๑๐. มณิชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐ มณิชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๐. มณิชาดก ว่าด้วยแก้วมณี
จิรสฺสํ วต ปสฺสามิ สหายํ มณิธารินํ สุกตา มสฺสุกุตฺติยา โสภเต วต เม สขา ฯ
นานมาแล้วหนอ เราเพิ่งเห็นสหายประดับแก้วมณี เพื่อนของเราแต่ง หนวดเสียเรียบร้อยงดงามจริงหนอ.
ปรูฬฺหกจฺฉนขโลโม อหํ กมฺเม สุพฺยาวโฏ จิรสฺสํ นหาปิตํ ลทฺธา โลมนฺตมชฺชหารยิ ฯ
เรามัวยุ่งอยู่ในราชการ หาโอกาสไม่ได้ จึงมีเล็บและขนปีกยาวรุงรัง เป็นเวลานานแล้ว เราเพิ่งได้ช่างกัลบกในวันนี้ จึงให้ถอนขนออก จนหมด.
ยํ นุ โลมํ อหาเรสิ ทุลฺลภํ ลทฺธกปฺปกํ อถ กิญฺจิ หิ เต สมฺม กณฺเฐ กึนิกิลายติ ฯ
ท่านได้ช่างกัลบกที่หาได้ยาก แล้วให้ถอนขนออกเช่นนี้ ท่านชอบใจ เราจะให้เขาทำให้บ้าง ดูกรสหาย เออก็อะไรเล่า แขวนอยู่ที่คอของท่าน.
มนุสฺสสุขุมาลานํ มณิ กณฺเฐสุ ลมฺพติ เตสาหํ อนุสิกฺขามิ มา ตฺวํ มญฺญิ ทวา กตํ ฯ
แก้วมณีของมนุษย์ผู้สุขุมาลชาติห้อยอยู่ที่คอเรา เราสำเหนียกตามอย่าง ของมนุษย์ผู้สุขุมาลชาติเหล่านั้น ท่านอย่าสำคัญว่า เราทำเล่น.
สเจปิมํ ปิหยสิ มสฺสุกุตฺตึ สุการิตํ การยิสฺสามิ เต สมฺม มณึ จาปิ ททามิ เต ฯ
ดูกรสหาย ถ้าแม้ท่านปรารถนาจะให้แต่งหนวดให้เรียบร้อยเหมือน อย่างเรา เราก็จะให้เขาทำให้แก่ท่าน แก้วมณีเราก็จะให้แก่ท่านด้วย.
ตฺวญฺเญว มณินา ฉนฺโน สุกตาย จ มสฺสุยา อามนฺต โข ตํ คจฺฉามิ ปิยํ เม ตว ทสฺสนนฺติ ฯ มณิชาตกํ ทสมํ ฯ ขุรปุตฺตวคฺโค ทุติโย ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ อถ ปสฺส สสูจิ จ ตุณฺฑิลโก มิค มยฺหกปญฺจมปกฺขิวโร อถ ปญฺชลิ วาริช มชฺฌ ปุน อถ วฏฺฏก กโปฏวเรน ทส ฯ --------- ตตฺร วคฺคุทฺทานํ ภวติ ฯ อถ วคฺคํ ปกิตฺติสฺสํ ฉนิปาตํ วรุตฺตเม อาวาริยา จ สูจิ จ เทฺว จ วุตฺตา สุพฺยญฺชนา ฯ ฉกฺกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------
ท่านผู้เดียวเท่านั้น สมควรแก่แก้วมณีและหนวดที่เขาแต่งดีแล้วด้วย การที่ได้พบเห็นท่านเป็นที่พอใจของเรา เพราะฉะนั้น เราขอลาท่าน ไปก่อน. จบ มณิชาดกที่ ๑๐. จบ ขุรปุตตวรรคที่ ๒. ----------------------------------------------------- รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ขุรปุตตชาดก ๒. สูจิชาดก ๓. ตุณฑิลชาดก ๔. สุวรรณกักกฏชาดก ๕. มัยหกสกุณชาดก ๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก ๗. อุปสิงฆปุปผกชาดก ๘. วิฆาสาทชาดก ๙. วัฏฏกชาดก ๑๐. มณิชาดก. รวมวรรคในฉักกนิบาตนี้มี ๒ วรรค คือ ๑. อาวาริยวรรค ๒. ขุรปุตตวรรค. จบ ฉักกนิบาตชาดก. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. มณิชาดก (๓๙๕) ว่าด้วยกาถูกกระเบื้องแขวนคอแทนแก้วมณี (นกพิราบโพธิสัตว์เห็นกาแล้วเมื่อจะเยาะเย้ย จึงกล่าวว่า)
นานแล้วหนอ เราเพิ่งจะได้เห็นเพื่อนประดับแก้วมณี เพื่อนของเราให้ช่างตกแต่งขนปากงามจริงหนอ (กาได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวว่า)
เรามัวยุ่งอยู่กับงานราชการ เล็บและขนปีกจึงงอกยาวรุงรัง เป็นเวลานานจึงได้ช่างกัลบก ถอนออกเสียจนหมดในวันนี้ (นกพิราบโพธิสัตว์กล่าวว่า)
เจ้าได้ช่างกัลบกที่หาได้ยากแล้วให้ถอนขนออกไป เพื่อนเอ๋ย เมื่อเป็นเช่นนั้น อะไรเล่า ส่งเสียงดังกริ่งๆ อยู่ที่คอของท่าน (กาได้กล่าวว่า)
ผู้ดีทั้งหลายห้อยแก้วมณีไว้ที่คอ เราเลียนแบบพวกเขา เจ้าอย่าเข้าใจว่า เราทำเล่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๕๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค รวมวรรคที่มีในนิบาตนี้
แม้หากเจ้าพอใจการตกแต่งขนปาก ที่นายช่างตกแต่งได้อย่างสวยงามอย่างนี้ เพื่อนเอ๋ย เราจะให้เขาช่วยตกแต่งให้ท่าน และแก้วมณีเราก็จะมอบให้ท่าน (นกพิราบโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
ท่านเท่านั้นสมควรแก่แก้วมณี และการตกแต่งขนปากอย่างสวยงาม การไม่เห็นท่านเป็นที่พอใจของเรา เราขอลาท่านไปก่อน มณิชาดกที่ ๑๐ จบ ขรปุตตวรรคที่ ๒ จบ รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ขรปุตตชาดก ๒. สูจิชาดก ๓. ตุณฑิลชาดก ๔. สุวัณณกักกฏกชาดก ๕. มัยหกสกุณชาดก ๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก ๗. อุปสิงฆปุปผชาดก ๘. วิฆาสาทชาดก ๙. วัฏฏกชาดก ๑๐. มณิชาดก รวมวรรคที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. อวาริยวรรค ๒. ขรปุตตวรรค ฉักกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๕๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้เหลวไหล จึงได้ตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า จิรสฺสํ วต ปสฺสามิ ดังนี้.
เรื่องปัจจุบันมีนัยดังกล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแหละ.
พระองค์ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เป็นนกพิราบอาศัยอยู่ที่รังนก บนโรงครัวหลังใหญ่ของเศรษฐีเมืองพาราณสี.
ฝ่ายกาทำความคุ้นเคยกับนกพิราบนั้นแล้วอยู่ ณ ที่นั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เรื่องทั้งหมดควรให้พิสดารเถิด.
พ่อครัวถอนขนปีกของกาออกแล้วเอาแป้งทาปีกไว้ เจาะชิ้นกระเบื้องชิ้นหนึ่งสวมไว้ที่คอแล้วใส่ไว้ในรัง.
พระโพธิสัตว์มาจากป่าเห็นมันแล้ว
เมื่อจะทำการเยาะเย้ย จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
เป็นเวลานานหนอ เราจึงจะเห็นสหายทัดทรงแก้วมณี สหายของเรางามจริง เพราะการแต่งขนที่ช่างตกแต่งดีแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มสฺสุกุตฺติยา ความว่า เพราะการตกแต่งขนนี้.
กาได้ฟังคำนั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
เราเป็นผู้ขวนขวายในการงานทั้งหลาย จึงมีขนแข็งคล้ายเล็บงอกขึ้นใต้ปีก นานๆ จึงจะได้ช่างกัลบก วันนี้ได้ให้ช่างถอนแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กมฺเม สุพฺยาวโฏ ความว่า กากล่าวว่า ดูก่อนสหาย เราเป็นผู้ขวนขวายในงานราชการทั้งหลาย เมื่อไม่ได้โอกาสถอนจึงได้มีขนแข็งเหมือนเล็บงอกขึ้นใต้ปีกคือรักแร้
บทว่า อหารยิ ความว่า วันนี้เราได้ให้ช่างถอนขนออกแล้ว.
ในลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
เธอได้ช่างกัลบกที่หาได้ยากแล้ว ได้ให้เขาถอนขนออกไปโดยวิธีใดหนอ เธอจงให้เขาถอนออกโดยวิธีนั้นเถิด สหาย เมื่อเป็นเช่นนั้น อะไรเล่าห้อยย้อยอยู่ที่คอของเธอ?
คาถานั้นมีเนื้อความว่า
เจ้าได้ช่างกัลบกที่หาได้ยาก แล้วได้ให้เขาถอนขนออกโดยวิธีใด เจ้าชอบใจวิธีนี้นั้น ฉันจักให้เขาทำการตกแต่งขนเคราให้ เจ้าจงให้เขาถอนขนนั้นออกไปเถิด สหายเอ๋ย นี้อะไรเล่าห้อยระย้าอยู่ที่คอของเจ้า?
ลำดับนั้น กาได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
แก้วมณีห้อยอยู่ที่คอของมนุษย์ พวกสุขุมาลชาติทั้งหลาย เราเลียนแบบมนุษย์เหล่านั้น เธออย่าสำคัญว่าทำเล่น.
ดูก่อนสหาย ถ้าแม้ว่า เธอชอบใจการแต่งขนที่ตกแต่งดีแล้วนี้ไซร้ เราจะให้ช่างทำให้เธอ และแม้แก้วมณีเราก็จะให้เธอ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มณี ความว่า รัตนมณีดวงหนึ่งห้อยอยู่ที่คอของคนทั้งหลายแบบนั้น.
บทว่า เตสาหํ ตัดบทเป็น แปลว่า ข้าเลียนแบบพวกเขา.
บทว่า มา ตวํ มญฺเญ ความว่า แต่เจ้าอย่าสำคัญว่า สิ่งนั่นข้าทำเล่น.
บทว่า ปิหยสิ ความว่า ถ้าหากเจ้าต้องการแบบขนที่ข้าแต่งดีแล้วไซร้.
พระโพธิสัตว์ได้ฟังคำนั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๖ ว่า:-
เธอเท่านั้นแหละเหมาะกับแก้วมณี และขนที่ตกแต่งดีแล้ว เราบอกเธอแล้วก็จะไปละ การเห็นเธอเป็นที่รักของฉัน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มณินา ความว่า สำหรับแก้วมณี. ปาฐะเป็นอย่างนี้ทีเดียวก็มี. มีคำอธิบายไว้ว่า สหายกาเอ๋ย เจ้าเท่านั้นแหละเหมาะสำหรับแก้วมณีนี้และขนที่ตกแต่งแล้วนี้ แต่การเห็นเธอนั่นเองเป็นที่รักของฉัน เพราะฉะนั้นฉันบอกเธอแล้วก็จะไป.
ก็แหละนกพิราบครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็บินหนีเข้าป่าไป. ส่วนกาถึงการสิ้นชีวิต ณ ที่นั้นนั่นเอง.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรงประกาศสัจธรรมทั้งหลาย แล้วจึงทรงประชุมชาดกไว้ ในที่สุดแห่งสัจธรรม ภิกษุผู้เหลวไหลดำรงอยู่แล้วในอนาคามิผล.
กาในครั้งนั้น ได้แก่ ภิกษุผู้เหลวไหลในบัดนี้
ส่วนนกพิราบ ได้แก่ เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถามณิชาดกที่ ๑๐ -----------------------------------------------------
รวมชาดกที่มีในขุรปุตวรรคนี้มี ๑๐ คือ :-
๑. ขุรปุตตชาดก ว่าด้วย ทำตนให้ไร้ประโยชน์
๒. สูจิชาดก ว่าด้วย เข็ม
๓. ตุณฑิลชาดก ว่าด้วย ธรรมเหมือนน้ำ บาปธรรมเหมือนเหงื่อไคล
๔. สุวรรณกักกฏกชาดก ว่าด้วย ปูตัวฉลาด
๕. มัยหกสกุณชาดก ว่าด้วย การใช้ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์
๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก ว่าด้วย กราบไหว้ผู้ควรกราบไหว้
๗. อุปสิงฆปุปผกชาดก ว่าด้วย คนดีไม่ควรทำชั่วแม้นิดหน่อย
๘. วิฆาสาทชาดก ว่าด้วย การกินของที่เป็นเดน
๙. วัฏฏกชาดก ว่าด้วย การทำให้เกิดความสุข
๑๐. มณิชาดก ว่าด้วย แก้วมณี จบ ขุรปุตวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
อรรถกถาชาดกนี้ ชื่อว่า อรรถกถาฉักกนิบาต ประดับด้วยชาดก ๒๐ ชาดก
จบบริบูรณ์แล้ว ด้วยประการฉะนี้.
ปกรณ์นี้ที่พระโอรสองค์เล็กของพระเจ้าอภัยสังคหะ ผู้มีพระทัยน้อมไปในการบรรพชา ตั้งแต่เวลามีพระชนม์ ๗ พรรษา มีพระหฤทัยผ่องใส ทรงผนวชแล้วโดยพระนามฉายาว่า อคฺคญาณะ ทรงมีพรรษา ๒ ตั้งแต่ทรงผนวชมา สมมุติกันว่าเป็นศิษย์เอกของพระเถระ ชาวบ้านมณีหริตคิรีคาม ผู้เป็นพระราชาคณะพระนามว่า พระสีลสัมบันตรีปิฎกธร อรรถธรรมโกศลสาสน์ ทรงลิขิตไว้สำเร็จเสร็จสิ้นในเวลาบ่ายวันที่ ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ศุกรปักษ์ เดือนอ้าย.
รวมวรรคที่มีอยู่ในฉักกนิบาตมี ๒ วรรค คือ :-
๑. อาวาริยวรรค
๒. ขุรปุตวรรค จบ ฉักกนิบาตชาดก -----------------------------------------------------