กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗8 มาตราต้นฉบับ PDF · 3 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c1c999ba… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไป

  2. นายจ้างต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย โดยจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

    (๑) อัตราเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง

    (๒) การจัดเก็บเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง

    (๓) การตรวจสอบเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง

    (๔) การคำนวณดอกผลจากเงินสะสมและเงินสมทบที่ลูกจ้างจะได้รับ

    (๕) การจ่ายเงินเมื่อลูกจ้างออกจากงานหรือตาย รวมถึงระยะเวลาการจ่ายเงิน ดังกล่าว และการกำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงินสงเคราะห์โดยพินัยกรรมหรือทำเป็นหนังสือ มอบไว้แก่นายจ้างกรณีลูกจ้างตายหรือเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ทั้งนี้ ต้องไม่ตัดสิทธิ ของลูกจ้างโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

  3. ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง ให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม โดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างและ ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ ตามอัตราที่กำหนดตามข้อ ๒

    (๑) ทั้งนี้ การจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนด

  4. นายจ้างมีหน้าที่นำเงินสะสมและเงินสมทบฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบัน การเงินอื่น โดยจัดให้มีบัญชีเงินฝากเป็นชื่อของลูกจ้างแต่ละคน และมีเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้ต่อธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินอื่น ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก

    (๑) กรณีสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีนายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้างลาออก ลูกจ้างเกษียณอายุ หรือตกลงเลิกสัญญา ให้นำหนังสือยืนยันการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างที่นายจ้าง ออกให้แก่ลูกจ้างแสดงต่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นสำหรับถอนเงินสงเคราะห์

    (๒) กรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้บุคคลผู้จะพึงได้รับ เงินสงเคราะห์ตามข้อ ๘ นำเอกสารสำเนาใบมรณบัตรหรือหลักฐานที่ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญแสดงต่อ ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นสำหรับถอนเงินสงเคราะห์

  5. นายจ้างต้องแจ้งชื่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น ชื่อบัญชีและเลขที่บัญชี ให้ลูกจ้างทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการหักเงินสะสมครั้งแรก

  6. ลูกจ้างมีสิทธิตรวจสอบบัญชีและเอกสารเกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบของลูกจ้าง และให้นายจ้างมีหน้าที่จัดทำระบบสำหรับการตรวจสอบเงินสะสมและเงินสมทบของลูกจ้าง หรือ แสดงรายการตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบให้ลูกจ้างทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ลูกจ้างยื่นคำขอ

  7. กรณีสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีนายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้างลาออก ลูกจ้างเกษียณอายุ หรือตกลงเลิกสัญญา ให้นายจ้างคืนบัญชีเงินฝากที่ใช้สำหรับเก็บเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลของเงินดังกล่าว พร้อมทั้งออกหนังสือยืนยันการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ให้แก่ลูกจ้าง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สิ้นสภาพการจ้างเพื่อให้ลูกจ้างนำไปถอนเงินสงเคราะห์จาก ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น

  8. กรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้เงิน สะสม เงินสมทบ และดอกผลของเงินดังกล่าวตกแก่บุคคลผู้จะพึงได้รับเงินสงเคราะห์โดยพินัยกรรม หรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่นายจ้าง หากลูกจ้างมิได้กำหนดบุคคลดังกล่าว หรือได้กำหนดไว้แต่บุคคลนั้น ตายก่อน ให้เงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลของเงินดังกล่าวตกแก่ทายาทของลูกจ้างตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ ให้นายจ้างอำนวยความสะดวกแก่บุคคลดังกล่าวเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้บุคคลนั้นสามารถดำเนินการถอนเงินสงเคราะห์จากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นได้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติให้ลูกจ้างสำหรับกิจการที่นายจ้างได้จัดให้มีการสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ได้รับยกเว้นไม่ต้อง เป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อประโยชน์แก่ ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13230ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMjMwZmRlODAtN2Q5MS00YzJkLWI0NDAtMzQwNTg3MDEwNzc1IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMDc3IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTcx4LiBLTg1LnBkZiJ9.ckzGeIoAK4aIdlLYsAQaZ3wDE-92o4H5VDhEncRRSSs3 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c1c999ba5da007375f86f9e6053f175cbf4c15ac8e92c323786bd49d860c71fdดึงเมื่อ 2026-08-23T22:50:10.490Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR