อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๗๖

๙. ติรีติวัจฉชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗๖–๓๗๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๙ ติริติวจฺฉชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. ติรีติวัจฉชาดก ควรบูชาผู้มีพระคุณ

ข้อ ๓๗๖

นยิมสฺส วิชฺชามยมตฺถิ กิญฺจิ น พนฺธโว โน ปน เต สหาโย อถ เกน วณฺเณน ติรีติวจฺโฉ เตทณฺฑิโก ภุญฺชติ อคฺคปิณฺฑํ ฯ

กรรมอะไรๆ ที่สำเร็จด้วยวิชาของดาบสนี้มิได้มีเลย อนึ่ง ดาบสนั้น ไม่ใช่พระญาติพระวงศ์ ไม่ใช่พระสหายของพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร ติรีติวัจฉดาบสผู้มีมือถือไม้เท้า จึงบริโภคก้อนข้าวอันเลิศ?

ข้อ ๓๗๗

อาปาสุ เม ยุทฺธปราชิตสฺส เอกสฺส กตฺวา วิวนสฺมิ โฆเร ปสารยิ กิจฺฉคตสฺส ปาณึ เตนุทฺธตารึ ทุขสมฺปเรโต ฯ

เมื่อเรารบพ่ายแพ้โจร ตกอยู่ในฐานะอันตราย ติรีติวัจฉดาบสผู้นี้ ได้กระทำความอนุเคราะห์แก่เราผู้เดียว ในป่าที่ไม่มีน้ำ น่าหวาดเสียว เมื่อเราได้รับความลำบากก็ได้พาดพะองให้ เพราะเหตุนั้น เราแม้ถูก ความทุกข์เบียดเบียนแล้วก็ขึ้นจากบ่อได้.

ข้อ ๓๗๘

เอตสฺส กิจฺเฉน อิธานุปตฺโต เวยฺยาสิโน วีสย ชีวโลเก ลาภารโห ตาต ติรีติวจฺโฉ เทถสฺส โภคํ ยชิตญฺจ ยญฺญนฺติ ฯ ติริติวจฺฉชาตกํ นวมํ ฯ ---------

เรามาถึงเมืองนี้ได้โดยความยาก เพราะอานุภาพของติรีติวัจฉดาบสผู้นี้ เราถึงจะเป็นอยู่ในมนุษยโลก ก็เหมือนกับไปปรโลกอันเป็นวิสัยของ มัจจุราช ลูกรัก ติรีติวัจฉดาบส เป็นผู้ควรแก่ปัจจัยลาภ ท่านทั้งหลาย จงพากันถวายของควรบริโภค และของควรบูชาแก่ท่านติรีติวัจฉดาบส เถิด. จบ ติรีติวัจฉชาดกที่ ๙.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๙. ติรีฏวัจฉชาดก (๒๕๙) ว่าด้วยติรีฏวัจฉดาบส (อุปราชเข้าไปเฝ้าพระราชาถวายบังคมแล้ว กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๕

กรรมอะไรๆ ที่สำเร็จด้วยวิชาของดาบสนี้ไม่มีเลย อนึ่ง ดาบสนี้เป็นพระญาติ เป็นพระสหายของพระองค์ก็หามิได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร ติรีฏวัจฉดาบสผู้มีปกติถือไม้ ๓ ท่อน เที่ยวไป จึงบริโภคโภชนะมีรสเลิศเล่า (พระราชาทรงสรรเสริญคุณของติรีฏวัจฉดาบสโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๒๖

เมื่อพ่อแพ้ในการรบ ตกอยู่ในอันตรายแต่ผู้เดียว ดาบสนั้นได้ทำการอนุเคราะห์ ยื่นมือช่วยเหลือ พ่อผู้ตกยากอยู่ในป่าใหญ่อันทารุณ เพราะการช่วยเหลือนั้น พ่อผู้กำลังเผชิญทุกข์อยู่ก็ขึ้นจากบ่อน้ำได้ @เชิงอรรถ : @ ไม้ ๓ ท่อน ในที่นี้หมายถึงไม้ที่จะนำไปทำขาตั้งหม้อน้ำหรือคนโทน้ำ (ขุ.ชา.อ. ๔/๒๕/๕๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๒๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๓. ติกนิบาต] ๑. สังกัปปวรรค ๑๐. ทูตชาดก (๒๖๐)

ข้อ ๒๗

พ่อผู้ดำรงอยู่ในมนุษยโลกนี้ กำลังตกอยู่ในวิสัยของพญามัจจุราช มาถึงสถานที่นี้ได้ เพราะการช่วยเหลืออันแสนยากของดาบสนั้น ลูกเอ๋ย ติรีฏวัจฉดาบสเป็นผู้สมควรแก่ลาภ พวกเจ้าจงถวายปัจจัยที่ควรบริโภค จงบูชาด้วยปัจจัยที่ควรบูชาแก่ท่านเถิด ติรีฏวัจฉชาดกที่ ๙ จบ ๑๐. ทูตชาดก (๒๖๐) ว่าด้วยทุกชีวิตเป็นทูตของท้อง (บุรุษโลเลคนหนึ่งได้เห็นวิธีเสวยพระกระยาหารของพระเจ้าโภชนสุทธิกโพธิสัตว์ตกอยู่ในอำนาจของความอยาก จึงกล่าว ๒ คาถาทูลว่า)

ข้อ ๒๘

สัตว์ทั้งหลายที่ตกอยู่ในอำนาจของตัณหาไปยังสถานที่ไกล เพื่อจะขอแม้กับคนที่เป็นศัตรูเพื่อประโยชน์แก่ท้องใด ข้าพระองค์เป็นทูตของท้องนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธข้าพระองค์เลย

ข้อ ๒๙

มนุษย์ทั้งหลายตกอยู่ในอำนาจของท้องใดทั้งกลางวันกลางคืน ข้าพระองค์เป็นทูตของท้องนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพรถ ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธข้าพระองค์เลย (พระราชาได้สดับคำของบุรุษนั้นแล้ว จึงตรัสว่า)

ข้อ ๓๐

พ่อพราหมณ์ เราจะให้โคแดงสัก ๑,๐๐๐ ตัว พร้อมกับโคจ่าฝูงแก่ท่าน เพราะทูตจะไม่ให้แก่ทูตได้อย่างไร แม้เราก็เป็นทูตของท้องนั้นเหมือนกัน ทูตชาดกที่ ๑๐ จบ สังกัปปวรรคที่ ๑ จบ @เชิงอรรถ : @ ลาภ ในที่นี้หมายถึงการได้ปัจจัย ๔ (ขุ.ชา.อ. ๔/๒๕/๕๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๒๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๓. ติกนิบาต] ๒. ปทุมวรรค ๑. ปทุมชาดก (๒๖๑) รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สังกัปปราคชาดก ๒. ติลมุฏฐิชาดก ๓. มณิกัณฐชาดก ๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก ๕. สุกชาดก ๖. ชรูทปานชาดก ๗. คามณิจันทชาดก ๘. มันธาตุราชชาดก ๙. ติรีฏวัจฉชาดก ๑๐. ทูตชาดก

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการที่ท่านพระอานนท์ได้ผ้า ๑,๐๐๐ ผืน คือได้จากมือแห่งพระสนมของพระเจ้าโกศล ๕๐๐ ผืน ได้จากพระหัตถ์ของพระราชา ๕๐๐ ผืน จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า นยิมสฺส วิชฺชา ดังนี้.

เรื่องท่านกล่าวไว้พิสดารแล้ว ในสิคาลชาดก ทุกนิบาต ในหนหลัง.

(ในที่นี้) ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ในแคว้นกาสี ในวันตั้งชื่อ พวกญาติได้ตั้งชื่อว่า ติรีติวัจฉกุมาร. พระโพธิสัตว์นั้นได้ถึงความเจริญวัยโดยลำดับ ได้เล่าเรียนศิลปศาสตร์ทุกอย่างในเมืองตักกสิลา แล้วอยู่ครองเรือน เมื่อบิดามารดาทำกาลกิริยาตายไปแล้วสลดใจ จึงออกบวชเป็นฤาษี มีรากไม้และผลไม้ในป่าเป็นอาหาร สำเร็จการอยู่ในราวป่า.

เมื่อพระโพธิสัตว์อยู่ในราวป่านั้น ท้องถิ่นชายอาณาเขตของพระเจ้าพาราณสี เกิดกำเริบจลาจลขึ้น. พระองค์เสด็จไปในประเทศชายแดนนั้น ทรงพ่ายแพ้ในการรบทรงกลัวต่อมรณภัย เสด็จขึ้นคอช้างตัวประเสริฐเท่านั้น เสด็จหนีไปทางด้านหนึ่งท่องเที่ยวไปในป่า พอดีเป็นเวลาเช้า เป็นเวลาที่ติรีติวัจฉฤาษีออกไปเพื่อต้องการผลาผล จึงเสด็จเข้าไปยังอาศรมของติรีติวัจฉฤาษีนั้น.

พระราชานั้นทรงทราบว่าเป็นสถานที่อยู่ของดาบส จึงเสด็จลงจากคอช้าง ทรงเหน็ดเหนื่อยเพราะลมและแดด จึงทรงกระหายน้ำ ทอดพระเนตรหาหม้อน้ำก็ไม่ทรงเห็นในที่ไหนแต่ได้ทรงเห็นบ่อน้ำอยู่ในท้ายที่จงกรม แต่เมื่อเที่ยวหาเชือกและกระออมเพื่อต้องการจะตักน้ำก็มิได้เห็น เมื่อไม่ทรงสามารถจะอดกลั้นความกระหายน้ำ จึงเอาเชือกที่รัดท้องช้างมา ให้ช้างยืนอยู่ใกล้ปากบ่อน้ำ เอาเชือกผูกที่เท้าช้างนั้นแล้วไต่เชือกลงบ่อน้ำ เชือกก็ยังไม่พอ จึงเสด็จกลับขึ้นมาใหม่ ทรงเอาผ้าสาฎกสำหรับห่มต่อเข้ากับปลายเชือกแล้วเสด็จลงไปอีก แม้ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่พออยู่ดี.

พระองค์ทรงเอาปลายพระบาททั้งสองแตะน้ำ กลับทรงกระหายยิ่งขึ้น บรรเทาความกระหายไม่ได้ จึงทรงพระดำริว่า แม้จะตายก็ตายดี แล้วปล่อยให้ตกลงไปในบ่อน้ำ ดื่มจนพอแก่ความต้องการ เมื่อไม่สามารถจะกลับขึ้นมา จึงได้ประทับยืนอยู่ในบ่อน้ำนั้นนั่นเอง.

ในเวลาเย็น พระโพธิสัตว์นำเอาผลาผลทั้งหลายมา แลเห็นช้างจึงคิดว่า พระราชาคงจักเสด็จมา ช้างทรงจึงปรากฏ เหตุอะไรหนอ จึงเข้าไปใกล้ช้าง.

ฝ่ายช้างรู้ว่าพระโพธิสัตว์นั้นเข้ามาหา จึงได้ยืนเสีย ณ ส่วนข้างหนึ่ง. พระโพธิสัตว์เดินไปยังปากบ่อน้ำ แลเห็นพระราชา จึงปลอบโยนว่าข้าแต่มหาราช พระองค์อย่ากลัวเลย แล้วผูกบันไดให้พระราชาเสด็จขึ้น นวดฟั้นพระวรกายของพระราชา หาน้ำมันให้สรงสนาน ให้เสวยผลไม้น้อยใหญ่ แล้วให้เปลื้องเครื่องผูกสอดช้าง. พระราชาทรงพักอยู่ ๒-๓ วัน ทรงถือเอาปฏิญญา เพื่อให้พระโพธิสัตว์มาสำนักของพระองค์ แล้วเสด็จหลีกไป.

พลนิกายของพระราชาตั้งค่ายอยู่ในที่ไม่ไกลพระนคร เห็นพระราชาเสด็จมาจึงพากันห้อมล้อม พระราชาเสด็จเข้ายังพระนคร. ฝ่ายพระโพธิสัตว์ ต่อล่วงเวลาไปกึ่งเดือนก็ไปยังนครพาราณสี พักอยู่ในพระราชอุทยาน วันรุ่งขึ้นเที่ยวภิกขาจารไปถึงประตูวัง. พระราชาทรงเปิดพระแกลบานใหญ่ทอดพระเนตรพระลานหลวงทรงเห็นพระโพธิสัตว์ ก็จำได้ จึงเสด็จลงมาจากปราสาท ไหว้แล้วทรงพาขึ้นท้องพระโรง ให้นั่งบนราชบัลลังก์ที่ยกเศวตฉัตร ให้ฉันอาหารที่เขาจัดไว้สำหรับพระองค์ แม้พระองค์เองก็เสวย เสร็จแล้วนำไปยังพระราชอุทยาน ให้สร้างสถานที่อยู่ประกอบด้วยที่จงกรมเป็นต้นแก่พระโพธิสัตว์นั้นในพระราชอุทยานนั้นแล้วถวายบริขารสำหรับบรรพชิตทุกอย่าง ทรงมอบหมายให้นายอุทยานบาลเป็นเวรดูแล ไหว้แล้วเสด็จหลีกไป.

จำเดิมแต่นั้น พระโพธิสัตว์บริโภคเฉพาะในพระราชนิเวศน์ ได้มีสักการะและสัมมานะมากมาย. อำมาตย์ทั้งหลายอดทนการกระทำอันนั้นไม่ได้ พากันกล่าวว่า สักการะเห็นปานนี้ ทหารแม้คนหนึ่งเมื่อจะได้ ควรกระทำอย่างไร แล้วพากันเข้าไปเฝ้าอุปราช ทำความเคารพแล้วทูลว่า ขอเดชะ พระราชาของข้าพระองค์ ยึดถือพระดาบสรูปหนึ่งว่าเป็นของเราเสียอย่างจริงจังชื่อคุณอะไรที่พระราชานั้นได้ทรงเห็นในพระดาบสนั้น ขอพระองค์โปรดทรงปรึกษาหารือกับพระราชาดูก่อน.

อุปราชรับคำแล้วเข้าไปเฝ้าพระราชาพร้อมกับพวกอำมาตย์ ถวายบังคมแล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

กรรมอะไรๆ ที่สำเร็จด้วยวิชาของดาบสนี้ มิได้มีเลย อนึ่ง ดาบสนั้นก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ ไม่ใช่พระสหายของพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุอะไร ติรีติวัจฉดาบสผู้มีมือถือไม้ ๓ อัน จึงบริโภคก้อนข้าวอันเลิศ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นยิมสฺส วิชฺชามยมตฺถิ กิญฺจิ ความว่า การงานอะไรๆ อันสำเร็จด้วยวิชาของดาบสนี้ มิได้มี.

บทว่า น พนฺธโว ความว่า บรรดาเผ่าพันธุ์ทางโอรส เผ่าพันธุ์ทางศิลปะ เผ่าพันธุ์ทางพระโคตรและเผ่าพันธุ์ทางพระญาติ แม้เผ่าพันธุ์ทางใดทางหนึ่ง ก็มิได้มี.

บทว่า โน ปน เต สหาโย ความว่า ทั้งไม่ได้เป็นพระสหายผู้เล่นฝุ่นมากับพระองค์.

บทว่า เกน วณฺเณน แปลว่า เพราะเหตุไร. คำว่า ติรีติวัจโฉ เป็นชื่อของดาบสนั้น.

บทว่า เตทณฺฑิโก ความว่า ผู้ถือไม้ ๓ อัน เพื่อต้องการวาง (แขวน) คณโฑน้ำเที่ยวไป.

บทว่า อคฺคปิณฺฑํ ความว่า ย่อมบริโภคโภชนะอันเลิศสมบูรณ์ด้วยรส อันควรแก่พระราชา.

พระราชาได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสเรียกพระโอรสมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนพ่อ เจ้ายังจะระลึกได้ถึงคราวที่พ่อไปประเทศชายแดน รบแพ้แล้วไม่ได้มา ๒-๓ วันเมื่อพระโอรสทูลว่า ระลึกได้พระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ในคราวนั้น พ่ออาศัยดาบสนี้จึงได้รอดชีวิต แล้วตรัสบอกเรื่องราวทั้งหมดแล้วตรัสต่อไปว่า ดูก่อนพ่อ เมื่อท่านผู้ให้ชีวิตเรามายังสำนักของเรา แม้เมื่อจะให้ราชสมบัติ เราก็ไม่อาจที่จะกระทำให้สมควรแก่คุณที่ท่านดาบสนี้ได้กระทำไว้ ดังนี้แล้ว

จึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถานี้ว่า :-

เมื่อเรารบพ่ายแพ้ตกอยู่ในอันตรายทั้งหลาย ติรีติวัจฉดาบสผู้นี้ได้กระทำความอนุเคราะห์แก่เราผู้ตัวคนเดียวไม่มีเพื่อน ในป่าที่ไม่มีน้ำอันทารุณร้ายกาจ ได้เหยียดมือช่วยเราผู้ได้รับความลำบาก เพราะเหตุนั้น เราแม้ถูกความทุกข์ครอบงำ ก็ขึ้นจากบ่อน้ำได้.

เรามาถึงเมืองนี้ได้โดยความยากของดาบสผู้นี้ เราถึงจะเป็นอยู่ในมนุษยโลก ก็เหมือนกับไปยังปรโลกอันเป็นวิสัยของพระยม ลูกรัก ติรีติวัจฉดาบสเป็นผู้ควรแก่ปัจจัยลาภ ท่านทั้งหลายจงถวายของควรบริโภคและยัญที่ควรบูชาแก่ติรีติวัจฉดาบสเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาปาสุ ได้แก่ ในอันตรายทั้งหลาย.

บทว่า เอกสฺส ได้แก่ ไม่มีเพื่อน.

บทว่า กตฺวา ได้แก่ กระทำความอนุเคราะห์ คือทำความรักให้เกิดขึ้น.

บทว่า วิวนสฺมึ ได้แก่ ในป่าที่เว้นจากน้ำดื่ม. บทว่า โฆเร แปลว่า ร้ายกาจ.

บทว่า ปสารยิ กิจฺฉคตสฺส ปาณึ ความว่า ติรีติวัจฉดาบสผูกพะอง เหยียดมืออันประกอบด้วยความเพียรออก เพื่อช่วยเราผู้ตกบ่อได้รับความทุกข์ให้ขึ้นจากบ่อ.

บทว่า เตนุทฺธตารึ ทุขสมฺปเรโต ความว่า เพราะเหตุนั้น แม้เราจะถูกความทุกข์ครอบงำก็ขึ้นจากบ่อนั้นได้.

บทว่า เอตสฺส กิจฺเฉน อิธานุปตฺโต ความว่า เรามาถึงเมืองนี้ได้ด้วยความยากของดาบสผู้นี้ คือด้วยอานุภาพแห่งความยากที่ท่านดาบสผู้นี้กระทำ.

บทว่า เวยฺยาสิโน วีสยา ความว่า ท้าวยม เรียกว่าเวยยาสิ วิสัยแห่งท้าวยมนั้น.

บทว่า ชีวโลเก ได้แก่ ในมนุษยโลก. ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า ด้วยว่าเราผู้ยังดำรงอยู่ในมนุษยโลกนี้แหละ แต่ก็ได้เป็นผู้ชื่อว่าไปยังปรโลกด้วยอันเป็นวิสัยของพระยม คือเป็นวิสัยแห่งพระยามัจจุราช เรานั้นเป็นผู้จากวิสัยแห่งพระยมมาเมืองนี้ได้อีก เพราะเหตุแห่งดาบสผู้นี้.

บทว่า ลาภารโห แปลว่า เป็นผู้ควรแก่ลาภ คือเป็นผู้สมควรได้จตุปัจจัยทั้ง ๔.

บทว่า เทถสฺส โภคํ ความว่า ท่านทั้งหลายจงให้เครื่องบริโภค กล่าวคือสมณบริขารอันเป็นปัจจัย ๔ ที่ดาบสนี้พึงใช้สอยแก่ดาบสผู้นี้.

บทว่า ยชิตญฺจ ยญฺญํ ความว่า ท่านทั้งหลายแม้ทั้งปวง คือตัวเจ้า พวกอำมาตย์และชาวนคร จงให้เครื่องบริโภคและบูชายัญแก่ดาบสนี้ ด้วยว่าไทยธรรมที่ท่านทั้งหลายให้แก่ดาบสนั้นย่อมชื่อว่าเป็นเครื่องบริโภค เพราะเป็นของที่ดาบสนั้นจะต้องบริโภคใช้สอย และชื่อว่าเป็นยัญ เพราะเป็นยัญ คือทานของคนนอกนี้ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ท่านทั้งหลายจงพากันถวายของควรบริโภคและของควรบูชาแก่ติรีติวัจฉดาบสเถิด.

เมื่อพระราชาทรงประกาศคุณของพระโพธิสัตว์ ประดุจทำพระจันทร์ให้ลอยเด่นขึ้นในพื้นท้องฟ้าด้วยประการอย่างนี้ คุณของติรีติวัจฉดาบสนั้นก็เกิดปรากฏมีประโยชน์ในทุกสถานที่ทีเดียว และลาภสักการะอันเหลือเฟือยิ่งก็เกิดขึ้นแก่ติรีติวัจฉดาบสนั้น.

จำเดิมแต่นั้น ใครๆ จะเป็นอุปราช พวกอำมาตย์หรือคนอื่นก็ตาม ย่อมไม่อาจว่ากล่าวอะไรๆ พระราชาได้. พระราชาทรงดำรงอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น ทรงทำให้สวรรค์เต็มบริบูรณ์. ส่วนพระโพธิสัตว์ก็ทำอภิญญาและสมาบัติทั้งหลายให้เกิดขึ้น ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้ที่ว่า แม้โบราณกบัณฑิตทั้งหลาย ก็กระทำการอุปการะ ดังนี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า

พระราชาในกาลนั้น ได้เป็น อานนท์ ในบัดนี้

ส่วนพระดาบสในกาลนั้น คือ เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาติรีติวัจฉชาดกที่ ๙ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา