กฎกระทรวงศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๔14 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 ce801ec0… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๙ ก หนา้ ๖ กฎกระทรวง ศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำ ของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสีที่ออกตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง

  2. ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มี สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้าหนักของ เครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้ และมีลักษณะดังต่อไปนี้

    (๑) ผนังห้องทุกด้านรวมพื้นและเพดานต้องสามารถป้องกันระดับรังสีให้มีความปลอดภัย ทางรังสีและสามารถรองรับเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมด ประตูของห้องที่มีการติดตั้ง เครื่องกำเนิดรังสีต้องมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถเปิดปิดได้ทั้งจากด้านในและด้านนอกห้อง และ มีระบบหยุดการทำงานของเครื่องกำเนิดรังสีโดยอัตโนมัติหรือป้องกันการทำงานเมื่อประตูของห้อง ปิดไม่สนิท

    (๒) บริเวณปฏิบัติงานทางรังสีต้องมีปริมาณรังสีไม่เกิน ๔๐๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณที่มีผลกระทบถึงประชาชนทั่วไปต้องมีปริมาณรังสีไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์

  3. ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์ นอกเหนือจากการแพทย์หรือการศึกษาวิจัย ต้องมีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการตั้งอยู่ ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัย และต้องไม่อยู่ในบริเวณภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน โดยวัดจากผนังสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการกับเขตพระราชฐาน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๙ ก หนา้ ๗ กรณีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการตั้งอยู่ใกล้เขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรร เพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัยหรืออาคารชุดพักอาศัย ศูนย์การค้า โรงเรียน หรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน สถานที่ทำการงานของหน่วยงาน ของรัฐ หรือเขตอนุรักษ์และเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแสดงให้เห็นได้ว่ามีมาตรการด้านความปลอดภัย ทางรังสีตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยทางรังสีที่ออกตามมาตรา ๘

    (๑๘) และมาตรา ๙๑

  4. ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสี ดังต่อไปนี้

    (๑) เครื่องเฝ้าระวังปริมาณรังสีในพื้นที่หรือเครื่องสำรวจรังสี

    (๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี

    (๓) สัญลักษณ์ทางรังสีพร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน

    (๔) ไฟหรือสัญญาณเสียงแสดงสถานะการใช้งานรังสีที่ชัดเจน

    (๕) อุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพรังสี เฉพาะกรณีการทำเครื่องกำเนิดรังสีในทางการแพทย์

  5. ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสี ดังต่อไปนี้

    (๑) เครื่องสำรวจรังสี

    (๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี

    (๓) สัญลักษณ์ทางรังสีพร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน

    (๔) ไฟหรือสัญญาณเสียงแสดงสถานะการใช้งานรังสีที่ชัดเจน

  6. ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มี แผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงานตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อย ต้องมีหัวข้อ ดังต่อไปนี้

    (๑) แผนผังสายการบังคับบัญชาด้านความปลอดภัยทางรังสีที่ระบุบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องและ หน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน

    (๒) การจัดแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงานและมีมาตรการควบคุมการเข้าออกพื้นที่อย่างชัดเจน

    (๓) มาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสี รวมทั้งระเบียบและขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีได้รับรังสีน้อยที่สุด

    (๔) แผนการตรวจวัดทางรังสีในบริเวณปฏิบัติงานทางรังสีและบริเวณพื้นที่สาธารณะ โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการที่แน่นอน

    (๕) แผนปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งภาวะปกติและภาวะไม่ปกติ และรายงาน การเกิดภาวะผิดปกติและเหตุฉุกเฉินทางรังสี

    (๖) บัญชีทะเบียนเครื่องกำเนิดรังสีและระบุระยะเวลาการตรวจสอบบัญชีที่แน่นอน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๙ ก หนา้ ๘

    (๗) แผนการสอบเทียบเครื่องมือตรวจวัดรังสีและระบุช่วงเวลาในการดำเนินการที่แน่นอน

    (๘) แผนหรือวิธีบริหารจัดการเมื่อเลิกทำหรือเลิกครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีที่ขอรับใบอนุญาต และวิธีจัดการกากกัมมันตรังสี

  7. ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้าง มั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้าหนักของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้ โดยให้นำความ ในข้อ ๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่เป็นการมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการแพทย์หรือการศึกษาวิจัย ผู้ขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งต้องมี สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยให้นำความในข้อ ๓ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

  8. ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน เครื่องกำเนิดรังสี ให้นำความในข้อ ๔ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม

  9. ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจาก การใช้งานเครื่องกำเนิดรังสี ให้นำความในข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม

  10. ๑๐

    ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ที่ใช้เครื่องกำเนิดรังสีในทางการแพทย์ ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ อันจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี ตามลักษณะการใช้งาน ดังต่อไปนี้

    (๑) เสื้อตะกั่ว (lead apron)

    (๒) ฉากกำบังรังสี (protective partition)

    (๓) แผ่นยางผสมตะกั่วสำหรับป้องกันต่อมไทรอยด์ (thyroid shield)

  11. ๑๑

    ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเพื่อตนเอง ต้องจัด ให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับและประเภท ดังต่อไปนี้

    (๑) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุ กัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี ในกรณีการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี ประเภทที่ ๑ เว้นแต่เป็นเครื่องกำเนิดรังสีสำหรับงานรักษาความมั่นคงปลอดภัย ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยทางรังสีในระดับกลาง เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุ กัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๙ ก หนา้ ๙

    (๒) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับกลาง เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี ในกรณีการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือ ใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒

  12. ๑๒

    ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน และจะต้องมี รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการตรวจสอบคุณภาพและการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดรังสีทุกหนึ่งปีนับแต่วันที่ ได้รับใบอนุญาต รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบบุคคลสุดท้ายที่อยู่ในห้อง (last person out) ด้วย ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ต้องจัด ให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน และจะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับ แผนการตรวจสอบคุณภาพและการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดรังสีทุกสองปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตด้วย ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม

  13. ๑๓

    ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ เพื่อจำหน่าย ต้องจัดให้มี

    (๑) สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้าหนัก ของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้

    (๒) สัญลักษณ์ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน

    (๓) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับต้น เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี

    (๔) แผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน โดยให้นำความในข้อ ๖ (๒) (๖) และ

    (๘) มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ผู้ขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งที่มีการสาธิตหรือทดสอบการทำงานของเครื่องกำเนิดรังสี ต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเหมือนกับผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี เพื่อตนเอง โดยให้นำความในข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม

  14. ๑๔

    ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้าหนัก ของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้ ให้ไว้ ณ วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖4 เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๖๙ ก หนา้ ๑๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘

    (๘) และมาตรา ๒๙ (๑)

    (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจ ออกกฎกระทรวงกำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี เพื่อให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสีมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของเครื่องกำเนิดรังสี ที่ขออนุญาต จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/12764ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMDNkYTg5NGEtZWZjYS00ODU5LWE2NWMtMGZhYzY5Yjc5YjFhIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJ4wMDE4IOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY0LTY54LiBLTYuUERGIn0.mKqQjFzqERvlAaJGQPsdIMPK-cxDH9mOkiqkIXUoh-05 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:ce801ec044f17fca5a3ed0f310aa735a300e24494f08b2a91281a75500396ed6ดึงเมื่อ 2026-08-23T22:38:00.139Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR