กฎกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗61 มาตรา12 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 16 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 28583e18… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑มาตรา ๑๐–๔๖ · 37 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ พื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๑๐–๑๕ · 6 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ สถานีเตือนภัยมาตรา ๑๖–๑๙ · 4 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ ผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๒๐–๒๗ · 8 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ สิ่งของในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๒๘–๓๐ · 3 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ ยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๓๑–๓๕ · 5 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๖ หน่วยรักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้มาตรา ๓๖–๔๓ · 8 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๗ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๔๔–๔๖ · 3 มาตรา
  9. หมวด ๒มาตรา ๔๗–๕๐ · 4 มาตรา
  10. หมวด ๓ การค้นหาและการเอากลับมาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ที่สูญหายหรือถูกเอาไปโดยมิชอบมาตรา ๕๑–๕๗ · 7 มาตรา
  11. หมวด ๔ การจำกัดผลกระทบทางรังสีหลังจากมีการก่อวินาศกรรมมาตรา ๕๘–๖๐ · 3 มาตรา
  12. บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๑ · 1 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก กฎกระทรวง ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘ (๑๘) มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๑/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๑ พื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    6 มาตรา
  2. ๑๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ออกเป็น ๓ ส่วน

    (๑) พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

    (๒) พื้นที่หวงห้าม

    (๓) พื้นที่หวงกัน

  3. ๑๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเก็บและใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ภายในพื้นที่ หวงห้ามเด็ดขาดเท่านั้น เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  4. ๑๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ไว้ในห้องนิรภัยหรือห้องมั่นคง ที่มีการตรวจจับและการหน่วงเวลาการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง บริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ต้องใส่กุญแจและเปิดสัญญาณเตือนภัยไว้ตลอดเวลา เว้นแต่ ขณะเข้ามาเอาวัสดุนิวเคลียร์ตามตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์อยู่นอกบริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์โดยไม่มีผู้ดูแล ผู้รับใบอนุญาต ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทดแทนเช่นเดียวกับกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์นั้นอยู่ในบริเวณ ที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์

  5. ๑๓

    ในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการ เพื่อป้องกันภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวาง หรืออุปกรณ์ป้องกันการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ที่เป็นเอกเทศจากพื้นที่อื่น

    (๒) มีทางเข้าออกเดียว เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการให้มีทางเข้าออกมากกว่าหนึ่งทาง และต้องให้มีการรักษาการทางเข้าออกนั้น ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉินต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจาก ภายนอกได้

    (๓) มีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัย ที่ทางเข้าออกและทางออกฉุกเฉิน ถ้าบริเวณใดในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ใช้งาน ต้องมีการปิดพื้นที่ และเปิดระบบสัญญาณเตือนภัยที่จะเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าออกหรือเคลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ที่ปิดอยู่นั้น

    (๔) มีการระบุกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าในตารางงานของสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์

    (๕) ก่อนการเริ่มใช้งานเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ ที่ปิดการใช้งาน หรือหยุด เดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตความผิดปกติ ของเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

    (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  6. ๑๔

    ในพื้นที่หวงห้าม ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกัน ภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวางอย่างน้อยสองชั้น แยกเป็นเอกเทศจากเครื่องกีดขวางของพื้นที่อื่น และในระหว่างเครื่องกีดขวางแต่ละชั้นต้องจัดให้มีระบบตรวจจับการบุกรุกด้วย โดยเครื่องกีดขวาง ชั้นนอกสุดต้องสามารถทนต่อการพุ่งชนของยานพาหนะได้ และเครื่องกีดขวางชั้นในสุดต้องสามารถตรวจ และเตือนให้ทราบเมื่อมีความพยายามเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม และสามารถหน่วงเวลา การออกจากพื้นที่หวงห้ามของบุคคลและยานพาหนะที่ไม่มีสิทธิเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้ รวมทั้ง คำนึงถึงมาตรการป้องกันและรับมือการจู่โจมและการโจมตีทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นด้วย

    (๒) มีทางเข้าออกเท่าที่จำเป็นและมีการรักษาการทุกแห่ง ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉิน ต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจากภายนอกได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (๓) มีระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัยที่ทางเข้าออก และทางออกฉุกเฉิน

    (๔) จัดให้มีสถานีเตือนภัย

    (๕) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงห้ามเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงห้าม จากระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  7. ๑๕

    ในพื้นที่หวงกัน ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกัน ภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวางล้อมอยู่โดยรอบและบริเวณทั้งสองด้านของเครื่องกีดขวางต้องเป็นพื้นที่โล่ง รวมถึงมีไฟส่องสว่างเพียงพอสำหรับสังเกตการณ์พฤติกรรมที่นำไปสู่การบุกรุกได้

    (๒) มีระบบสัญญาณเตือนภัยสำหรับตรวจและเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามา ในพื้นที่หวงกัน และต้องมีการประเมินเหตุของสัญญาณเตือนภัยโดยพลันเพื่อตอบสนองต่อเหตุนั้น อย่างทันท่วงที

    (๓) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงกันเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงกัน จากระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    (๔) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

ดังนี้

วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10426ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMzg1MjQ3NTctMGIxYy00NWM0LWEyYmQtMTIwZWEyZDdlZTQwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJ4wMDE4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTY44LiBLTc3LnBkZiJ9.mRU4vAe3Ru3l2RbP5ZbaCSEhJhc568OxGkBhxVkoeVw16 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:28583e18f2f567f67bf814a184f8c0f3a22116dba9a8eb358812228aa9f61e02ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:22:49.476Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR