อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๔๖

๗. ปีฐชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๔๖–๖๔๙4 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗ ปีฐชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. ปีฐชาดก ว่าด้วยธรรมในสกุล

ข้อ ๖๔๖

น เต ปีฐมทาสิมฺห น ปานํ นปิ โภชนํ พฺรหฺมจารี ขมสฺสุ เม เอตํ ปสฺสามิ อจฺจยํ ฯ

เราทั้งหลายไม่ได้ให้ตั่ง น้ำดื่ม และโภชนาหารแก่ท่าน ขอท่านผู้เป็น พรหมจารี จงอดโทษให้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นโทษนี้.

ข้อ ๖๔๗

เนวาภิสชฺชามิ นจาปิ กุปฺเป นจาปิ เม อปฺปิยมาสิ กิญฺจิ อโถปิ เม อาสิ มโนวิตกฺโก เอตาทิโส นูน กุลสฺส ธมฺโม ฯ

อาตมภาพไม่ได้ข้องเกี่ยว และไม่ได้นึกโกรธเคืองเลย แม้ความไม่ชอบใจ อะไรๆ ของอาตมภาพก็ไม่มีเลย แท้ที่จริง อาตมภาพยังมีความวิตกอยู่ใน ใจว่า ธรรมของสกุลนี้ จักเป็นเช่นนี้แน่.

ข้อ ๖๔๘

เอสสฺมากํ กุเล ธมฺโม ปิตุปิตามโห สทา อาสนํ อุทกํ ปชฺชํ สพฺเพตํ นิปทามเส ฯ

ที่นั่ง น้ำล้างเท้า น้ำมันทาเท้า ข้าพเจ้าให้อยู่เป็นนิจทุกอย่าง นี้เป็นธรรม ในสกุล เนื่องมาจาก ปู่ ย่า ตา ยาย ของข้าพเจ้าทุกเมื่อ.

ข้อ ๖๔๙

เอสสฺมากํ กุเล ธมฺโม ปิตุปิตามโห สทา สกฺกจฺจํ อุปติฏฺฐาม อุตฺตมํ วิย ญาตกนฺติ ฯ ปีฐชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------

ข้าพเจ้าบำรุงสมณพราหมณ์โดยเคารพดุจญาติที่สูงสุด นี้เป็นธรรมในสกุล เนื่องมาจากปู่ ย่า ตา ยาย ของข้าพเจ้าทุกเมื่อ. จบ ปีฐชาดกที่ ๗.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗. ปีฐชาดก (๓๓๗) ว่าด้วยเศรษฐีถวายตั่งตามตระกูล (เศรษฐีกรุงพาราณสีได้กล่าวกับดาบสโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๑๔๕

ข้าพเจ้ามิได้ถวายตั่ง น้ำดื่ม และโภชนาหารแด่พระคุณเจ้า ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ขอพระคุณเจ้าจงยกโทษให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นโทษนั้นอยู่ (พระดาบสโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๑๔๖

อาตมามิได้ติดใจ มิได้โกรธเคือง และมิได้มีความไม่พอใจแม้แต่น้อย อนึ่ง แม้อาตมาก็ยังคิดคำนึงในใจอยู่ว่า หน้าที่ในตระกูลเป็นเช่นนี้แน่นอน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๘๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๔. โกกิลวรรค ๘. ถุสชาดก (๓๓๘) (เศรษฐีได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๑๔๗

พวกข้าพเจ้าถวายอาสนะ น้ำดื่ม และน้ำมันทาเท้า ทุกสิ่งทุกเมื่อ นี้เป็นหน้าที่ในตระกูลครั้งปู่ย่าตายายของข้าพเจ้า

ข้อ ๑๔๘

พวกข้าพเจ้าบำรุงสมณะและพราหมณ์โดยเคารพ ในกาลทุกเมื่อเหมือนญาติผู้ใหญ่ นี้เป็นธรรมในตระกูลครั้งบิดาและปู่ของข้าพเจ้าปีฐชาดกที่ ๗ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า น เต ปีฐมทายิมฺหา ดังนี้.

ได้ยินว่า ภิกษุนั้นจากชนบทไปยังพระเชตวัน เก็บบาตรจีวร ถวายบังคมพระศาสดา แล้วถามสามเณรหนุ่มๆ ว่า อาวุโส ในนครสาวัตถี ใครอุปการะภิกษุอาคันตุกะทั้งหลาย พวกสามเณรหนุ่มกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุ ท่านเหล่านี้ คืออนาถบิณฑิกมหาเศรษฐีและวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นผู้อุปการะภิกษุสงฆ์ ดำรงอยู่ในฐานะเป็นบิดามารดา. ภิกษุนั้นรับคำว่า ดีแล้ว.

ในวันรุ่งขึ้น ได้ไปยังประตูบ้านของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี แต่เช้าตรู่ ในเวลาที่ภิกษุแม้รูปเดียวยังมิได้เข้าไป. เพราะภิกษุนั้นไปยังไม่ถึงเวลา ใครๆ จึงไม่แลเห็น ภิกษุนั้นไม่ได้อะไรๆ จากที่นั้น จึงไปยังประตูเรือนของนางวิสาขามหาอุบาสิกาแม้ที่บ้านของนางวิสาขามหาอุบาสิกานั้น เธอก็ไม่ได้อะไรๆ เพราะไปเช้าเกินไป. ภิกษุนั้นจึงเที่ยวไปในบ้านนั้นๆ แล้วกลับมาใหม่ ไปถึงเมื่อเขาเลี้ยงข้าวยาคูเสร็จแล้ว จึงเที่ยวไปในที่นั้นๆ แม้อีก เมื่อเขาเลี้ยงภัตตาหารเสร็จแล้ว จึงได้ไปถึง.

ภิกษุนั้นจึงกลับไปยังวิหาร เที่ยวกล่าวดูหมิ่นตระกูลเหล่านั้นว่า ตระกูลทั้งสองไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใสเลย. แต่ภิกษุเหล่านี้บอกว่ามีศรัทธา มีความเลื่อมใส.

อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า อาวุโสทั้งหลาย ได้ยินว่า ภิกษุชาวชนบทรูปโน้นไปสู่ประตูของตระกูลก่อนกาลเวลา เมื่อไม่ได้ภิกษา จึงเที่ยวดูหมิ่นตระกูลทั้งหลาย.

พระศาสดาเสด็จมาแล้ว ตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร? เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลให้ทรงทราบว่า เรื่องนี้ พระเจ้าข้า จึงรับสั่งให้เรียกภิกษุนั้นมาตรัสถามว่า เรื่องนี้ จริงหรือ? เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เพราะเหตุไร?เธอจึงโกรธ ในปางก่อนครั้งพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติขึ้น แม้ดาบสทั้งหลายไปสู่ประตูสกุล ไม่ได้ภิกษาก็ยังไม่โกรธเลย แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี.

พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ เจริญวัยแล้ว ได้เล่าเรียนศิลปะทุกอย่างในนครตักกสิลา ในกาลต่อมา ได้บวชเป็นดาบสอยู่ในหิมวันตประเทศช้านาน เพื่อต้องการจะบริโภครสเค็มและรสเปรี้ยว จึงไปถึงนครพาราณสี อยู่ในพระราชอุทยานนั่นเอง.

วันรุ่งขึ้น จึงเข้าไปภิกษายังพระนคร. ในกาลนั้น พาราณสีเศรษฐีเป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส. พระโพธิสัตว์ถามว่า เรือนของตระกูลไหนมีศรัทธา ได้ฟังว่า เรือนของเศรษฐี จึงได้ไปยังประตูเรือนของเศรษฐี ขณะนั้น เศรษฐีไปเฝ้าพระราชาแล้วฝ่ายคนทั้งหลายก็ไม่เห็นพระโพธิสัตว์นั้น พระโพธิสัตว์จึงได้กลับไป.

ลำดับนั้น เศรษฐีนั้นกำลังออกจากราชสกุลได้เห็นพระโพธิสัตว์นั้น จึงไหว้แล้วรับเอาภาชนะภิกษานำไปเรือนนิมนต์ให้นั่งแล้วให้อิ่มหนำสำราญด้วยการล้างเท้า การทาน้ำมัน ข้าวยาคูและของควรเคี้ยวเป็นต้น ในระหว่างภัต ไม่ถามเหตุอะไรๆ พอพระโพธิสัตว์กระทำภัตตกิจแล้ว จึงไหว้ ไปนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่งแล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ยาจกหรือสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติธรรม ชื่อว่าผู้มายังประตูเรือนของข้าพเจ้าแล้วขึ้นชื่อว่าไม่เคยได้สักการะและสัมมานะแล้วไปเสียย่อมไม่มี แต่วันนี้ ท่านไม่ได้ที่นั่ง น้ำดื่ม การล้างเท้า หรือข้าวยาคูและภัตเลยไปแล้วเพราะเด็กๆ ของข้าพเจ้าไม่เห็นท่าน นี้เป็นโทษของข้าพเจ้า ท่านควรอดโทษนั้นแก่ข้าพเจ้า.

แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

ข้าพเจ้าไม่ได้ให้ตั้ง น้ำดื่ม และโภชนาหารแก่ท่าน ขอท่านผู้เป็นพรหมจารี จงอดโทษแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นโทษอยู่อย่างนี้

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น เต ปีฐมทายิมฺหา ความว่า ข้าพเจ้าไม่ได้ให้แม้ตั่งแก่ท่าน.

พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

อาตมภาพมิได้เกาะเกี่ยวอะไรเลย ไม่ได้นึกโกรธเคืองเลย แม้ความไม่ชอบใจอะไรๆ ของอาตมภาพก็ไม่มีเลย ที่จริง อาตมภาพยังมีความคาดคะเนอยู่ในใจว่า ธรรมของสกุลนี้จักเป็นเช่นนี้แน่.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เนวาภิสชฺชามิ ความว่า อาตมภาพมิได้ข้องใจเลย. บทว่า เอตาทิโส ความว่า อาตมภาพเกิดความวิตกในใจอย่างนี้ว่า สภาวะของสกุลนี้เป็นเช่นนี้แน่ คือนี้จักเป็นวงศ์ของทายก.

เศรษฐีได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-

ที่นั่ง น้ำล้างเท้า น้ำมันทาเท้าทุกอย่างนี้ ข้าพเจ้าให้อยู่เป็นนิจ นี้เป็นธรรมในสกุล เนื่องมาจาก ปู่ ย่า ตา ยาย ของข้าพเจ้าทุกเมื่อ.

ข้าพเจ้าบำรุงสมณพราหมณ์โดยเคารพ ดุจญาติผู้สูงสุด นี้เป็นธรรมในสกุล เนื่องมาจากปู่ ย่า ตา ยาย ของข้าพเจ้าทุกเมื่อ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺโม ได้แก่ สภาวะ.

บทว่า ปิตุปิตามโห ความว่า เป็นของมีอยู่แห่งบิดามารดาและปู่ ย่า ตา ยาย.

บทว่า อุทกํ ได้แก่ น้ำสำหรับล้างเท้า.

บทว่า มชฺชํ ได้แก่ น้ำมันสำหรับทาเท้า.

บทว่า สพฺเพตํ แยกศัพท์ออกเป็น สพฺพํ เอตฺ. นิป อักษร ใน บทว่า นิปทามเส นี้ เป็นอุปสรรค. อธิบายว่า ทามเส แปลว่า ให้. ท่านอธิบายว่า ข้าพเจ้าย่อมให้.

ด้วยบทว่า นิปทามเส นี้ ท่านแสดงความว่า วงศ์ของข้าพเจ้าเป็นวงศ์ของผู้ให้สืบมาชั่วเจ็ดสกุล.

บทว่า อุตฺตมํ วิย ญาตกํ ความว่า ข้าพเจ้าเห็นสมณะหรือพราหมณ์ผู้ประพฤติธรรม ย่อมบำรุงด้วยความเคารพคือด้วยมือของตน เหมือนบำรุงมารดาและบิดาฉะนั้น.

ก็พระโพธิสัตว์อยู่ในที่นั้นแสดงธรรมแก่พาราณสีเศรษฐีอยู่ ๒-๓ วัน แล้วกลับไปยังหิมวันตประเทศตามเดิม ได้ทำอภิญญาและสมาบัติให้บังเกิดแล้ว.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้วประกาศสัจจะ ทรงประชุมชาดกว่า ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุนั้นดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล.

พาราณสีเศรษฐีในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์

ส่วนดาบสในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาปีฐชาดกที่ ๗ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา