๓. ทรีมุขชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ทรีมุขชาดก (๓๗๘) ว่าด้วยพระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้า (พระปัจเจกพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดพระเจ้าพรหมทัตว่า)
กามทั้งหลายเสมือนเปือกตม เสมือนหล่ม ก็ภัยนี้บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นมูลเหตุแห่งภัย ๓ ประการ กามทั้งหลายคือธุลีและควัน อาตมภาพก็ได้ประกาศไว้แล้ว ขอถวายพระพร พระเจ้าพรหมทัต ขอมหาบพิตรทรงละกามเหล่านี้ออกผนวชเถิด (พระราชาครั้นทรงสดับดังนั้นแล้ว ตรัสบอกความที่พระองค์พัวพันด้วยกิเลสว่า)
ท่านพราหมณ์ โยมกำหนัดยินดี และหมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย ประสงค์จะมีชีวิตอยู่อย่างนี้ จึงไม่อาจจะละกามอันน่าสะพรึงกลัวนั้นได้ แต่โยมจะทำบุญทั้งหลายให้มาก @เชิงอรรถ : @ ความสงบ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๓/๑๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๓๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๑. อวาริยวรรค ๓. ทรีมุขชาดก (๓๗๙) (พระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้าตรัสสอนให้ยิ่งๆ ขึ้นไปว่า)
ผู้ใดอันบุคคลผู้หวังความเจริญ อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล กล่าวสอนอยู่ ก็ไม่กระทำตามคำสอน ผู้นั้นสำคัญแต่สิ่งที่ตนยึดถือว่า นี้เท่านั้นประเสริฐ เป็นคนโง่ ย่อมเกิดในครรภ์บ่อยๆ
เขาย่อมเข้าถึงนรกอันน่ากลัว เต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะที่ไม่งามสำหรับผู้งาม สัตว์เหล่าใดยังไม่ปราศจากราคะ ยังมีความกำหนัดในกามทั้งหลาย สัตว์เหล่านั้นก็ยังละความเกิดในครรภ์ไปไม่ได้ (พระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้าทรงหวังจะแสดงเหตุที่พ้นจากครรภ์ จึงตรัสหนึ่งคาถาครึ่ง และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสครึ่งพระคาถาสุดท้ายว่า)
สัตว์เหล่านี้คลอดออกมามีกายแปดเปื้อนด้วยอุจจาระ ด้วยเลือดและเสมหะในขณะที่คลอด สัตว์เหล่านี้มีร่างกายสัมผัสส่วนใดๆ ส่วนนั้นๆ ทั้งหมด ล้วนไม่น่าชื่นใจ เป็นทุกข์อย่างเดียว
อาตมาเห็นแล้วจึงถวายพระพร มิใช่ได้ยินมาจากคนอื่นแล้วจึงถวายพระพร อาตมายังระลึกอดีตชาติได้มากอีกด้วย พระทรีมุขปัจเจกพุทธเจ้าได้ให้พระราชาผู้ทรงปรีชาญาณ ยอมรับด้วยคาถาสุภาษิตอันวิจิตร ทรีมุขชาดกที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๓๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓ ทรีมุขชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. ทรีมุขชาดก ว่าด้วยโทษของกาม
ปงฺโก จ กามา ปลิโป จ กามา ภยญฺจ เมตํ ติมูลํ ปวุตฺตํ รโช จ ธูโม จ มยา ปกาสิตา หิตฺวา ตุวํ ปพฺพช พฺรหฺมทตฺต ฯ
ดูกรมหาบพิตร กามทั้งหลายเหมือนสวะ กามทั้งหลายเหมือนหล่ม อนึ่ง กามนี้ นักปราชญ์กล่าวว่า เป็นภัยใหญ่หลวง มั่นคง ไม่หวั่นไหว อาตมภาพขอถวายพระพรว่า กามเป็นธุลี และเป็นควัน ขอพระองค์ จงทรงละกาม เสด็จออกทรงผนวชเสียเถิด.
คธิโต จ รตฺโต จ อธิมุจฺฉิโต จ กาเมสฺวาหํ พฺราหฺมณ ภึสรูปํ ตํ นุสฺสเห ชีวิกตฺโถ ปหาตุํ กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ
ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ายังกำหนัดยินดีลุ่มหลงในกามทั้งหลายอยู่ ยังมี ความต้องการความเป็นอยู่อย่างนี้ จึงไม่สามารถจะละกามอันน่ากลัวนั้น ได้ แต่ข้าพเจ้าจะกระทำบุญเป็นอันมาก.
โย อตฺถกามสฺส หิตานุกมฺปิโน โอวชฺชมาโน น กโรติ สาสนํ อิทเมว เสยฺโย อิติ มญฺญมาโน ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท ฯ
ผู้ใด อันบุคคลผู้หวังความเจริญรุ่งเรือง อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์ กล่าว ตักเตือนอยู่ ก็ไม่ทำตามคำสอน ยังสำคัญว่า สิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ ผู้ นั้น เป็นคนเขลา จะต้องเกิดอยู่ร่ำไป.
โส โฆรรูปํ นิรยํ อุเปติ สุภาสุภํ มุตฺตกรีสปูรํ สตฺตา สกาเย น ชหนฺติ คิทฺธา เย โหนฺติ กาเมสุ อวีตราคา ฯ
ผู้นั้นเมื่อเข้าถึงท้องมารดา ชื่อว่า เข้าถึงนรกอันร้ายกาจ เป็นของไม่งาม ของท่านผู้งดงาม เต็มไปด้วยมูตรและกรีส สัตว์เหล่าใด ยังกำหนัด ยัง ไม่ปราศจากความรักใคร่ในกามทั้งหลาย สัตว์เหล่านั้น ก็ละกายของตน ไปไม่ได้.
มิเฬฺหน ลิตฺตา รุหิเรน มกฺขิตา เสเมฺหน ลิตฺตา อุปนิกฺขมนฺติ ยํ ยํ หิ กาเยน ผุสนฺติ ตาวเท สพฺพํ อสาตํ ทุกฺขเมว เกวลํ ฯ
สัตว์เหล่านี้ ย่อมแปดเปื้อนด้วยมูตร คูถ เลือด และเศลษคลอดออก มา ในเวลานั้น ย่อมจะถูกต้องส่วนใดส่วนหนึ่งด้วยกาย ส่วนนั้น ล้วนไม่น่ายินดี มีแต่ทุกข์อย่างเดียวเท่านั้น.
ทิสฺวา วทามิ น หิ อญฺญโต สวํ ปุพฺเพนิวาสํ พหุกํ สรามิ จิตฺราหิ คาถาหิ สุภาสิตาหิ ทรีมุโข นิชฺฌาปยี สุเมธนฺติ ฯ ทรีมุขชาตกํ ตติยํ ฯ ---------
อาตมภาพกล่าวมาประมาณเท่านี้ ไม่ใช่ว่าได้ยินได้ฟังมาจากสมณะหรือ หรือพราหมณ์อื่น กล่าวเพราะได้เห็นมาเอง อาตมภาพระลึกชาติก่อนๆ ได้เป็นอันมาก พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อทรีมุข ยังพระเจ้าพรหมทัตต์ผู้มี พระปรีชาเฉลียวฉลาดให้ทรงเชื่อถือ ด้วยคาถาเป็นสุภาษิตมีเนื้อความ อันวิจิตร. จบ ทรีมุขชาดกที่ ๓.