อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๐

๒. สรภังคชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๐–๙๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 32 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 32 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 45 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. สรภังคชาดก (๕๒๒) ว่าด้วยสรภังคดาบสแก้ปัญหา (อนุสิสสดาบสถือหม้อจะไปตักน้ำได้พบพระราชา ๓ พระองค์ จึงทูลถามว่า)

ข้อ ๕๐

ท่านทั้งหลายเป็นใครกันหนอ ประดับเครื่องอลังการ สวมใส่ต่างหู นุ่งห่มเรียบร้อย เหน็บพระขรรค์มีด้ามประดับ ด้วยแก้วไพฑูรย์และแก้วมุกดา ยืนอยู่บนรถอย่างองอาจ ในมนุษยโลกเขารู้จักพวกท่านว่าอย่างไร (ในพระราชาทั้ง ๓ องค์ พระเจ้าอัฏฐกะตรัสกับท่านอนุสิสสดาบสว่า)

ข้อ ๕๑

ข้าพเจ้าชื่ออัฏฐกะ ท่านผู้นี้คือพระเจ้าภีมรถ ส่วนท่านผู้นี้คือพระเจ้ากาลิงคะผู้มีพระเกียรติยศระบือไปทั่ว พวกข้าพเจ้ามา ณ ที่นี่เพื่อจะเยี่ยมฤๅษีทั้งหลาย ผู้มีความสำรวมเป็นอันดี และเพื่อที่จะถามปัญหา (อนุสิสสดาบสปฏิสันถารกับพระราชาแล้วกราบทูลท้าวสักกเทวราชผู้เสด็จมาเยี่ยมว่า)

ข้อ ๕๒

ท่านยืนอยู่กลางหาวราวกะพระจันทร์เพ็ญ ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางเวหาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ท่านผู้มีคุณน่าบูชา ข้าพเจ้าขอถามท่านผู้มีอานุภาพมากว่า ในมนุษยโลกเขารู้จักท่านว่าอย่างไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒) (ท้าวสักกเทวราชสดับดังนั้นแล้วจึงตรัสว่า)

ข้อ ๕๓

ท่านผู้ใดในเทวโลกเขาเรียกกันว่า สุชัมบดี ท่านผู้นั้นในมนุษยโลกเขาเรียกกันว่า มัฆวาน ข้าพเจ้านั้นเป็นเทพราชามาถึงที่นี้ในวันนี้ เพื่อจะเยี่ยมฤๅษีทั้งหลายผู้มีความสำรวมเป็นอันดี (ท้าวสักกเทวราชเสด็จลงแล้วเข้าไปหาหมู่ฤๅษี ยืนประคองอัญชลีไหว้อยู่ ตรัสว่า)

ข้อ ๕๔

ฤๅษีของพวกเรามีฤทธิ์มาก ประกอบด้วยคุณคือฤทธิ์ ปรากฏในที่ไกล ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ขอนมัสการพระคุณเจ้าผู้ประเสริฐกว่ามนุษย์ทั้งหลายในมนุษยโลกนี้ (ต่อมาอนุสิสสดาบสเห็นท้าวสักกเทวราชประทับนั่งใต้ลมของหมู่ฤๅษีจึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๕๕

กลิ่นของฤๅษีผู้ที่บวชมานานย่อมออกจากกายฟุ้งไปตามลม ขอถวายพระพร ท้าวสหัสสนัยน์เทวราช ขอมหาบพิตรเสด็จถอยไปจากที่นี่ เพราะกลิ่นของฤๅษีทั้งหลายไม่สะอาด (ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า)

ข้อ ๕๖

กลิ่นของฤๅษีผู้ที่บวชมานาน ขอจงออกจากกายฟุ้งไปตามลมเถิด พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายจำนงหวังกลิ่นนั้น ดุจพวงบุปผชาติอันวิจิตรมีกลิ่นหอม เพราะเทวดาทั้งหลายมิได้มีความสำคัญกลิ่นนี้ว่าปฏิกูล (อนุสิสสดาบสลุกจากอาสนะ ขอโอกาสกับหมู่ฤๅษี กล่าวว่า)

ข้อ ๕๗

ท้าวมัฆวาน สุชัมบดีเทวราช องค์ปุรินททะจอมเทพ ผู้เป็นใหญ่กว่าภูตพระองค์นั้น ทรงพระยศ ย่ำยีหมู่อสูร ทรงรอคอยโอกาสเพื่อจะตรัสถามปัญหา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒)

ข้อ ๕๘

บรรดาฤๅษีเหล่านี้ผู้เป็นบัณฑิต ณ ที่นี่ ใครเล่าหนอถูกถามแล้วจักพยากรณ์ปัญหาอันละเอียดสุขุม ของพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ทั้ง ๓ พระองค์ และของท้าววาสวะจอมเทพได้ (หมู่ฤๅษีได้ฟังดังนั้นแล้วจึงกล่าวแนะนำว่า)

ข้อ ๕๙

ฤๅษีตนนี้ชื่อสรภังคะ มีตบะ เว้นจากเมถุนธรรมตั้งแต่เกิด เป็นบุตรของปุโรหิตาจารย์ ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอันดี ท่านจักพยากรณ์ปัญหาทั้งหลายของพระราชาเหล่านั้นได้ (อนุสิสสดาบสยอมรับไหว้สรภังคดาบสแล้วเมื่อจะโอวาท จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๐

ท่านโกณฑัญญะ นิมนต์ท่านพยากรณ์ปัญหาทั้งหลายเถิด ฤๅษีทั้งหลายผู้เป็นคนดีขอร้องท่าน ท่านโกณฑัญญะ ภาระนี้ย่อมมาถึงท่านผู้เจริญด้วยปัญญา นี้เป็นธรรมดาในมนุษย์ทั้งหลาย (ต่อมาพระมหาบุรุษสรภังคดาบสเมื่อให้โอกาส จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๑

มหาบพิตรผู้เจริญทั้งหลาย อาตมาให้โอกาส ขอเชิญตรัสถามปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งตามพระทัยปรารถนาเถิด เพราะอาตมารู้จักทั้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเอง จักพยากรณ์ปัญหาข้อนั้นๆ ถวายมหาบพิตร (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๒

ลำดับนั้นแล ท้าวมัฆวานสักกเทวราช องค์ปุรินททะทรงเห็น ประโยชน์ได้ตรัสถามปัญหาข้อแรกตามที่พระทัยปรารถนาว่า

ข้อ ๖๓

ในกาลบางคราว บุคคลฆ่าอะไร จึงจะไม่เศร้าโศก ฤๅษีทั้งหลายสรรเสริญการละอะไร บุคคลควรอดทนคำหยาบคายที่ใครในโลกนี้กล่าว นิมนต์บอกเนื้อความข้อนั้นแก่โยมเถิด ท่านโกณฑัญญะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒) (ต่อแต่นั้นพระมหาสัตว์สรภังคดาบสเมื่อจะตอบปัญหา จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๖๔

ในกาลบางคราว บุคคลฆ่าความโกรธเสียได้จึงไม่เศร้าโศก ฤๅษีทั้งหลายสรรเสริญการละความลบหลู่ บุคคลควรอดทนคำหยาบคายที่ทุกคนกล่าว สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวความอดทนนั้นว่า ยอดเยี่ยม (ท้าวสักกะตรัสว่า)

ข้อ ๖๕

คำของบุคคลทั้ง ๒ จำพวก คือ คนที่เสมอกัน ๑ คนที่ประเสริฐกว่า ๑ บุคคลอาจจะอดกลั้นได้ แต่บุคคลจะพึงอดทนถ้อยคำของคนที่เลวกว่าได้อย่างไรหนอ นิมนต์บอกเนื้อความข้อนั้นแก่โยมเถิด ท่านโกณฑัญญะ (สรภังคดาบสตอบว่า)

ข้อ ๖๖

แท้จริง บุคคลอดทนถ้อยคำของคนประเสริฐกว่าได้ เพราะความกลัว อดทนถ้อยคำของคนเสมอกันได้เพราะการแข่งขันเป็นเหตุ แต่ผู้ใดพึงอดทนถ้อยคำของคนที่เลวกว่าในโลกนี้ได้ ความอดทนนั้นของบุคคลนั้นสัตบุรุษกล่าวว่า ยอดเยี่ยม (ต่อมาพระมหาสัตว์สรภังคดาบสตอบท้าวสักกะแล้ว เมื่อจะประกาศสภาพที่ สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ประเสริฐเป็นต้นเป็นสภาพที่รู้ได้ยากด้วยอาการเพียงเห็นรูปร่าง เว้นแต่การอยู่ร่วมกัน จึงกล่าวคาถาว่า)

ข้อ ๖๗

สภาวะที่ปกปิดไว้ด้วยอิริยาบถทั้ง ๔ บุคคลจะรู้ได้อย่างไรว่า ประเสริฐกว่า เสมอกัน หรือเลวกว่า เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลายย่อมเที่ยวไปด้วยสภาวะที่ผิดรูป เพราะเหตุนั้น บุคคลควรอดทนถ้อยคำของคนทั้งปวง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒) (เมื่อท้าวสักกะหมดความสงสัย พระมหาสัตว์สรภังคดาบสจึงกล่าวคาถาทูลว่า)

ข้อ ๖๘

สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้ประโยชน์อันใด ประโยชน์นั้นเสนาแม้หมู่ใหญ่พร้อมด้วยพระราชารบอยู่ก็ไม่พึงได้ เวรทั้งหลายย่อมสงบระงับได้ด้วยกำลังแห่งขันติ (ต่อมาท้าวสักกเทวราชทรงทราบอัธยาศัยของพระราชาทั้งหลายแล้วจึงตรัสถามความสงสัยของพระราชาเหล่านั้นว่า)

ข้อ ๖๙

โยมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของพระคุณเจ้า โยมขอถามปัญหาข้ออื่นกับพระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าโปรดกล่าวแก้ปัญหานั้น ขอพระคุณเจ้าโปรดบอกถึงคติของพระราชาทั้งหลาย ผู้กระทำบาปกรรมอันร้ายแรง คือ พระเจ้าทัณฑกี ๑ พระเจ้านาฬิกีระ ๑ พระเจ้าอัชชุนะ ๑ พระเจ้ากลาพุ ๑ พระราชาทั้งหลายเหล่านั้นเบียดเบียนฤๅษี พากันไปเกิด ณ ที่ไหน (พระมหาสัตว์สรภังคดาบสตอบปัญหาของท้าวสักกะว่า)

ข้อ ๗๐

ก็พระเจ้าทัณฑกีได้ลงโทษกีสวัจฉดาบส เป็นผู้ตัดมูลราก พร้อมทั้งอาณาประชาราษฏร์หมกไหม้อยู่ในนรกชื่อกุกกุฬะ ถ่านเพลิงที่ปราศจากเปลวเพลิงตกต้องกายของพระองค์

ข้อ ๗๑

พระราชาพระองค์ใดได้ทรงเบียดเบียนบรรพชิตทั้งหลาย ผู้สำรวม ผู้กล่าวธรรม ผู้สงบ ไม่ประทุษร้าย พระราชาพระองค์นั้นทรงพระนามว่า พระเจ้านาฬิกีระ สุนัขทั้งหลายพากันรุมกัดกิน ทรงดิ้นรนอยู่ในปรโลก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒)

ข้อ ๗๒

อนึ่ง พระเจ้าอัชชุนะทรงตกนรกชื่อสัตติสูละ ทรงมีพระเศียรห้อยลง พระบาทชี้ขึ้นเบื้องบน เพราะทรงเบียดเบียนพระอังคีรสโคตมฤๅษีผู้มีขันติ มีตบะ ประพฤติพรหมจรรย์มาช้านาน

ข้อ ๗๓

อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดได้ทรงตัดบรรพชิตผู้กล่าวขันติ ผู้สงบ ไม่ประทุษร้าย ขาดออกเป็นท่อนๆ พระราชาพระองค์นั้นทรงพระนามว่าพระเจ้ากลาพุ ตกอเวจีมหานรกซึ่งมีความร้อนร้ายแรง มีเวทนาเผ็ดร้อน น่าหวาดกลัว หมกไหม้อยู่

ข้อ ๗๔

บัณฑิตได้ฟังเรื่องนรกเหล่านี้ และนรกเหล่าอื่นที่ชั่วช้ากว่านี้ ณ ที่นี่แล้ว พึงประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้กระทำอย่างนี้ย่อมเข้าถึงแดนสวรรค์ (ท้าวสักกะตรัสถามปัญหา ๔ ข้อที่เหลือว่า)

ข้อ ๗๕

โยมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของพระคุณเจ้า แต่โยมขอถามปัญหาข้ออื่นกับพระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าโปรดกล่าวแก้ปัญหานั้น บัณฑิตเรียกคนเช่นไรว่า มีศีล เรียกคนเช่นไรว่า มีปัญญา เรียกคนเช่นไรว่า สัตบุรุษ สิริย่อมไม่ละคนเช่นไรหนอ (พระมหาสัตว์สรภังคดาบสตอบปัญหาของท้าวสักกะว่า)

ข้อ ๗๖

บุคคลใดในโลกนี้ สำรวมกาย วาจา ใจ ไม่ทำบาปกรรมอะไร ไม่พูดเหลาะแหละเพราะเหตุแห่งตน บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่า ผู้มีศีล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒)

ข้อ ๗๗

บุคคลใดคิดปัญหาที่ลึกซึ้งได้ด้วยใจ ไม่ทำกรรมอันหยาบช้าซึ่งหาประโยชน์เกื้อกูลมิได้ ไม่ตัดรอนประโยชน์ที่มาถึงตามกาลให้เสียไป บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่า ผู้มีปัญญา

ข้อ ๗๘

บุคคลใดเป็นคนกตัญญูกตเวที เป็นปราชญ์ มีกัลยาณมิตร และมีความภักดีมั่นคง ช่วยกระทำกิจของมิตรที่ตกยากด้วยความเต็มใจ บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่า สัตบุรุษ

ข้อ ๗๙

บุคคลใดประกอบด้วยคุณสมบัติทั้งปวงเหล่านี้ มีศรัทธา อ่อนโยน จำแนกแจกทานด้วยดี รู้ความประสงค์ของผู้ขอ สิริย่อมไม่ละคนเช่นนั้น ผู้มีปกติสงเคราะห์ มีวาจาอ่อนหวาน สละสลวย (ท้าวสักกะตรัสว่า)

ข้อ ๘๐

โยมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของพระคุณเจ้า แต่โยมขอถามปัญหาข้ออื่นกับพระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าโปรดกล่าวแก้ปัญหานั้น ศีล ๑ สิริ ๑ ธรรมของสัตบุรุษ ๑ ปัญญา ๑ บัณฑิตกล่าวข้อไหนว่า ประเสริฐกว่า (พระมหาสัตว์สรภังคดาบสตอบว่า)

ข้อ ๘๑

ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายกล่าวว่า ปัญญาแลประเสริฐที่สุด ดุจดวงจันทร์ราชาแห่งนักษัตรประเสริฐกว่าดวงดาวทั้งหลาย ศีล สิริ และแม้ธรรมของสัตบุรุษย่อมเป็นไปตามบุคคลผู้มีปัญญา (ท้าวสักกะตรัสว่า)

ข้อ ๘๒

โยมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของพระคุณเจ้า แต่โยมขอถามปัญหาข้ออื่นกับพระคุณเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒) ขอพระคุณเจ้าโปรดกล่าวแก้ปัญหานั้น บุคคลในโลกนี้กระทำอย่างไร กระทำกรรมอะไร ประพฤติกรรมอะไร คบหาคนอย่างไร จึงจะได้ปัญญา บัดนี้ ขอพระคุณเจ้าโปรดบอกปฏิปทาแห่งปัญญาว่า บุคคลกระทำอย่างไร จึงจะชื่อว่าผู้มีปัญญา (พระมหาสัตว์สรภังคดาบสกล่าวว่า)

ข้อ ๘๓

บุคคลควรคบหาท่านผู้เจริญด้วยปัญญา มีความรู้ละเอียดลออเป็นพหูสูต ควรศึกษาเล่าเรียน สอบถาม ฟังคำสุภาษิตโดยเคารพ บุคคลกระทำอย่างนี้ จึงจะชื่อว่าผู้มีปัญญา

ข้อ ๘๔

ท่านผู้มีปัญญาพิจารณาเห็นกามคุณ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และโดยความเป็นโรค เมื่อเห็นแจ้งอย่างนี้ จึงละความพอใจในกามทั้งหลาย ซึ่งเป็นทุกข์เป็นภัยอันใหญ่หลวงเสียได้

ข้อ ๘๕

เขาปราศจากราคะแล้ว พึงกำจัดโทสะได้ เจริญเมตตาจิตหาประมาณมิได้ วางอาชญาในสัตว์ทุกจำพวก เป็นผู้ไม่ถูกนินทา เข้าถึงพรหมสถาน (พระมหาสัตว์สรภังคดาบสทราบว่า พระราชาทั้ง ๓ พระองค์ละความกำหนัดยินดีในเบญจกามคุณได้แล้ว จึงกล่าวคาถาด้วยอำนาจความร่าเริงของพระราชาเหล่านั้นว่า)

ข้อ ๘๖

ขอถวายพระพรมหาบพิตรอัฏฐกะ การเสด็จมาของพระองค์ ของพระเจ้าภีมรถ และของพระเจ้ากาลิงคะผู้มีพระยศระบือไปทั่ว ได้มีความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง ทุกพระองค์ทรงละกามราคะได้แล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒) (พระราชาทั้งหลายทรงชมเชยพระมหาสัตว์สรภังคดาบสว่า)

ข้อ ๘๗

พระคุณเจ้ารู้จิตของผู้อื่นว่า โยมทุกคนละกามราคะได้แล้ว ข้อนั้นเป็นจริงอย่างนั้นแหละ ขอพระคุณเจ้าจงกระทำโอกาสเพื่ออนุเคราะห์ โดยประการที่โยมทุกคนจะบรรลุถึงคติของพระคุณเจ้าเถิด (พระมหาสัตว์สรภังคดาบสให้โอกาสแก่พระราชาทั้ง ๓ พระองค์ว่า)

ข้อ ๘๘

อาตมาจะกระทำโอกาสเพื่ออนุเคราะห์ เพราะมหาบพิตรทั้งหลายทรงละกามราคะได้แล้วอย่างแท้จริง ขอมหาบพิตรทั้งหลายทรงแผ่ปีติที่ไพบูลย์ให้แผ่ซ่านไปทั่วพระวรกาย โดยประการที่จะบรรลุถึงคติของอาตมาเถิด (พระราชาเหล่านั้นเมื่อจะทรงยอมรับ จึงได้ตรัสว่า)

ข้อ ๘๙

ท่านผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน พระคุณเจ้าจะกล่าวคำใดใด โยมทั้งหลายจะกระทำตามคำพร่ำสอนของพระคุณเจ้านั้นทุกอย่าง จะแผ่ปีติที่ไพบูลย์ไปทั่วกาย โดยประการที่จะบรรลุถึงคติของพระคุณเจ้า (ลำดับนั้น พระมหาสัตว์สรภังคดาบสให้พระราชาเหล่านั้นพร้อมทั้งพลนิกายบวช เมื่อจะส่งหมู่ฤๅษีไป จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๙๐

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พวกเราทำการบูชา กีสวัจฉดาบสอย่างนี้แล้ว ขอฤๅษีทั้งหลายผู้เป็นคนดี จงไปยังที่อยู่ของตนเถิด ท่านทั้งหลายจงยินดีในฌาน มีจิตตั้งมั่นในกาลทุกเมื่อ ความยินดีนั้นเป็นคุณชาติประเสริฐสุดสำหรับบรรพชิต (พระศาสดาทรงทราบความนี้แล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)

ข้อ ๙๑

ครั้นได้สดับคาถาซึ่งประกอบด้วยประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ฤๅษีผู้เป็นบัณฑิตกล่าวดีแล้ว เทวดาทั้งหลายผู้มียศเหล่านั้น เกิดปีติและโสมนัสอนุโมทนาอยู่ ได้พากันหลีกไปยังเทพบุรี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๓. อลัมพุสาชาดก (๕๒๓)

ข้อ ๙๒

คาถาที่ฤๅษีผู้เป็นบัณฑิตกล่าวดีแล้วเหล่านี้ มีอรรถและพยัญชนะอันดีงาม ผู้ใดผู้หนึ่งพึงสดับคาถาเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ พึงได้คุณวิเศษทั้งเบื้องต้นและเบื้องปลาย ครั้นได้แล้ว พึงบรรลุสถานที่ที่พญามัจจุราชมองไม่เห็น (พระศาสดาครั้นทรงรวบยอดเทศนาด้วยพระอรหัตอย่างนี้แล้วประกาศสัจจะทั้งหลาย ทรงประชุมชาดกว่า)

ข้อ ๙๓

สาลิสสรดาบสคือสารีบุตร เมณฑิสสรดาบสคือกัสสปะ ปัพพตดาบสคืออนุรุทธะ เทวิลดาบสคือกัจจายนะ

ข้อ ๙๔

อนุสิสสดาบสคืออานนท์ กีสวัจฉดาบสคือโกลิตะ นารทดาบสคืออุทายีเถระ บริษัททั้งหลายคือพุทธบริษัท ส่วนสรภังคโพธิสัตว์คือเราตถาคต เธอทั้งหลายจงทรงจำชาดกไว้อย่างนี้แลสรภังคชาดกที่ ๒ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒ สรภงฺคชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. สรภังคชาดก สรภังคดาบสเฉลยปัญหา

ข้อ ๒๔๔๖

อลงฺกตา กุณฺฑลิโน สุวตฺถา เวฬุริยมุตฺตาถรุขคฺคพนฺธา รเถสภา ติฏฺฐถ เก นุ ตุเมฺห กถํ โว ชานนฺติ มนุสฺสโลเก ฯ

ท่านทั้งหลายผู้ประดับแล้ว สอดใส่กุณฑล นุ่งห่มผ้างดงาม เหน็บพระ ขรรค์มีด้ามประดับด้วยแก้วไพฑูรย์ และแก้วมุกดา เป็นจอมพลรถยืนอยู่ เป็นใครกันหนอ ชนทั้งหลายในมนุษยโลกจะรู้จักท่านทั้งหลายอย่างไร?

ข้อ ๒๔๔๗

อหมฏฺฐโก ภีมรโถ ปนายํ กาลิงฺคราชา ปน อุคฺคโตยํ สุสญฺญตานํ อิสีนํ ทสฺสนาย อิธาคตา ปุจฺฉิตาเยมฺห ปเญฺห ฯ

ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์ชื่อว่าอัฏฐกะ ส่วนท่านผู้นี้ คือ พระเจ้าภีมรถะ และท่านผู้นี้ คือพระเจ้ากาลิงคราช มีพระเดช ฟุ้งเฟื่อง ข้าพเจ้า ทั้งหลายมาในที่นี้ เพื่อเยี่ยมท่านฤาษีทั้งหลายผู้สำรวมด้วยดี และเพื่อจะ ขอถามปัญหา.

ข้อ ๒๔๔๘

เวหายสํ ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเข ปถทฺธุโน ปณฺณรเสว จนฺโท ปุจฺฉามิ ตํ ยกฺข มหานุภาวํ กถนฺตํ ชานนฺติ มนุสฺสโลเก ฯ

ท่านเหาะลอยอยู่ในอากาศเวหา ดังพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางท้อง ฟ้าในวัน ๑๕ ค่ำ ฉะนั้น ดูกรเทพเจ้า อาตมภาพขอถามท่านผู้มีอานุภาพ มาก ชนทั้งหลายในมนุษยโลกจะรู้จักท่านอย่างไร?

ข้อ ๒๔๔๙

ยมาหุ เทเวสุ สุชมฺปตีติ มฆวาติ ตํ อาหุ มนุสฺสโลเก ส เทวราชา อิทมชฺช ปตฺโต สุสญฺญตานํ อิสีนํ ทสฺสนาย ฯ

ในเทวโลกเขาเรียกข้าพเจ้าว่า สุชัมบดี ในมนุษยโลกเขาเรียกข้าพเจ้าว่า ท้าวมฆวา ข้าพเจ้านั้น คือ ท้าวเทวราช วันนี้มาถึงที่นี่ เพื่อขอเยี่ยม ท่านฤาษีทั้งหลายผู้สำรวมแล้วด้วยดี.

ข้อ ๒๔๕๐

ทูเร สุตา โน อิสโย สมาคตา มหิทฺธิกา อิทฺธิคุณูปปนฺนา วนฺทามิ เต อยิเร ปสนฺนจิตฺโต เย ชีวโลเกตฺถ มนุสฺสเสฏฺฐา ฯ

ฤาษีทั้งหลายของข้าพเจ้า ผู้มีฤทธิ์มาก ประกอบด้วยอิทธิคุณ มาประชุม พร้อมกันแล้ว ปรากฏไปในที่ไกล ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ขอไหว้พระ- คุณเจ้าทั้งหลาย ผู้ประเสริฐกว่ามนุษย์ในชีวโลกนี้.

ข้อ ๒๔๕๑

คนฺโธ อิสีนํ จิรทกฺขิตานํ กายา จุโต คจฺฉติ มาลุเตน อิโต ปฏิกฺกมฺม สหสฺสเนตฺต คนฺโธ อิสีนํ อสุจิ เทวราช ฯ

กลิ่นแห่งฤาษีทั้งหลายผู้บวชมานาน ย่อมออกจากกายฟุ้งไปตามลมได้ ดูกรท้าวสหัสสเนตร เชิญมหาบพิตรถอยไปเสียจากที่นี่ ดูกรท้าวเทวราช กลิ่นของฤาษีทั้งหลายไม่สะอาด.

ข้อ ๒๔๕๒

คนฺโธ อิสีนํ จิรทกฺขิตานํ กายา จุโต คจฺฉตุ มาลุเตน วิจิตฺรปุปฺผํ สุรภึว มาลํ คนฺธญฺจ เอตํ ปฏิกงฺขาม ภนฺเต นเหตฺถ เทวา ปฏิกฺกูลสญฺญิโน ฯ

กลิ่นแห่งฤาษีทั้งหลายผู้บวชมานาน จงออกจากกายฟุ้งไปตามลมเถิด ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมมุ่งหวังกลิ่นนั้น ดังพวง บุปผาชาติอันวิจิตรมีกลิ่นหอม เพราะว่าเทวดาทั้งหลายมิได้มีความสำคัญ ในกลิ่นนี้ ว่าเป็นปฏิกูล.

ข้อ ๒๔๕๓

ปุรินฺทโท ภูตปตี ยสสฺสี เทวานมินฺโท มฆวา สุชมฺปติ ส เทวราชา อสุร (คณ) ปฺปมทฺทโน โอกาสมากงฺขติ ปญฺห ปุจฺฉิตุํ ฯ โก เนวิเมสํ อิธ ปณฺฑิตานํ ปเญฺห ปุฏฺโฐ นิปุเณ พฺยากริสฺสติ ติณฺณญฺจ รญฺญํ มนุชาธิปานํ เทวานมินฺทสฺส จ วาสวสฺส ฯ

ท้าวมัฆวานสุชัมบดีเทวราช องค์ปุรินททะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูต มีพระ ยศ เป็นจอมแห่งทวยเทพ ทรงย่ำยีหมู่อสูร ทรงรอคอยโอกาส เพื่อ ตรัสถามปัญหา. บรรดาฤาษีผู้เป็นบัณฑิตเหล่านี้ ณ ที่นี้ ใครเล่าหนอ ถูกถามแล้วจักพยากรณ์ปัญหาอันสุขุม ของพระราชา ๓ พระองค์ผู้เป็น ใหญ่ในหมู่มนุษย์ และของท้าววาสวะผู้เป็นจอมแห่งทวยเทพได้?

ข้อ ๒๔๕๔

อยํ อิสิ สรภงฺโค ตปสฺสี ยโต ชาโต วิรโต เมถุนสฺมา อาเจรปุตฺโต สุวินีตรูโป โส เตสํ ปญฺหานิ วิยากริสฺสติ ฯ

ท่านสรภังคฤาษีผู้เรืองตบะนี้ เว้นจากเมถุนธรรมตั้งแต่เกิดมา เป็นบุตร ของปุโรหิตาจารย์ ได้รับฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ท่านจักพยากรณ์ปัญหา ของพระราชาเหล่านั้นได้.

ข้อ ๒๔๕๕

โกณฺฑญฺญ ปญฺหานิ วิยากโรหิ ยาจนฺติ ตํ อิสโย สาธุรูปา โกณฺฑญฺญ เอโส มนุเชสุ ธมฺโม ยํ วุฑฺฒมาคจฺฉติ เอส ภาโร ฯ

ข้าแต่ท่านโกณฑัญญะ ขอท่านได้โปรดพยากรณ์ปัญหา ฤาษีทั้งหลายผู้ยัง ประโยชน์ให้สำเร็จ พากันขอร้องท่าน ข้าแต่ท่านโกณฑัญญะ ภาระนี้ ย่อมมาถึงท่านผู้เจริญด้วยปัญญา นี่เป็นธรรมดาในหมู่มนุษย์.

ข้อ ๒๔๕๖

กตาวกาสา ปุจฺฉนฺตุ โภนฺโต ยงฺกิญฺจิ ปญฺหํ มนสาภิปตฺถิตํ อหํ หิ ตํ ตํ โว วิยากริสฺสํ ญตฺวา สยํ โลกมิมํ ปรญฺจ ฯ

มหาบพิตรผู้เจริญทั้งหลาย อาตมภาพให้โอกาสแล้ว เชิญตรัสถามปัญหา อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามพระหฤทัยปรารถนาเถิด ก็อาตมภาพรู้โลกนี้และ โลกหน้าเองแล้ว จักพยากรณ์ปัญหานั้นๆ แก่มหาบพิตรทั้งหลาย.

ข้อ ๒๔๕๗

ตโต จ มฆวา สกฺโก อตฺถทสฺสี ปุรินฺทโท อปุจฺฉิ ปฐมํ ปญฺหํ ยญฺจาสิ อภิปตฺถิตํ ฯ กึสู วธิตฺวา น กทาจิ โสจติ กิสฺสปฺปหานํ อิสโย วณฺณยนฺติ กสฺสีธ วุตฺตํ ผรุสํ ขเมถ อกฺขาหิ เม โกณฺฑญฺญ เอตมตฺถํ

ลำดับนั้น ท้าวมัฆวานสักกเทวราชปุรินททะ ทรงเห็นประโยชน์ ได้ ตรัสตามปัญหาอันเป็นปฐม ดังที่พระทัยปรารถนาว่า บุคคลฆ่าซึ่งอะไรสิ จึงจะไม่เศร้าโศกในกาลไหนๆ ฤาษีทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญการละ อะไรบุคคลพึงอดทนคำหยาบที่ใครๆ ในโลกนี้กล่าวแล้ว ข้าแต่ท่าน โกณฑัญญะ ขอท่านได้โปรดบอกความข้อนี้แก่โยมเถิด?

ข้อ ๒๔๕๘

โกธํ วธิตฺวา น กทาจิ โสจติ มกฺขปฺปหานํ อิสโย วณฺณยนฺติ สพฺเพสํ วุตฺตํ ผรุสํ ขเมถ เอตํ ขนฺตึ อุตฺตมมาหุ สนฺโต ฯ

บุคคลฆ่าความโกรธได้แล้ว จึงจะไม่เศร้าโศกในกาลไหนๆ ฤาษีทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญการละความลบหลู่ บุคคลควรอดทนคำหยาบที่ชนทั้งปวง กล่าว สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวความอดทนนี้ว่าสูงสุด.

ข้อ ๒๔๕๙

สกฺกา อุภินฺนํ วจนํ ติติกฺขิตุํ สทิสสฺส วา เสฏฺฐตรสฺส วาปิ กถํ นุ หีนสฺส วโจ ขเมถ อกฺขาหิ เม โกณฺฑญฺญ เอตมตฺถํ ฯ

บุคคลอาจจะอดทนถ้อยคำของคนทั้ง ๒ พวกได้ คือ คนที่เสมอกัน ๑ คนที่ประเสริฐกว่าตน ๑ จะอดทนถ้อยคำของคนเลวกว่าได้อย่างไรหนอ ข้าแต่ท่านโกณฑัญญะ ขอท่านได้โปรดบอกความข้อนี้แก่โยมเถิด?

ข้อ ๒๔๖๐

ภยา หิ เสฏฺฐสฺส วโจ ขเมถ สารมฺภเหตุ ปน สาทิสสฺส โย จีธ หีนสฺส วโจ ขเมถ เอตํ ขนฺตึ อุตฺตมมาหุ สนฺโต ฯ

บุคคลพึงอดทนถ้อยคำของคนผู้ประเสริฐกว่าได้ เพราะความกลัว พึงอด ทนถ้อยคำของคนที่เสมอกันได้ เพราะการแข่งขันเป็นเหตุ ส่วนผู้ใดใน โลกนี้ พึงอดทนถ้อยคำของคนที่เลวกว่าได้ สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวความ อดทนของผู้นั้นว่าสูงสุด.

ข้อ ๒๔๖๑

กถํ วิชญฺญา จตุมฏฺฐรูปํ เสฏฺฐํ สริกฺขํ อถวาปิ หีนํ วิรูปรูเปน จรนฺติ สนฺโต ตสฺมา หิ สพฺเพส วโจ ขเมถ ฯ

ไฉนจึงจะรู้จักคนประเสริฐกว่า คนที่เสมอกัน หรือคนที่เลวกว่า ซึ่งมี สภาพอันอิริยาบถทั้ง ๔ ปกปิดไว้ เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมเที่ยว ไปด้วยสภาพของคนชั่วได้ เพราะเหตุนั้นแล จึงควรอดทนถ้อยคำของคน ทั้งปวง.

ข้อ ๒๔๖๒

น เหตมตฺถํ มหตีปิ เสนา สราชิกา ยุชฺฌมานา ลเภถ ยํ ขนฺติมา สปฺปุริโส ลเภถ ขนฺติพลสฺสูปสมนฺติ เวรา ฯ

สัตบุรุษผู้มีความอดทน พึงได้ผลคือความไม่มีการกระทบกระทั่ง เพราะ การสงบระงับเวร เสนาแม้มากพร้อมด้วยพระราชาเมื่อรบอยู่ จะพึงได้ ผลนั้นก็หามิได้ เวรทั้งหลายย่อมระงับด้วยกำลังแห่งขันติ.

ข้อ ๒๔๖๓

สุภาสิตนฺเต อนุโมทิยาน อญฺญนฺตํ ปุจฺฉามิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ ยถา อหู ทณฺฑกี นาลิกีโร อถชฺชุโน กลาพุ จาปิ ราชา เตสํ คตึ พฺรูหิ สุปาปกมฺมินํ กตฺถูปปนฺนา อิสีนํ วิเหฐกา ฯ

กระผมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของท่าน แต่จะขอถามปัญหาอื่นๆ กะท่าน ขอเชิญท่านกล่าวปัญหานั้น โดยมีพระราชา ๔ พระองค์ คือ พระเจ้า ทัณฑกี ๑ พระเจ้านาลิกีระ ๑ พระเจ้าอัชชุนะ ๑ พระเจ้ากลาพุ ๑ ขอ ท่านได้โปรดบอกคติของพระราชาเหล่านั้น ผู้มีบาปกรรมอันหนัก พระ- ราชาทั้ง ๔ องค์นั้นเบียดเบียนฤาษีทั้งหลาย พากันบังเกิด ณ ที่ไหน?

ข้อ ๒๔๖๔

กีสํ หิ วจฺฉํ อวกฺรีย ทณฺฑกี อุจฺฉินฺนมูโล สชโน สรฏฺโฐ กุกฺกูลนาเม นิรยมฺหิ ปจฺจติ ตสฺส ผุลฺลิงฺคา นิปตนฺติ กาเย ฯ โย สญฺญเต ปพฺพชิเต อเหฐยิ ธมฺมํ ภณนฺเต สมเณ อทูสเก ตํ นาลิกีรํ สุนขา ปรตฺถ สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมานํ ฯ อถชฺชุโน นิรเย สตฺติสูเล อวํสิโร ปติโต อุทฺธปาโท องฺคีรสํ โคตมํ เหฐยิตฺวา ขนฺตึ ตปสฺสึ จิรพฺรหฺมจารึ ฯ โย ขณฺฑโส ปพฺพชิตํ อเฉทยิ ขนฺตึ วทนฺตํ สมณํ อทูสกํ กลาพุวีจึ อุปปชฺช ปจฺจติ มหาปตาปํ กฏุกํ ภยานกํ ฯ เอตานิ สุตฺวา นิรยานิ ปณฺฑิโต อญฺญานิ ปาปิฏฺฐตรานิ เจตฺถ ธมฺมญฺจเร สมณพฺราหฺมเณสุ เอวงฺกโร สคฺคมุเปติ ฐานํ ฯ

พระเจ้าทัณฑกี ได้เรี่ยรายโทษลง ณ ท่านกีสวัจฉดาบสแล้ว เป็นผู้มีมูล อันขาดแล้ว พร้อมทั้งบริษัท พร้อมทั้งชาวแว่นแคว้น หมกไหม้อยู่ใน นรกชื่อกุกกูละ ถ่านเพลิงปราศจากเปลว ย่อมตกลงบนพระกายของ พระราชานั้น. พระเจ้านาลิกีระได้เบียดเบียนบรรพชิตทั้งหลายผู้สำรวม แล้ว ผู้กล่าวธรรมสงบระงับ ไม่ประทุษร้ายใคร สุนัขทั้งหลายในโลก หน้า ย่อมรุมกันกัดกินพระเจ้านาลิกีระนั้นผู้ดิ้นรนอยู่. อนึ่ง พระเจ้า อัชชุนะ พระเศียรปักพระบาทขึ้น ตกลงในสัตติสูลนรก เพราะเบียด เบียน อังคีรสฤาษีผู้โคดม ผู้มีขันติ มีตบะ ประพฤติพรหมจรรย์มานาน. พระเจ้ากลาพุได้ทรงเชือดเฉือนฤาษีชื่อขันติวาที ผู้สงบระงับ ไม่ประทุษ ร้ายให้เป็นท่อนๆ พระเจ้ากลาพุนั้น ได้บังเกิดหมกไหม้อยู่ในอเวจีนรก อันร้อนใหญ่ มีเวทนากล้า น่ากลัว. บัณฑิตได้ฟังนรกเหล่านี้ และนรก เหล่าอื่นอันชั่วช้ากว่านี้ในที่นี้แล้ว ควรประพฤติธรรมในสมณพราหมณ์ ทั้งหลาย ผู้กระทำอย่างนี้ ย่อมเข้าถึงแดนสวรรค์.

ข้อ ๒๔๖๕

สุภาสิตนฺเต อนุโมทิยาน อญฺญนฺตํ ปุจฺฉามิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ กถํวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺติ กถํวิธํ โน สิริ โน ชหาติ ฯ

กระผมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของท่าน ขอถามปัญหาข้ออื่นกะท่าน ขอ เชิญท่านกล่าวปัญหานั้น บัณฑิตเรียกคนเช่นไรว่ามีศีล เรียกคนเช่นไร ว่ามีปัญญา เรียกคนเช่นไรว่าสัตบุรุษ ศิริย่อมไม่ละคนเช่นไรหนอ?

ข้อ ๒๔๖๖

กาเยน วาจาย จ โยธ สญฺญโต มนสา จ กิญฺจิ น กโรติ ปาปํ น อตฺตเหตุ อลิกํ ภณาติ ตถาวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ ฯ คมฺภีรปญฺหํ มนสาภิจินฺตยํ นจฺจาหิตํ กมฺม กโรติ ลุทฺทํ กาลาคตํ อตฺถปทํ น ริญฺจติ ตถาวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ ฯ โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ ทุกฺขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺติ ฯ เอเตหิ สพฺเพหิ คุเณหุเปโต สทฺโธ มุทุ สํวิภาคี วทญฺญู สงฺคาหกํ สขิลํ สณฺหวาจํ ตถาวิธํ โน สิริ โน ชหาติ ฯ

ผู้ใดในโลกนี้ เป็นผู้สำรวมด้วยกาย วาจาและใจ ไม่ทำบาปกรรมอะไรๆ ไม่พูดพล่อยๆ เพราะเหตุแห่งตน บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่ามีศีล. ผู้ใด คิดปัญหาอันลึกซึ้งได้ด้วยใจ ไม่ทำกรรมอันหยาบช้าอันหาประโยชน์มิได้ ไม่ละทิ้งทางแห่งประโยชน์อันมาถึงตามกาล บัณฑิตเรียกคนเช่นนั้นว่ามี ปัญญา. ผู้ใดแล เป็นคนกตัญญูกตเวที มีปัญญา มีกัลยาณมิตร และมี ความภักดีมั่นคง ช่วยทำกิจของมิตรผู้ตกยากโดยเต็มใจ บัณฑิตเรียก คนเช่นนั้นว่าสัตบุรุษ. ผู้ใดประกอบด้วยคุณธรรมทั้งปวงเหล่านี้ คือ เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน แจกทานด้วยดี รู้ความประสงค์ ศิริย่อมไม่ ละคนเช่นนั้น ผู้สงเคราะห์ มีวาจาอ่อนหวาน สละสลวย.

ข้อ ๒๔๖๗

สุภาสิตนฺเต อนุโมทิยาน อญฺญนฺตํ ปุจฺฉามิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ สีลํ สิริญฺจาปิ สตญฺจ ธมฺมํ ปญฺญญฺจ กํ เสฏฺฐตรํ วทนฺติ ฯ

กระผมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของท่าน ขอถามปัญหาข้ออื่นกะท่าน ขอ เชิญท่านกล่าวปัญหานั้น นักปราชญ์ย่อมกล่าวศีล ศิริ ธรรม ของสัตบุรุษ และปัญญา ว่าข้อไหนประเสริฐกว่ากัน?

ข้อ ๒๔๖๘

ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ สีลํ สีรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ ฯ

ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายย่อมกล่าวว่า ปัญญานั่นแหละประเสริฐสุด ดุจ พระจันทร์ประเสริฐกว่าดวงดาวทั้งหลาย ฉะนั้น ศีล ศิริ และธรรมของ สัตบุรุษ ย่อมเป็นไปตามบุคคลผู้มีปัญญา.

ข้อ ๒๔๖๙

สุภาสิตนฺเต อนุโมทิยาน อญฺญนฺตํ ปุจฺฉามิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ กถงฺกโร กินฺติกโร กิมาจรํ กึ เสวมาโน ลภตีธ ปญฺญํ ปญฺญายทานิปฺปฏิปทํ วเทหิ กถงฺกโร ปญฺญวา โหติ มจฺโจ ฯ

กระผมขออนุโมทนาคำสุภาษิตของท่าน ขอถามปัญหาข้ออื่นกะท่าน ขอเชิญท่านกล่าวปัญหานั้น บุคคลในโลกนี้ทำอย่างไร ทำด้วยอุบาย อย่างไร ประพฤติอะไร เสพอะไร จึงจะได้ปัญญา ขอท่านได้โปรดบอก ปฏิปทาแห่งปัญญา ณ บัดนี้ว่า นรชนทำอย่างไรจึงจะเป็นผู้มีปัญญา?

ข้อ ๒๔๗๐

เสเวถ พุทฺเธ นิปุเณ พหุสฺสุเต อุคฺคาหโก จปฺปริปุจฺฉโก สิยา สุเณยฺย สกฺกจฺจ สุภาสิตานิ เอวงฺกโร ปญฺญวา โหติ มจฺโจ ฯ ส ปญฺญวา กามคุเณ อเวกฺขติ อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต จ เอวํวิปสฺสี ปชหาติ ฉนฺทํ ทุกฺเขสุ กาเมสุ มหพฺภเยสุ ฯ ส วีตราโค ส วิเนยฺย โทสํ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย อปฺปมาณํ สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ อนินฺทิโต พฺรหฺมมุเปติ ฐานํ ฯ

บุคคลควรคบหาท่านผู้รู้ทั้งหลาย ละเอียดละออ เป็นพหูสูต พึงเป็นทั้ง นักเรียน และไต่ถาม พึงตั้งใจฟังคำสุภาษิตโดยเคารพ นรชนทำอย่าง นี้จึงจะเป็นผู้มีปัญญา. ผู้มีปัญญานั้นย่อมพิจารณาเห็นกามคุณทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นโรค ผู้เห็นแจ้งอย่างนี้ ย่อมละความพอใจในกามทั้งหลายอันเป็นทุกข์ มีภัยอันใหญ่หลวงเสียได้. ผู้นั้นปราศจากราคะแล้ว กำจัดโทสะได้ พึงเจริญเมตตาจิตไม่มีประมาณ งดอาชญาในสัตว์ทุกจำพวกแล้ว ไม่ถูกติเตียน ย่อมเข้าถึงแดนพรหม.

ข้อ ๒๔๗๑

มหิทฺธิยํ อาคมนํ อโหสิ ตวมฏฺฐก ภีมรถสฺส จาปิ กาลิงฺคราชสฺส จ อุคฺคตสฺส สพฺเพส โว กามราโค ปหีโน ฯ

การมาของมหาบพิตรผู้มีพระนามว่า อัฏฐกะ ภีมรถะ และกาลิงคราช ผู้มีพระเดชานุภาพฟุ้งเฟื่องไป เป็นการมาที่มีฤทธิ์ใหญ่โต ทุกๆ พระ องค์ทรงละกามราคะได้แล้ว.

ข้อ ๒๔๗๒

เอวเมตํ ปรจิตฺตเวทิ สพฺเพส โน กามราโค ปหีโน กโรหิ โอกาสมนุคฺคหาย ยถา คตินฺเต อภิสมฺภเวม ฯ

ท่านเป็นผู้รู้จิตผู้อื่น ข้อนั้นเป็นอย่างนั้น กระผมทุกคนละกามราคะได้ แล้ว ขอท่านจงให้โอกาสเพื่อความอนุเคราะห์ตามที่กระผมทั้งหลายจะรู้ ถึงคติของท่านได้.

ข้อ ๒๔๗๓

กโรมิ โอกาสมนุคฺคหาย ตถาหิ โว กามราโค ปหีโน ผราถ กายํ วิปุลาย ปีติยา ยถา คตึ เม อภิสมฺภเวถ ฯ

อาตมาให้โอกาสเพื่อความอนุเคราะห์ เพราะมหาบพิตรทั้งหลาย ละกาม ราคะได้อย่างนั้นแล้ว จงยังกายให้ซาบซ่านด้วยปีติอันไพบูลย์ ตามที่ มหาบพิตรทั้งหลายจะทรงทราบถึงคติของอาตมา.

ข้อ ๒๔๗๔

สพฺพํ กริสฺสาม ตวานุสาสนึ ยํ ยํ ตุวํ วกฺขสิ ภูริปญฺญ ผราม กายํ วิปุลาย ปีติยา ยถา คตินฺเต อภิสมฺภเวม ฯ

ข้าแต่ท่านผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน กระผมทั้งหลายจักทำตามคำสั่งสอนที่ ท่านกล่าวทุกอย่าง กระผมทั้งหลายจะยังกายให้ซาบซ่านด้วยปีติอัน ไพบูลย์ ตามที่กระผมทั้งหลายจะรู้ถึงคติของท่าน.

ข้อ ๒๔๗๕

กตาย วจฺฉสฺส กิสสฺส ปูชา คจฺฉนฺตุ โภนฺโต อิสโย สาธุรูปา ฌาเน รตา โหถ สทา สมาหิตา เอสา รตี ปพฺพชิตสฺส เสฏฺฐา ฯ

ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย ฤาษีทั้งหลายผู้มีคุณความดี ทำการบูชานี้แก่ กีสวัจฉดาบสแล้ว จงพากันไปยังที่อยู่ของตนๆ เถิด ท่านทั้งหลายจง เป็นผู้ยินดีในฌาน มีจิตตั้งมั่นทุกเมื่อเถิด ความยินดีนี้ เป็นคุณชาติ ประเสริฐสุดของบรรพชิต.

ข้อ ๒๔๗๖

สุตฺวาน คาถา ปรมตฺถสญฺหิตา สุภาสิตา อิสินา ปณฺฑิเตน เต เวทชาตา อนุโมทมานา ปกฺกามุ เทวา เทวปุรํ ยสสฺสิโน ฯ คาถา อิมา อตฺถวตี สุพฺยญฺชนา สุภาสิตา อิสินา ปณฺฑิเตน โยโกจิมา อฏฺฐิกตฺวา สุเณยฺย ลเภถ ปุพฺพาปริยํ วิเสสํ ลทฺธาน ปุพฺพาปริยํ วิเสสํ อทสฺสนํ มจฺจุราชสฺส คจฺเฉ ฯ

ชนเหล่านั้นได้ฟังคาถาอันประกอบด้วยประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ฤาษีผู้เป็น บัณฑิตกล่าวดีแล้ว เกิดปีติโสมนัส พากันอนุโมทนาอยู่ เทวดา ทั้งหลายผู้มียศ ต่างก็พากันกลับไปสู่เทพบุรี. คาถาเหล่านี้มีอรรถ พยัญชนะดี อันฤาษีผู้เป็นบัณฑิตกล่าวดีแล้ว คนใดคนหนึ่งฟังคาถา เหล่านี้ให้มีประโยชน์ พึงได้คุณพิเศษทั้งเบื้องต้นและเบื้องปลาย ครั้น แล้วพึงบรรลุถึงสถานที่อันมัจจุราชมองไม่เห็น.

ข้อ ๒๔๗๗

สาลิสฺสโร สารีปุตฺโต เมณฺฑิสฺสโร จ กสฺสโป ปพฺพโต อนุรุทฺโธ จ กจฺจายโน จ เทวิโล อนุสิสฺโส จ อานนฺโท กีสวจฺโฉ จ โกลิโต (นารโท อุทายี เถโร ปริสา พุทฺธปริสา) สรภงฺโค โพธิสตฺโต เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ สรภงฺคชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------

สาลิสสรดาบสในกาลนั้น เป็นพระสารีบุตร เมณฑิสสรดาบสในกาลนั้น เป็นพระกัสสปะ ปัพพตดาบสในกาลนั้นเป็นพระอนุรุทธะ เทวิลดาบส ในกาลนั้น เป็นพระกัจจายนะ อนุสิสสดาบสในกาลนั้นเป็นพระอานนท์ กีสวัจฉดาบสในกาลนั้น เป็นโกลิตมหาโมคคัลลานะ นารทดาบสใน กาลนั้น เป็นพระอุทายีเถระ บริษัทในกาลนั้น เป็นพุทธบริษัทในบัดนี้ สรภังคดาบสโพธิสัตว์ในกาลนั้น คือตถาคต ท่านทั้งหลายจงทรงจำชาดก ไว้อย่างนี้แล. จบ สรภังคชาดกที่ ๒.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/