กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗22 มาตรา5 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 7 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 ee4973a9… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตมาตรา ๕–๑๓ · 9 มาตรา
  2. หมวด ๒ การขอต่ออายุใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตมาตรา ๑๔–๑๕ · 2 มาตรา
  3. หมวด ๓ การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาตมาตรา ๑๖–๑๘ · 3 มาตรา
  4. หมวด ๔ การควบคุมการปฏิบัติงานมาตรา ๑๙–๒๐ · 2 มาตรา
  5. หมวด ๕ ค่าธรรมเนียมมาตรา ๒๑–๒๒ · 2 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก กฎกระทรวง การอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๑ การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต

    9 มาตรา
  2. ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี

    (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจเพราะกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

    (๕) ไม่เคยถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พ้นกำหนดห้าปี นับแต่วันที่ถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต

    (๖) มีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษา ผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง การจัดทำแผนการดำเนินงานด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้าง และสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่าห้าปี

  3. นอกจากคุณสมบัติตามข้อ ๕ แล้ว ผู้ประสงค์จะขออนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมี คุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า

    (๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีการเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าสิบแปดหน่วยกิต

    (๓) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัย และความปลอดภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือเป็นผู้ได้รับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก

    (๔) เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดของกิจการที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๓๒ แล้วแต่กรณี

  4. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๕ และข้อ ๖ ต้องผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมิน เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นผู้ชำนาญการ หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมิน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  5. ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้

    (๑) เลขประจำตัวประชาชน

    (๒) เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ ๕ และข้อ ๖

    (๓) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม

    (๑) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

    (๔) เอกสารการผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินตามข้อ ๗

  6. เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้อธิบดีตรวจสอบคำขอดังกล่าว รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องและครบถ้วน ให้ออกใบรับคำขอ ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในสามสิบวัน ในกรณีที่การยื่นคำขอมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้อธิบดีและ ผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ จะให้ดำเนินการต่อไป และให้อธิบดีจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

  7. ๑๐

    ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและ ครบถ้วน ให้อธิบดีพิจารณาคำขอและตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตมีคุณสมบัติตามข้อ ๕ และข้อ ๖ รวมทั้งผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมิน ตามข้อ ๗ ให้อธิบดีมีคำสั่งออกใบอนุญาต ในการตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจเรียกผู้ยื่นคำขอ มาชี้แจงข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ยื่นไว้ได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๐ ก ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง

  8. ๑๑

    ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งออกใบอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาต ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว และให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ให้จัดส่ง ใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เว้นแต่ผู้ขอรับใบอนุญาตได้แสดงความประสงค์จะรับด้วยตนเอง ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต ให้อธิบดีจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

  9. ๑๒

    ใบอนุญาตให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

  10. ๑๓

    ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ ให้มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการได้เฉพาะ ในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้เท่านั้น

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10245ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNTgwYjUxZGEtMzk2ZC00NzlkLTkzMjktMjE2ZmQxZDNiOWNiIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMTE0IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcw4LiBLTIyLnBkZiJ9.8aet-vkRRD6q2b99vVkYJcEgDyg16Gqv3g1wh7QjDUA7 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:ee4973a9fbc1458d823b3bc7f2538113b342136b9c9132c75bc12ce7290324adดึงเมื่อ 2026-08-23T21:18:32.284Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR