๓. เวนสาขชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. เวนสาขชาดก (๓๕๓) ว่าด้วยต้นไม้ป้องกันภัยไม่ได้ (พระโพธิสัตว์เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์กล่าวสอนพรหมทัตตกุมารว่า)
พรหมทัตตกุมาร ความเกษมสำราญ ภิกษาที่หาได้ง่าย ความสุขสำราญกาย ทั้งหมดนี้ไม่มีตลอดกาลเป็นนิตย์ เมื่อประโยชน์สิ้นไป ท่านอย่าได้หลงลืม เหมือนคนเรือแตกท่ามกลางสาครเลย
คนทำกรรมใดไว้ย่อมเห็นกรรมนั้นในตน คนทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี คนทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว คนหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น (พรหมทัตตกุมารนั้นกำหนดคำของพระโพธิสัตว์ได้แล้ว บ่นเพ้ออยู่ว่า)
ท่านอาจารย์ปาราสริยะได้กล่าวคำใดไว้ว่า ท่านอย่าได้ทำความชั่วที่ทำแล้วจะทำตนให้เดือดร้อนในภายหลัง คำนี้เป็นคำของอาจารย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๐๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๑. มณิกุณฑลวรรค ๔. อุรคชาดก (๓๕๔)
ปิงคิยะ เราได้สำเร็จโทษกษัตริย์ ๑,๐๐๐ พระองค์ ผู้ประดับพระวรกาย ลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์ที่ต้นไม้ใด ต้นไม้นั้นมีกิ่งก้านสาขาแผ่ไพศาลคือต้นนี้เอง ทุกข์นั้นนั่นแหละก็กลับมาสนองเรา (ต่อมาพรหมทัตตกุมารทรงคร่ำครวญอยู่อย่างนั้น หวนระลึกถึงพระอัครมเหสีจึงกล่าวว่า)
พระนางสามาผู้มีพระวรกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์ งามระหงดั่งกิ่งไผ่ที่แกว่งไกวไปมา เราไม่เห็นพระมเหสีจักตาย การไม่ได้เห็นพระมเหสีของเรานั้น จักเป็นทุกข์ยิ่งกว่าทุกข์คือความตายนี้เวนสาขชาดกที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓ เวนสาขชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. เวนสาขชาดก ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
นยิทํ นิจฺจํ ภวิตพฺพํ พฺรหฺมทตฺต เขมํ สุภิกฺขํ สุขตา จ กาเย อตฺถจฺจเย มา อหุ สมฺปมูโฬฺห ภินฺนปฺลโว สาครสฺเสว มชฺเฌ ฯ
ดูกรพรหมทัตตกุมาร ความเกษมสำราญ ภิกษาหารหาได้ง่าย และ ความเป็นผู้สำราญกายนี้ ไม่พึงมีตลอดกาลเป็นนิตย์ เมื่อประโยชน์ของ ตนสิ้นไป ท่านอย่าเป็นผู้ล่มจมเสียเลย เหมือนเรือแตก คนไม่ได้ ที่พึ่งอาศัย ต้องจมอยู่ในท่ามกลางทะเล ฉะนั้น.
ยานิ กโรติ ปุริโส ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ รุหเต ผลํ ฯ
บุคคลทำกรรมใด ย่อมมองเห็นกรรมนั้นในตน ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผล เช่นนั้น.
อิทํ ตทาจริยวโจ ปาราจริโย ยทพฺรวิ มาสฺสุ ตฺวํ อกริ ปาปํ ยนฺตํ ปจฺฉา กตํ ตเป ฯ
ปาจารย์ในปางก่อนได้กล่าวคำใดไว้ว่า ท่านอย่าได้ทำบาปกรรมที่ทำ แล้วจะทำให้เดือดร้อนในภายหลังเลย คำนั้น เป็นคำสอนของอาจารย์เรา
อยเมว โส ปิงฺคิโย เวนสาโข ยมฺหิ ฆาตยึ ขตฺติยานํ สหสฺสํ อลงฺกเต จนฺทนสารลิตฺเต ตเมว ทุกฺขํ ปจฺจาคตํ มมํ ฯ
ปิงคิยปุโรหิตนั้น ย่อมบ่นเพ้อแสดงต้นไทรว่า มีกิ่งแผ่ไพศาล (สามารถ ให้ความชนะได้) เราได้ให้ฆ่ากษัตริย์ผู้ประดับด้วยราชาลังการ ลูบไล้ ด้วยแก่นจันทน์แดงทั้งพันพระองค์เสีย ที่ต้นไม้ใด ต้นไม้นั้น บัดนี้ ไม่อาจทำการป้องกันอะไรแก่เราได้ ความทุกข์อันนั้นแหละกลับมาสนอง เราแล้ว.
สามาปิ โข จนฺทนลิตฺตคตฺตี สิงฺคูว โสภญฺชนกสฺส อุคฺคตา อทิสฺวา กาลํ กริสฺสามิ อุพฺพรึ ตํ เม อิโต ทุกฺขตรํ ภวิสฺสตีติ ฯ เวนสาขชาตกํ ตติยํ ฯ ---------
พระนางอุพพรีอัครมเหสีของเรา มีพระฉวีวรรณงามดังทองคำ ลูบไล้ ตัวด้วยแก่นจันทน์แดง ย่อมงามเจริญตา เหมือนกับกิ่งไม้สิงคุอันขึ้น ตรงไป ไหวสะเทือนอยู่ ฉะนั้น เรามิได้เห็นพระนางอุพพรีแล้ว คงจัก ต้องตายเป็นแน่ การที่เราไม่ได้เห็นพระนางอุพพรีนั้น จักเป็นทุกข์ยิ่ง กว่ามรณทุกข์นี้อีก. จบ เวนสาขชาดกที่ ๓.