อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ

๑. มาตังคชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๒๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 21 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 21 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 23 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) ๑๕. วีสตินิบาต ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) ว่าด้วยอานุภาพของฤๅษีมาตังคะ (มัณฑัพยกุมารตรัสกับมาตังคดาบสว่า)

ข้อ

ท่านมาจากไหนหนอ นุ่งผ้าเก่าขาดกะรุ่งกะริ่งเหมือนปีศาจคลุกฝุ่น สวมใส่เศษผ้าจากกองขยะไว้จนถึงคอ ท่านไม่ใช่ทักขิไณยบุคคล เป็นใครกันแน่ (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

ข้อ

ขอถวายพระพรพระองค์ผู้เพียบพร้อมด้วยยศ พราหมณ์ทั้งหลายย่อมขบฉันและดื่มกินอาหาร ที่พระองค์ทรงตระเตรียมไว้ พระองค์ก็ทรงรู้ว่า อาตมาอาศัยอาหารที่ผู้อื่นให้เลี้ยงชีวิต ขอคนจัณฑาลจงได้ก้อนข้าวที่ต้องการลุกขึ้นยืนรับเถิด (มัณฑัพยกุมารตรัสว่า)

ข้อ

อาหารนี้เราตระเตรียมไว้สำหรับพราหมณ์ทั้งหลาย อาหารนี้ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ตน สำหรับเราผู้เชื่อมั่น ท่านจงหลีกไปแต่ที่นี้เถิด จะยืนอยู่ทำไม พราหมณ์ผู้ชั่วช้า คนเช่นเราจะไม่ให้ท่าน (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

ข้อ

คนทั้งหลายเมื่อหวังผลย่อมหว่านพืชลงในนาดอน ๑ ในนาลุ่ม ๑ ในที่ไม่ใกล้แม่น้ำ ๑ ด้วยความเชื่อนั้น ขอพระองค์จงให้ทาน พึงให้ทักขิไณยบุคคลยินดีได้แน่แท้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) (มัณฑัพยกุมารตรัสว่า)

ข้อ

เรารู้แจ้งเนื้อนาบุญเป็นที่ประดิษฐานเมล็ดพืชทั้งหลายในโลก เนื้อนาบุญ คือ พราหมณ์ทั้งหลายที่เกิดโดยชาติและมนต์ นับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักยิ่ง (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

ข้อ

ก็อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑ ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑ มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างมีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ไม่มีศีลเป็นที่รักในโลก

ข้อ

อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑ ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑ มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างไม่มีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักในโลก (เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวความนี้ซ้ำอีก มัณฑัพยกุมารทรงกริ้วแล้วตรัสว่า)

ข้อ

เจ้าอุปโชติยะ เจ้าอุปัชฌายะ และเจ้าภัณฑกุจฉิไปไหนกันหมด พวกเจ้าจงเฆี่ยนตี จงทำร้ายเจ้าดาบสนี้ แล้วจับคอเจ้าคนชั่ว ไสหัวมันออกไป (พระโพธิสัตว์เหาะไปอยู่ในอากาศกราบทูลว่า)

ข้อ

พระองค์ทรงด่าว่าฤๅษีชื่อว่าขุดภูเขาด้วยเล็บ เคี้ยวกินก้อนเหล็กด้วยฟันและพยายามกลืนกินไฟ (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)

ข้อ ๑๐

มาตังคฤๅษีครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว มีความบากบั่นแน่วแน่ในสัจจะ เมื่อพราหมณ์ทั้งหลายเห็นอยู่ ได้เหาะหนีไปในอากาศ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) (นางทิฏฐมังคลิการีบเสด็จไปโดยเร็วเห็นว่า)

ข้อ ๑๑

ศีรษะบิดกลับไปข้างหลัง แขนกางออกใช้การไม่ได้ นัยน์ตาขาวเหมือนนัยน์ตาของคนตายแล้ว ใครหนอได้กระทำบุตรของดิฉันนี้ให้เป็นอย่างนี้ (ชนผู้อยู่ในที่นั้นบอกนางว่า)

ข้อ ๑๒

สมณะนุ่งผ้าเก่าขาดกะรุ่งกะริ่งเหมือนปีศาจคลุกฝุ่น สวมใส่เศษผ้าจากกองขยะไว้จนถึงคอได้มา ณ ที่นี้ สมณะรูปนั้นได้กระทำบุตรของท่านนี้ให้เป็นอย่างนี้ (นางทิฏฐมังคลิกาถามว่า)

ข้อ ๑๓

พ่อมาณพ สมณะผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ได้ไปยังทิศไหนเสียเล่า ขอท่านโปรดบอกเนื้อความนั้นแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไปขอโทษท่าน ทำอย่างไร ข้าพเจ้าจึงจะได้ชีวิตของบุตรนั้นคืนมา (มาณพทั้งหลายผู้อยู่ในที่นั้นบอกว่า)

ข้อ ๑๔

ฤๅษีผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดินได้เหาะไป ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญลอยอยู่ท่ามกลางนภากาศ อีกอย่างหนึ่ง ฤๅษีผู้เป็นคนดีแม้รูปนั้น ปฏิญญามั่นอยู่ด้วยสัจจะ ได้ไปทางทิศบูรพา (นางทิฏฐมังคลิกาจะถามพระโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๑๕

ศีรษะบิดกลับไปข้างหลัง แขนกางออกใช้การไม่ได้ นัยน์ตาขาวเหมือนนัยน์ตาของคนตายแล้ว ใครหนอได้กระทำบุตรของดิฉันนี้ให้เป็นอย่างนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) (พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตกล่าวตอบนางว่า)

ข้อ ๑๖

ยักษ์ทั้งหลายผู้มีอานุภาพมากยังมีอยู่แล ก็ยักษ์เหล่านั้นได้ติดตามฤๅษีทั้งหลายผู้เป็นคนดี ทราบว่าบุตรของท่านมีจิตประทุษร้าย โกรธเคืองจึงได้ทำให้เป็นอย่างนี้ (นางทิฏฐมังคลิกากล่าวว่า)

ข้อ ๑๗

ก็ยักษ์ทั้งหลายได้กระทำบุตรของดิฉันให้เป็นอย่างนี้ ส่วนพระคุณเจ้าผู้ประพฤติพรหมจรรย์อย่าโกรธบุตรดิฉันเลย พระคุณเจ้าผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร ดิฉันขอถึงพระคุณเจ้าเท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึก เป็นบาทเบื้องต้น ดิฉันได้ติดตามมาด้วยความโศกถึงบุตร (พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตกล่าวว่า)

ข้อ ๑๘

ทั้งในกาลนั้น ทั้งเดี๋ยวนี้ การคิดประทุษร้ายทางใจบางอย่าง ของอาตมาก็ไม่มีแก่อาตมา ส่วนบุตรของท่านเป็นผู้มัวเมาเพราะ ความเมาในพระเวท เรียนจบพระเวทแล้วหารู้จักประโยชน์ไม่ (นางทิฏฐมังคลิกากล่าวว่า)

ข้อ ๑๙

แน่นอน ท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร ธรรมดาคนเรา สัญญาย่อมเลือนไปเพียงชั่วครู่ พระคุณเจ้าผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ขอพระคุณเจ้าจงอดโทษสักครั้งหนึ่งเถิด บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่มีความโกรธรุนแรง (พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตผู้ถูกนางทิฏฐมังคลิกาอ้อนวอนขอโทษให้บุตร จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๒๐

นี้ก้อนข้าวที่อาตมาฉันเหลือ มัณฑัพยบุตรของท่านผู้มีปัญญาน้อยจงบริโภค ยักษ์ทั้งหลายไม่พึงเบียดเบียนมัณฑัพยบุตรของท่าน และบุตรของท่านจักเป็นผู้ไม่มีโรค

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๒. จิตตสัมภูตชาดก (๔๙๘) (ลำดับนั้น มารดากล่าวกับบุตรว่า)

ข้อ ๒๑

พ่อมัณฑัพยะ เจ้าเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา ไม่ฉลาดต่อบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญ ได้ให้ทานในบุคคลผู้มีกิเลสเพียงดังน้ำฝาดมากมาย ผู้มีการงานเศร้าหมอง ไม่สำรวม

ข้อ ๒๒

บางพวกเกล้าผมเป็นชฎา บางพวกนุ่งหนังสัตว์ บางพวกปากมีหนวดรุงรังเหมือนบ่อน้ำเก่า เจ้าจงดูหมู่ชนนี้ มีรูปทราม มวยผมและหนังสัตว์คุ้มครองคนมีปัญญาทรามไม่ได้

ข้อ ๒๓

ชนเหล่าใดคลายราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว ชนเหล่านั้นมีอาสวะสิ้นแล้ว เป็นพระอรหันต์ ทานที่บุคคลถวายแล้วในท่านเหล่านั้นมีผลมากมาตังคชาดกที่ ๑ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

วีสตินิปาตชาตกํ ๑ มาตงฺคชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ วีสตินิบาตชาดก ๑. มาตังคชาดก อานุภาพของมาตังคฤาษี

ข้อ ๒๐๓๓

กุโต นุ อาคจฺฉสิ ทุมฺมวาสี โอตลฺลโก ปํสุปิสาจโกว สงฺการโจฬํ ปฏิมุญฺจ กณฺเฐ โก เร ตุวํ โหสิ อทกฺขิเณยฺโย ฯ

ท่านมีปกตินุ่งห่มไม่สมควร ดุจปีศาจเปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นละออง สวม ใส่ผ้าขี้ริ้วที่ได้จากกองขยะไว้ที่คอ มาจากไหน ท่านเป็นใคร เป็นผู้ไม่ ควรแก่ทักขิณาทานเลย?

ข้อ ๒๐๓๔

อนฺนํ ตวยิทํ ปกตํ ยสสฺสินํ ตํ ขชฺชเร ภุญฺชเร ปิยฺยเร จ ชานาสิ มํ ตฺวํ ปรทตฺตูปชีวี อุตฺติฏฺฐปิณฺฑํ ลภตํ สปาโก ฯ

ข้าวน้ำนี้ท่านจัดไว้เพื่อท่านผู้เรืองยศ พราหมณ์ทั้งหลายย่อมขบเคี้ยว บริโภคและดื่มข้าวน้ำของท่านนั้น ท่านรู้จักข้าพเจ้าว่าเป็นผู้อาศัยโภชนะที่ ผู้อื่นให้เลี้ยงชีวิต ถึงคนจัณฑาลก็ขอจงได้ก้อนข้าวบ้างเถิด.

ข้อ ๒๐๓๕

อนฺนํ มมยิทํ กปตํ พฺราหฺมณานํ อตฺตตฺถาย สทฺทหโต มมยิทํ อเปหิ เอตฺโต กิมิธฏฺฐิโตสิ น มาทิสา ตุยฺหํ ททนฺติ ชมฺม ฯ

ข้าวน้ำของเรานี้ เราจัดไว้เพื่อพราหมณ์ทั้งหลาย ทานวัตถุนี้เราเชื่อว่า ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ตน ท่านจงหลีกไปเสียจากที่นี้ จะมายืน อยู่ ณ ที่นี้เพื่ออะไร เจ้าคนเลว คนเช่นเราย่อมไม่ให้ทานแก่เจ้า.

ข้อ ๒๐๓๖

ถเล จ นินฺเน จ วปนฺติ พีชํ อนูปเขตฺเต ผลมาสึสมานา เอตาย สทฺธาย ททาหิ ทานํ อปฺเปว อาราธเย ทกฺขิเณยฺเย ฯ

ชนทั้งหลายผู้หวังผลข้าวกล้า ย่อมหว่านพืชลงในที่ดอนบ้าง ในที่ลุ่มบ้าง ในที่ไม่ลุ่ม ไม่ดอนบ้าง ฉันใด ท่านจงให้ทานแก่ปฏิคาหกทั่วไปด้วย ศรัทธา ฉันนั้น เมื่อท่านให้ทานอย่างนี้ ไฉนจะพึงยังทักขิไณยบุคคล ให้ยินดีได้เล่า?

ข้อ ๒๐๓๗

เขตฺตานิ มยฺหํ วิทิตานิ โลเก เยสาหํ พีชานิ ปติฏฺฐเปมิ เย พฺราหฺมณา ชาติมนฺตูปปนฺนา ตานีธ เขตฺตานิ สุเปสลานิ ฯ

เราย่อมตั้งไว้ ซึ่งพืชทั้งหลายในเขตเหล่าใด เขตเหล่านั้นเรารู้แจ้งแล้ว ในโลก พราหมณ์เหล่าใดสมบูรณ์ด้วยชาติและมนต์ พราหมณ์เหล่านั้น ชื่อว่าเป็นเขต มีศีลเป็นที่รักในโลกนี้.

ข้อ ๒๐๓๘

ชาติมโท จ อติมานตา จ โลโภ จ โทโส จ มโท จ โมโห เอเต อคุณา เยสุ จ สนฺติ สพฺเพ ตานีธ เขตฺตานิ อเปสลานิ ฯ ชาติมโท จ อติมานิตา จ โลโภ จ โทโส จ มโท จ โมโห เอเต อคุณา เยสุ น สนฺติ สพฺเพ ตานีธ เขตฺตานิ สุเปสลานิ ฯ

ความเมาเพราะชาติ ความดูหมิ่นท่าน โลภะ โทสะ มทะ และโมหะ กิเลสทั้งหมดนี้เป็นโทษ ไม่ใช่คุณ มีอยู่ในเขตเหล่าใด เขตเหล่านั้น เป็นเขตไม่มีศีล ไม่เป็นที่รักในโลกนี้ ความเมาเพราะชาติก็ดี ความดู หมิ่นท่าน โลภะ โทสะ มทะ และโมหะ กิเลสทั้งหมดนี้เป็นโทษ มิใช่คุณ ไม่มีอยู่ในเขตเหล่าใด เขตเหล่านั้นจัดเป็นเขตมีศีล เป็นที่รัก ในโลกนี้

ข้อ ๒๐๓๙

กฺวตฺถ คตา อุปโชติโย จ อุปชฺฌาโย อถวา ภณฺฑกุจฺฉิ อิมสฺส ทณฺฑญฺจ วธญฺจ ทตฺวา คเล คเหตฺวา คลยาถ ชมฺมํ ฯ

คนเฝ้าประตูทั้งสาม คือ อุปโชติยะ ๑ อุปัชฌายะ ๑ ภัณฑกุจฉิ ๑ พา กันไปเสียที่ไหน ท่านทั้งหลายจงลงอาชญาและฆ่าตีคนจัณฑาลผู้ลามกนี้ แล้วลากคอไปเสียให้พ้น.

ข้อ ๒๐๔๐

คิรึ นเขน ขณสิ อโย ทนฺเตภิ ขาทสิ ชาตเวทํ ปทหสิ โย อิสึ ปริภาสสิ ฯ

ผู้ใดบริภาษฤาษี ผู้นั้นชื่อว่าแกะภูเขาด้วยเล็บ ชื่อว่าเคี้ยวกินก้อนเหล็ก ด้วยฟัน ชื่อว่าพยายามกลืนกินไฟ.

ข้อ ๒๐๔๑

อิทํ วตฺวาน มาตงฺโค อิสิ สจฺจปรกฺกโม อนฺตลิกฺขสฺมึ ปกฺกามิ พฺราหฺมณานํ อุทิกฺขตํ ฯ

ฤาษีชื่อว่ามาตังคะผู้มีสัจจะเป็นเครื่องก้าวไปในเบื้องหน้า ครั้นกล่าวคาถา นี้แล้ว เมื่อพราหมณ์ทั้งหลายแลดูอยู่ได้เหาะไปในอากาศ.

ข้อ ๒๐๔๒

อาเวลฺลิตํ ปิฏฺฐิโต อุตฺตมงฺคํ พาหุํ ปสาเรติ อกมฺมเนยฺยํ เสตานิ อกฺขีนิ ยถา มตสฺส โก เม อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอวํ ฯ

ศีรษะของลูกเราบิดกลับไปอยู่เบื้องหลัง แขนเหยีดตรงไม่ไหวติง นัยน์ตา ขาวเหมือนคนตาย ใครมาทำบุตรของเราให้เป็นอย่างนี้.

ข้อ ๒๐๔๓

อิธาคมา สมโณ ทุมฺมวาสี โอตลฺลโก ปํสุปิสาจโกว สงฺการโจฬํ ปฏิมุญฺจ กณฺเฐ โส เต อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอวํ ฯ

สมณะรูปหนึ่งมีปกตินุ่งห่มไม่สมควร สกปรกดุจปีศาจ เปรอะเปื้อนด้วย ฝุ่นละออง สวมใส่ผ้าขี้ริ้วที่ได้จากกองขยะไว้ที่คอ ได้มา ณ ที่นี้ สมณะรูปนั้นได้ทำบุตรของท่านให้เป็นอย่างนี้.

ข้อ ๒๐๔๔

กตมํ ทิสํ อคมา ภูริปญฺโญ อกฺขาถ เม มาณวา เอตมตฺถํ คนฺตฺวาน ตํ ปฏิกเรมุ อจฺจยํ อปฺเปว นํ ปุตฺตํ ลเภมุ ชีวิตํ ฯ

ดูกรมาณพทั้งหลาย สมณะผู้มีปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน ท่านไปทางทิศ ไหน ท่านทั้งหลายจงบอกเนื้อความนั้นแก่เรา เราจะไปยังสำนักของ ท่านกระทำคืนโทษนั้นเสีย ไฉนหนอเราจะพึงได้ชีวิตบุตรคืนมา.

ข้อ ๒๐๔๕

เวหายสํ อคมา ภูริปญฺโญ ปถทฺธุโน ปณฺณรเสว จนฺโท อปิจาปิ โส ปุริมํ ทิสํ อคจฺฉิ สจฺจปฺปฏิญฺโญ อิสิ สาธุรูโป ฯ

ฤาษีผู้มีปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน ได้ไปแล้วในอากาศในวันเพ็ญพระจันทร์ เต็มดวงท่ามกลางอากาศ แล้วฤาษีผู้มีปฏิญาณในสัจจะ มีคุณธรรมอันดี งามนั้น ท่านไปทางทิศบูรพา.

ข้อ ๒๐๔๖

อาเวลฺลิตํ ปิฏฺฐิโต อุตฺตมงฺคํ พาหุํ ปสาเรติ อกมฺมเนยฺยํ เสตานิ อกฺขีนิ ยถา มตสฺส โก เม อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอวํ ฯ

ศีรษะของลูกเราบิดกลับไปอยู่เบื้องหลัง แขนเหยียดตรงไม่ไหวติง นัยน์ตาขาวเหมือนคนตาย ใครมาทำบุตรของเราให้เป็นอย่างนี้.

ข้อ ๒๐๔๗

ยกฺขา หเว สนฺติ มหานุภาวา อนฺวาคตา อิสโย สาธุรูปา เต ทุฏฺฐจิตฺตํ กุปิตํ วิทิตฺวา ยกฺขา หิ เต ปุตฺตมกํสุ เอวํ ฯ

ยักษ์ทั้งสองตนผู้มีอานุภาพมากมีอยู่แล ยักษ์เหล่านั้นพากันติดตามฤาษี ผู้มีคุณธรรมมาแล้ว รู้ว่าบุตรของท่านมีจิตคิดประทุษร้ายโกรธเคืองจึงทำ บุตรของท่านให้เป็นอย่างนี้แหละ.

ข้อ ๒๐๔๘

ยกฺขา จ เม ปุตฺตมกํสุ เอวํ ตฺวญฺเญว เม มา กุทฺโธ พฺรหฺมจารี ตุเมฺหว ปาเท สรณํ คตาสฺมิ อนฺวาคตา ปุตฺตโสเกน ภิกฺขุ ฯ

ข้าแต่ภิกษุ ถ้ายักษ์ทั้งหลายได้ทำบุตรของดิฉันให้เป็นอย่างนี้ ขอแต่ท่าน ผู้เป็นพรหมจารีเท่านั้น อย่าโกรธบุตรของดิฉันเลย ดิฉันขอถึงเท้าของ ท่านเป็นที่พึ่ง ดิฉันตามมาด้วยความโศกถึงบุตร.

ข้อ ๒๐๔๙

ตเทว หิ เอตรหิ จ มยฺหํ มโนปโทโส น มมตฺถิ โกจิ ปุตฺโต จ เต เวทมเทน มตฺโต อตฺถํ น ชานาติ อธิจฺจ เวเท ฯ

ในคราวที่บุตรของท่านด่าเราก็ดี และเมื่อท่านมาอ้อนวอนอยู่ ณ บัดนี้ก็ดี จิตคิดประทุษร้ายหน่อยหนึ่งมิได้มีแก่เราเลย แต่บุตรของท่านเป็นคน ประมาท เพราะความมัวเมาว่าเรียนจบไตรเพท แม้จะเรียนจบไตรเพท แล้ว ก็ยังไม่รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์.

ข้อ ๒๐๕๐

อทฺธา หเว ภิกฺขุ มุหุตฺตเกน สมฺมุยฺหเตว ปุริสสฺส สญฺญา เอกาปราธํ ขม ภูริปญฺญ น ปณฺฑิตา โกธพลา ภวนฺติ ฯ

ข้าแต่ท่านผู้เป็นภิกษุ ความจำของบุรุษ ย่อมหลงลืมได้โดยครู่เดียวเป็น แน่แท้ ท่านผู้มีปัญญาเสมอแผ่นดิน ขอได้โปรดอดโทษสักครั้งเถิด บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่เป็นผู้มีความโกรธเป็นกำลัง.

ข้อ ๒๐๕๑

อิทญฺจ มยฺหํ อุตฺติฏฺฐปิณฺฑํ ตว มณฺฑโพฺย ภุญฺชตุ อปฺปปญฺโญ ยกฺขา จ เต ปุตฺตํ น วิเหฐเยยฺยุํ ปุตฺโต จ เต เหสฺสติ โส อโรโค ฯ

มัณฑัพยกุมารบุตรของท่านผู้มีปัญญาน้อย จงบริโภคก้อนข้าวที่เราฉัน เหลือนี้เถิด ยักษ์ทั้งหลายจะไม่พึงเบียดเบียนบุตรของท่านเลย และบุตร ของท่านจักหายโรคทันที.

ข้อ ๒๐๕๒

มณฺฑพฺย พาโลสิ ปริตฺตปญฺโญ โย ปุญฺญเขตฺตานมโกวิโทสิ มหกฺกสาเวสุ ททาสิ ทานํ กิลิฏฺฐกมฺเมสุ อสญฺญเตสุ ฯ ชฏา จ เกสา อชินา นิวตฺถา ชรูทปานํว มุขํ ปรุฬฺหํ ปชํ อิมํ ปสฺสถ ทุมฺมรูปํ น ชฏาชินํ ตายเต อปฺปปญฺญํ ฯ เยสํ ราโค จ โทโส จ อวิชฺชา จ วิราชิตา ขีณาสวา อรหนฺโต เตสุ ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ

พ่อมัณฑัพยะ เจ้ายังเป็นคนโง่เขลา มีปัญญาน้อย เจ้าเป็นผู้ไม่ฉลาด ในเขตบุญทั้งหลาย ได้ให้ทานในหมู่ชนผู้ประกอบด้วยกิเลสดุจน้ำฝาด ใหญ่ มีกรรมอันเศร้าหมอง ไม่สำรวม. บรรดาทักขิไณยบุคคลของ เจ้าบางพวกเกล้าผมฟูเป็นเซิง นุ่งห่มหนังเสือ ปากรกรุงรังไปด้วยหนวด เครา ดังปากบ่อน้ำอันเก่ารกไปด้วยกอหญ้า เจ้าจงดูหมู่ชนที่มีรูปร่าง น่าเกลียดนี้ การเกล้าผมฟูเป็นเซิง หาป้องกันคนผู้มีปัญญาน้อยได้ไม่ ท่านเหล่าใดสำรอกราคะ โทสะ และอวิชชาแล้ว หรือเป็นพระอรหันต์ ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ทานที่บุคคลถวายในท่านเหล่านั้นย่อมมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๕๓

อุปหจฺจ มนํ เมชฺโฌ มาตงฺคสฺมึ ยสสฺสิเน สปาริสชฺโช อุจฺฉินฺโน เมชฺฌรญฺญํ ตทา อหูติ ฯ มาตงฺคชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------

พระเจ้าเมชฌะ ได้ประทุษร้ายใจในมาตังคบัณฑิตผู้เรืองยศวงศ์กษัตริย์ เมชฌราชพร้อมทั้งบริษัทได้ขาดสูญตั้งแต่นั้นมา. จบ มาตังคชาดกที่ ๑.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/