อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๔๔

๗. ปาทัญชลิชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๔–๓๔๕2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗ ปาทญฺชลิชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. ปาทัญชลิชาดก ว่าด้วยปาทัญชลีราชกุมาร

ข้อ ๓๔๔

อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ ปญฺญาย อติโรจติ ตถา หิ โอฏฺฐํ ภญฺชติ อุตฺตรึ นูน ปสฺสติ ฯ

ปาทัญชลีราชกุมาร ย่อมรุ่งเรืองกว่าเราทั้งหมดด้วยพระปรีชาแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมจึงทรงเม้มพระโอฐอยู่เล่า จะทรงเห็นเหตุอย่าง อื่นยิ่งกว่านี้เป็นแน่.

ข้อ ๓๔๕

นายํ ธมฺมํ อธมฺมํ วา อตฺถานตฺถญฺจ พุชฺฌติ อญฺญตฺร โอฏฺฐนิพฺโภคา นายํ ชานาติ กิญฺจนนฺติ ฯ ปาทญฺชลิชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------

ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ จะทรงทราบสิ่งที่เป็นธรรมหรือไม่เป็น ธรรม สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ก็หาไม่ ปาทัญชลี- ราชกุมารพระองค์นี้ นอกจากจะเม้มพระโอฐแล้ว ย่อมไม่ทรงทราบ เหตุการณ์สักนิดหนึ่งเลย. จบ ปาทัญชลิชาดกที่ ๗.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗. ปาทัญชลิชาดก (๒๔๗) ว่าด้วยปาทัญชลีราชกุมาร (อำมาตย์โพธิสัตว์เข้าใจว่า พระราชกุมารเฉลียวฉลาด จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๑๙๔

ปาทัญชลีราชกุมารมีพระปรีชา ทรงรุ่งเรืองกว่าพวกเราทั้งหมดแน่นอน พระองค์ทรงเห็นเหตุอื่นที่ยิ่งกว่านี้เป็นแน่ เพราะฉะนั้นจึงทรงเม้มพระโอษฐ์ (พระกุมารโง่เขลา กล่าวว่า)

ข้อ ๑๙๕

ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ จะทรงทราบสิ่งที่เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ก็หาไม่ พระองค์ไม่ทรงทราบอะไรเลย นอกจากการเม้มพระโอษฐ์เท่านั้น ปาทัญชลิชาดกที่ ๗ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๑๗}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระโลฬุทายีเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ ดังนี้.

ในวันหนึ่ง พระมหาสาวกทั้งสองวินิจฉัยปัญหาอยู่. ภิกษุทั้งหลายฟังปัญหาต่างก็สรรเสริญพระเถระทั้งสอง. พระโลฬุทายีเถระนั่งอยู่ในระหว่างบริษัท ขัดคอขึ้นว่า พระมหาสาวกเหล่านี้จะรู้อะไรทัดเทียมเราหรือ. พระเถระทั้งสองเห็นพระโลฬุทายีเถระนั้นแล้ว จึงลุกจากอาสนะหลีกไป บริษัทเลยแยกย้ายกัน.

ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระโลฬุทายีติเตียนพระอัครสาวกทั้งสองแล้วขัดคอขึ้น. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน โลฬุทายีก็ไม่รู้อะไรๆ อย่างอื่นยิ่งกว่านั้น นอกจากขัดคอแล้ว ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นอำมาตย์ผู้สอนอรรถและธรรมของพระองค์. ก็พระราชานั้นมีโอรสพระนามว่า ปาทัญชลี มีพระทัยโลเล เชื่องช้า.

ต่อมา พระราชาสวรรคต. พวกอำมาตย์จัดการถวายพระเพลิง แล้วปรึกษากันว่า จักอภิเษกปาทัญชลีราชบุตรครองราชสมบัติ. แต่พระโพธิสัตว์กล่าวว่า พระกุมารนี้มีพระทัยโลเล เชื่องช้า พวกเราจักควรทดลองดูก่อน แล้วจึงจักอภิเษกพระกุมารนั้น.

พวกอำมาตย์จึงเตรียมการตัดสินความ ให้พระกุมารประทับนั่งในที่ใกล้ๆ เมื่อจะตัดสินคดี แกล้งตัดสินไม่ถูก ตัดสินให้ผู้มิใช่เจ้าของเป็นเจ้าของ แล้วทูลพระกุมารว่า ข้าแต่พระกุมาร พวกข้าพระองค์ตัดสินความชอบธรรมหรือไฉน. พระกุมารเม้มพระโอฐ.

พระโพธิสัตว์สำคัญว่า พระกุมารเห็นจะทรงเฉลียวฉลาด คงจักทราบว่า ตัดสินไม่ชอบ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

ปาทัญชลีราชกุมารย่อมรุ่งเรืองกว่าเราทั้งหมด ด้วยพระปรีชาแน่นอน เมื่อเช่นนั้น ทำไมจึงทรงเม้มพระโอฐอยู่เล่า จะทรงเห็นเหตุอื่นยิ่งกว่านี้เป็นแน่.

ครั้นวันอื่น พวกอำมาตย์เหล่านั้นตระเตรียมการตัดสินความแล้ว ตัดสินความอีกเรื่องหนึ่งโดยชอบธรรม แล้วทูลถามว่า ข้าแต่พระกุมาร ข้าพระองค์ตัดสินความถูกต้องแล้วหรือไฉน พระกุมารทรงเม้มพระโอฐอีกเหมือนอย่างเดิม.

ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงทราบว่า พระกุมารนี้โง่เขลา จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ จะทรงทราบสิ่งที่เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ก็หาไม่ ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ นอกจากจะเม้มพระโอฐแล้ว ย่อมไม่ทรงทราบเหตุการณ์สักนิดหนึ่งเลย.

พวกอำมาตย์รู้ว่า ปาทัญชลีราชกุมารทรงเหลวไหล จึงอภิเษกพระโพธิสัตว์ขึ้นครองราชสมบัติ.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.

ปาทัญชลีราชกุมารในครั้งนั้น ได้เป็น พระโลฬุทายีในครั้งนี้

ส่วนอำมาตย์บัณฑิต คือ เราตถาคต นี้แล. จบ อรรถกถาปาทัญชลิชาดกที่ ๗ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา