๙. ตัจฉสูกรชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ตัจฉสูกรชาดก (๔๙๒) ว่าด้วยสุกรชื่อตัจฉะ (สุกรตัจฉะเที่ยวเสาะหาฝูงสุกรในป่าพบสุกรจำนวนมากแล้วดีใจ จึงกล่าวว่า)
เราเมื่อเสาะหาหมู่ญาติใด เที่ยวไปตามเทือกเขาลำเนาไพร เราเที่ยวตามหาอยู่ช้านาน ญาติทั้งหลายนี้นั้นเราก็ได้พบแล้ว
มูลผลาหารนี้ก็มีอยู่มาก และภักษาหารนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย ส่วนแม่น้ำ ภูเขานี้ก็น่ารื่นรมย์ คงจะอยู่ได้สบาย
เราจักอยู่พร้อมกับหมู่ญาติทั้งปวงในที่นี้แหละ จักเป็นผู้ขวนขวายน้อย หมดความระแวงภัย ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหน (สุกรทั้งหลายกล่าวว่า)
ตัจฉะ ท่านจงเสาะหาถ้ำในที่อื่นอยู่เถิด ในที่นี้พวกเรามีศัตรู มันมาที่นี้ฆ่าสุกรแล้วกัดกินเนื้อล่ำๆ เป็นประจำ (สุกรตัจฉะถามว่า)
ใครหนอเป็นศัตรูของพวกเราในที่นี้ ใครกันรังควานหมู่ญาติผู้พร้อมเพรียงซึ่งรังควานได้ยาก เราถามแล้ว ขอพวกท่านจงบอกผู้นั้นแก่เรา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๔๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๙. ตัจฉสูกรชาดก (๔๙๒) (สุกรเหล่านั้นตอบว่า)
ท่านตัจฉะ พญาเนื้อ เป็นสัตว์มีพลัง มีเขี้ยวเป็นอาวุธ มันมาที่นี่ฆ่าสุกรแล้วกัดกินเนื้อล่ำๆ เป็นประจำ (สุกรตัจฉะกล่าวว่า)
พวกเราไม่มีเขี้ยวก็หาไม่ พลังกายก็พร้อมมูล พวกเราทั้งหมดจงพร้อมเพรียงกัน สร้างอำนาจร่วมกัน (สุกรเหล่านั้นกล่าวว่า)
ท่านตัจฉะ ท่านนะพูดได้จับใจ สบายหู แม้ตัวใดหนีไปในขณะต่อสู้ พวกเราจะฆ่าตัวนั้นในภายหลัง (ชฎิลโกงเห็นเสือโคร่งกลับมามือเปล่า จึงกล่าวว่า)
วันนี้ท่านงดเว้นจากปาณาติบาตหรือหนอ หรือว่าท่านให้อภัยแก่หมู่สัตว์ทั้งปวง ท่านไม่มีเขี้ยวที่จะฆ่าเนื้อหรือหนอ ถึงอยู่ในฝูงสุกรก็ยังซบเซาเหมือนคนกำพร้า (พญาเสือโคร่งได้กล่าวว่า)
ข้าพเจ้าจะไม่มีเขี้ยวก็หาไม่ พลังกายก็พร้อมมูล แต่เพราะเห็นญาติๆ พร้อมเพรียงเป็นอันเดียวกัน เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงซบเซาอยู่ผู้เดียวในป่า
เมื่อก่อนสุกรเหล่านี้กลัวภัย แยกกันหนีไปคนละทิศละทาง แสวงหาที่พึ่ง แต่บัดนี้พวกมันกลับรวมหมู่กันตั้งท่าสู้ ยากที่ข้าพเจ้าจะข่มพวกมันได้
พวกมันได้ผู้นำดี มีความพร้อมเพรียงกัน มีความเห็นอย่างเดียวกัน พร้อมกันที่จะทำลายข้าพเจ้าได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ปรารถนาสุกรเหล่านั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๕๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๙. ตัจฉสูกรชาดก (๔๙๒) (ชฎิลโกงเมื่อจะให้เสือโคร่งเกิดความอุตสาหะ จึงกล่าวว่า)
พระอินทร์องค์เดียวยังเอาชัยชนะพวกอสูรได้ นกเหยี่ยวตัวเดียวยังข่มขี่ฆ่านกทั้งหลายได้ เสือโคร่งตัวเดียวเข้าไปอยู่ในฝูงเนื้อ ก็ยังฆ่าเนื้อตัวล่ำๆ ซึ่งมีกำลังเหมือนเช่นนั้นได้ (เสือโคร่งกล่าวว่า)
หมู่ญาติผู้พร้อมเพรียงร่วมใจกัน มีกิริยาเช่นเสือโคร่ง ไม่ว่าพระอินทร์หรือนกเหยี่ยว หรือเสือโคร่ง ซึ่งเป็นพญาสัตว์ ก็ไม่อาจให้อยู่ในอำนาจได้ (ชฎิลโกงปลุกใจเสือโคร่งว่า)
ฝูงนกกุมภีลกาตัวเล็กๆ เที่ยวไปเป็นฝูง เป็นหมู่ รื่นเริง จับกลุ่มกันโผผิน บินร่อนไปมา
ก็เมื่อนกเหล่านั้นโผผินอยู่ เหยี่ยวย่อมโฉบเอานกตัวหนึ่ง บรรดานกเหล่านั้นที่แตกฝูงออกมา นั้นเป็นคติของเหล่าพยัคฆ์ทั่วไป (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)
เสือโคร่งมีเขี้ยวเป็นอาวุธ ถูกชฎิลชั่วผู้เห็นแก่อามิสปลุกใจ มีความสำคัญเหมือนครั้งก่อน จึงได้เผ่นเข้าไปในฝูงของสุกรผู้ที่มีเขี้ยว (รุกขเทวดาเห็นเหตุอัศจรรย์นั้น จึงกล่าวคาถาว่า)
ญาติทั้งหลายมีมากด้วยกันเป็นการดี ถึงแม้จะเป็นต้นไม้ที่เกิดในป่าก็ตาม เสือโคร่งถูกสุกรทั้งหลายที่สามัคคีกันฆ่าตาย ในหนทางที่เดินได้คนเดียว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๕๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๐. มหาวาณิชชาดก (๔๙๓) (พระศาสดาตรัสว่า)
สุกรทั้งหลายได้ฆ่าเสียทั้ง ๒ คน คือ พราหมณ์ ๑ เสือโคร่ง ๑ จึงได้รื่นเริงบันเทิงใจ ส่งเสียงบันลือลั่น
สุกรเหล่านั้นมาประชุมพร้อมกันที่โคนต้นมะเดื่อ ได้อภิเษกสุกรตัจฉะว่า ท่านจงเป็นราชา เป็นใหญ่แห่งเราทั้งหลายเถิดตัจฉสูกรชาดกที่ ๙ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙ ตจฺฉสูกรชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. ตัจฉกสูกรชาดก ว่าด้วยหมูพร้อมใจกันสู้เสือ
ยเทสมานา วิจริมฺหา ปพฺพตานิ วนานิ จ อเนฺวสํ วิปุเล ญาตี เตเม อธิคตา มยา ฯ พหุํ จิทํ มูลผลํ ภกฺโข จายํ อนปฺปโก รมฺมา จิมา คิรินชฺโช ผาสุวาโส ภวิสฺสติ ฯ อิเธวาหํ วสิสฺสามิ สห สพฺเพหิ ญาติภิ อปฺโปสฺสุกฺโก นิราสงฺกี อโสโก อกุโตภโย ฯ
ข้าพเจ้าเที่ยวแสวงหาหมู่ญาติใด ตามภูเขา และราวป่าทั้งหลาย ค้นหา หมู่ญาติมากมาย หมู่ญาตินั้นเราพบแล้ว. รากไม้และผลไม้นี้ ก็มีมาก มาย อนึ่ง ภักษาหารนี้ก็มิใช่น้อย ทั้งห้วยละหานนี้ก็น่ารื่นรมย์ คง เป็นที่อยู่สุขสบาย. ข้าพเจ้าจักขออยู่กับญาติทั้งมวล ในที่นี้แหละ จักเป็นผู้ขวนขวายน้อย ไม่มีความระแวงภัย ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มี ภัยแต่ที่ไหนๆ.
อญฺญญฺหิ เลณํ ปริเยส สตฺตุ โน อิธ วิชฺชติ โส ตจฺฉ สูกเร หนฺติ อิธาคนฺตฺวา วรํ วรํ ฯ
ดูกรตัจฉกะ เจ้าจงไปหาที่ซ่อนเร้นแห่งอื่นเถิด ในที่นี้ศัตรูของพวกเรา มีอยู่ มันมาในที่นี้แล้ว ก็ฆ่าหมูแต่ล้วนตัวที่อ้วนพีเสีย.
โก นุมฺหากํ อิธ สตฺตุ โก ญาตี สุสมาคเต ทุปฺปธํเส ปธํเสติ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ใครหนอเป็นศัตรูของเราในที่นี้ ใครมากำจัดญาติทั้งหลายผู้พร้อมเพรียง กัน ซึ่งยากที่จะกำจัดได้ เราถามท่านแล้วขอจงบอกความข้อนั้นแก่เรา เถิด
อุทฺธคฺคราชี มิคราชา พลี ทาฐาวุโธ มิโค โส ตจฺฉ สูกเร หนฺติ อิธาคนฺตฺวา วรํ วรํ ฯ
ดูกรตัจฉกะ พญาเนื้อตัวหนึ่งลายพาดขึ้น เป็นเนื้อกำลังมีเขี้ยวเป็น อาวุธ มันมาในที่นี้แล้ว ก็ฆ่าหมูแต่ล้วนตัวที่อ้วนพีเสีย.
น โน ทาฐา น วิชฺชนฺติ พลํ กาเย สโมหิตํ สพฺเพ สมคฺคา หุตฺวาน วสํ กาหาม เอกกํ ฯ
พวกเราไม่มีเขี้ยวหรือ กำลังกายไม่พรั่งพร้อมหรือ พวกเราทั้งหมดพร้อม ใจกันแล้ว ก็จะจับมันตัวเดียวเท่านั้นให้อยู่ในอำนาจได้.
หทยงฺคมํ กณฺณสุขํ วาจํ ภาสสิ ตจฺฉก โยปิ ยุทฺเธ ปาลเยถ ตํปิ ปจฺฉา หนามเส ฯ
ดูกรตัจฉกะ ท่านกล่าววาจาจับอกจับใจ เพราะหมู แม้ตัวใดหนีไปเวลา รบ พวกเราจักฆ่ามันเสียในภายหลัง.
ปาณาติปาตา วิรโต นุสชฺช อภยํ นุ เต สพฺพภูเตสุ ทินฺนํ ทาฐา นุ เต มิควิริย น สนฺติ โย สงฺฆปตฺโต กปโณว ฌายสิ ฯ
ดูกรพญาเนื้อผู้เก่งกล้า วันนี้เจ้าคงจะงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ละซิหนอ ท่านให้อภัยในสัตว์ทั้งปวงเสียแล้วหรือ หรือเขี้ยวของเจ้าคงไม่มี เจ้า มาถึงกลางฝูงสุกรแล้ว จึงซบเซาอยู่ดังคนกำพร้า ฉะนั้น?
น เม ทาฐา น วิชฺชนฺติ พลํ กาเย สโมหิตํ ญาตี จ ทิสฺวาน สมงฺคิ เอกโต ตสฺมา จ ฌายามิ วนมฺหิ เอกโก ฯ อิมสฺสุทํ ยนฺติ ทิสาทิสํ ปุเร ภยฏฺฏิตา เลณคเวสิโน ปุถู เตทานิ สงฺคมฺม วสนฺติ เอกโต ยตฺถฏฺฐิตา ทุปฺปสหชฺช เต มยา ปริณายกสมฺปนฺนา สหิตา เอกวาทิโน เต มํ สมคฺคา หึเสยฺยุํ ตสฺมา เนสํ น ปตฺถเย ฯ
มิใช่ว่าเขี้ยวของข้าพเจ้าไม่มี กำลังกายของข้าพเจ้าก็มีอยู่พรั่งพร้อม แต่ ข้าพเจ้าเห็นสุกรทั้งหลายผู้เป็นญาติกัน ร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงซบเซาอยู่แต่ผู้เดียวในป่า. เมื่อก่อนสุกรเหล่านี้ พอข้าพเจ้าลืมตาแลดูเท่านั้น ต่างก็กลัวตายหาที่หลบซ่อนวิ่งกระเจิด- กระเจิงไปตามทิศานุทิศ บัดนี้ พวกมันมาประชุมพร้อมเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน ในภูมิภาคที่พวกมันยืนอยู่นั้น ข้าพเจ้าข่มพวกมันได้ยากใน วันนี้ พวกมันคงมีขุนพล จึงพรักพร้อมกัน คงเป็นเสียงเดียวกัน คง ร่วมมือร่วมใจกันเบียดเบียนข้าพเจ้า เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ ปรารถนาสุกรเหล่านั้น.
เอโกว อินฺโท อสุเร ชินาติ เอโกว เสโน หนฺติ ทิเช ปสยฺห เอโกว พฺยคฺโฆ มิคสงฺฆปตฺโต วรํ วรํ หนฺติ พลญฺหิ ตาทิสํ ฯ
พระอินทร์องค์เดียวเท่านั้น ยังเอาชนะอสูรทั้งหลายได้ เหยี่ยวตัวเดียว เท่านั้น ย่อมข่มฆ่านกทั้งหลายได้ เสือโคร่งตัวเดียวเหมือนกัน ไปถึง ท่ามกลางฝูงสุกรแล้ว ก็ย่อมฆ่าสุกรตัวพีๆ ได้ เพราะกำลังของมันเป็น เช่นนั้น.
นเหว อินฺโท น เสโน นปิ พฺยคฺโฆ มิคาธิโป สมคฺเค สหิเต ญาตี พฺยคฺโฆ น กุรุเต วเส ฯ
จะเป็นพระอินทร์ จะเป็นเหยี่ยว แม้จะเป็นเสือโคร่งผู้เป็นใหญ่กว่า เนื้อ ก็ทำญาติผู้พร้อมเพรียงกันมั่นคง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับเสือโคร่ง ไว้ในอำนาจไม่ได้ทั้งนั้นแหละ.
กุมฺภิลกา สกุณิกา สงฺฆิโน คณจาริโน สมฺโมทมานา เอกชฺฌํ อุปฺปตนฺติ อุยฺยนฺติ จ ฯ เตสญฺจ ฑิยมานานํ เอเกตฺถ อปสกฺกติ ตญฺจ เสโน นิตาเลติ เวยฺยคฺฆิเยว สา คติ ฯ
ฝูงนกตัวน้อยๆ มีชื่อกุมภิลกะ เป็นนกมีพวก เที่ยวไปเป็นหมวดหมู่ ร่าเริงบันเทิงใจ โผผินบินร่อนไปเป็นกลุ่มๆ. ก็เหมือนฝูงนกเหล่านั้น บินไป บรรดานกเหล่านั้น คงมีสักตัวหนึ่งที่แตกฝูงไป เหยี่ยวย่อม โฉบจับนกตัวนั้นได้ นี่เป็นคติของเสือโคร่งทั้งหลายโดยแท้.
อุสฺสาหิโต ชฏิเลน ลุทฺเทนามิสจกฺขุนา ทาฐี ทาฐีสุ ปกฺขนฺทิ มญฺญมาโน ยถา ปุเร ฯ
เสือโคร่งเป็นสัตว์มีเขี้ยว ถูกชฎิลผู้หยาบช้า เห็นแก่อามิสปลุกใจให้ ฮึกเหิม สำคัญว่าจะทำได้เหมือนเมื่อครั้งก่อน จึงวิ่งเข้าไปในฝูงสุกรผู้มี เขี้ยว.
สาธุ สมฺพหุลา ญาตี อปิ รุกฺขา อรญฺญชา สูกเรหิ สมคฺเคหิ พฺยคฺโฆ เอกายเน หโต ฯ
ญาติทั้งหลายมีมากด้วยกัน ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จ ถึงต้นไม้ทั้งหลาย ที่เกิดในป่า ก็เหมือนกัน สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันเข้า ฆ่าเสือโคร่ง เสียได้ เพราะประพฤติร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.
พฺราหฺมณญฺเจว พฺยคฺฆญฺจ อุโภ หนฺตฺวาน สูกรา อานนฺทิโน ปโมทิตา มหานาทมนาทิสุํ ฯ
สุกรทั้งหลายช่วยกันฆ่าพราหมณ์ และเสือโคร่ง ทั้ง ๒ ได้แล้ว ต่าง ร่าเริงบันเทิงใจ พากันบันลือสัททสำเนียงเสียงสนั่น.
เต สุทุมฺพรมูลสฺมึ สูกรา สุสมาคตา ตจฺฉกํ อภิสิญฺจึสุ ตฺวํ โน ราชาสิ อิสฺสโรติ ฯ ตจฺฉสูกรชาตกํ นวมํ ฯ ---------
สุกรเหล่านั้นมาประชุมพร้อมกันที่โคนต้นมะเดื่อ อภิเษกตัจฉกสุกรด้วย คำว่า ท่านเป็นราชา เป็นเจ้าเป็นใหญ่ของพวกเรา. จบ ตัจฉกสุกรชาดกที่ ๙.