กฎกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗61 มาตรา12 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 16 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 28583e18… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑มาตรา ๑๐–๔๖ · 37 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ พื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๑๐–๑๕ · 6 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ สถานีเตือนภัยมาตรา ๑๖–๑๙ · 4 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ ผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๒๐–๒๗ · 8 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ สิ่งของในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๒๘–๓๐ · 3 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ ยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๓๑–๓๕ · 5 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๖ หน่วยรักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้มาตรา ๓๖–๔๓ · 8 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๗ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มาตรา ๔๔–๔๖ · 3 มาตรา
  9. หมวด ๒มาตรา ๔๗–๕๐ · 4 มาตรา
  10. หมวด ๓ การค้นหาและการเอากลับมาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ที่สูญหายหรือถูกเอาไปโดยมิชอบมาตรา ๕๑–๕๗ · 7 มาตรา
  11. หมวด ๔ การจำกัดผลกระทบทางรังสีหลังจากมีการก่อวินาศกรรมมาตรา ๕๘–๖๐ · 3 มาตรา
  12. บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๑ · 1 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก กฎกระทรวง ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘ (๑๘) มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๑/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๑ วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

  2. ส่วนที่ ๑ พื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    6 มาตรา
  3. ๑๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ออกเป็น ๓ ส่วน

    (๑) พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

    (๒) พื้นที่หวงห้าม

    (๓) พื้นที่หวงกัน

  4. ๑๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเก็บและใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ภายในพื้นที่ หวงห้ามเด็ดขาดเท่านั้น เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  5. ๑๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ไว้ในห้องนิรภัยหรือห้องมั่นคง ที่มีการตรวจจับและการหน่วงเวลาการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง บริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ต้องใส่กุญแจและเปิดสัญญาณเตือนภัยไว้ตลอดเวลา เว้นแต่ ขณะเข้ามาเอาวัสดุนิวเคลียร์ตามตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์อยู่นอกบริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์โดยไม่มีผู้ดูแล ผู้รับใบอนุญาต ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทดแทนเช่นเดียวกับกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์นั้นอยู่ในบริเวณ ที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์

  6. ๑๓

    ในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการ เพื่อป้องกันภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวาง หรืออุปกรณ์ป้องกันการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ที่เป็นเอกเทศจากพื้นที่อื่น

    (๒) มีทางเข้าออกเดียว เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการให้มีทางเข้าออกมากกว่าหนึ่งทาง และต้องให้มีการรักษาการทางเข้าออกนั้น ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉินต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจาก ภายนอกได้

    (๓) มีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัย ที่ทางเข้าออกและทางออกฉุกเฉิน ถ้าบริเวณใดในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ใช้งาน ต้องมีการปิดพื้นที่ และเปิดระบบสัญญาณเตือนภัยที่จะเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าออกหรือเคลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ที่ปิดอยู่นั้น

    (๔) มีการระบุกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าในตารางงานของสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์

    (๕) ก่อนการเริ่มใช้งานเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ ที่ปิดการใช้งาน หรือหยุด เดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตความผิดปกติ ของเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

    (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  7. ๑๔

    ในพื้นที่หวงห้าม ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกัน ภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวางอย่างน้อยสองชั้น แยกเป็นเอกเทศจากเครื่องกีดขวางของพื้นที่อื่น และในระหว่างเครื่องกีดขวางแต่ละชั้นต้องจัดให้มีระบบตรวจจับการบุกรุกด้วย โดยเครื่องกีดขวาง ชั้นนอกสุดต้องสามารถทนต่อการพุ่งชนของยานพาหนะได้ และเครื่องกีดขวางชั้นในสุดต้องสามารถตรวจ และเตือนให้ทราบเมื่อมีความพยายามเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม และสามารถหน่วงเวลา การออกจากพื้นที่หวงห้ามของบุคคลและยานพาหนะที่ไม่มีสิทธิเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้ รวมทั้ง คำนึงถึงมาตรการป้องกันและรับมือการจู่โจมและการโจมตีทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นด้วย

    (๒) มีทางเข้าออกเท่าที่จำเป็นและมีการรักษาการทุกแห่ง ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉิน ต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจากภายนอกได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (๓) มีระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัยที่ทางเข้าออก และทางออกฉุกเฉิน

    (๔) จัดให้มีสถานีเตือนภัย

    (๕) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงห้ามเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงห้าม จากระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  8. ๑๕

    ในพื้นที่หวงกัน ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกัน ภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวางล้อมอยู่โดยรอบและบริเวณทั้งสองด้านของเครื่องกีดขวางต้องเป็นพื้นที่โล่ง รวมถึงมีไฟส่องสว่างเพียงพอสำหรับสังเกตการณ์พฤติกรรมที่นำไปสู่การบุกรุกได้

    (๒) มีระบบสัญญาณเตือนภัยสำหรับตรวจและเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามา ในพื้นที่หวงกัน และต้องมีการประเมินเหตุของสัญญาณเตือนภัยโดยพลันเพื่อตอบสนองต่อเหตุนั้น อย่างทันท่วงที

    (๓) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงกันเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงกัน จากระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    (๔) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  9. ส่วนที่ ๒ สถานีเตือนภัย

    4 มาตรา
  10. ๑๖

    สถานีเตือนภัย ได้แก่ สถานีเตือนภัยกลางและสถานีเตือนภัยสำรอง ต้องตั้งอยู่ ในพื้นที่หวงห้าม และมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) เฝ้าระวัง บันทึก และประเมินสัญญาณเตือนภัย

    (๒) ตอบสนองต่อสัญญาณเตือน

    (๓) ติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้และผู้เกี่ยวข้อง ในกรณีที่สถานีเตือนภัยกลางไม่สามารถทำหน้าที่ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้สถานีเตือนภัยสำรองทำหน้าที่แทนสถานีเตือนภัยกลาง

  11. ๑๗

    สถานีเตือนภัย ประกอบด้วย

    (๑) ห้องหรืออาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง ประตู หน้าต่าง เพดาน และพื้นห้อง หรืออาคารต้องสามารถป้องกันกระสุนจากอาวุธปืนได้ และไม่สามารถมองเห็นสภาพภายในห้องจาก ภายนอกพื้นที่หวงห้ามได้ รวมทั้งไม่มีระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการตามปกติ ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจรบกวนหน้าที่ของสถานีเตือนภัย

    (๒) มีแผงควบคุมอุปกรณ์เตือนภัยและมีการแสดงผลโดยระบุถึง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (ก) ประเภทสัญญาณเตือนภัย เช่น สัญญาณตรวจจับการบุกรุก สัญญาณฉุกเฉิน

    (ข) ที่ตั้งของอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณเตือนภัย

    (ค) สถานะการทำงานของอุปกรณ์เตือนภัย

    (๓) มีมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการทำสำรอง (redundancy) เพื่อให้สถานีเตือนภัยยังคงทำงาน ได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น และมีเครื่องสำรองไฟฟ้า รวมทั้งมีการป้องกันการลักลอบเข้าถึงข้อมูล การเฝ้าระวังการล่อลวง และการปลอมแปลง

    (๔) มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอดเวลาเพื่อเฝ้าระวัง ประเมินสัญญาณเตือนภัย เริ่มต้น การตอบสนองต่อสัญญาณเตือนภัย และติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยกำลังตอบโต้ และฝ่ายสถานที่ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๕) มีอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารทั้งชนิดมีสายและชนิดไร้สาย รวมถึงจัดให้มีระบบสายส่งสำรอง และระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับอุปกรณ์เตือนภัยและสถานีเตือนภัย

  12. ๑๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้อุปกรณ์เตือนภัยทั้งหมดมีลักษณะหรือการทำงานที่สามารถบ่งชี้ หรือมีการแจ้งเตือนให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์รู้หรือควรรู้ได้ทันที ว่าอุปกรณ์เตือนภัยดังกล่าวเกิดความชำรุดบกพร่องหรือมีการแก้ไขดัดแปลงโดยไม่ชอบ

  13. ๑๙

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการทดสอบ ประเมินประสิทธิภาพ และซ่อมบำรุง อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารและอุปกรณ์เตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ได้ตลอดเวลา ผู้รับใบอนุญาตต้องมีแผนสำรองในกรณีที่อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารหรืออุปกรณ์เตือนภัยตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถใช้การได้

  14. ส่วนที่ ๓ ผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    8 มาตรา
  15. ๒๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และมีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ติดบัตรประจำตัว หรือวิธีการอื่นที่คล้ายคลึงกัน บัตรประจำตัวหรือวิธีการอื่นตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรูปถ่าย ชื่อ และตำแหน่งของผู้ถือบัตร พื้นที่ที่สามารถเข้าออกได้ เลขที่บัตร วันที่บัตรหมดอายุ

  16. ๒๑

    ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้ลงทะเบียนผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมแล้ว และในการเข้าพื้นที่ดังกล่าวผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมต้องติดบัตรผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมและมีบุคลากร ตามข้อ ๒๐ อยู่ด้วยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก การลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องระบุชื่อ หน่วยงาน วัน เวลา และวัตถุประสงค์ ของผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชม รวมทั้งผู้ซึ่งประสงค์จะติดต่อ

  17. ๒๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบและตรวจค้นบุคคลที่จะผ่านเข้าพื้นที่หวงกัน เพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรม การเข้าถึงโดยมิชอบ หรือการนำวัสดุหรืออุปกรณ์ต้องห้าม เข้าไปในพื้นที่หวงกัน รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ตรวจจับวัสดุนิวเคลียร์ โลหะ และวัตถุระเบิดไว้ประจำที่ทางเข้าพื้นที่หวงกันด้วย

  18. ๒๓

    เพื่อควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการจัดทำบัญชี ผู้เข้าถึงหรือผู้ครอบครองกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม และพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือจัดให้มีระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นใดที่สามารถควบคุมการเข้าถึง วัสดุนิวเคลียร์ได้ การควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ป้องกันไม่ให้มีการทำกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์สำรอง โดยไม่ได้รับอนุญาต

    (๒) เปลี่ยนรหัสกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

    (๓) เปลี่ยนชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์เมื่อมีหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดกับชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต

  19. ๒๔

    ในกรณีที่บุคลากรตามข้อ ๒๐ ไม่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม และพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือไม่ได้ทำงานที่สถานประกอบการทางนิวเคลียร์แล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการเปลี่ยนกุญแจ ชุดกุญแจ หรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนรหัสกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์นิรภัย ที่ใช้ในการผ่านเข้าออก ที่บุคลากรนั้นรู้หรือเคยครอบครองใหม่ทั้งหมด

  20. ๒๕

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่แสดงให้เห็นว่า บุคคลใด ทำงานใด ในพื้นที่ใด ในช่วงเวลาใด เพื่อใช้ตรวจสอบและควบคุมการทำงานของบุคคล ดังกล่าว การปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้บุคคลอย่างน้อยสองคน ปฏิบัติงานร่วมกันตลอดเวลา

  21. ๒๖

    เพื่อป้องกันการลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกไปจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจค้นบุคคลทุกคนที่ออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดอย่างน้อยสองรอบ โดยการตรวจค้นรอบแรกให้กระทำก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และการตรวจค้น รอบที่สองให้กระทำก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะออกจากพื้นที่หวงกัน

  22. ๒๗

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีขั้นตอนปฏิบัติในการรับช่วงการถือครองวัสดุนิวเคลียร์จาก บุคลากรหนึ่งไปยังอีกบุคลากรหนึ่ง และให้บุคลากรทุกคนตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนที่จะรับช่วงการถือครอง วัสดุนิวเคลียร์ว่าไม่มีเหตุแทรกแซงหรือการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  23. ส่วนที่ ๔ สิ่งของในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    3 มาตรา
  24. ๒๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบสิ่งของที่จะผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงกัน และห้ามผู้รับใบอนุญาตอนุญาตให้นำสิ่งของใด ๆ เข้าไปในพื้นที่หวงกัน ยกเว้นสิ่งของที่ได้กำหนดไว้แล้ว ในตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และมิใช่สิ่งของต้องห้าม

  25. ๒๙

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบสิ่งของที่จะออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อป้องกันการลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากพื้นที่ดังกล่าว

  26. ๓๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ในพื้นที่ หวงห้ามเด็ดขาดในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) การควบคุมการนำวัสดุนิวเคลียร์เข้ามาและออกจากพื้นที่เก็บวัสดุนิวเคลียร์

    (๒) การควบคุมการจัดวางและการเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ภายในพื้นที่เก็บวัสดุนิวเคลียร์

    (๓) การควบคุมรายการวัสดุนิวเคลียร์ ปริมาณ และสถานะว่าเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ

  27. ส่วนที่ ๕ ยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    5 มาตรา
  28. ๓๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้าม ของยานพาหนะที่ได้รับอนุญาต สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณทางเข้าออก พื้นที่หวงห้าม

  29. ๓๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสองคนซึ่งไม่มีสิทธิ เข้าไปในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ทำการตรวจยานพาหนะที่ออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อป้องกัน การลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากพื้นที่ดังกล่าว

  30. ๓๓

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้ยานพาหนะของผู้รับใบอนุญาตที่กำหนดให้ใช้เฉพาะ ภายในพื้นที่หวงกันมีการใช้งานอยู่เฉพาะภายในพื้นที่หวงกันเท่านั้น เว้นแต่มีกรณีซ่อมบำรุงหรือเหตุฉุกเฉิน ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการควบคุมดูแลผู้ขับขี่และการใช้ยานพาหนะในพื้นที่หวงกัน ให้เป็นไปตามตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

  31. ๓๔

    ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ยานพาหนะของบุคคลภายนอกเข้ามาในสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ได้เฉพาะในพื้นที่หวงกันเท่านั้น และต้องมีการตรวจจับอาวุธ ระเบิด รวมถึงวัสดุ หรืออุปกรณ์ต้องห้าม ก่อนที่ยานพาหนะจะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่บนยานพาหนะตลอดเวลา ที่อยู่ในพื้นที่หวงกัน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่อนุญาตให้ยานพาหนะของบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และการขึ้นลงยานพาหนะต้องกระทำในจุดที่ห่างจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

  32. ๓๕

    ห้ามผู้รับใบอนุญาตอนุญาตให้บุคคลภายนอกนำยานพาหนะเข้ามาจอดในพื้นที่ ของสถานประกอบการ เว้นแต่เป็นการอนุญาตให้จอดยานพาหนะชั่วคราวเพื่อขนส่งบุคคลหรือสิ่งของ

  33. ส่วนที่ ๖ หน่วยรักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้

    8 มาตรา
  34. ๓๖

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีหน่วยรักษาความปลอดภัยสำหรับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสามคนปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ตลอดเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งทำหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีวิธีปฏิบัติสำหรับหน่วยรักษาความปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อย ต้องประกอบด้วย

    (๑) โครงสร้างการบังคับบัญชา

    (๒) หน้าที่โดยละเอียดของบุคลากรในหน่วยรักษาความปลอดภัย

    (๓) ขั้นตอนการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ ที่มีภัยคุกคามต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

  35. ๓๗

    ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีหน้าที่อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

    (๑) ยับยั้งผู้บุกรุกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๒) ตรวจจับการบุกรุก

    (๓) ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๔) เสริมมาตรการที่มีอยู่ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๕) ตอบสนองต่อเหตุการณ์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยทันที

  36. ๓๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ มีการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีเพื่อไม่ให้การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ หรือการก่อวินาศกรรมกระทำได้สำเร็จ ให้ผู้รับใบอนุญาตและหน่วยกำลังตอบโต้ร่วมกันประเมินและทดสอบบุคลากร วิธีการปฏิบัติ และอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และเหมาะสมกับ สิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจากธรรมชาติ อุตสาหกรรม หรือภัยคุกคาม รวมทั้งเป็นไปตามข้อกำหนด การประเมินความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพต่อการป้องกันภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบข้อบกพร่องที่สำคัญจากการประเมินหรือการทดสอบตามวรรคสอง ให้รายงานข้อบกพร่องและการแก้ไขต่อสำนักงาน

  37. ๓๙

    เพื่อประโยชน์ในการตรวจจับการบุกรุก การประเมินสัญญาณเตือนภัย และการตอบสนอง ต่อสัญญาณเตือนภัย ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบวิทยุสื่อสารสองทาง เพื่อสื่อสารเป็นการเฉพาะ ระหว่างสถานีเตือนภัยกับหน่วยกำลังตอบโต้ และระหว่างสถานีเตือนภัยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยต้องจัดให้มีระบบสำรองและการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบวิทยุสื่อสารสองทางด้วย บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยต้องติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้เป็นระยะ ตามช่วงเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตกำหนดไว้

  38. ๔๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และหน่วยกำลังตอบโต้ที่พร้อมจะเข้าระงับความพยายามใด ๆ ในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ภายนอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ต้องมีการติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะ ๆ ตามช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการฝึก และมีอุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงการมี การใช้ และการพกพาอาวุธอย่างเพียงพอเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับของกฎหมาย

  39. ๔๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการสุ่มลาดตระเวนพื้นที่หวงห้าม เพื่อป้องกันผู้บุกรุกและตรวจจับการบุกรุก รวมทั้งตรวจตราอุปกรณ์เครื่องมือในระบบการคุ้มครอง ทางกายภาพ เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบการคุ้มครองทางกายภาพและตอบสนองต่อเหตุที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้น

  40. ๔๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจจับการบุกรุก และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และหน่วยกำลังตอบโต้อย่างเพียงพอ พร้อมที่จะปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุที่ผู้รับใบอนุญาตประเมินแล้วว่า เกี่ยวข้องกับการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม

  41. ๔๓

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้หน่วยกำลังตอบโต้รู้เกี่ยวกับแผนผังของสถานประกอบการ และตำแหน่งที่ตั้งของวัสดุนิวเคลียร์ และมีความรู้อย่างเพียงพอในการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อเตรียมพร้อมกับการปฏิบัติการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยทางรังสี

  42. ส่วนที่ ๗ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    3 มาตรา
  43. ๔๔

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคาม ทางไซเบอร์ที่กระทบหรืออาจกระทบต่อระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย บัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์ และระบบสนับสนุนอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยอย่างน้อยต้องสามารถรับมือได้ ตามภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  44. ๔๕

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำและดำเนินการตามแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และจัดให้มี ยุทธศาสตร์การป้องกันเชิงลึกที่สามารถตรวจจับ ตอบสนอง และกู้คืนระบบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วย ให้ปรับปรุงและพัฒนาแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เป็นตามผลการประเมินวิเคราะห์ ความเสี่ยง อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

  45. ๔๖

    ให้ผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบและประเมินเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และแจ้งสำนักงานโดยเร็ว

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

ดังนี้

วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10426ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMzg1MjQ3NTctMGIxYy00NWM0LWEyYmQtMTIwZWEyZDdlZTQwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJ4wMDE4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTY44LiBLTc3LnBkZiJ9.mRU4vAe3Ru3l2RbP5ZbaCSEhJhc568OxGkBhxVkoeVw16 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:28583e18f2f567f67bf814a184f8c0f3a22116dba9a8eb358812228aa9f61e02ดึงเมื่อ 2026-08-23T21:22:49.476Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR