กฎกระทรวงการอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า การค้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า และการครอบครองสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๗
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 aff7057d… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๓–๕ · 3 มาตรา
- หมวด ๒ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตดำเนินกิจการมาตรา ๖–๑๖ · 11 มาตรา
- หมวด ๓ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือสัตว์ป่าควบคุมมาตรา ๑๗–๒๕ · 9 มาตรา
- หมวด ๔ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวมาตรา ๒๖–๓๑ · 6 มาตรา
- หมวด ๕ อายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่ามาตรา ๓๒–๓๓ · 2 มาตรา
- หมวด ๖ การโอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่ามาตรา ๓๔–๓๗ · 4 มาตรา
- หมวด ๗ การออกใบแทนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่ามาตรา ๓๘ · 1 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๓๙–๔๑ · 3 มาตรา
ปรารภ
เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก กฎกระทรวง การอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า การค้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า และการครอบครองสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่า พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๘ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๒ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตดำเนินกิจการ
11 มาตรา- ๖
ผู้ใดประสงค์จะดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘ หรือสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ
- ๗
ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
(๒) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
(๓) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน
(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก
(๗) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วย ศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิด เกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต
(๘) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ถูกคำสั่งเพิกถอน ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติตาม (๒) และ
(๓) และในกรณี กรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๔) (๕) (๖) (๗) และ
(๘) ด้วย
- ๘
การได้มาซึ่งสัตว์ป่าที่ประสงค์จะเพาะพันธุ์จะต้องเป็นการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังต่อไปนี้
(๑) มีใบอนุญาตครอบครองหรือใบรับแจ้งการครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุมที่มิใช่สัตว์น้ำ โดยมีการแจ้งและได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือมีเอกสารหลักฐานที่แสดงการได้มาซึ่งสัตว์ป่า ควบคุมที่เป็นสัตว์น้ำ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก
(๒) เป็นการได้มาซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมประมง หรือทางราชการจัดหาเพื่อส่งเสริมการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา ๗๒
(๓) เป็นการได้มาซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมจากการนำเข้าตามมาตรา ๒๓
(๔) เป็นการได้มาซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมจากการจัดการหรือการจำหน่ายสัตว์ป่า ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๕) เป็นการได้รับสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุมมาจากผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและ ประกอบกิจการสวนสัตว์ที่เลิกประกอบกิจการ การได้มาซึ่งสัตว์ป่าในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมอยู่ใน วันก่อนวันที่ประกาศกำหนดชนิดสัตว์ป่าควบคุมมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๓๑ แต่ในกรณีที่สัตว์ป่า ควบคุมชนิดดังกล่าวเป็นชนิดที่ไม่ได้ประกาศกำหนดให้แจ้งการครอบครองและผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่สามารถหาหลักฐานการได้มาซึ่งสัตว์ป่าควบคุมได้ ต้องจัดให้มีบันทึกชี้แจงรายละเอียดการได้มา พร้อมทั้งนำพยานบุคคลมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย
- ๙
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและแสดงหลักฐานเกี่ยวกับ สถานที่ที่จะใช้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าพร้อมกับคำขอด้วย โครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) รายการชนิดและจำนวนของสัตว์ป่า ประเภทของสัตว์ป่า
(๒) จำนวนผู้ดูแลและเลี้ยงสัตว์ป่า
(๓) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ
(๔) วิธีการเพาะพันธุ์ ขั้นตอนการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน หลักฐานเกี่ยวกับสถานที่ที่จะใช้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ดังต่อไปนี้
(๑) เอกสารแสดงสิทธิในการใช้สถานที่
(๒) แผนที่ แผนผัง รายการอาคาร กรง คอก หรือสิ่งปลูกสร้างของสถานที่
(๓) แผนผังโดยสังเขปของพื้นที่ข้างเคียง
- ๑๐
เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต รายละเอียดตามคำขอรับใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ขอรับ ใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วน แต่ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการของข้อมูล เอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือ จัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่การยื่น คำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ขอรับใบอนุญาต ลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ จะดำเนินการต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับ ใบอนุญาต พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทราบด้วย ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอรับใบอนุญาตถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนการรับคำขอ และออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต
- ๑๑
เมื่อคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอถูกต้องและ ครบถ้วน และผู้ขอรับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗ แล้ว ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่เสนอเรื่องพร้อมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของอธิบดี ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ออกใบอนุญาตแก่ผู้นั้น โดยไม่ชักช้า ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้น ไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย
- ๑๒
ในการพิจารณาออกใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ให้คำนึงถึง ความเหมาะสมของโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการดำเนิน กิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ตลอดจนความเหมาะสมของสถานที่ที่จะใช้ทำการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่จะใช้ดำเนินกิจการของผู้ขอรับใบอนุญาตด้วย
- ๑๓
ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าที่ยื่นไว้ภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หากไม่เริ่มดำเนินการภายในหนึ่งปี ให้ใบอนุญาตนั้นเป็นอันสิ้นผล เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก
- ๑๔
ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ป่าให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ป่านั้น รวมทั้งจัดให้มีสัตวแพทย์ หรือสัตวบาลเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าตามระยะเวลาที่เหมาะสม กรณีสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำอาจจัดให้มี นักวิชาการด้านสัตว์น้ำเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำแทนสัตวแพทย์หรือสัตวบาลก็ได้ โดยต้อง จัดทำบันทึกการตรวจสุขภาพของสัตว์ป่าเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้วย
(๒) จัดสถานที่ที่ใช้เลี้ยงดูสัตว์ป่ามิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลที่อยู่อาศัยในบริเวณ ใกล้เคียง
(๓) ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกันมิให้สัตว์ป่าทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ของผู้อื่น
(๔) จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าให้แก่สัตว์ป่าที่ได้จากการเพาะพันธุ์ของตน ตามระเบียบหรือประกาศที่อธิบดีกำหนด
(๕) ภายในหนึ่งปีหลังจากได้รับใบอนุญาต เมื่อผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตามโครงการ เพาะพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว ให้แจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่า
- ๑๕
ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าที่มีอยู่เนื่องในการดำเนิน กิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า และยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้
(๑) การยื่นบัญชีครั้งแรก ให้ยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตสำหรับกรณี ที่ผู้รับใบอนุญาตมีสัตว์ป่าที่จะทำการเพาะพันธุ์อยู่แล้วในขณะได้รับใบอนุญาต หรือภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้มาซึ่งสัตว์ป่าที่จะทำการเพาะพันธุ์สำหรับกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตยังไม่มีสัตว์ป่าที่จะทำ การเพาะพันธุ์ในขณะได้รับใบอนุญาต
(๒) การยื่นบัญชีประจำปี ให้ยื่นปีละสองครั้ง โดยยื่นในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม และเดือนกรกฎาคมของแต่ละปี ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์เก็บสำเนาบัญชีที่จัดทำขึ้นตามวรรคหนึ่งไว้ ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
- ๑๖
ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ใดประสงค์จะเพาะพันธุ์สัตว์ป่าชนิดพันธุ์เดิม เพิ่มเติมให้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเพศ อายุ และจำนวนสัตว์ป่าที่เพิ่มเติมนั้น พร้อมหลักฐานการได้มา ของสัตว์ป่าดังกล่าว และจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าตามข้อ ๑๕ ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อพิจารณาอนุญาตก่อนจะเริ่มทำการเพาะพันธุ์นั้น เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัตว์ป่าและสถานที่ที่ประสงค์จะเพาะพันธุ์ เพิ่มเติมนั้น หากเห็นว่าถูกต้องและเหมาะสม ให้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์ป่าดังกล่าวในบัญชี แสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าท้ายใบอนุญาตได้ แต่ในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ทราบแหล่งที่มา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดหรืออายัดสัตว์ป่าที่เพิ่มขึ้นนั้นตามมาตรา ๘๑
(๔) และ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าควบคุม
ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว
ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า หรือใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า
หรือใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า
ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่า หรือใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10448ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMjAyNWQ0ZDgtNmQ1ZC00MmE5LWI5NTktZjdlMGI2ZDc1OGFlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDA0IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTc04LiBLTMyLnBkZiJ9.okiHggH7905ZUdsygmWac_Sb-Ftsi8lZ1ByaBNOXBvE14 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:aff7057dd3651a2fd7bc15778baf0093c36244d3d682402182e476bdae82e84fดึงเมื่อ 2026-08-23T21:24:32.345Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR