอนามัย สาขาการพยาบาล อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม หรือสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติอาชีวอนามัย ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าสี่เดือน หรือพยาบาลที่ผ่านหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัย หรือสาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติอาชีวอนามัย
(ข) พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านหลักสูตรความรู้พื้นฐานด้านการพยาบาลอาชีวอนามัย หรือ หลักสูตรการพยาบาลอาชีวอนามัย ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าหกสิบชั่วโมง ที่สภาการพยาบาลอนุมัติ หรือรับรองหรือที่กรมการแพทย์กำหนด หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวเวชกรรมที่กรมควบคุมโรค กำหนดหรือหลักสูตรการฝึกอบรมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง
- ๑๐
นอกจากบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรม หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมอาจจัดให้มี บุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรมก็ได้ โดยบุคลากรดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัย และความปลอดภัย จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๒) ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม
(๓) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน จากสภาการสาธารณสุขชุมชนหรือผู้ที่ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวกับ สาธารณสุขด้านอื่น และต้องมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือ การควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพไม่น้อยกว่าสองปี หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านอาชีวเวชกรรม ที่กรมควบคุมโรคกำหนดหรือหลักสูตรการฝึกอบรมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
(๔) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จาก สภาเทคนิคการแพทย์
(๕) ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการวิชาชีพ ในสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย สาขารังสีเทคนิค หรือสาขาจิตวิทยาคลินิก หรือ ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการอาชีวเวชกรรม เช่น วิทยาศาสตร์การแพทย์ การยศาสตร์ พิษวิทยา จิตวิทยาองค์กร วิศวกรรมความปลอดภัย
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
และบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรม
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10436ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNWY5NjJiZTYtOWZkMS00NTkzLWFmODYtNGI5NzY0N2FlNmRmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMTM1IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcz4LiBLTM4LnBkZiJ9.weiU02XDMvOwRaAXvpkYKE_cqTbj-z0Z1xpveXGZbA49 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:f5de8aa8a14fc84b7d6302a016efa1e0cd421a47c8a29f05cf5b147ca31ed110ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:23:22.508Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR