กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก นำผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำบางชนิด พ.ศ. ๒๕๖๙

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๙26 มาตรา6 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 10 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 47eef00d… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๓–๖ · 4 มาตรา
  2. หมวด ๒ การขออนุญาตและการอนุญาตมาตรา ๗–๒๓ · 17 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ การนำเข้า การส่งออก หรือการนำผ่านสัตว์น้ำบางชนิดมาตรา ๗–๑๔ · 8 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ การเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำบางชนิดมาตรา ๑๕–๒๓ · 9 มาตรา
  5. หมวด ๓ การออกใบแทนใบอนุญาตมาตรา ๒๔ · 1 มาตรา
  6. บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๕–๒๖ · 2 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก กฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก นำผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำบางชนิด พ.ศ. 2569 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ การขออนุญาตและการอนุญาต

  2. ส่วนที่ ๑ การนำเข้า การส่งออก หรือการนำผ่านสัตว์น้ำบางชนิด

    8 มาตรา
  3. ผู้ใดประสงค์จะนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้าม การนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านตามมาตรา ๖๕ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ

  4. เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต และดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอรับ ใบอนุญาต และเอกสารหรือหลักฐาน กรณีที่คำขอรับใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาต แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก หากไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นให้บันทึกรายละเอียดของเอกสารหรือหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนนั้นไว้ในบันทึกการตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต และกำหนดระยะเวลาที่จะต้องจัดส่ง เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนและแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับ ใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าหน้าที่และผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ ในบันทึกนั้นด้วย กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ จะดำเนินการต่อไป และให้เจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและคืนคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต โดยแจ้งถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย

  5. การพิจารณาอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการนำเข้า ตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) จำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศเพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายาก และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้ง สภาพของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือสถานที่ที่มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองและผลกระทบต่อความสมดุล ของระบบนิเวศ

    (๒) กรณีนำเข้าสัตว์น้ำดัดแปลงพันธุกรรม สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์น้ำพื้นเมืองและระบบนิเวศ ต้องมีเอกสารแสดงความเห็นชอบให้นำเข้าของคณะกรรมการด้านความหลากหลายและด้านความปลอดภัย ทางชีวภาพของกรมประมง

    (๓) กรณีนำเข้าสัตว์น้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองต้องแสดงใบอนุญาตให้ทำ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือใบอนุญาตให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองเพื่อประกอบการนำเข้าด้วย เว้นแต่ผู้นำเข้า สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าสัตว์น้ำดังกล่าวมิได้นำเข้ามาเพื่อการเพาะเลี้ยง

  6. ๑๐

    การพิจารณาอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการส่งออก ตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ชนิดพันธุ์และจำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายาก รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้ำอื่นและความสมดุล ของระบบนิเวศ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก

    (๒) กรณีเป็นชนิดพันธุ์สัตว์น้ำที่หายากต้องมีหนังสือรับรองว่าเป็นสัตว์น้ำที่ได้จาก การเพาะเลี้ยงจากกรมประมงหรือผู้ซึ่งกรมประมงประกาศกำหนด

  7. ๑๑

    การพิจารณาอนุญาตให้นำผ่านสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการนำผ่าน ตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามชนิดพันธุ์และจำนวนสัตว์น้ำซึ่งต้องตรงกับที่ขออนุญาต ความปลอดภัยของสัตว์น้ำในประเทศ และอันตรายที่อาจเกิดจากสัตว์น้ำนั้น

  8. ๑๒

    ในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำ ให้อธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับ ใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งอนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตชำระ ค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ออกใบอนุญาต แก่ผู้นั้นโดยไม่ชักช้า ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้น ไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาตและให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย ใบอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำ ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำ หรือใบอนุญาตให้นำผ่านสัตว์น้ำ ให้มีอายุไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตนั้น

  9. ๑๓

    ผู้รับอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำต้องแสดงใบอนุญาตต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจประมงและนำสัตว์น้ำเคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจประมงตามที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมายกำหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือโดยสภาพข้อเท็จจริงที่ไม่อาจนำสัตว์น้ำนั้น เคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจประมงนั้น ให้ผู้รับอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำแจ้งต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจประมงนั้น

  10. ๑๔

    การนำผ่านสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการนำผ่านตามมาตรา ๖๕ ผู้รับอนุญาตต้องไม่เปิดหรือเปลี่ยนถ่ายภาชนะบรรจุสัตว์น้ำนั้น ยกเว้นกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย และจำเป็นต้องมีการเปิดภาชนะบรรจุสัตว์น้ำซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องดำเนินการภายใต้คำสั่งและการควบคุม ของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจประมงอย่างใกล้ชิด

  11. ส่วนที่ ๒ การเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำบางชนิด

    9 มาตรา
  12. ๑๕

    ผู้ใดประสงค์จะทำการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดห้ามการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๖๕ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ โดยต้องแจ้งที่มา ของสัตว์น้ำที่จะขออนุญาตให้ชัดเจน เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับแก่การออกใบรับคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานตามวรรคหนึ่งด้วย

  13. ๑๖

    ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเอกสารหรือหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่จัดส่งคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวให้แก่ เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินเพื่อดำเนินการตรวจสอบและจัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตามวรรคหนึ่งนัดวันและเวลาการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตามวรรคหนึ่งประกอบด้วย

    (๑) เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

    (ก) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมง พื้นที่กรุงเทพมหานคร กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด อย่างน้อยหน่วยงานละหนึ่งคน

    (ข) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมง พื้นที่กรุงเทพมหานคร กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล อย่างน้อยหน่วยงานละหนึ่งคน

    (๒) เขตพื้นที่จังหวัดอื่น

    (ก) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัด อย่างน้อยหนึ่งคน และเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กองวิจัยและพัฒนา ประมงน้ำจืด หรือกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างน้อยหนึ่งคน ตามที่ประมงจังหวัดเห็นสมควร โดยเมื่อรวมจำนวนทั้งหมดแล้วต้องไม่น้อยกว่าสามคน

    (ข) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัด อย่างน้อยหนึ่งคน และเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กองวิจัย และพัฒนาประมงทะเล กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ หรือกองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างน้อยหนึ่งคน ตามที่ประมงจังหวัด เห็นสมควร โดยเมื่อรวมจำนวนทั้งหมดแล้วต้องไม่น้อยกว่าสามคน

  14. ๑๗

    ในการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตรวจสอบ สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ลักษณะของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

    (ก) ต้องแยกออกจากบริเวณสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นอย่างชัดเจน

    (ข) ต้องมีผนังหรือกำแพงโดยรอบบริเวณเพื่อป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก

    (ค) บ่อ ตู้ หรือภาชนะอื่นใดที่ใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องมีความคงทน แข็งแรง ไม่แตก และไม่รั่วซึม

    (ง) ต้องมีการจัดทำหมายเลขประจำบ่อ ตู้ หรือภาชนะอื่นใดที่ใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

    (จ) ต้องมีทางระบายน้ำที่มีระบบ อุปกรณ์ และวิธีการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ ลูกสัตว์น้ำ และไข่สัตว์น้ำ

    (ฉ) ต้องมีศักยภาพเหมาะสมกับจำนวนสัตว์น้ำที่ทำการเพาะเลี้ยง

    (ช) ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำภายในสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องจัดให้มีระบบ อุปกรณ์ และวิธีการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ ลูกสัตว์น้ำ และไข่สัตว์น้ำ

    (๒) ต้องจัดให้มีคู่มือปฏิบัติงานประจำของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยอย่างน้อยต้องระบุ ข้อมูลทั่วไป แผนที่ตั้ง แผนผังสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิธีการเตรียมน้ำ เตรียมบ่อ การให้อาหาร แบบบันทึกการเลี้ยง บันทึกอื่น ๆ และแผนการป้องกันสัตว์น้ำ ลูกสัตว์น้ำ และไข่สัตว์น้ำหลุดรอด

    (๓) ต้องมีมาตรการควบคุมการเข้าออกสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อป้องกันการนำสัตว์น้ำ ออกจากสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

    (๔) ต้องกำหนดให้มีบุคคลผู้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างชัดเจน

    (๕) กรณีสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น พื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ต้องมีมาตรการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ

  15. ๑๘

    ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินจัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วเสร็จ กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดำเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วเห็นว่าเป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ ๑๗ ให้จัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาตต่อไป กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดำเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วเห็นว่า ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ ๑๗ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการ ปรับปรุงแก้ไขถูกต้องแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดำเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอีกครั้ง กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปและให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ พร้อมทั้งจัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

  16. ๑๙

    การพิจารณาอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้าม การเพาะเลี้ยงตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก

    (๑) จำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศเพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายากและอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผลกระทบต่อ ความสมดุลของระบบนิเวศ

    (๒) สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องมีการจัดระบบการดูแลสัตว์น้ำ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้ำ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ

    (๓) ต้องไม่ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

  17. ๒๐

    การพิจารณาอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้าม การมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาถึงจำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัย ของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายาก และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่ ที่มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองและผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ

  18. ๒๑

    ในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมายแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครอง ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมายแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตแก่ผู้นั้นโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย ใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือใบอนุญาตให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครอง ให้มีอายุสองปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตหรือถือว่าได้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี

  19. ๒๒

    ผู้รับอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครอง ต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    (๑) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ต้องจัดทำบันทึกการเปลี่ยนแปลงจำนวนของสัตว์น้ำ ที่ทำการเพาะเลี้ยงหรือที่มีไว้ในครอบครอง และเก็บไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

    (๒) กรณีที่มีการหลุดรอดของสัตว์น้ำ ผู้รับอนุญาตต้องแจ้งการหลุดรอดดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่วันที่ทราบเหตุดังกล่าว

    (๓) ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำออกจากสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองโดยเด็ดขาด เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก

    (๔) กรณีไม่ประสงค์จะทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือมีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองแล้ว ให้นำสัตว์น้ำนั้น ส่งมอบให้แก่กรมประมงเพื่อดูแลหรือทำลายตามที่เห็นสมควร

    (๕) ปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองส่งมอบสัตว์น้ำ ที่ไม่ประสงค์จะทำการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองให้แก่กรมประมงตาม

    (๔) ซึ่งเป็นสัตว์น้ำ ตามชนิดและจำนวนที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด ให้ใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือให้มีสัตว์น้ำไว้ ในครอบครองสำหรับชนิดและจำนวนสัตว์น้ำนั้นเป็นอันสิ้นผล

  20. ๒๓

    ผู้รับอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำหรือให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ถือว่าได้รับอนุญาต ให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองด้วย

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14882ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZmIzYjVkM2QtOTJiMS00YTk0LWFhYjktM2RhYzY4MDliNTE0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMDI1IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY5LTEy4LiBLTEucGRmIn0.8oUcDkgwkY11EzC9uPvHNbM5WoTD5jV0IV5-HLJrGKM10 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:47eef00d71b4906c03c137f0270a0d17dcd64ebdcc83c9a7c7e710644290596dดึงเมื่อ 2026-08-23T23:53:19.540Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR