กฎกระทรวงการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๔
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 2c6776b4… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๔–๔๗ · 44 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ บททั่วไปมาตรา ๑๙–๒๐ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การเสนอโครงการมาตรา ๒๑–๒๓ · 3 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การคัดเลือกเอกชนมาตรา ๒๔–๓๖ · 13 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การบริหารสัญญา การกำกับดูแล และติดตามผลมาตรา ๓๗–๔๐ · 4 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การแก้ไขสัญญาและการทำสัญญาใหม่มาตรา ๔๑–๔๗ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามข้อผูกพันระหว่างประเทศมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๕๓–๕๔ · 2 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๔ กฎกระทรวง การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการส่วนที่ ๓ การคัดเลือกเอกชน
13 มาตรา- ๒๔
ในการคัดเลือกเอกชนจะต้องใช้วิธีประมูล เว้นแต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุ เห็นสมควรให้ใช้วิธีการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลตามข้อ 33 เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๐ วิธีการคัดเลือกเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
- ๒๕
การคัดเลือกเอกชนโดยใช้วิธีประมูล เมื่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ โครงการแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงาน อัยการสูงสุด และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโครงการที่จะจัดหาประโยชน์จำนวน ไม่เกินสองคน เป็นกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ และเลขานุการ ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ใช่กรมธนารักษ์ ให้ผู้แทนกรมธนารักษ์เป็นกรรมการ แทนผู้แทนกระทรวงการคลัง
- ๒๖
ให้นำความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาใช้บังคับ แก่การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคัดเลือกด้วยโดยอนุโลม ในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้มี การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการคัดเลือกประกอบด้วยกรรมการเท่าที่ เหลืออยู่
- ๒๗
ให้คณะกรรมการคัดเลือกมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ตรวจพิจารณาร่างประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ ร่างเอกสารสำหรับ การคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญา
(๒) พิจารณาคัดเลือกเอกชนผู้เข้าร่วมโครงการ (3) เจรจาเงื่อนไขในร่างสัญญากับผู้ได้รับการคัดเลือก (4) พิจารณาดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกเอกชนตามที่เห็นสมควร
- ๒๘
การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุม ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้กรรมการผู้นั้นแจ้งคณะกรรมการคัดเลือกทราบ และไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในเรื่องนั้น
- ๒๙
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำร่างประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญา เสนอคณะกรรมการคัดเลือกตรวจพิจารณา ก่อนนำไปประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๑
- ๓๐
การประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการต้องกระทำอย่างเปิดเผยไม่น้อยกว่า สามสิบวันก่อนวันเปิดรับซองข้อเสนอของเอกชน การประกาศเชิญชวนดังกล่าวอย่างน้อยต้องเผยแพร่ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) ปิดประกาศ ณ ที่ทำการของหน่วยงานเจ้าของโครงการและกรมธนารักษ์ และกรณี ที่โครงการตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ปิดประกาศ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่ด้วย
(๒) เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงานเจ้าของโครงการและกรมธนารักษ์
(๓) ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีการจำหน่ายแพร่หลายทั่วไปในประเทศอย่างน้อย หนึ่งฉบับติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน
- ๓๑
การประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมโครงการครั้งใด ถ้ามีเอกชนยื่นข้อเสนอเพียง รายเดียวหรือมีเอกชนยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ยื่นข้อเสนอถูกต้องตามรายการในเอกสารสำหรับ การคัดเลือกเอกชนเพียงรายเดียว ให้พิจารณายกเลิกการประกาศเชิญชวนครั้งนั้น เว้นแต่คณะกรรมการ คัดเลือกเห็นว่าการดำเนินการต่อไปทางราชการจะได้ประโยชน์มากกว่าก็ให้เจรจากับเอกชนรายนั้น แล้วดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในข้อ ๓2 ต่อไป
- ๓๒
เมื่อได้ผลการคัดเลือกเอกชนที่ผ่านการเจรจากับเอกชนซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้คณะกรรมการคัดเลือกรายงานการดำเนินการและผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาเช่าหรือสัญญา ต่างตอบแทนอื่นที่ผ่านการเจรจากับเอกชนซึ่งได้รับคัดเลือก และเงื่อนไขสำคัญของสัญญา ให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่ร่างสัญญาที่ผ่านการเจรจากับเอกชนตามวรรคหนึ่งมีสาระสำคัญของสัญญาแตกต่างไป จากร่างสัญญาที่สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาแล้ว ให้ส่งร่างสัญญาดังกล่าวให้สำนักงานอัยการ สูงสุดตรวจพิจารณาก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณา เมื่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ลงนามในสัญญาต่อไป
- ๓๓
ในกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการตามข้อ ๒3 แล้ว และเห็นว่าการคัดเลือกเอกชนโดยใช้วิธีประมูลจะไม่ได้ผลดีหรือไม่ควรกระทำโดยใช้วิธีประมูล ตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอ คณะกรรมการที่ราชพัสดุจะพิจารณาให้คัดเลือกเอกชนโดยวิธีคัดเลือก ตามข้อ 34 หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามข้อ 35 ก็ได้
- ๓๔
ในกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุเห็นสมควรคัดเลือกเอกชนโดยวิธีคัดเลือก ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่คัดเลือก เอกชนและดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการมากที่สุด และให้นำความ ในข้อ ๒5 ข้อ ๒6 ข้อ 27 ข้อ 28 ข้อ 29 และข้อ 31 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๒ ก หนา้ ๑๒
(๒) คณะกรรมการคัดเลือกจัดทำหนังสือและแจ้งเชิญชวนเอกชนซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ที่หน่วยงานเจ้าของโครงการกำหนด เพื่อให้เข้ายื่นข้อเสนอ โดยต้องไม่น้อยกว่าสามราย เว้นแต่ มีเอกชนซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดน้อยกว่าสามราย ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
(๓) เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้เจรจากับเอกชนซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ดำเนินการ ตามข้อ 32 ด้วยโดยอนุโลม
- ๓๕
ในกรณีที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุเห็นสมควรคัดเลือกเอกชนโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่คัดเลือก เอกชนและดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการมากที่สุด และให้นำความ ในข้อ ๒5 ข้อ ๒6 ข้อ 27 ข้อ 28 และข้อ 29 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(๒) คณะกรรมการคัดเลือกจัดทำหนังสือและแจ้งเชิญชวนเอกชนรายใดรายหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติ ตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานเจ้าของโครงการกำหนด เพื่อให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
(๓) เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้เจรจากับเอกชนซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ดำเนินการ ตามข้อ 32 ด้วยโดยอนุโลม
- ๓๖
ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ใช่กรมธนารักษ์ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ จัดส่งสำเนาสัญญาให้กรมธนารักษ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลงนามในสัญญา
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13776ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMmVlZjUxZDQtYjZmOC00YTczLWE1YzEtNzU3MzI2N2JjMWUwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDAzIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY0LTLguIEtNC5wZGYifQ.RLU04xHhxea77ibCIifBCL9iS84EU7OVcW6v5B6ou-o13 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:2c6776b429b5927ee6b1c816aa13c5bc968a388d476607bbf57bf23733fcac00ดึงเมื่อ 2026-08-23T23:22:06.386Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR