กฎกระทรวง การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๖๐
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6ecaa1c0… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรมาตรา ๓–๑๕ · 13 มาตรา
- หมวด ๒ การขอรับคืนหรือการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมาตรา ๑๖–๒๓ · 8 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๔ · 1 มาตรา
ปรารภ
กฎกระทรวง การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๖๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๑ การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร
13 มาตรา- ๓
สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้น หรือคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๓ ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๔ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
(๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๙ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปใน เขตปลอดอากร และ
(๓) เป็นสินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือยังมิได้บริโภค
- ๔
ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้
(๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก
(๒) ผู้ซื้อหรือผู้ที่ได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออก นอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น อธิบดีอาจประกาศกำหนดให้บุคคลอื่นนอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งมีสิทธิขอคืนภาษี ตามมาตรา ๑๐๓ ก็ได้
- ๕
ผู้ที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
- ๖
เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๕ ให้อธิบดีดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีขอยกเว้นภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปใน เขตปลอดอากร หากเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น และให้ผู้ขอยกเว้นภาษี ดำเนินการตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี
(๒) กรณีขอคืนภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำ สินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร และเมื่อได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องแล้วตามข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้น หรือคืนภาษีก็ได้
- ๗
เมื่ออธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าตามข้อ ๖
(๑) แล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นภาษี ส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นภาษี อาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ในกรณีที่อธิบดีมีการอนุมัติให้นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ตามข้อ ๘ ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายใน หกเดือนนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงาน สรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกจาก โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก
- ๘
ในระหว่างรอส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปใน เขตปลอดอากร ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจนำสินค้านั้นออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า โดยต้องขออนุมัติต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่ เก็บสินค้าตั้งอยู่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด การนำสินค้าเข้าไปเก็บในและออกจากสถานที่เก็บสินค้าตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีแจ้ง เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ทราบเพื่อตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐาน เกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีนั้น ทั้งนี้ อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้า หรือสั่งให้ผู้ขอยกเว้นภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก็ได้ ผู้ขอยกเว้นภาษีต้องจัดทำบัญชีแสดงการรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี ณ สถานที่เก็บสินค้า ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
- ๙
ในกรณีขอคืนภาษี ให้ผู้ขอคืนภาษีส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้เสียภาษีสำหรับสินค้านั้น
- ๑๐
สินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควร อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าตามวรรคหนึ่ง ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วยก็ได้
- ๑๑
เมื่อมีการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้า นั้นเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งส่งหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการส่ง สินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่ง สินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือคืนภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน สถานที่เก็บสินค้า หรือสถานประกอบการก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
- ๑๒
การขอคืนภาษีสำหรับสินค้าที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามข้อ ๖
(๒) ถ้าสินค้านั้น เป็นสินค้าที่เสียภาษีแล้วโดยการใช้แสตมป์สรรพสามิต ให้ผู้ขอคืนภาษีแกะลอกและทำลายแสตมป์สรรพสามิต ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานสรรพสามิต เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๙๕ ก
- ๑๓
กรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หากปรากฏว่าสินค้าที่นำเข้าไปในสถานที่เก็บสินค้า หรือที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือจะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ได้สูญหายหรือขาดจำนวน ไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวน ไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไป เพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ในกรณีสินค้าตามวรรคหนึ่งเป็นน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้นำความ ในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเสียภาษีของผู้ประกอบอุตสาหกรรม
- ๑๔
ผู้ขอยกเว้นภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอยกเว้นภาษี ออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๗ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้านั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ณวันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งเป็นหนังสือแก่ผู้ขอยกเว้นภาษีภายในเจ็ดวันนับแต่ วันมีคำสั่ง
- ๑๕
ผู้ขอคืนภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไป ในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๙ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้ถือว่าผู้นั้นละทิ้งคำขอคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
หรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14948ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZGI0ZWYxMTktODBhYy00MjhlLTlhODQtNzEyNmZkMDQyYmFhIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKAwMDA3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTYwLTk14LiBLTMyICjguInguJrguLHguJogVXBkYXRlIDI1NjMtNTHguIEtOSkuUERGIn0.Ua1UQRO5vTNAicUGzVKECqZMyBrvmbQNTTp6PrRlcDA11 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:6ecaa1c033ebcd236baaca207be9ceb875f3c8383d76165573bf10bc9bc62d49ดึงเมื่อ 2026-08-23T23:57:12.573Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR